เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30: แก้แค้น

บทที่ 30: แก้แค้น

บทที่ 30: แก้แค้น


แมวสีส้มตัวโตเคลื่อนไหวเร็วมาก ก่อนที่มู่ไป๋ไป่จะทันได้ตั้งตัว มันก็กระโดดพุ่งเข้าใส่หน้าขององครักษ์คนนั้นโดยตรง

ทันใดนั้นก็มีรอยเลือดยาวเหยียดบนใบหน้าของอีกฝ่าย

“อ๊ากกก!” ฝ่ายที่ถูกทำร้ายกรีดร้องขณะยกมือขึ้นกุมหน้า และกำลังจะชักดาบออกจากฝัก

พอเขาลดมือที่กุมบาดแผลลงก็จะเห็นเลือดสีแดงฉานบนใบหน้า และเลือดที่เปื้อนอยู่บนมือก็ปรากฏในสายตาของเขา มันยิ่งทำให้เขาโกรธมากจนตั้งท่าหมายจะพุ่งไปฟาดฟันแมวในอึดใจถัดไป

“หยุดนะ!”

มู่ไป๋ไป่กลัวว่าองครักษ์จะฟันเจ้าส้มเป็นชิ้น ๆ เธอจึงรีบก้าวไปขวางและคว้าตัวแมวส้มที่กำลังแสยะยิ้มเยาะเย้ยชายคนนั้นออกไป

“มันเป็นอุบัติเหตุ มันไม่ได้ตั้งใจ”

“องค์หญิงหก!” แววตาขององครักษ์เปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเขาเห็นคนร่างเล็กที่กอดเจ้าแมวตัวสีส้มตรงหน้า

ถ้าองค์รัชทายาทไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ เขาคงจะฟันทั้งคนทั้งแมวให้ขาดเป็น 2 ท่อนไปแล้ว!

พอชายหนุ่มดึงสติกลับมาได้ เขาก็เก็บดาบที่ชักออกมาครึ่งหนึ่งกลับเข้าไปในฝักอย่างไม่เต็มใจนัก

จากนั้นเขาก็โค้งคำนับอย่างนอบน้อม “องค์หญิงหก โปรดอภัยให้กระหม่อมที่เสียมารยาท”

ในขณะนี้อารมณ์ของมู่ไป๋ไป่เปราะบางมากเมื่อเธอรู้ว่าชายคนนี้มีความสัมพันธ์ลับกับลี่เฟย และเธออดไม่ได้ที่จะมองเขาด้วยสายตาสงสัย

ทางด้านมู่จวินฝานรีบพุ่งเข้ามาปิดตาน้องสาวของตัวเองเอาไว้ พร้อมกับกดหัวเจ้าแมวอ้วนให้แนบชิดกับอกของคนตัวเล็ก

“เด็กพวกนี้ยังไร้เดียงสา เจ้าทำให้พวกนางหวาดกลัวแล้ว” เด็กหนุ่มกล่าวพลางมองดูบาดแผลบนใบหน้าขององครักษ์ด้วยสายตาเฉยเมย

จากนั้นเขาก็เอ่ยขึ้นเบา ๆ ว่า “เจ้ารีบไปตำหนักหมอหลวงเพื่อรักษาบาดแผลของตัวเองเถอะ ไม่จำเป็นต้องมาคอยคุ้มกันข้าที่นี่”

คำพูดขององค์รัชทายาททำให้สีหน้าขององครักษ์เปลี่ยนไปทันที เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย ในที่สุดเขาก็กล้ำกลืนคำพูดของตัวเองลงท้องไป

ต่อมา องครักษ์หนุ่มโค้งคำนับแล้วหันหลังเดินออกไป แต่ก็ยังไม่วายหันมาจ้องเขม็งแมวส้มเป็นการคาดโทษ ก่อนจะหายลับไปจากสายตา

ขณะเดียวกัน เจ้าส้มกำลังมองลอดช่องว่างแคบ ๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายมีปฏิกิริยาเช่นนี้ เสียงขู่เล็กแหลมของมันก็ดังก้องไปทั่วห้อง

องครักษ์รู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งตัว เพราะเสียงของแมวตัวนั้นฟังดูเหมือนวิญญาณที่จะตามหลอกหลอนเขา และเขาก็รีบก้าวเท้าเดินให้เร็วขึ้น

“แง้ว!” เจ้าส้มร้องโวยวายเสียงดัง “คราวหน้าอย่าบังอาจมาแตะต้องข้าอีก มิฉะนั้นข้าเอาเจ้าตายแน่!”

มู่ไป๋ไป่พยายามลูบหัวปลอบมันเบา ๆ พร้อมเอ่ยว่า “เอาเถอะ ๆ เราจะแก้แค้น แก้แค้นแน่นอน”

ถ้าครั้งถัดไปคนคนนี้บังอาจมาทำร้ายเจ้าส้มอีก ฉันจะไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น แล้วใช้มีดผ่ามันออกเป็น 2 ซีก

เด็กหญิงคิดในใจอย่างโกรธเคือง

ทันใดนั้นก็มีสายตาคู่หนึ่งมองลงมาจากเหนือศีรษะของทั้ง 2

มู่จวินฝานลดสายตาลงมองดูแก้มกลมขาว ๆ ของมู่ไป๋ไป่ มันทำให้อารมณ์ของเขาซึ่งหดหู่มาตลอดทั้งเช้าดีขึ้นมากอย่างน่าอัศจรรย์

เด็กน้อยคนนี้น่ารักจริง ๆ แต่ก็น่าแปลกประหลาดเช่นกัน

“ท่านพี่รัชทายาท… เมื่อครู่แมวตัวนี้ไม่ได้ตั้งใจข่วนองครักษ์ของท่าน”

คนตัวเล็กไม่รู้ว่าทำไมมู่จวินฝานถึงจ้องมองเธอตลอดเวลาแบบนั้น เธอจึงเม้มริมฝีปาก ก่อนจะเอ่ยปากพูดขึ้นมาอย่างไม่มั่นใจ

ก่อนหน้านี้เธอเคยสงสัยมาว่าองครักษ์คนนั้นมีความสัมพันธ์กับลี่เฟยและยังทำหน้าที่คุ้มครองเคียงข้างองค์รัชทายาท แล้วเขารู้เห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่หรือไม่?

เฮ้อ ความสัมพันธ์ของคนในวังซับซ้อนมากจริง ๆ

“ไม่เป็นไร” มู่จวินฝานวางตำราในมือลงก่อนจะถามว่า “แล้วแมวตัวนี้มีชื่อหรือไม่?”

“ฮึ่ม! ข้าไม่บอกชื่อของข้าให้พวกเจ้ารู้หรอก” เจ้าส้มเชิดหน้าขึ้นพูด

อย่างไรก็ตาม ในอึดใจต่อมา มันก็ได้ยินมู่ไป๋ไป่ตอบด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา “มันชื่อว่าเจ้าส้มเพคะ”

“ใครบอกว่าข้าชื่อเจ้าส้มกันล่ะห้ะ!” แมวตัวอวบอ้วนพูดสวนขึ้นมาอย่างโมโห “เจ้ามนุษย์โง่เง่า อย่ามาซี้ซั้วตั้งชื่อให้ข้าสิ!”

“เจ้าส้มอย่างนั้นหรือ?” องค์รัชทายาทตกตะลึงเพราะคาดไม่ถึงว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้

ในฐานะแมวทรงเลี้ยงที่อยู่เคียงข้างฮ่องเต้ ชื่อของมันที่ถูกตั้งขึ้นมาช่างเรียบง่ายยิ่งนัก

“มันเป็นชื่อที่เหมาะสมมาก”

“ไม่เหมาะสมโว้ย!” เจ้าส้มลุกขึ้นประท้วง และใช้อุ้งเท้าตบหน้าของมู่ไป๋ไป่แบบไม่กางเล็บ “อธิบายให้ชัดเจนเดี๋ยวนี้นะ!”

เด็กหญิงมองเมินเสียงคำรามของอีกฝ่าย พร้อมกับปัดอุ้งเท้าอ้วน ๆ ของมันออกไปจากใบหน้า

นั่นทำให้แมวส้มรู้สึกโกรธและไปนั่งลงข้าง ๆ เด็กหนุ่ม

องค์รัชทายาทเห็นว่าหางของมันสะบัดไปมาแบบเร็ว ๆ เขาจึงพูดขึ้นว่า “ข้าคิดว่าชื่อนี้เหมาะกับมันมาก แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก”

เนื่องจากระยะห่างที่ไม่ได้ไกลกันมากนัก มู่จวินฝานจึงรับรู้ได้ถึงกลิ่นน้ำนมจาง ๆ ที่ชัดเจนจากข้างกายตน

เขาไม่เคยทำตัวสนิทสนมกับใครขนาดนี้ตั้งแต่เขายังเด็ก แม้แต่เสด็จพ่อก็ตาม

ชั่วครู่หนึ่ง การที่ได้นั่งเคียงข้างกันเช่นนี้มันให้ความรู้สึกแปลกใหม่สำหรับเขามาก แล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “เจ้าไม่กลัวข้าหรือ?”

“หืม? ทำไมข้าถึงต้องกลัวท่านพี่รัชทายาทด้วยล่ะ?” มู่ไป๋ไป่ที่กำลังตบตีกับเจ้าส้มอยู่เงียบ ๆ ชะงักค้างไป ก่อนจะหันไปเอียงคอถามอย่างสงสัย

คนในครอบครัวตระกูลมู่ล้วนมีพฤติกรรมที่แปลกประหลาดมาก พวกเขาชอบถามคนอื่นตลอดว่ากลัวพวกเขาหรือไม่

มู่เทียนฉงก็เป็นเช่นนี้ มู่จวินฝานก็เช่นกัน สมแล้วที่ทั้ง 2 คนเป็นพ่อลูกกันแท้ ๆ

“...” เด็กหนุ่มที่ถูกถามกลับตกตะลึง

เขาเป็นถึงรัชทายาท เพียงตำแหน่งนี้ก็มีอำนาจเหนือทุกคนในวัง เป็นรองเพียงคนผู้เดียว ทุกคนย่อมหวั่นเกรงเขาโดยธรรมชาติและพยายามอยู่ห่างจากเขาโดยไม่รู้ตัว

แต่เมื่อเขาคิดถึงเรื่องนี้ มู่ไป๋ไป่ดูเหมือนจะไม่กลัวพ่อของเขาเลย มันจึงไม่แปลกที่นางจะไม่หวาดกลัวเขาเช่นกัน

พอเด็กหนุ่มคิดได้ดังนี้ มันก็ไขข้อสงสัยในใจเขาได้ทันที

นี่คือเด็กที่ไม่เกรงกลัวสิ่งใด นางไร้เดียงสาและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ทั้งวัน คนแบบนี้จะไปเข้าใจเรื่องอำนาจ ความมั่งคั่ง และแผนการชั่วร้ายได้อย่างไร?

“ท่านพี่รัชทายาท ของว่างของท่านดูน่าอร่อยมากเลย”

มู่ไป๋ไป่มีท่าทีเขินอายในขณะช้อนตามองไปที่จานขนม ซึ่งขนมบนโต๊ะของมู่จวินฝานดูน่ากินมากจนเธออดใจไม่ไหวจริง ๆ

ถ้ามันเป็นไปตามที่เธอคิด อีกฝ่ายคงจะมอบขนมชิ้นนั้นให้เธอหลังจากได้ยินสิ่งที่เธอพูด

แต่เธอไม่คาดคิดว่าหลังจากองค์รัชทายาทได้ยินดังนั้น เขาเพียงแค่พยักหน้าเห็นด้วยและกล่าวว่า “มันอร่อยมากจริง ๆ” จากนั้นก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ อีก

นี่เขาไม่มีท่าทีจะแบ่งขนมให้เธอเลยหรืออย่างไร?

“...” มู่ไป๋ไป่ถึงกับพูดไม่ออก

พี่ชายซื่อบื้อแบบไหนกัน ทำไมเขาถึงอ่านความคิดของคนอื่นไม่ออกเลย ไม่อย่างนั้นก็ดูน้ำลายที่ไหลลงมาที่มุมปากเล็ก ๆ ของเธอสิ!

ทว่าเขาก็ยังทำเป็นมองเมินไม่สนใจจะทำตามที่เธอคาดหวังเลยจริง ๆ

มู่จวินฝานไม่รู้ว่าตนนั้นกำลังถูกมู่ไป๋ไป่บ่นอยู่ในใจ เมื่อเห็นว่านางยังคงจับจ้องไปที่ขนมของตน เขาจึงเอ่ยปากอธิบายให้นางฟังอย่างละเอียดว่าขนมนี้ทำมาจากอะไร

1 เค่อต่อมา เด็กหญิงกอดเจ้าส้มและเบือนหน้าไปทางอื่นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ซึ่งบ่งบอกว่าเธอไม่อยากคุยกับองค์รัชทายาทอีก

มู่จวินฝานขมวดคิ้วเข้าหากัน พลางคิดกับตัวเองว่าเขาอธิบายขั้นตอนการทำขนมผิดไปเช่นนั้นหรือ?

ในช่วงบ่าย อาจารย์เสิ่นมอบการบ้านให้เด็กหนุ่ม แล้วเขาก็เดินไปหามู่ไป๋ไป่เพื่อสอนนางต่อไป

การสอนของอาจารย์เสิ่นนั้นไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่มู่ไป๋ไป่จินตนาการเอาไว้

แล้วชั้นเรียน 1 ชั่วยามก็ผ่านไปในพริบตา พอถึงเวลาเลิกเรียน เด็กหญิงก็ยังรู้สึกเพลิดเพลินกับมันไม่หาย

ตอนขากลับ ท่าทางของมู่จวินฝานที่มีต่อมู่ไป๋ไป่ดูแตกต่างจากตอนที่เดินมายังศาลาในยามเช้า เขาจูงมือเด็กน้อยให้เดินตามมา และเอ่ยปากถามนาง 2-3 คำเกี่ยวกับการเรียนของนางในช่วงบ่าย

ไม่นาน เด็กหนุ่มก็หยุดฝีเท้าลงหลังจากเดินมาถึงทางเข้าตำหนักอิ๋งชุน

“หากเจ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็มาถามข้าได้” จากนั้นเขาก็กำชับอีกประโยคหนึ่งว่า “เจ้าอย่าได้เกียจคร้าน แล้วทำการบ้านที่อาจารย์เสิ่นสั่งให้ทำด้วยล่ะ”

มันเป็นเรื่องจริงที่การบรรยายของอาจารย์เสิ่นนั้นน่าสนใจมาก แต่เขาเองก็เป็นคนที่เข้มงวดกับการบ้านเช่นกัน หากทำการบ้านไม่เสร็จ พรุ่งนี้นางคงจะถูกตีมือเป็นแน่

มู่ไป๋ไป่ที่เดินกังวลมาตลอดทางเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ดวงตาของเธอก็เป็นประกาย “ท่านพี่รัชทายาท ข้าขอถามท่านตอนนี้เลยได้หรือไม่?”

“หา?” มู่จวินฝานตกตะลึง แต่ก็พยักหน้าตอบรับโดยไม่รู้ตัว “ได้สิ”

“ยอดไปเลย!” เจ้าตัวเล็กส่งเสียงโห่ร้องดีใจ ก่อนจะดึงพี่ชายเข้าไปในตำหนักอิ๋งชุน

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: เจ้าส้มเอาเรื่องมาก! ส่วนมู่จวินฝานก็ซื่อเกิน เอ็นดู 5555

จบบทที่ บทที่ 30: แก้แค้น

คัดลอกลิงก์แล้ว