เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29: ภรรยาเล่นชู้ลับหลังสามี

บทที่ 29: ภรรยาเล่นชู้ลับหลังสามี

บทที่ 29: ภรรยาเล่นชู้ลับหลังสามี


“อืม” มู่เทียนฉงตอบรับในลำคอพลางโยนเจ้าแมวส้มลงไปบนโต๊ะ

จากนั้นเขาก็ดีดหน้าผากมู่ไป๋ไป่เบา ๆ “เราอนุญาตให้เจ้ามาที่ศาลาหมิงหลี่ก็เพื่อให้เจ้าได้ร่ำเรียน ทำไมถึงเอาแต่นั่งคุยกับเจ้าแมวอ้วนตัวนี้อยู่ได้ เจ้าเข้าใจหรืออย่างไรว่ามันกำลังพูดอะไร”

เจ้าตัวเล็กอุทานเสียงดัง “อูยยย” พร้อมยกมือกุมหัวขณะที่แอบบ่นในใจ

แต่ฉันดันเข้าใจสิ่งที่เจ้าแมวส้มตัวนี้พูดจริง ๆ น่ะสิ

อย่างไรก็ตาม ความจริงที่ว่าเธอสามารถคุยภาษาสัตว์ได้นั้นมันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเกินไป และเธอก็ไม่ได้คิดที่จะบอกให้คนอื่นรู้เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในตอนนี้ด้วย

“ท่านพ่อ ไป๋ไป่รู้ความผิดแล้ว” มู่ไป๋ไป่รีบคว้าแขนเสื้อของมู่เทียนฉงอย่างประจบประแจงแล้วพูดว่า “ดูเหมือนว่าไป๋ไป่จะไม่เข้าใจสิ่งที่อาจารย์พูด และไป๋ไป่ก็ดูตำราภาพเสร็จแล้ว…”

“ระหว่างนั้นจู่ ๆ เจ้าแมวส้มตัวนี้ก็โผล่มา ไป๋ไป่คิดว่ามันน่าสนใจก็เลยเล่นกับมันสักพัก”

ใบหน้าของเด็กหญิงเปลี่ยนเป็นสีแดง และเธอก็โยนความผิดทั้งหมดไปให้เจ้าส้ม เพราะถึงอย่างไรในที่นี้ก็ไม่มีใครเข้าใจภาษาสัตว์เหมือนเธอ ดังนั้นเจ้าส้มจึงไม่สามารถฟ้องใครได้

“ร้ายกาจ! ช่างร้ายกาจยิ่งนัก! เจ้าเป็นคนบอกข้าเองว่าจะเอาอาหารอร่อย ๆ มาให้! มู่ไป๋ไป่ เจ้ามนุษย์ไร้หัวใจ!”

เจ้าแมวส้มตัวโตกระโดดลงจากโต๊ะเพื่อประท้วง และกางกรงเล็บตั้งท่าจะโจมตีมู่ไป๋ไป่

แต่ผลก็คือมู่เทียนฉงคว้าหลังคอของมันอีกครั้งแล้วยกมันขึ้นกลางอากาศ

ขณะเดียวกัน คนตัวเล็กก็แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรและถามขึ้นมาว่า “ท่านพ่อ ท่านรู้จักเจ้าแมวอ้วนตัวนี้หรือไม่เพคะ?”

“เรารู้จัก” มู่เทียนฉงตอบพลางเขย่ามือไปมา ทำให้ไขมันบนตัวของเจ้าส้มกระเพื่อมตาม “มันเป็นแมวป่าที่เราเลี้ยงไว้ในอุทยาน”

สิ่งที่แปลกก็คือ ตั้งแต่ยังเด็กแมวตัวนี้ไม่เคยสนิทสนมกับใครเลยนอกจากเขา ซึ่งเขาไม่คาดคิดเลยว่าจะเห็นมันทำตัวใกล้ชิดกับมู่ไป๋ไป่ขนาดนี้

เมื่อฮ่องเต้หนุ่มนึกถึงเหตุการณ์การเผชิญหน้ากับเสือของเด็กหญิงในกรงเสือวันนั้น เขาก็หรี่ตาลงคล้ายกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

“ให้ตายเถอะ มู่เทียนฉง เจ้าว่าใครเป็นแมวป่า ตระกูลของเจ้านั่นแหละที่เป็นแมวป่า!” เจ้าส้มแยกเขี้ยวขู่ทันที “มู่ไป๋ไป่ เจ้านี่มันชั่วช้าเสียจริง!”

“นี่คือแมวทรงเลี้ยงหรือพ่ะย่ะค่ะ?” มู่จวินฝานยืนอยู่ด้านข้างด้วยความอยากรู้อยากเห็น “มันโตแล้ว… ตัวใหญ่ขนาดนั้นเลยหรือ?”

เขาเคยเห็นแมวตัวนี้ครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นมันยังตัวเล็กมาก

“ไอ้สารเลว อย่าคิดว่าแมวตัวนี้ไม่รู้ว่าเจ้าหาว่าข้าอ้วนนะ!” เจ้าส้มตวัดตามองมู่จวินฝานด้วยสายตาโกรธเคือง

“ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ข้าจะไปขี้รดบนเตียงเจ้า”

“...” มู่ไป๋ไป่ที่ได้ยินคำพูดของแมวสีส้มตัวใหญ่ถึงกับพูดไม่ออก

เจ้าแมวตัวนี้แค้นฝังหุ่นชะมัด

“เจ้าสามารถเล่นกับมันได้ตามต้องการ” มู่เทียนฉงยัดแมวตัวอ้วนกลมไว้ในอ้อมแขนของมู่ไป๋ไป่ “แต่เจ้าจะต้องไม่หย่อนยานการศึกษาเพราะเหตุนี้ ไม่เช่นนั้นเราจะลงโทษเจ้าแมวตัวนี้”

“...” คราวนี้เป็นเจ้าส้มที่พูดไม่ออก

มู่เทียนฉง เจ้ามันก็คนไร้หัวใจเช่นกัน!

มู่ไป๋ไป่รีบพยักหน้าอย่างมีความสุข “ขอบคุณท่านพ่อ”

พอผู้เป็นพ่อได้เห็นรอยยิ้มสดใสของคนตัวเล็ก เขาก็ยกริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเช่นกัน พร้อมกับความรู้สึกว่ามันคุ้มค่ายิ่งนักที่เขามาที่นี่ในวันนี้

“ฝ่าบาท ของว่างที่พระองค์เตรียมเอาไว้ให้องค์หญิงหกเริ่มเย็นแล้วพ่ะย่ะค่ะ” อันกงกงรีบเอ่ยเตือนขึ้นมาในเวลาที่เหมาะสม และในขณะเดียวกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจ

ดูเหมือนว่าฝ่าบาทจะทรงรักองค์หญิงหกมากจริง ๆ

เขาจำได้ว่าครั้งแรกที่องค์ชายมาร่ำเรียนที่ศาลาหมิงหลี่ ฝ่าบาทก็ไม่ได้ทรงมาเยือน

แต่ยามที่องค์หญิงหกมาเรียนที่นี่ ฝ่าบาทไม่เพียงแต่มาเยือนเท่านั้น พระองค์ยังทรงให้ห้องครัวจัดเตรียมของว่างเอาไว้ให้องค์หญิงหกเป็นพิเศษด้วย

พอมู่ไป๋ไป่กับเจ้าส้มได้ยินคำว่าของว่าง ดวงตาของพวกเขาก็ลุกวาวพร้อมกัน

ซึ่งสีหน้าของทั้ง 2 เหมือนกันมาก และน่ารักมากเช่นกัน

มู่เทียนฉงพยายามอดทนกักเก็บความรู้สึกของตัวเอง แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปบีบแก้มนุ่ม ๆ ของลูกสาว

“ยกของว่างขึ้นมา” ผู้เป็นฮ่องเต้ดึงมือกลับมาแล้วหันไปมององค์รัชทายาทที่อยู่ด้านข้าง “เราไม่ได้ทดสอบความรู้รัชทายาทมานานแล้ว ดังนั้นวันนี้เราจะทำการทดสอบขณะรับประทานของว่าง”

มู่ไป๋ไป่มองมู่จวินฝานด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจทันที แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาพักดื่มน้ำชายามเช้า ทว่าเขายังต้องรับการทดสอบจากฝ่าบาทอีก มันคงไม่มีอะไรที่แย่ไปกว่านี้อีกแล้ว

แต่ไม่นานความสนใจของเธอก็ถูกเบี่ยงเบนไปที่จานของว่างที่ถูกจัดอย่างประณีต

พ่อครัวในวังหลวงฉลาดมาก นับตั้งแต่เขารู้ว่าองค์หญิงหกที่ได้รับความโปรดปรานชื่นชอบของว่าง เขาก็ได้พยายามคิดสูตรของว่างใหม่ ๆ ขึ้นมาทุกวัน

“มู่ไป๋ไป่ เจ้าหยิบอันนั้นมาให้ข้า ข้าอยากกินอันนั้น” เสียงแมวส้มดังมาจากเบื้องบน

“ข้าก็อยากกินอันนั้นเหมือนกัน เจ้าหยิบมาเพิ่มหน่อย หยิบมาแค่นี้ให้อาหารนกอยู่หรืออย่างไร แค่นี้มันจะไปพอยาไส้อะไร”

เมื่อเด็กหญิงเห็นว่าพ่อไม่ได้สนใจตนในเวลานี้ เธอจึงกระซิบตอบกลับไปว่า “เจ้าเป็นแมวนะ เจ้าจะกินของพวกนี้มาก ๆ ไม่ได้!”

“ชิ!...” เจ้าส้มเงียบลงอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะพูดขึ้นมาแบบไม่เต็มใจว่า “มื้อนี้ยังไม่นับ เพราะเจ้าสัญญากับข้าไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะเอาของอร่อย ๆ มาให้ข้ากิน”

“ข้าไม่ลืมหรอก” มู่ไป๋ไป่รู้สึกไปไม่เป็น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงรักการกินถึงเพียงนี้

แต่เพื่อเห็นแก่เจ้าส้มที่เล่าเรื่องน่าสนใจมากมายในรั้ววังให้ตนฟัง เธอก็คิดว่าควรตอบแทนมันด้วยอาหารดี ๆ สักมื้อ

“เอาล่ะ ๆ เอาไว้หลังเลิกชั้นเรียน เจ้ากลับกับข้าแล้วข้าจะสั่งให้คนเตรียมอาหารให้เจ้า”

จากนั้นแมวตัวอวบอ้วนก็ดูเหมือนจะมีความสุขมากขึ้น มันจึงหยุดตะโกนชี้นิ้วสั่งให้เด็กหญิงหยิบขนมให้มัน

ทางด้านมู่จวินฝาน เขาเป็นคนที่มีความสามารถและบ่งบอกได้ว่าเขาเรียนหนักมากเพียงใด ดังนั้นเขาจึงรับมือกับการทดสอบของมู่เทียนฉงได้เป็นอย่างดี ซ้ำยังได้รับคำชมจากฝ่าบาทอีกด้วย

“ดีมาก” ฮ่องเต้หนุ่มมองดูบุตรชายที่ไม่ได้ถ่อมตัวหรือหยิ่งผยองด้วยความพึงพอใจ “องค์รัชทายาทอายุ 15 ปีแล้ว ในตอนที่เราอายุเท่าเจ้า เราได้เข้าสู่ท้องพระโรงเพื่อรับผิดชอบกิจการบ้านเมืองแล้ว”

มู่จวินฝานรู้สึกมีความสุขมาก ถึงอย่างไรเขาก็เป็นบุรุษ และเขาก็มีความทะเยอทะยานที่อยากจะแสดงความสามารถของตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ในท้องพระโรง

เพียงแต่ในฐานะองค์ชาย เขาไม่ได้รับอนุญาตให้แสดงความคิดเห็นเหล่านี้ก่อนที่ฝ่าบาทจะมีท่าที

ดังนั้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาได้ระงับความปรารถนาในใจและทุ่มเทพลังทั้งหมดไปกับการร่ำเรียน โดยหวังว่าจะสามารถบรรลุขีดความสามารถในสายตาของบิดาผู้เป็นฮ่องเต้ได้โดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม มู่เทียนฉงดูเหมือนจะถอนหายใจเบา ๆ และไม่ได้พูดถึงเรื่องของการอนุญาตให้เด็กหนุ่มรับผิดชอบงานบ้านเมืองจนกระทั่งเสด็จกลับ

“เอิ้ก~” ในช่วงพักกลางวัน เจ้าแมวส้มที่กินดื่มจนพุงกางก็นอนแผ่อยู่บนโต๊ะพร้อมกับเรอออกมาเสียงดัง

“ดูพี่ชายของเจ้าสิ หน้าของเขาช่างดูหม่นหมองยิ่งนัก เฮ้อ~ มู่เทียนฉงช่างไร้หัวใจจริง ๆ เขารู้อยู่เต็มอกว่าลูกชายของเขาอยากจะเข้าร่วมว่าราชการในท้องพระโรง แต่เขาก็ยังปล่อยให้ลูกชายต้องรอเก้ออยู่เช่นนี้”

“ใจของคนเรานั้นช่างยากแท้หยั่งถึง” มู่ไป๋ไป่กล่าวพลางถอนหายใจเบา ๆ

“นั่น… ทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้นตานัก?”

เจ้าส้มหรี่ตามององครักษ์ที่ติดตามองค์รัชทายาทพลางพยายามอย่างหนักที่จะเค้นสมองตัวเองว่าตนนั้นเคยเห็นคนผู้นี้ที่ไหน

“คุ้นหน้าอย่างนั้นหรือ? นั่นไม่ใช่เรื่องปกติหรอกหรือ?”

มู่ไป๋ไป่เหลือบมองคนที่เจ้าแมวตัวโตกำลังมองและอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำพูดของอีกฝ่าย “เจ้าเดินไปทั่ววังหลวงอยู่ทุกวัน มันแปลกตรงไหนถ้าเจ้าจะเคยเห็นองครักษ์ผ่านตาบ้าง”

เจ้าส้มวางอุ้งเท้าสีขาวทั้ง 2 ข้างแล้วส่ายหัวอย่างจริงจัง “ไม่สิ… อ้า ข้าจำได้แล้ว เขาคือคนที่ข้าเห็นในตำหนักลี่เฟยเมื่อครั้งที่แล้ว”

“หา?” เด็กหญิงที่กำลังจะจิบชาชะงักค้างไป “ช้าก่อน คนที่เปลี่ยนยาให้กับลี่เฟยนั้นเป็นผู้ชายหรือ!”

ไม่ว่าเธอจะไร้เดียงสามากแค่ไหน แต่เธอก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับองครักษ์ที่ปรากฏตัวในตำหนักลี่เฟย

และสิ่งที่เจ้าแมวตัวนี้พูดในตอนนั้น… ลี่เฟยถอดเสื้อผ้าออก!

ทันใดนั้นดวงตาของมู่ไป๋ไป่ก็เบิกกว้าง ในขณะที่เธอค่อย ๆ เข้าใจถึงสถานการณ์ทั้งหมด

ช่างดียิ่ง ลี่เฟยกำลังเล่นชู้ลับหลังมู่เทียนฉง!

“ไร้สาระ ก็เห็นกันอยู่เต็มตาว่าเป็นผู้ชาย เจ้ามองเขาเป็นผู้หญิงหรืออย่างไร?” เจ้าส้มมองคนตัวเล็กด้วยสายตาดูหมิ่น “ข้าจำได้แม่นทีเดียว เขาเป็นคนส่งไม้ให้ลี่เฟยตีข้า!”

“ฮึ่ม! ถ้าวันนี้ข้าไม่ล้างแค้น ข้าก็ไม่ขอเป็นแมวอีกต่อไป!”

จบบทที่ บทที่ 29: ภรรยาเล่นชู้ลับหลังสามี

คัดลอกลิงก์แล้ว