เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8: แค่ล้อเล่น

บทที่ 8: แค่ล้อเล่น

บทที่ 8: แค่ล้อเล่น


“เช่นนั้นกระหม่อมขอตัวพาองค์หญิงหกไปส่งก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

หลังจากอวี้เซิ่งพูดจบ เขาก็ย่อตัวลงเพื่อรอให้องค์หญิงหกขึ้นมาบนหลังของเขา

ขณะนี้มือเล็ก ๆ ของมู่ไป๋ไป่จับไปที่หลังของร่างสูงก่อนจะปีนขึ้นไปขี่หลังของอีกฝ่าย

ตอนนี้ท่านพ่อผู้อารมณ์ร้ายของเธอเป็นคนเอ่ยปากสั่งให้คนของตนไปส่งเธอให้ถึงที่หมาย ดังนั้นอวี้เซิ่งจะต้องรับผิดชอบทำตามหน้าที่อย่างเต็มที่ ตราบใดที่เธอไม่ได้ล่วงเกินเขาจนถึงขั้นทำให้เขาทนไม่ไหว นักฆ่าอย่างเขาจะไม่สามารถทำอะไรเธอได้อย่างแน่นอน

ช่างเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง!

หลังจากที่เด็กหญิงปีนขึ้นไปบนหลังของอวี้เซิ่งเรียบร้อยแล้ว เขาก็จับนางไว้ให้อยู่บนหลังอย่างมั่นคง ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังตำหนักขององค์หญิงใหญ่

นอกจากมู่ไป๋ไป่แล้ว ชายหนุ่มที่มีหน้าตาหล่อเหล่าผู้นี้ไม่เคยให้ใครขี่หลังมาก่อนเลย มันจึงทำให้เด็กน้อยหัวสั่นหัวคลอนอยู่บนหลังของอีกฝ่าย

ในขณะที่เด็กหญิงกำลังจะร้องไห้เพื่อเป็นการเรียกร้องให้อีกฝ่ายหันมาสนใจ เธอก็บังเอิญเหลือบไปเห็นรอยแผลเป็นยาวที่หลังคอของเขา แล้วจู่ ๆ อากาศรอบตัวเธอก็เหมือนจะเย็นลงอย่างกะทันหัน

“พี่ใหญ่ แผลเป็นของท่าน…”

พี่ใหญ่?

อวี้เซิ่งถึงกับชะงักฝีเท้า ก่อนจะแค่นเสียงเย็น “ถ้าเจ้าคิดคำพูดดี ๆ ไม่ได้ ก็อย่าได้พูดออกมาจะดีกว่า”

ทว่ามู่ไป๋ไป่ไม่ได้รู้สึกกลัวอีกฝ่ายเลย แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาว่า “ข้าแค่อยากจะถามท่านว่ามันเจ็บมากหรือไม่ ข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย”

“เด็กอย่างเจ้าจะทำอะไรข้าได้?”

อวี้เซิ่งรู้สึกขบขัน นักฆ่าหมายเลข 1 ของมู่เทียนฉงเช่นเขามีทักษะการต่อสู้ที่ไม่มีใครเทียบได้ในใต้หล้า แล้วเด็กตัวเล็ก ๆ อย่างนางจะทำอะไรเขาได้กัน

มู่ไป๋ไป่ลูบคางตัวเองพลางครุ่นคิดด้วยสีหน้าจริงจัง

“ข้าสามารถฉี่รดท่านได้นะ”

“...” คำตอบที่ได้รับทำให้ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก

แล้วรอยยิ้มโง่ ๆ บนใบหน้าของเจ้าตัวเล็กก็ไม่เหมือนเป็นการประชดประชันเลยสักนิด

นั่นทำให้อวี้เซิ่งชะงักค้างไปอีกครั้ง ตัวเขานั้นเป็นถึงนักฆ่าอันดับ 1 ในยามที่ใครมองเห็นเขา คนผู้นั้นจะทำเหมือนกับว่าตัวเองเห็นยมทูตที่พร้อมจะพรากชีวิตของพวกเขาไปได้ทุกเมื่อ

แต่ตอนนี้เขากลับถูกเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งกลั่นแกล้งอย่างนั้นหรือ?

นี่เขาป่วยถึงขั้นทะเลาะกับเด็ก 4 ขวบแล้วหรือ!

แต่เป็นนังหนูคนนี้ต่างหากที่ไร้หัวใจ!

และยังคิดจะฉี่รดเขาอีก

ถ้าฮ่องเต้ไม่ได้เอ่ยปากสั่งให้เขามาส่งมู่ไป๋ไป่ที่นี่ เขาคงจะโยนนางลงแม่น้ำปล่อยให้นางจมน้ำตายไปนานแล้ว!

มู่ไป๋ไป่ที่เห็นท่าทีของอีกฝ่ายก็หัวเราะท้องขัดท้องแข็งไม่หยุด จากนั้นเธอก็โน้มตัวเข้าไปใกล้และเห็นใบหน้าของอวี้เซิ่งกำลังพยายามระงับความโกรธเอาไว้สุดชีวิต เธอจึงเงียบลงไปครู่หนึ่ง

เพราะถ้าหากเธอกล้าหัวเราะต่อไปละก็ เจ้าก้อนน้ำแข็งนี้คงจะกินเธอทั้งเป็น

“ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ใช่คนประเภทที่ฉี่ไม่เลือกที่” มู่ไป๋ไป่ตบหน้าอกตัวเองเป็นการให้ความมั่นใจแก่อีกฝ่าย “ข้าแค่ล้อท่านเล่นน่ะ”

ล้อข้าเล่นหรือ?

ตัวเขานั้นฆ่าคนไปมากกว่าที่นางจะคาดถึงเสียอีก แต่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ นี่กลับกล้าล้อเล่นกับเขาอย่างนั้นหรือ?

ดูเหมือนว่าชื่อเสียงที่สั่งสมมาตลอดจะไม่นับเป็นอะไรในสายตาของเจ้าตัวเล็กวัย 4 ขวบคนนี้ นั่นทำให้ความโกรธยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น

ตอนนี้ข้าจะบีบคอนางไม่ได้เด็ดขาด!

อวี้เซิ่งพยายามท่องประโยคนี้ในหัวซ้ำ ๆ

“หุบปาก!”

แล้วความขุ่นเคืองทั้งหมดในใจก็กลั่นออกมาเป็นคำพูดเพียง 2 คำ

พอมู่ไป๋ไป่ได้ยินคำพูดที่อัดแน่นไปด้วยโทสะ เธอจึงรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง พร้อมกับตอบรับด้วยน้ำเสียงอู้อี้ที่เล็ดลอดออกมาระหว่างช่องว่างของนิ้วเล็ก ๆ

“อ้าอุดอู้ดแอ๊ว (ข้าหยุดพูดแล้ว)”

อวี้เซิ่งแค่นเสียงเย็นชาในลำคอว่า “ถ้าเจ้าส่งเสียงออกมาอีกละก็… ข้าจะฆ่าเจ้าแล้วโยนให้สุนัขกินซะ!”

“...” เด็กน้อยไม่กล้าแม้กระทั่งหายใจแรง ๆ ด้วยซ้ำ

ปัจจุบันมู่ไป๋ไป่กำลังขี่อยู่บนหลังของชายคนหนึ่งที่ต้องการจะฆ่าตนและโยนให้สุนัขกิน มันทำให้เธอยิ่งรู้สึกว่าสถานการณ์นี้อันตรายถึงชีวิต

แม้ว่าเขาจะมาส่งเธอตามพระบัญชาของฮ่องเต้ แต่ชายคนนี้ก็เป็นนักฆ่าที่ไร้ความรู้สึกคนหนึ่ง หากเขาขาดสติขึ้นมา เธอก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรได้บ้าง

“หยุดแล้ว หยุดแล้ว…”

ตอนนี้การรักษาชีวิตเอาไว้เป็นเรื่องสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

ดูเหมือนว่าการที่อวี้เซิ่งจะแบกใครสักคนไว้บนหลังแล้วเดินทางไกลนั้นจะเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก ในเวลาเพียงไม่นาน เขาก็เดินมาถึงประตูตำหนักขององค์หญิงใหญ่แล้ว

หลังจากที่ชายหนุ่มวางคนที่เกาะอยู่ด้านหลังลง มู่ไป๋ไป่ก็เหลือบมองขายาว ๆ ของคนตรงหน้า ก่อนจะก้มมองขาป้อมสั้นของตัวเองสลับไปมา

สั้นชะมัด สั้นจริง ๆ เลยแฮะ

ขาของอวี้เซิ่งเหมือนต้นไผ่ที่สูงชะลูด ในขณะที่ขาของตัวเธอนั้นเหมือนหน่อไม้ที่แตกออกมาจากพื้นดินใหม่ ๆ ในฤดูหนาว

และเนื่องจากเพศสภาพประกอบกับอะไรหลาย ๆ อย่าง เธอคิดว่าตอนที่ตัวเองโตขึ้น เธอคงจะสูงได้มากสุดเพียง 150 ซม.เท่านั้น

ทั้ง ๆ ที่พ่อของเจ้าของร่างนี้ก็ตัวสูงเหมือนกัน แต่ทำไมยีนเด่นถึงไม่สืบทอดมาถึงลูกเลยล่ะ?

“องค์หญิงหก เชิญเข้าไปด้านในเองเถอะ”

อวี้เซิ่งทำหน้าเย็นชาและหันหลังเดินออกไปหลังจากกล่าวจบ

มู่ไป๋ไป่ที่เห็นเช่นนั้นก็ทำหน้างุนงง

นี่มันอะไรกันเนี่ย?

นักฆ่าอันดับ 1 เดินมาส่งเธอโดยการแบกเอาไว้บนหลัง นี่ไม่ใช่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ในสายตาของคนอื่นหรอกหรือ ถึงอย่างไรสถานะของเธอตอนนี้ก็ไม่ได้ต่ำต้อยขนาดนั้น

“ไม่สิ ท่านจะต้องส่งข้าเข้าไปด้านใน” ยามนี้น้ำเสียงของเด็กหญิงฟังดูเด็ดเดี่ยวมาก

“ข้าไม่ไป”

อวี้เซิ่งไม่แม้แต่จะชายตามองเด็กน้อยด้วยซ้ำ เขายังคงก้าวเดินออกไปในทิศทางตรงกันข้าม

มู่ไป๋ไป่ที่เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งไปกางแขนขวางคนตัวสูงกว่า ในขณะที่ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเว้าวอน

“ขอร้องท่านล่ะ น้าาา~ นะพี่ใหญ่”

“...” ชายหนุ่มยังคงยืนเงียบ ๆ

เจ้าตัวเล็กนี่กำลังทำอะไรอยู่? นางพยายามเสแสร้งหรือกำลังออดอ้อนเขาอยู่อย่างนั้นหรือ?

แล้วอีกอย่าง ช่วยเลิกเรียกเขาว่าพี่ใหญ่ได้หรือไม่?

นางเป็นถึงองค์หญิง นางจะไปซี้ซั้วเรียกคนอื่นว่าพี่ใหญ่เช่นนี้ไม่ได้ มันไม่เหมาะสม การทำแบบนี้เขาจะไม่กลายเป็นลูกชายของมู่เทียนฉงหรอกหรือ?

ใครจะไปอยากเป็นลูกชายของฮ่องเต้คนนั้นกัน

พอมู่ไป๋ไป่เห็นว่าอวี้เซิ่งเอาแต่นิ่งเงียบ เธอจึงรีบยื่นข้อเสนอออกไปว่า “พี่ใหญ่ หากท่านยอมส่งข้าเข้าไปด้านใน ข้าจะช่วยพูดถึงท่านดี ๆ ต่อหน้าท่านพ่อ และข้าจะไม่มีวันลืมที่จะคอยส่งเสริมท่าน”

“...” ฝ่ายที่ได้ยินยังคงยืนเงียบ

แต่คราวนี้คิ้วรูปกระบี่ที่งดงามของเขากำลังขมวดเข้าหากันแน่น แล้วสายตาคมดุก็มองเจ้าตัวเล็กตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า

จากสารรูปของเด็กผู้หญิงคนนี้ นางยังเอาตัวเองแทบไม่รอด นี่นางฝันกลางวันอยู่หรืออย่างไร

แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าจะคอยส่งเสริมเขาอีก นักฆ่าหมายเลข 1 ที่ผู้คนต่างยำเกรงเช่นเขานั้นจำเป็นจะต้องประจบสอพลอเพื่อให้ได้รับตำแหน่งอีกหรือ?

นังหนูคนนี้ช่างน่าทึ่งเสียจริง

แล้วชายหนุ่มก็แค่นเสียงเยาะเย้ยในลำคอ “เอาเถอะ เชิญ”

ชายหนุ่มเพียงอยากจะรู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ต้องการจะเล่นลูกไม้อะไรกันแน่

“ไชโย!” มู่ไป๋ไป่กระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุขพลางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ว่า “ดูท่าแม้แต่นักฆ่าอันดับ 1 ก็ยังยอมอ่อนลงเพื่อแลกกับอำนาจ”

“เจ้าพูดว่าอะไรนะ?” อวี้เซิ่งถามขณะจับจ้องไปที่เด็กน้อยตรงหน้า

“ไม่มีอะไร ข้าไม่ได้พูดอะไรเลย พี่ใหญ่ ท่านหูฝาดไปหรือไม่?”

ปากเล็ก ๆ รีบอธิบายด้วยความตื่นตระหนกเพราะกลัวว่าการกระทำที่เลินเล่อจะทำให้ตัวเองต้องเสียใจไปตลอดกาล

“เลิกเรียกข้าว่าพี่ใหญ่ได้แล้ว”

อวี้เซิ่งเดินผ่านเด็กหญิงและก้าวเข้าไปในประตูตำหนักขององค์หญิงใหญ่

“ทำไมจะเรียกไม่ได้ล่ะ?”

มู่ไป๋ไป่ยังคงมีสีหน้าสงสัยแล้วรีบคว้าชายเสื้อของอีกคนขณะที่เดินตามเขาเข้าไป

เนื่องจากการถูกคว้าจับชายเสื้ออย่างกะทันหันจึงทำให้ดวงตาของอวี้เซิ่งมืดลง

จังหวะที่เขากำลังจะสะบัดมือเล็กออก เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนด้วยความประหลาดใจ

“ว้ายยย! องค์หญิงใหญ่! คุณชายอวี้เซิ่งมาแล้ว! และเขายังพา… แม่เจ้า!!”

ทันใดนั้นก็มีเสียงกล่องเครื่องประดับถูกปิดเสียงดัง ตามด้วยฝีเท้าที่ฟังดูเร่งรีบ

เมื่อมองไปที่ตำหนักขององค์หญิงใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างงดงาม ผู้หญิงคนหนึ่งในชุดกระโปรงสีม่วงอ่อนก็ปรากฏตัวออกมาที่บานประตู ขณะที่ดวงตาซึ่งดูอ่อนโยนและไร้เดียงสาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องไปยังชายผู้มาเยือน

มู่เชียนมองเมินมู่ไป๋ไป่แล้ววิ่งไปหาอวี้เซิ่ง นางช้อนตามองไปที่อีกฝ่ายแล้วถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจว่า “อวี้เซิ่ง เสด็จพ่อเรียกหาข้าอย่างนั้นหรือ?”

ดวงตาของอวี้เซิ่งเย็นชาเหมือนปกติและเขาก็ก้าวไปด้านข้างอย่างสงบ “ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมาที่นี่เพื่อพาองค์หญิงหกมาส่ง”

มาส่งองค์หญิงหกอย่างนั้นหรือ?

มู่เชียนเพิ่งรับรู้ถึงการมีตัวตนของมู่ไป๋ไป่

พลันใบหน้าที่เคยสดใสจู่ ๆ ก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาและแฝงไปด้วยความโกรธ

“นี่เจ้า! นังเด็กไม่ได้ความ เจ้ายังจำได้ด้วยหรือว่าต้องมาที่นี่ แหกตาดูเสียบ้างว่าตอนนี้กี่โมงกี่ยามแล้ว นี่เจ้ากำลังหมิ่นเกียรติองค์หญิงเช่นข้าอย่างนั้นหรือ?”

มู่เชียนแปลงร่างกลายเป็นเหมือนเสือที่กำลังคำราม แล้วนางก็เอาความโกรธทั้งหมดไปลงที่เด็กหญิง

มู่ไป๋ไป่หดหัวพร้อมกับห่อไหล่ลงทันที พี่สาวคนนี้ร้ายยิ่งกว่าที่เธอจินตนาการเอาไว้เสียอีก

องค์หญิงใหญ่ยิ่งรู้สึกโมโหมากขึ้นเมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ของอีกฝ่าย นางจึงหยิบถ้วยน้ำชาบนโต๊ะข้าง ๆ ขึ้นมา แล้วเงื้อมือขึ้นหมายจะปามันใส่หัวของมู่ไป๋ไป่

อวี้เซิ่งที่เห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “องค์หญิงใหญ่ หากพระองค์คิดจะลงมือก็ควรจะเด็ดขาดกว่านี้ อย่างน้อยก็ควรจะฟาดนางให้ตายในคราวเดียว”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ขำตรงจะฉี่รดนักฆ่า หนูลูก 55555

จบบทที่ บทที่ 8: แค่ล้อเล่น

คัดลอกลิงก์แล้ว