- หน้าแรก
- รัตติกาลอันตราย
- บทที่ 140 พัฒนาการ (4)
บทที่ 140 พัฒนาการ (4)
บทที่ 140 พัฒนาการ (4)
"..." หลี่ยู่หงเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงาร้าย
หลังสนทนากันสิบกว่านาที เขาได้รับการยืนยันว่าข้อมูลที่จางคายจวินให้มานั้นถูกต้องแม่นยำทุกประการ
"พักผ่อนให้เต็มที่เถอะ" ทิ้งคำพูดไว้ เขาหมุนตัวกลับค่ายพัก
การช่วยชีวิตหมอซูเป็นเพียงเหตุการณ์แทรกเล็กๆ เท่านั้น
การที่มีคนแปลกหน้าสองคนอยู่แถวค่ายพักทำให้โจวเสวียกวงและเอเซนนารู้สึกอยากรู้อยากเห็น
ด้วยในสภาพแวดล้อมที่สิ้นหวังเช่นนี้ การมีคนเพิ่มขึ้นสองคนกะทันหัน ย่อมทำให้รู้สึกตื่นเต้นแปลกใหม่
ในช่วงเวลาที่ตามมา ก่อนฟ้ามืด ติ้งเสว่ยทั้งสองได้มาสำรวจรอบนอกค่ายพัก
พวกเธอไม่กล้าเข้าใกล้เกินไป เพียงมองผ่านม่านหมอกจากระยะไกล เห็นว่าในค่ายมีกระท่อมไม้สามหลัง ตรงกลางมีแสงไฟส่องสว่างตลอดทั้งวัน
ทั้งสองคนตกตะลึง กลับไปยังเปลญวนด้วยความเงียบงัน
"พวกเขา... มีไฟฟ้าด้วยเหรอ!? ที่กลางป่าแบบนี้ พวกเขาหาไฟฟ้ามาจากที่ไหน? ตอนนี้แสงอาทิตย์ก็น้อยลงเรื่อยๆ" เย่าเฟย์หลิงอดไม่ไหวที่จะตั้งคำถาม
แม้จะผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วนับจากที่พวกเธอพบแสงไฟ เธอยังคงมีสีหน้าประหลาดใจราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ตาเห็น
"น่าจะมีเครื่องจักรไฟฟ้านิวเคลียร์ ฉันไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์กำลังสูงที่ใช้น้ำมัน และไม่เห็นกระแสน้ำแถวนี้" ติ้งเสว่ยมีสีหน้าตกตะลึงเหมือนกับอีกฝ่าย
"มีน้ำ มีอาหาร ยังมีไฟฟ้า... น่าอัศจรรย์ใจที่ค่ายนี้อยู่รอดมาได้นานในสถานที่แบบนี้" เย่าเฟย์หลิงกล่าวเสียงเบา
"รอดูสักหน่อยก่อน" ติ้งเสว่ยรู้ว่าเธอกำลังสนใจ หากได้เข้าร่วมค่ายนี้ คุณภาพชีวิตของพวกเธอจะพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน อย่างน้อยก็หลุดพ้นจากความยากลำบากในการหาน้ำดื่มตลอดเวลา
"ต้องดูว่าผู้ชายคนนั้นมีนิสัยเป็นยังไง ถ้าไม่มีปัญหา พวกเราเข้าร่วมค่ายเขาก็ไม่เสียหายอะไร" เย่าเฟย์หลิงกล่าวอย่างมั่นใจ
พวกเธอมีความมั่นใจพอที่จะพูดแบบนี้
นอกจากความสวยงาม ทั้งสองเป็นหนึ่งในสองสามคนจากผู้รอดชีวิตบนรถที่เป็นนักรบเสริมกำลังหินเรืองแสง
ผนวกกับการฝึกอบรมด้านทักษะทหารจากองค์กรสมาคมลับพี่น้องสตรี ในสภาพแวดล้อมโหดร้ายเช่นนี้ ไม่ว่าจะอยู่ค่ายไหน พวกเธอล้วนเป็นที่ต้อนรับอย่างแน่นอน
"เฮ้อ" ติ้งเสว่ยถอนหายใจ ไม่พูดอะไร อนาคตที่มองไม่เห็น ความหวังทำให้เธอหลายครั้งแทบอยากตายอยู่ในภัยดำนี่
อย่างไรก็ตาย การมีชีวิตอยู่ก็เป็นเพียงความทรมาน
***
การมาถึงของซูหรูอิ๋ง ไม่ได้นำการเปลี่ยนแปลงอะไรมาสู่ค่ายพักเหยเฟิงของหลี่ยู่หง
เขายังคงฝึกวิชาขาทุกวันตามปกติ ฝึกกำลังภายใน รอให้การเสริมกำลังคัมภีร์พลังภายในเสร็จสิ้น พร้อมกันนั้นก็รอหลี่รุ่นซานนำสัญลักษณ์คุ้มครองใหม่กลับมา
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า สองสาวที่อยู่นอกค่ายพักได้รับสิ่งของยังชีพสองวันตามที่ตกลงกับหลี่ยู่หง แล้วก็ไม่ได้มารบกวนอีกเลย
พวกเธอปักหลักอาศัยอยู่บนเปลญวนกลางอากาศจริงๆ
ยังคงเสริมความแข็งแรงให้เปล หากิ่งไม้ยาวหลายท่อน เริ่มเพิ่มฐานรองรับใต้เปล แทนที่จะใช้เชือกรับน้ำหนักเพียงอย่างเดียว
หลี่ยู่หงบางครั้งส่งกิ้งก่าน้ำพิษออกลาดตระเวน ได้เห็นพวกเธอสองสามครั้ง สังเกตเห็นว่าพวกเธอหาข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันจากกระเป๋าเป้ใบใหญ่ นำไปแขวนไว้บนต้นไม้ ยากลำบากแต่ก็รักษาจังหวะชีวิตประจำวันขั้นพื้นฐานได้
เขาจึงไม่สนใจพวกเธออีก
สี่รอบเวลา เกือบเดือน เขาต้องเพิ่มพูนพลังภายในให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อรับมือกับภัยดำระดับอันตรายสูงที่อาจปรากฏได้ทุกเมื่อ
คนเร็ว มวลปรสิตเลือด และอสูรปรสิต ภัยดำระดับอันตรายสูงทั้งสามประเภทล้วนรับมือได้ยากยิ่ง
ห้าวันผ่านไปในพริบตา
อาการบาดเจ็บของซูหรูอิ๋งดีขึ้นมากภายใต้การดูแลโภชนาการที่เพียงพอ แม้จะไม่สามารถหายสนิท แต่ความเจ็บปวดและการอักเสบลดลง
เธอเริ่มเดินวนเวียนในค่ายพัก พึมพำอะไรบางอย่างที่ฟังไม่ได้ศัพท์
วันที่หก
หลี่ยู่หงสวมชุดเกราะฮุยซื่อที่ซักล้างสะอาด พกอาวุธปืน แผ่นสัญลักษณ์ เครื่องตรวจค่า และระเบิดมือ
สวมแว่นตากันลม ดึงหน้ากากขึ้น ปกปิดใบหน้าทั้งหมด
กริ๊ก
เขาเปิดประตูไม้ เดินออกจากถ้ำ
ในช่วงหลายวันมานี้ เขาไม่ได้อยู่เฉยๆ จมอยู่กับการฝึกฝนเพียงอย่างเดียว
หกวันที่ผ่านมา กิ้งก่าน้ำพิษของเขาฟักออกจากไข่ทั้งหมด และมีสามตัวที่เติบโตเต็มวัย ขนาดเท่าแมวหรือสุนัข
รวมทั้งหมดเก้าตัว จำนวนถึงขีดจำกัดแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะทำสิ่งที่วางแผนไว้
เข้ามาในลานบ้าน ทักทายโจวเสวียกวงที่กำลังคุยเล่นกับหมอซู ยัดแท่งอาหารโปรตีนให้เอเซนนาที่กำลังฝึกเขียนหนังสืออย่างยากลำบาก
เขาออกจากลานบ้าน ออกจากเขตปลอดภัย
ในช่วงหลายวันนี้ เขาแทบจะออกไปทุกวัน โจวเสวียกวงและหนานาคุ้นชินแล้ว ไม่ได้ถามอะไร
แต่วันนี้แตกต่าง
หลี่ยู่หงรู้สึกถึงพลังภายในของขาสายฟ้าคำรามสองกระแสที่เต็มเปี่ยมภายในร่างกาย กระแสที่สามกำลังค่อยๆ ก่อตัว
"คราวนี้ จะทำความสะอาดพื้นที่รอบๆ ในรัศมีสองร้อยเมตรให้หมด เปลี่ยนทั้งหมดให้เป็นเขตปลอดภัย"
แม้ภัยดำระดับอันตรายสูงเมื่อมาถึงจะปกคลุมและขับไล่ภัยดำระดับต่ำชั่วคราว แต่เมื่อภัยดำระดับอันตรายสูงจากไป สภาพรอบข้างก็จะกลับสู่สภาพเดิม
ดังนั้นครั้งนี้ เขาตั้งใจจะฝึกฝนพลังของตัวเองไปพร้อมกับกำจัดภัยคุกคามรอบข้างให้หมดสิ้น ไม่ใช่แค่วิญญาณหลอน แต่รวมถึงสิ่งที่ยุ่งยากกว่าที่กิ้งก่าน้ำพิษจัดการไม่ได้
ส่วนพลังและเทคนิค โดยเฉพาะวิชาขา เขาได้ฝึกฝนเบื้องต้นและเรียนรู้ท่าใหม่ทั้งหมดแล้ว เหมาะสำหรับการทดสอบในตอนนี้
ด้วยพลังภายในที่ปรับปรุงใหม่ สามารถโจมตีวิญญาณหลอนได้โดยตรง
หลังจากการเสริมกำลังต่อเนื่องหลายครั้งโดยตราประทับดำ ตอนนี้พลังภายในตอบสนองความต้องการของหลี่ยู่หงได้อย่างสมบูรณ์
ฮึ่ม!
หลี่ยู่หงผ่อนลมหายใจยาว ไอขาวพุ่งออกจากวาล์วหายใจไปทั้งสองด้าน
อากาศหนาวเย็นลงเรื่อยๆ เขาหยิบเครื่องตรวจขึ้นมา เปิดสวิตช์ อุณหภูมิแสดงออกมา หกองศาเซลเซียส
ค่าแดง 42.531
เก็บเครื่องตรวจกลับเข้าที่เอว หลี่ยู่หงก้าวเดิน กำลังจะเริ่มภารกิจวันนี้
ทันใดนั้น เสียงเบาๆ ดังมาจากป่าด้านหน้าทางขวา
"ออกมา" หลี่ยู่หงหยุดฝีเท้า มือแตะเบาๆ ที่ปืนพกกำลังสูงที่เสริมกำลังซึ่งเหน็บอยู่ที่เอว
ในม่านหมอก ร่างอรชรในชุดสีเทาขาวค่อยๆ เดินออกมา
ร่างนั้นไม่ได้ดึงหน้ากากและแว่นตากันลม เผยใบหน้าซีดขาวที่จริงจังและสะอาดสะอ้าน
"ฉันเอง ติ้งเสว่ย" หญิงสาวเอ่ยเสียง เธอเม้มริมฝีปาก ใบหน้าจริงจัง ต่างจากเย่าเฟย์หลิง แม้จะมีโครงหน้าเพรียวงามและดูแลตัวเองอย่างสะอาดสะอ้านเช่นกัน แต่บุคลิกให้ความรู้สึกจริงจังเคร่งขรึมอยู่เสมอ
"มีอะไรเหรอ?" หลี่ยู่หงถามเสียงนิ่ง
สองคนนี้ยังไม่ได้สร้างความไว้วางใจมากพอสำหรับเขา อาหารสองวันที่ให้พวกเธอไปก่อนหน้านี้ก็ถือว่าใจดีมากแล้ว
"พวกเราหาแหล่งน้ำรอบๆ ทั่วแล้ว แต่ไม่พบ ตอนนี้น้ำในค่ายเราใกล้หมดแล้ว จะช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมว่าแหล่งน้ำอยู่ที่ไหน?" ติ้งเสว่ยพนมมือ มีท่าทีวิงวอนเล็กน้อย
"ได้ แต่ไม่ใช่ให้ฟรี พวกคุณต้องมีอะไรมาแลกเปลี่ยน" หลี่ยู่หงพยักหน้า ในค่ายพักของเขามีน้ำประปาเปิดตลอด เมื่อต้องการก็เพียงเปิดก๊อกใช้ได้ตามใจ แต่ต้องต้มให้เดือดก่อนจึงจะดื่มได้
"พวกเราช่วยลาดตระเวนรอบค่ายพักได้" เสียงของเย่าเฟย์หลิงดังมาจากด้านหลังเล็กน้อย เธอเดินออกมาจากม่านหมอก ตะโกนเสียงดัง
"พวกเราสองคนเป็นนักรบเสริมกำลัง ผ่านการฝึกแบบทหาร ในยามคับขัน การยืนอยู่ฝั่งคุณจะมีประโยชน์มาก"
จริงๆ แล้ว เธอกับติ้งเสว่ยได้แอบลาดตระเวนรอบๆ มาพักหนึ่ง ตอนแรกตื่นเต้นมาก พกแผ่นสัญลักษณ์และก้อนหินเรืองแสง คิดว่าจะเจอวิญญาณหลอน ไม่คาดว่าเดินวนหลายรอบกลับไม่เห็นแม้แต่เงา
ตอนนี้ได้ยินว่าต้องนำสิ่งของมาแลกน้ำ เธอจึงกระตุกความคิดทันที อาสาออกมาพูด
"จริงๆ แล้ว หลายวันนี้พวกเราลาดตระเวนรอบๆ ตลอด คุณไม่สังเกตหรือว่ารอบๆ เงียบลงมาก? ปลอดภัยขึ้นเยอะ! ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเราคอยลาดตระเวนรอบๆ พวกคุณจะนอนหลับสบายขนาดนี้ได้ยังไง?" เย่าเฟย์หลิงตะโกนบอก
หลี่ยู่หงมองเธอ สายตาหยุดอยู่ที่ส่วนโค้งเว้าอันโดดเด่นที่หน้าอกของเธอครู่หนึ่ง
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขาสั่งกิ้งก่าน้ำพิษลาดตระเวนรอบๆ ไม่หยุด กำจัดวิญญาณหลอน และบางครั้งก็เห็นสองสาวนี้ด้วย
ไม่คาดว่าความดีความชอบของกิ้งก่าน้ำพิษพลิกกลายเป็นของเธอในพริบตา
"พอเถอะ หลิง" ติ้งเสว่ยตบไหล่เพื่อน รีบหันไปยิ้มให้หลี่ยู่หงอย่างเขินอาย "ขอโทษด้วย พวกเราลาดตระเวนรอบๆ จริงๆ แต่ไม่ได้เจอปัญหาอะไร เธอพูดเกินจริงไปหน่อย"
คนนี้ยังพอซื่อตรงอยู่บ้าง
หลี่ยู่หงยกระดับความเห็นที่มีต่อเธอขึ้นอีกระดับในใจ
ส่วนอีกคนนั้น สติปัญญาคงงอกงามอยู่ที่หน้าอกหมดแล้ว
"ดูกันไปอีกสักพัก"
เขาไม่ต้องการรับเย่าเฟย์หลิงเข้ามา แต่ชื่นชมความหนักแน่นของติ้งเสว่ย หากรับได้แค่คนเดียวก็จะดีที่สุด แต่ดูเหมือนสองคนนี้คงไม่แยกจากกัน
"เฒ่าโจว" เขาหมุนตัวกลับไปที่รั้วลาน กระซิบอะไรบางอย่างกับโจวเสวียกวงที่ออกมาดูความเคลื่อนไหว
โจวเสวียกวงมองติ้งเสว่ยทั้งสองด้วยความอยากรู้อยากเห็น พยักหน้า หมุนตัวไปที่ข้างถ้ำเปิดก๊อกน้ำ
ซู่!
น้ำประปาใสสะอาดไหลลงถังไม้อย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นเสียงน้ำกระเซ็นเบาๆ
เสียงนี้เข้าหูติ้งเสว่ยและเย่าเฟย์หลิง
ทั้งสองเบิกตากว้าง ไม่ทันที่ติ้งเสว่ยจะพูดอะไร เย่าเฟย์หลิงหันตัวทันที ปีนขึ้นต้นไม้ข้างตัวอย่างว่องไว
เธอปีนเก่งอย่างยิ่ง เพียงพริบตาก็ขึ้นไปอยู่บนกิ่งไม้สูงสามเมตร ยืนบนกิ่ง มองเข้าไปในลานค่ายพัก
"โอ้แม่เจ้า! น้ำประปา!! ข้างในมีน้ำประปาด้วย!!!" ทันทีที่เห็นภาพเบื้องหน้า เธอร้องตะโกนอย่างตกตะลึงทันที
น้ำประปา!?
ติ้งเสว่ยที่อยู่ข้างล่างตกใจ รีบหันไปมองหลี่ยู่หง แต่กลับพบว่าเขายืนนิ่งไม่สะทกสะท้าน ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ และไม่ได้ปฏิเสธ
เธอสงสัยว่าเย่าเฟย์หลิงอาจมองผิด แต่เมื่อรอสักพักแล้วอีกฝ่ายยังไม่แก้ไขคำพูด ยังคงจ้องลานบ้านอย่างตกตะลึง หัวใจเธอก็พองโตขึ้นทันที
"คุณหลี่ ที่นี่มีน้ำประปาจริงๆ เหรอ??!" เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย
เธอเป็นคนช่างสังเกต ก่อนหน้านี้จากการสนทนาระหว่างหมอซูกับหลี่ยู่หง เธอได้รู้ชื่อของเขา จึงถามออกมาตรงๆ
"ผมติดตั้งระบบจ่ายน้ำเอง จะเรียกว่าน้ำประปาก็ได้ แต่ไม่มีการฆ่าเชื้อและกรองหลายขั้นตอนแบบในเมือง ดื่มตรงๆ ไม่ได้" หลี่ยู่หงตอบอย่างสงบ
"!!!" ติดตั้งเอง!!?
ติ้งเสว่ยและเย่าเฟย์หลิงมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปทันที
น้ำประปา!!
นั่นเป็นสิ่งที่มีได้เฉพาะในเมืองเท่านั้น!! แต่เขากลับติดตั้งเองได้!?
อารมณ์ในใจทั้งสองพุ่งพล่านขึ้นราวกับอัดลมเข้าไป รู้สึกคับอกคับใจไปด้วยความตื่นเต้นที่ไม่อาจระบายออกมาได้ในทันที
น้ำประปา! บวกกับไฟฟ้าที่เห็นตั้งแต่แรก
มีทั้งน้ำและไฟฟ้า!
ในชั่วพริบตา ความคิดมากมายผุดขึ้นในใจติ้งเสว่ย
เธอรู้ดีว่าในสภาพแวดล้อมสิ้นหวังเเบบนี้ มีคนมากมายที่ไม่ได้ตายในมือวิญญาณหลอน เพราะจริงๆ แล้ววิญญาณหลอนไม่ได้มีมากขนาดนั้น คนส่วนใหญ่ตายเพราะขาดอาหารและน้ำดื่มต่างหาก
และค่ายพักที่มีทั้งน้ำและไฟฟ้าอย่างของหลี่ยู่หง เพียงแค่รับประกันความปลอดภัยอีกเล็กน้อย ก็เป็นที่พักพิงในฝันของผู้รอดชีวิตทุกคนแล้ว
ในฐานที่มั่นกลางแจ้งที่ผ่านมา ที่ถูกแย่งชิงกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าระหว่างกลุ่มต่างๆ ก็เพราะมีทั้งน้ำและไฟฟ้านี่เอง ไม่จำเป็นต้องมีทั้งสองอย่าง แค่มีแหล่งที่มั่นคงสำหรับอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็เพียงพอจะก่อให้เกิดการแย่งชิงอย่างดุเดือด
เมื่อเห็นน้ำประปาที่ไหลไม่ขาดสาย ณ ขณะนี้ ความคิดเดียวกันพุ่งวาบขึ้นในใจทั้งสอง -- ต้องเข้าร่วมค่ายนี้!
เข้าร่วมค่ายพักนี้ให้ได้!