- หน้าแรก
- การเดินทางข้ามเวลาของอู่ชื่อ
- ตอนที่ 49 อู่ชื่อถูกประท้วง
ตอนที่ 49 อู่ชื่อถูกประท้วง
ตอนที่ 49 อู่ชื่อถูกประท้วง
…เสียงโห่ร้องดังระงมขึ้นอีกครั้ง
“เจ้านาย ทำแบบนี้ เกี๊ยวกับเนื้อของเราไม่มีทางขายออกแน่ ๆ เลยนะ! ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูผู้มีความรู้ หรือผู้มีฐานะ ชอบเข้าสังคม และผู้ที่รู้จักซูตงโพเข้า พวกเขาอาจจะเผาโรงเตี๊ยมของเราก็เป็นได้!”
หวังฉางกุ้ยพูดพร้อมสีหน้าขมขื่น
อู่ชื่อแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ถ้าเผาจริงก็ดีสิ! ข้าจะได้ฉวยโอกาสไถเงินพวกนั้นซักคนละพันตำลึง! ช่วงนี้พวกนั้นมีเงินเยอะอยู่แล้ว!”
อู่ชื่อเป็นเจ้าของกิจการ ทุกอย่างในที่นี้ล้วนขึ้นอยู่กับคำสั่งของเขา
ในที่สุด เนื้อมนุษย์ในรูปของเกี๊ยวและเนื้อตงโพก็ได้ถูกนำขึ้นเป็นเมนูใหม่ของโรงเตี๊ยม
หวังฉางกุ้ยรีบบอกให้ลูกจ้างคนหนึ่งไปหาเจียงหมู่ช่างแกะสลักประจำเมือง “รีบให้เขาแกะป้ายใหม่ขึ้นมาโดยเร็ว ถ้าทำเสร็จทันเวลา เราจะจ่ายเงินเพิ่มให้!”
ลูกจ้างผงกศีรษะ กำลังจะรีบออกไป อู่ชื่อกลับยื่นมือมาขวางไว้ “ทำไมต้องยุ่งยากไปหาเขาแกะป้ายด้วยล่ะ?”
หวังฉางกุ้ยตอบว่า ทุกครั้งที่มีการเปิดตัวเมนูใหม่ พวกเขามักแขวนป้ายที่เขียนชื่อเมนูไว้ในโถงใหญ่ เพื่อให้ลูกค้าเห็นได้ชัด
อู่ชื่อได้ฟังแล้วส่ายหน้า “ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้น เอาพู่กันมา ข้าจะเขียนเอง!”
เพราะตอนที่อู่จื้ออยู่ที่วัดเส้าหลิน เขามักถูกลงโทษให้คัดลอกพระสูตรอยู่บ่อย ๆ ช่วงหลังยังถูกส่งไปทำงานที่โรงแกะสลักใกล้ ๆ ตัวหนังสือแบบไหนเขาก็เขียนได้หมด ไม่ว่าจะเป็นแบบซ่ง ไค หรือซินเว่ย! สำหรับเขา งานนี้ไม่ยากเกินกำลัง
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม
คฤหาสน์ตระกูลซีเหมิน
“ไม่ดีแล้ว! ไม่ดีแล้วเจ้าค่ะ!” เสียงเล็ก ๆ ของเสี่ยวเถา ดังลั่นขณะที่นางวิ่งพรวดพราดเข้ามาในเรือนชั้นใน นางดันประตูเปิดแรง ๆ ก่อนพุ่งเข้าไปหาอู๋เยวี่ยเหมยและหลี่ชิงจ้าว
“คุณหนู! คุณหนูรอง! เรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!”
หลี่ชิงจ้าวนั่งนิ่ง สีหน้าเรียบเฉย นางกล่าวด้วยเสียงอ่อนโยน “เสี่ยวเถา เจ้าเป็นสาวใช้ใกล้ชิดของเยวี่ยเหมย นับเป็นหน้าตาของนาง ในอนาคตเจ้าต้องแต่งงานเข้าบ้านเศรษฐีใหญ่ มีโอกาสได้เลื่อนเป็นอนุภรรยา ควรเรียนรู้ความสุขุม รอบคอบ ไม่ควรลนลาน หากเจอเรื่องใหญ่แค่ไหน ก็ค่อย ๆ พูดออกมา ไม่เช่นนั้นจะถูกผู้คนหัวเราะเยาะได้”
เซียวเถารีบส่ายหัวปฏิเสธ “คุณหนูรอง ไม่ใช่แบบนั้นเจ้าค่ะ! ครั้งนี้เรื่องสำคัญจริง ๆ!”
“เมื่อครู่นี้ ข้าพึ่งได้ยินจากคุณนายบอกว่า นักปราชญ์ทุกคนในเมืองหยางกู่กำลังรวมตัวกันอยู่ที่โรงเตี๊ยมสือจื่อโหล แถมยังว่ากันว่าตอนนี้พวกเขากำลังขายเนื้อของท่านซูต้าเซียงกงที่นั่น!”
“เจ้าว่าอะไรนะ!?”
ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งราวกับบ่อน้ำลึกของหลี่ชิงจ้าวจู่พลันเปลี่ยนไปทันที นางลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว!
ซูต้าเซียงกงที่เสี่ยวเถากล่าวถึงนั้นคือ ซูซือ หรือ ซูตงโพ!
ในยุคนี้ คำว่า “เซียงกง” ไม่ใช่คำที่ใครก็ใช้เรียกได้ง่ายๆ!
ในสมัยถัง คำนี้มีไว้เรียกขุนนางใหญ่ระดับอัครมหาเสนาบดีเท่านั้น!
แต่ในยุคนี้ บุคคลที่จะถูกเรียกด้วยคำนี้ได้ ต้องเป็นผู้มีชื่อเสียงและเกียรติยศสูงส่งจนคนทั่วไปต้องยอมรับ!
สำหรับหลี่ชิงจ้าวแล้ว ซูซือไม่ใช่เพียงแค่นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ยังเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาความรู้ให้บิดาของนาง และเป็นอาจารย์ที่เคารพนับถือของนางด้วย!
ในใจลึกๆ หลี่ชิงจ้าวนับถือซูซือเสมือน “บิดาคนที่สอง”!
ดังนั้น เมื่อได้ยินเสี่ยวเถาพูดว่ามีคนที่โรงเตี๊ยมสือจื่อโหลกำลังขายเนื้อของบุคคลที่นางนับถือราวกับบิดา เช่นนี้จะทนได้อย่างไร!?
“น่าละอาย! ช่างน่าละอายยิ่งนัก! แม้ว่าอาจารย์รองของข้าจะทำความผิดถึงขั้นร้ายแรงจนต้องถูกเนรเทศไปแดนใต้ แต่การนำชื่อของท่านมาหมิ่นเกียรติและทำเรื่องน่าละอายเช่นนี้ ถือเป็นการหยามเกียรตินักปราชญ์ยิ่งนัก!”
“เสี่ยวเถา! รีบนำทางข้าไปที่สือจื่อโหล! วันนี้ ข้าจะเผาสถานที่นี้ให้มอดไหม้จนไม่เหลือซาก!”
ข้างๆ นั้น เฉาเฟิ่นหยาปรบมือหัวเราะอย่างสนุกสนาน “ฮ่าฮ่า ช่างสนุกเสียจริง! อยู่กับคุณหนูรองนี่ไม่มีวันน่าเบื่อเลย!”
ด้านอู๋เยวี่ยเหมยนั้น กลับกังวลว่าหลี่ชิงจ้าวอาจทำเรื่องเกินขอบเขต รีบตามติดไปพร้อมผู้ติดตามอีกหลายคน
หญิงงามทั้งสามนั่งเกี้ยวเร่งรีบไปยังสือจื่อโหลด้วยความโกรธเกรี้ยว
เมื่อมาถึง กลับพบว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้ถูกนักปราชญ์กว่าหลายสิบคนล้อมเอาไว้จนแน่นขนัด
ชายชราเครายาวจนเกือบถึงสะดือยืนอยู่เบื้องหน้า เขาถือไม้เท้าไว้ในมือ ข้างกายมีชายฉกรรจ์ยืนประกบทั้งสองข้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยโทสะ
“เจ้าของโรงเตี๊ยมสือจื่อโหล รีบออกมาเดี๋ยวนี้!”
“ออกมา!”
“ออกมา!”
เสียงของเหล่านักปราชญ์ดังประสานกันก้องกังวานไปทั่วบริเวณ บรรยากาศเต็มไปด้วยความไม่พอใจ!