- หน้าแรก
- การเดินทางข้ามเวลาของอู่ชื่อ
- ตอนที่ 28 อู่ชื่อวางแผนบางอย่างให้อู่ซง
ตอนที่ 28 อู่ชื่อวางแผนบางอย่างให้อู่ซง
ตอนที่ 28 อู่ชื่อวางแผนบางอย่างให้อู่ซง
ในขณะที่เกิดความสงสัยขึ้นในใจ หลี่ผิงเอ๋อร์ก็พลันรู้สึกถึงความอยากรู้อยากเห็นที่รุนแรงต่ออู่ชื่อ ชายที่นางยังไม่เคยพบหน้า
กระทั่งนางลืมจุดประสงค์ที่มาเยือนบ้านของอู่ชื่อไปเสียสนิท เอาแต่นั่งฟังพันจินเหลียนเล่าเรื่องราวของเขา ความสนใจที่ฉายชัดในดวงตาของลี่ผิงเอ๋อร์ก็ยิ่งลึกล้ำขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อได้ยินถึงวีรกรรมของอู่ชื่อที่เข่นฆ่าเสือร้ายบนเขาเจี่ยงหยาง หลี่ผิงเอ๋อร์ก็ถึงกับตะลึง นางยกมือปิดริมฝีปากที่แสนเย้ายวนของตนพลางอุทานว่า “โอ้พระเจ้า! จริงหรือ?”
พานจินเหลียนที่ยังไร้เดียงสาในโลกแห่งมนุษย์และปราศจากเล่ห์เหลี่ยมใด ๆ แถมยังตื่นเต้นที่ได้พบเพื่อนใหม่ จึงไม่ได้ระมัดระวังตน นางเล่าถึงเหตุการณ์ที่สามีของตนสังหารเสือร้ายบนเขาอย่างละเอียด พลางรีบวิ่งขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อนำหนังเสือที่ทางการส่งมาให้ลงมาอวด
“นี่…นี่คือหนังเสือจริง ๆ หรือ?”
หลี่ผิงเอ๋อร์ใช้มืออันอ่อนนุ่มของนางลูบไล้ไปตามหนังเสือที่นุ่มลื่น ดวงตาเต็มไปด้วยความพิศวง พลันในจินตนาการของนางปรากฏภาพของชายร่างสูงใหญ่กำยำขึ้นมา เสมือนปลายนิ้วของนางกำลังสัมผัสกับมัดกล้ามแข็งแรงของเขาทีละน้อย ไฟในใจของหลี่ผิงเอ๋อร์ก็เริ่มปะทุขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่!
…เมื่อเปรียบเทียบกับฮัวจือซวี่ ผู้มีสภาพอ่อนแอป่วยไข้ หรือซีเหมินชิ่ง ชายที่ถูกอบายมุขบั่นทอนร่างกายจนไร้เรี่ยวแรง อู่ชื่อช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว เขาเป็นดั่งฮีโร่ผู้กล้าหาญ ส่วนคนอื่น ๆ นั้นก็ไม่ต่างจากตัวหนอนในกองมูล
ความสนใจของหลี่ผิงเอ๋อร์ที่มีต่อชายในเรื่องเล่าของพานจินเหลียนก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นทุกขณะ
สิ่งที่หลี่ผิงเอ๋อร์ไม่รู้ก็คือ เมื่อใดที่หญิงสาวเริ่มอยากรู้อยากเห็นในตัวชายหนุ่มมากเกินไป เมื่อนั้นหัวใจของนางก็เริ่มถลำลึกลงสู่ห้วงรักเข้าแล้ว
ในเวลาเดียวกัน ที่สี่แยกเขาชื่อตื้อ
สี่แยกเขาชื่อตื้อคือเส้นทางที่ต้องผ่านไปยังภูเขาเถาฮวา
ก่อนจะถึงเขาชื่อตื้อ ไป๋เซิ่งก็เตือนอู่ชื่อกับอู่ซงด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า “พี่ชายทั้งสอง ข้าขอเตือนว่า ที่นี่มีโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง เจ้าของโรงเตี๊ยมนี้ชื่อไจ้เฉียจางชิง เป็นคนที่ชั่วร้ายมาก! ครั้งหนึ่ง เขาเคยทำงานอยู่ในวัดแห่งหนึ่ง แต่เพราะเรื่องขัดแย้งเล็กน้อย เขาถึงกับฆ่าพระในวัดทั้งหมด แล้วหนีมาที่นี่เพื่อเปิดโรงเตี๊ยม”
…เมื่อได้ฟังคำของป๋เชิ่ง อู่ชื่อก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพของหญิงสาวอีกคนหนึ่งในหัว
“นอกจากจางชิงแล้ว จะมีแม่หญิงปีศาจชื่อซุนเอ้อเหนียงอยู่ที่นั่นด้วยหรือไม่?”
“ว้าว! ท่านพี่ ท่านรู้ได้อย่างไรกัน!?”
ไป๋เซิ่งมองอูชื่อด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
อู่ชื่อเพียงยิ้มโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะหันไปมองอู่ซง นัยน์ตาของเขาที่มองอู่ซงในขณะนี้ดูแปลกประหลาดจนทำให้อู่ซงรู้สึกหนาวเยือกไปทั้งตัว
“พี่ใหญ่ ท่านมองข้าด้วยสายตาแปลกๆ ทำไมกัน?”
เมื่อได้อยู่ร่วมกับอู่ชื่อมานาน อู่ซงเองก็เริ่มรับเอานิสัยบางอย่างที่ดูเหมือนคนยุคปัจจุบันมาใช้โดยไม่รู้ตัว
อู่ชื่อยังคงยิ้มโดยไม่พูดอะไร แต่สีหน้าของเขาในสายตาของไป๋เซิ่งและคนอื่นๆ ดูลึกลับจนชวนให้สงสัย
ความจริงแล้ว ไป๋เซิ่งและอู่ซงไม่รู้ว่าในใจของอู่ชื่อนั้นได้วางแผนอะไรไว้ล่วงหน้าแล้ว
ณ ทีแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่อู่ชื่อตั้งใจมาแน่นอน เพราะเขารู้ดีว่าที่นี่มีโรงเตี๊ยมอยู่ แต่จุดประสงค์ของเขาไม่ได้อยู่ที่ “ไจ่เฉีย จางชิง” หากแต่เป็น “แม่เสือร้าย ซุนเอ้อเหนียง”!
แน่นอนว่าอู่ชื่อไม่ได้มองหาซุนเอ้อเหนียงเพราะความงาม แต่เขามีแผนจะชักนำซุนเอ้อเหนียงให้กลายมาเป็นหญิงคู่ชีวิตของน้องชายตน อู่ซง!
ถ้าจะว่าไปแล้ว ใน 108 ผู้กล้าแห่งเขาเหลียงซาน หญิงที่เหมาะสมกับอู่ซงที่สุดก็คือซุนเอ้อเหนียงนี่เอง!
ซุนเอ้อเหนียงเป็นหญิงที่กล้าหาญ แข็งแกร่ง แต่ก็เปี่ยมด้วยความภักดีและเสียสละ เพื่ออู่ซงแล้ว เธอยอมทิ้งทุกสิ่งเพื่อขึ้นไปอยู่บนเขาเหลียงซาน หากเธอได้พบอู่ซงเร็วกว่านี้ เธอย่อมต้องกลายเป็นหญิงของเขาแน่นอน!
ส่วนเรื่องที่ว่าซุนเอ้อร์เหนียงใช้เนื้อมนุษย์มาทำซาลาเปาจริงหรือไม่นั้น คงต้องรอไปพิสูจน์กันในโรงเตี๊ยม
เมื่อเดินทางมาถึงพื้นราบเบื้องหน้ามีโรงเตี๊ยมอยู่แห่งหนึ่ง หน้าประตูโรงเตี๊ยมมีลาสองตัวผูกอยู่ และยังมีสัมภาระวางอยู่ข้างๆ แต่ที่น่าสงสัยคือภายในโรงเตี๊ยมกลับไร้ผู้คน อู่ชื่อเดินไปที่บานประตูแล้วเคาะเสียงดังสองครั้ง
“มีใครอยู่ไหม?”