เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 อู่ชื่อไม่ได้เป็นคนดนดีอย่างที่คิด

ตอนที่ 24 อู่ชื่อไม่ได้เป็นคนดนดีอย่างที่คิด

ตอนที่ 24 อู่ชื่อไม่ได้เป็นคนดนดีอย่างที่คิด


ไม่ทันไรอู่ชื่อก็นำคนมาถึงโรงเตี๊ยมสือจื่อโหล หวังฉางกุ้ยก็รีบออกมาต้อนรับเขาเข้าสู่ห้องส่วนตัวในทันที แต่พออู่ชื่อก้าวเข้ามาในห้อง หวังฉางกุ้ยกลับคุกเข่าลงอย่างแรง “ท่านอู่อ๋อง… โปรดช่วยข้าน้อยด้วยเถิด! ข้าน้อยไม่มีทางออกแล้ว!”

“ท่านเจ้าของโรงเตี๊ยม ทำเช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด ลุกขึ้นก่อนเถิด มีอะไรก็ค่อยพูดจากันดี ๆ”

อู่ชื่อรีบพยุงหวังฉางกุ้ยขึ้นมาจากพื้น หลังจากนั้น หวังฉางกุ้ยก็บรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งน้ำตานองหน้าและเสียงสะอื้น อู่ชื่อขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ฟังเรื่องราวจนจบ

ซีเหมินชิ่ง ผู้นี้เหิมเกริมเกินไป ทำตัวเยี่ยงอันธพาลในเมืองหยางกู่ ข้าอู่ชื่อเองก็ดูมันขวางหูขวางตามานานแล้ว หากจะจัดการเรื่องนี้ ข้ามีวิธีหนึ่งอยู่ แต่ข้ากลัวว่าท่านเจ้าของโรงเตี๊ยมอาจไม่ยินยอม”

หวังฉางกุ้ยรีบตอบทันที “ท่านอู่อ๋อง ขอเพียงช่วยข้าปกป้องโรงเตี๊ยมสือจื่อโหลไว้ ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขใด ข้าก็ยินดีรับทั้งสิ้น!”

ในฐานะคนที่คลุกคลีในวงการธุรกิจมานาน หวังฉางกุ้ยรู้ดีว่าเมื่อต้องการขอความช่วยเหลือจากขุนนาง ย่อมหลีกเลี่ยงการใช้ทรัพย์ไม่ได้

…ระหว่างนั้น เด็กในโรงเตี๊ยมก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับหีบไม้ใบเล็กในมือ เมื่อเปิดออกมา สิ่งที่ปรากฏในหีบนั้นคือทองคำสองก้อนที่แวววาวจับตา

“ท่านอู่อ๋อง ทองคำห้าสิบตำลึงนี้คือสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ จากข้าน้อย”

(ทองคำห้าสิบตำลึง เทียบเท่าเงินหนึ่งร้อยกว้าน!)

อู่ชื่อยังคงรักษาท่าทางสงบนิ่งไว้ แม้ในแววตาจะแฝงไว้ด้วยความแปลกใจเล็กน้อย เขาเผยรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนกล่าวกับหวังฉางกุ้ยว่า “ท่านเจ้าของโรงเตี๊ยม ท่านคงจะเข้าใจข้าผิดแล้ว ข้าจะรับทองคำพวกนี้ไม่ได้ และไม่เพียงแค่นั้น ข้ายังจะมอบเงินให้ท่านอีกด้วย”

หวังฉางกุ้ยตกตะลึง ไม่เชื่อหูตนเอง เขาคิดว่าตัวเองฟังผิดไป เพราะตั้งแต่ทำธุรกิจมา ไม่เคยได้ยินว่าขุนนางที่ไหนจะมอบเงินให้พ่อค้า มีแต่พ่อค้าต้องแอบส่งเงินให้ขุนนางเสียเอง

ยังไม่ทันที่หวังฉางกุ้ยจะตั้งสติ อู่ชื่อก็กล่าวต่อ “หากอยากให้ซีเหมินชิ่งเลิกมารังควานโรงเตี๊ยมสแห่งนี้ ท่านจะต้องเปลี่ยนเจ้าของโรงเตี๊ยมเสียก่อน จงยกโรงเตี๊ยมนี้ให้ข้าเถิด”

หัวใจของหวังฉางกุ้ยเหมือนถูกทุบจนแตกสลาย!

ในขณะที่หมดหวังอย่างสิ้นเชิง หวังฉางกุ้ยก็ระเบิดอารมณ์ออกมา เขาตะโกนใส่อู่ชื่อด้วยความโกรธ “ท่านอู่อ๋อง! ผู้คนต่างล่ำลือว่าท่านเป็นผู้มีคุณธรรม แต่เหตุใดจึงทำเรื่องเช่นนี้ไม่ต่างจากพวกอันธพาลเล่า!?”

“ข้าหวังดีเชิญท่านมาที่นี่ แถมยังมอบทองห้าสิบตำลึงให้ท่านอีก แต่ท่านกลับคิดจะฮุบโรงเตี๊ยมของข้าเสียอย่างนั้นหรือ!?”

อู่ชื่อยิ้มอย่างสงบนิ่ง ไม่ตอบคำใด เพียงแค่ตบมือสองครั้ง

ทันใดนั้นเอง ไป๋เซิ่งกับลูกน้องอีกคนก็ช่วยกันหามตะกร้าไม้ไผ่เข้ามาในห้อง เมื่อเปิดฝาตะกร้าออก หวังฉางกุ้ยถึงกับผงะ เพราะสิ่งที่อยู่ข้างในคือเงินแท่งจำนวนมาก!

“นี่คือเงินหนึ่งพันตำลึง ถือว่าเป็นค่าซื้อโรงเตี๊ยมสือจื่อโหลของท่าน”

“สำหรับซีเหมินชิ่งนั้น ท่านน่าจะรู้ดีว่าเขาเป็นคนเช่นไร หากไม่ให้เขาเห็นเงินก้อนนี้ เกรงว่าคงไม่มีทางปล่อยให้เรื่องนี้จบลงง่ายๆ แต่ท่านวางใจได้ โรงเตี๊ยมสือจื่อโหลแห่งนี้ยังเป็นของท่านเหมือนเดิม ข้าเพียงแค่ขอมีชื่อเป็นเจ้าของร่วมเท่านั้น”

หวังฉางกุ้ยถึงกับทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าอู่ชื่อทันที! เขาตบหน้าตัวเองสองครั้งติดกันพร้อมน้ำตาที่ไหลพรั่งพรูออกมา “ท่านอู่อ๋องผู้ทรงเกียรติ ข้าหวังฉางกุ้ยช่างต่ำช้าเหลือเกิน! ท่านมีคุณธรรมสูงส่ง ช่วยเหลือข้ายามยาก ข้าซาบซึ้งบุญคุณนี้จนมิอาจตอบแทนได้หมดในชาตินี้!”

หวังฉางกุ้ยราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขารีบกล่าวต่อด้วยความตื่นเต้น “ท่านอู่อ๋อง ข้ารับเงินก้อนนี้โดยไม่ตอบแทนไม่ได้ เช่นนั้น ข้าขอแบ่งหุ้นโรงเตี๊ยมครึ่งหนึ่งให้ท่าน!”

“ไม่ได้! ไม่ได้! ข้ามาเพื่อช่วยท่าน จะรับของของท่านได้อย่างไรกัน?”

หวังฉางกุ้ยจับมืออู่ชื่อไว้แน่นพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “ท่านอู่ อย่าปฏิเสธเลย นี่ไม่ใช่แค่ความตั้งใจของข้าเท่านั้น แต่ยังเป็นยันต์คุ้มครองชีวิตข้าด้วย! หากมีท่านอยู่ ข้าก็ไม่ต้องกลัวว่าซีเหมินชิ่งจะมาปล้นโรงเตี๊ยมของข้าอีกแล้ว!”

รุ่งเช้าวันถัดมา ซีเหมินชิ่งพาฮัวจือซวี่และพรรคพวกคนสนิทเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมสือจื่อโหลด้วยท่าทางผ่าเผย โรงเตี๊ยมแห่งนี้นับเป็นโรงเตี๊ยมใหญ่ที่สุดในเขตหยางกู่ ซีเหมินชิ่งหมายตาที่นี่มานาน วันนี้ได้ครอบครองสมดังใจ ย่อมทำให้เขารู้สึกโล่งใจและพึงพอใจยิ่งนัก

แต่เมื่อซีเหมินชิ่งและพรรคพวกเดินเข้ามายังโถงใหญ่ของโรงเตี๊ยม กลับเห็นชายหนุ่มในชุดเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านเดินลงมาจากชั้นสอง

แม้ชุดในสมัยซ่งจะค่อนข้างซับซ้อน แต่ชุดของอู่ชื่อกลับดูคล่องตัวและเรียบง่ายกว่า เขามักใส่ชุดแบบนี้เวลาที่ไม่ต้องไปทำงานในที่ว่าการ แม้วัสดุของชุดจะเป็นผ้าธรรมดา แต่การตัดเย็บกลับแฝงด้วยความปราณีต คล้ายผสมผสานระหว่างความเรียบง่ายทันสมัยกับความงามสง่างามของยุคซ่ง

“อ้าว! นี่ไม่ใช่ซีเหมินผู้ยิ่งใหญ่หรอกหรือ? วันนี้ว่างถึงขนาดมาเยือนโรงเตี๊ยมของข้าได้เชียวหรือ?”

จบบทที่ ตอนที่ 24 อู่ชื่อไม่ได้เป็นคนดนดีอย่างที่คิด

คัดลอกลิงก์แล้ว