- หน้าแรก
- จุติเทพกระบี่พลิกชะตาสวรรค์
- บทที่ 215 อดีตจักรพรรดิปีศาจ
บทที่ 215 อดีตจักรพรรดิปีศาจ
บทที่ 215 อดีตจักรพรรดิปีศาจ
"โอหังนัก!"
เสียงตะโกนดังกึกก้องจากยอดฝีมือขั้นมัจฉามังกร
ทว่าในเสี้ยวพริบตา เงาดำหลายสายพลันพุ่งทะลวงออกมาจากเรือเหาะ
"รับไป!"
พวกมันเอื้อมมือคว้าสิ่งที่พุ่งมา แต่พอเห็นสิ่งนั้นชัดตา ใบหน้าก็ซีดเผือดราวไร้เลือดฝาด
"เป็นไปไม่ได้!"
หัวของ ยมทูตขาวดำ!
หัวของ ผู้พิพากษาปีศาจ!
และแม้กระทั่ง… หัวของจักรพรรดิปีศาจเองก็อยู่ในนั้น!
กองกำลังขั้นมัจฉามังกรที่ออกเดินทางไปยังเมืองหลวงเผ่าอสูรแห่งภาคตะวันออก…ถูกสังหารจนสิ้น!
"ท่านทั้งสาม…และองค์จักรพรรดิ! ตายหมดแล้ว!"
"เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้!"
ศึกยังมิได้เริ่ม ทว่าข้างฝ่ายแคว้นปีศาจขวัญกำลังใจของพวกมันกลับดิ่งลงสู่เหวลึก
เพราะแม้แต่จักรพรรดิของพวกมันก็ยังสิ้นชีพ…พวกมันยังมีความหวังอีกหรือ?
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมัจฉามังกรกระตุกมุมปาก สีหน้ากลายเป็นบิดเบี้ยวอย่างดุดัน
"เหลวไหล! องค์จักรพรรดิจะสิ้นพระชนม์ด้วยน้ำมือเจ้าได้อย่างไร? ตายซะเถอะ!"
กล่าวจบ มันก็ระดมพลังทั้งหมด ก่อเกิดเป็นกระบวนท่าที่ร้ายกาจที่สุด พุ่งเข้าปะทะเรือเหาะ!
"รนหาที่ตาย!"
เสียงเย็นชาเปล่งออกมาจากในเรือเหาะ ก่อนที่ปราณกระบี่เจ็ดสายจะพุ่งทะยานออกไปพร้อมกัน!
ตัดกระแทกเข้ากับพลังโจมตีของอีกฝ่าย!
ปัง!
เสียงระเบิดสนั่นไปทั่วท้องฟ้า พายุพัดโหมกระหน่ำ ฟ้าดินสะท้านสะเทือน!
ปราณกระบี่ที่พุ่งออกมา ซัดร่างของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมัจฉามังกรกระเด็นออกไปในพริบตา
ขณะอีกฝ่ายยังคงตกตะลึง พลันปรากฏกระบี่บินสีฟ้าเล่มหนึ่งพุ่งออกมาจากเรือเหาะ!
ความเร็วของมันเร็วกว่าปราณกระบี่เมื่อครู่หลายเท่าตัว!
ในใจของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมัจฉามังกรรู้ดีว่า หากคิดหลบหลีกกระบี่บินนี้คงเป็นไปไม่ได้ มันจึงยกมือขึ้นเปลี่ยนฝ่ามือเป็นกรงเล็บ บิดเบือนมิติชั่วขณะ!
พึ่ม!
ด้วยแรงกดดันจากพลังแห่งฟ้าดิน กระบี่เพลิงจันทราชะงักค้างกลางอากาศ
สีหน้าของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมัจฉามังกรหวาดหวั่นถึงขีดสุด
มันกำลังเผชิญกับการต่อสู้ด้วยพลังล้วนๆ ทั้งสองฝ่ายประมือกันอย่างสมดุล ไม่อาจทำอะไรอีกฝ่ายได้ในช่วงเวลาสั้นๆ
หากแรงในมือของมันอ่อนลงเพียงเสี้ยวหนึ่ง มันย่อมถูกกระบี่เล่มนี้ทะลวงร่างในทันที!
ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังคงชะงักงัน
ชวิ้ง!
เสียงร้องของกระบี่ดังขึ้นอีกครั้ง!
พลันปรากฏกระบี่สีแดงเพลิงอีกเล่มหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากเรือเหาะ!
เป็นกระบี่เพลิงสุริยัน!
ในเสี้ยวพริบตาเดียว สิ่งที่ปรากฏขึ้นในใจมันมีเพียงสองคำ "จบสิ้นแล้ว!"
กระบี่เพลิงสุริยันพุ่งเข้าใส่ ทำลายสมดุลของพลังทั้งสองฝ่าย!
ปัง!
เสียงระเบิดดังสนั่น ปราณวิญญาณของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมัจฉามังกรพลันสลายไปสิ้น!
กระบี่เพลิงสุริยันและกระบี่เพลิงจันทราทะลวงร่างมันพร้อมกัน!
ฉัวะ!
ปราณกระบี่แหลมคมฉีกกระชากร่างของมันจนแหลกเป็นหมอกโลหิต!
ภาพนั้นทำให้เหล่ายอดฝีมือแห่งแคว้นปีศาจเบื้องล่างถึงกับแข็งค้างราวรูปปั้นหิน
แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมัจฉามังกรยังถูกสังหารได้ในพริบตา แล้วพวกมันล่ะ?
หลังจากตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เมืองหลวงแคว้นปีศาจพลันปั่นป่วนไร้ขื่อแปในทันที!
"หนี! หนีเร็วเข้า!"
เหล่ายอดฝีมือหน้ากากปีศาจพากันทิ้งอาวุธ หลบหนีอย่างไม่คิดชีวิต
เฟิงอู๋เฉินแสยะยิ้มบาง ขับเคลื่อนหอกระบี่หลงหยวนทันใด
ในพริบตาต่อมา ชายหนุ่มจากชั้นที่สองของหอกระบี่ปรากฏตัวขึ้นเหนือฟากฟ้าเฟิงตู
"ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ไว้ชีวิต! ผู้ที่ยอมจำนน ไว้ชีวิต! แต่ผู้ต่อต้าน…สังหารให้สิ้น!"
ชายหนุ่มแสยะรอยยิ้มเย็นชา พลางก่อกระบวนท่ากระบี่
"กระบี่จงมา!"
ครืน!
ภายใต้อำนาจของกระบวนท่า กระบี่ของเหล่ายอดฝีมือทั่วทั้งเฟิงตูนับร้อยนับพันพลันถูกดึงขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อเกิดเป็นมังกรกระบี่!
"จงไป!"
เมื่อมังกรกระบี่พุ่งทะยานออกไป ยอดฝีมือแห่งแคว้นปีศาจนับไม่ถ้วนพลันถูกบดขยี้จนกลายเป็นหมอกโลหิต!
ภายในเวลาอันสั้น ทั่วทั้งเมืองเฟิงตูกลายเป็นทะเลเลือดแดงฉาน!
ซากศพเรียงรายสูงเป็นภูเขา เลือดสดไหลเป็นสายน้ำ ราวกับนรกบนดินมิมีผิด!
ขณะเดียวกัน ชายหนุ่มจากชั้นที่สองของหลงหยวน ได้รับมอบหมายให้จัดการกับพวกเศษสวะภายนอก
เฟิงอู๋เฉินนำเสิ่นหงอีพร้อมสหายบุกลึกเข้าไปในวังหลวง
บรรดาราชวงศ์แห่งแคว้นปีศาจล้วนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่
ที่หน้าประตูท้องพระโรง ชายชราผมขาวโพลนผู้มีพลังขั้นมัจฉามังกรนั่งขัดสมาธิอยู่ พลางแผ่พลังคุ้มครองเครือญาติที่อยู่ด้านหลัง
เมื่อเฟิงอู๋เฉินพร้อมสหายมาถึง ชายชราพลันลืมตาขึ้น ก่อนจะเอื้อมมือหยิบกระบี่ยาวที่วางอยู่ข้างกาย
กระบี่เล่มนั้นมีตัวกระบี่ยาวถึงห้าฉื่อ ด้ามจับยาวกว่าสองฉื่อ แม้เรียกว่ากระบี่ แต่แท้จริงแล้วกลับมีความยาวเทียบเท่าหอก!
"พวกเจ้ามาจนได้..."
เฟิงอู๋เฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "เจ้าดูเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าเราจะมา?"
ภายในดวงตาของชายชรามีเพียงความเศร้าสลด
"ตั้งแต่ที่ไฟแห่งชีวิตของบุตรข้าดับลง ข้าก็รู้ว่าเจ้าจะมา..."
เฟิงอู๋เฉินฟังแล้วก็ฉุกคิดขึ้นมา
‘บุรุษผู้นี้...เป็นถึงบิดาของจักรพรรดิปีศาจงั้นหรือ?’
‘กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ...เขาคืออดีตจักรพรรดิแห่งแคว้นปีศาจ!’
บุรุษผู้นี้มีอายุยืนยาวกว่าจักรพรรดิปีศาจรุ่นปัจจุบันอยู่หลายปี ความแข็งแกร่งของเขาอาจเหนือกว่าด้วยซ้ำ!
อดีตจักรพรรดิปีศาจ ใช้กระบี่พยุงร่างลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า
"เรามาตกลงกันสักอย่างเป็นไร?"
เฟิงอู๋เฉินพยักหน้าเล็กน้อย "ว่ามา..."
ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้ากับเจ้าต่อสู้กันตัวต่อตัว! หากเจ้าพ่ายแพ้ ข้าจะปล่อยสามคนที่อยู่ข้างหลังเจ้าไป...แต่หากข้าพ่ายแพ้ เจ้าจะต้องละเว้นชีวิตเหล่าผู้เยาว์ของแคว้นปีศาจที่อยู่ข้างหลังข้า!"
เฟิงอู๋เฉินแสยะรอยยิ้มบาง "ข้อเสนอนี้...ดูเหมือนจะไม่ยุติธรรมสำหรับข้าสักเท่าไร?"
เป็นเช่นนั้นจริง!
บรรดาราชวงศ์ปีศาจที่อยู่ในท้องพระโรงล้วนแต่เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกายสุวรรณ ซึ่งแทบจะไม่มีใครสามารถต่อกรได้เลย
ในทางกลับกัน ฝั่งของเฟิงอู๋เฉินกลับมีเสิ่นหงอีผู้เป็นอัจฉริยะที่สามารถสังหารศัตรูเหนือขั้นได้!
หากต้องประลองตัวต่อตัว เฟิงอู๋เฉินมิได้มีความได้เปรียบเลยแม้แต่น้อย
อดีตจักรพรรดิปีศาจถอนหายใจยาว "เช่นนั้น...ข้าจะเพิ่มเดิมพันเข้าไปอีก!"
กล่าวจบ เขาก็รวบรวมพลังตะโกนก้องไปยังเครือญาติด้านหลัง
"ฟังให้ดี! ข้าจะประลองกับบุรุษผู้นี้ตัวต่อตัว! หากข้าตายไปห้ามมิให้ผู้ใดคิดแก้แค้น!"
"อดีตจักรพรรดิ!"
ภายในท้องพระโรงเกิดเสียงอื้ออึงขึ้นทันที
แต่ชายชรามิได้ใส่ใจ กลับเปล่งเสียงหนักแน่นขึ้นอีก
"ได้ยินหรือไม่!?"
ภายในท้องพระโรงเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงตอบรับประปรายจะดังขึ้นอย่างจำใจ
"...รับทราบ..."
เมื่อได้ยินคำตอบนั้น อดีตจักรพรรดิปีศาจก็หันกลับมามองเฟิงอู๋เฉิน
"เพียงพอหรือยัง? หากเจ้าพ่ายแพ้ ข้าจะปล่อยสามคนที่อยู่ข้างหลังเจ้าไป แต่พวกเขายังมีโอกาสล้างแค้นแทนเจ้าได้...แต่หากข้าพ่ายแพ้...เหล่าผู้เยาว์ของแคว้นปีศาจ จะไม่มีวันออกตามล่าล้างแค้นต่อเจ้าเด็ดขาด! นี่คือความจริงใจสูงสุดที่ข้ามอบให้เจ้าแล้ว!"
เฟิงอู๋เฉินแสยะยิ้มเย็นชาอีกครั้ง "ช่างเป็นข้อเสนอที่น่าฟังไม่น้อย...แต่ว่าเจ้าคิดหรือว่าข้าจำเป็นต้องมีเงื่อนไขเช่นนี้? ตราบใดที่ข้าสังหารเจ้าได้ คนพวกนี้จะอยู่หรือตาย ล้วนขึ้นอยู่กับคำพูดของข้า!"
"อาจไม่แน่เสมอไป!"
อดีตจักรพรรดิปีศาจกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
ทันใดนั้น พลันเห็นเส้นสีแดงหลายเส้นแผ่กระจายออกมาจากกระบี่ยาวของเขา แผ่ขยายไปทั่วทั้งท้องพระโรง
พร้อมกันนั้นเอง
เสาแสงสิบสองต้น พลันพวยพุ่งขึ้นจากพื้น ล้อมรอบทั่วทั้งห้องโถง แต่ละต้นล้วนเต็มไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว
เฟิงอู๋เฉินขมวดคิ้วแน่น มองเสาแสงเหล่านั้นด้วยสายตาเคร่งเครียด
อดีตจักรพรรดิปีศาจ เอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น
"แคว้นปีศาจของข้าสถิตอยู่ทางใต้มาเป็นพันปี เจ้าคิดว่าพวกข้าจะไม่มีวิธีป้องกันตัวเองเลยหรือ? นี่คือไพ่ตายของข้า ตราบใดที่ข้าคิด เสาแสงเหล่านี้จะระเบิดออกในทันที ตอนนี้พวกเจ้าอยู่ในจุดศูนย์กลางของแรงระเบิด แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นทะเลโลหิตหรือแม้กระทั่งขั้นแปรวิญญาณก็ไม่อาจเอาชีวิตรอดไปได้! ดังนั้น เจ้าจะเลือกตอบรับเงื่อนไขของข้า หรือจะตายไปพร้อมกับข้า จงตัดสินใจเอง!"
เย่เซียวแสยะยิ้มพลางกล่าว "อย่าหลงกลมัน! เจ้าเฒ่านี่แค่ขู่พวกเราเท่านั้น"
อดีตจักรพรรดิปีศาจ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
"เจ้าอาจคิดเช่นนั้นก็ได้ และเจ้าก็สามารถลองดูได้…แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า โอกาสมีเพียงครั้งเดียว จงคิดให้ดี!"
เฟิงอู๋เฉินประสานสายตากับชายชรา ทว่าไม่อาจจับพิรุธใดๆ ในดวงตาคู่นั้นได้เลย
ผู้เฒ่าย่อมเจนโลก สำหรับบุคคลเช่นอดีตจักรพรรดิปีศาจ การควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในระดับที่ไร้ช่องโหว่ย่อมเป็นเรื่องง่ายดาย
ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังกันอยู่นั้นเอง
ฟุ่บ!
เงาดำสายหนึ่งพลันพุ่งลงมาจากท้องฟ้า บุรุษจากชั้นที่สองของหลงหยวน ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!
มังกรกระบี่ที่โคจรอยู่เหนือศีรษะเขาถูกย้อมด้วยเลือดจากการสังหารไปแล้วนับไม่ถ้วน
กระบี่สีเงินขาวของมังกรกระบี่ บัดนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยเลือดสดของศัตรู
เมื่อเห็นชายหนุ่มคนนี้ อดีตจักรพรรดิปีศาจพลันตาเบิกกว้าง
"เจ้านี่เอง… เจ้าคือจ้าวกระบี่ผู้ติดตามเขา!"
…………………………………