เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 157 วาจาไร้ค่าดั่งผายลม

บทที่ 157 วาจาไร้ค่าดั่งผายลม

บทที่ 157 วาจาไร้ค่าดั่งผายลม


ซ่างกวนเจวี๋ยเองก็หาใช่คนที่จะยอมให้ใครหยามหมิ่นได้ง่ายๆ เมื่อถูกอีกฝ่ายจ้องด้วยสายตาแทะโลมเช่นนี้ เพลิงโทสะในใจของนางก็พลันปะทุขึ้น

“มองอะไรของเจ้า?”

ท่าทีแข็งกร้าวของเด็กสาวกลับมิได้ทำให้หลงอ้าวโกรธ ตรงกันข้าม ดวงตาของเขายิ่งฉายแววสนใจมากขึ้น

“เจ้ามีท่าทีดื้อรั้นเช่นนี้ ถูกใจข้ายิ่งนัก!”

เสียงของเขาแฝงแววขบขัน ก่อนจะกล่าวต่อ “เจ้าอยากเข้าสำนักจันทร์กระจ่างหรือไม่?”

ซ่างกวนเจวี๋ยเชิดหน้าขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน “เกี่ยวอะไรกับเจ้า?”

หลงอ้าวยืดอกกล่าวอย่างหยิ่งผยอง “มาเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของข้า แล้วข้าจะพาเจ้าเข้าสำนักจันทร์กระจ่างเอง!”

ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา สีหน้าของซ่างกวนเจวี๋ยและซุนเซิ่งเทียนก็พลันมืดครึ้มพร้อมกัน โดยเฉพาะซุนเซิ่งเทียนที่รีบก้าวออกไปขวางหน้าซ่างกวนเจวี๋ยทันที

“องค์ชายหลง โปรดให้เกียรติด้วย คุณหนูของพวกเรา…”

“ไสหัวไป!”

ไม่รอให้ซุนเซิ่งเทียนพูดจบ หลงอ้าวก็ตวาดเสียงดังลั่น เขาไม่มีแม้แต่ความเกรงใจให้กับยอดฝีมือขั้นทะเลโลหิต

“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร? มีสิทธิ์อะไรจะพูดกับข้า?”

หลงอ้าวแค่นเสียงเยาะเย้ย “พวกเจ้ามาจากเมืองหนานชางที่ไม่มีค่าอันใด จะเอาอะไรมาเทียบกับข้า? ที่ข้าให้โอกาสให้นางเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของข้า นั่นเป็นเกียรติสำหรับนางแล้ว เจ้าคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ขัดขวางหรือ?”

“เจ้า…”

ซุนเซิ่งเทียนโกรธจนหน้าแดงก่ำ พลังภายในพลุ่งพล่านขึ้นมาด้วยโทสะ

แต่หลงอ้าวกลับยืนกอดอกอย่างไม่หวั่นเกรง ใบหน้าเต็มไปด้วยความทระนง

“ทำไม? เจ้าคิดจะสู้กับข้าหรือ? ถ้าเจ้ากล้าลงมือแม้แต่ปลายเล็บของข้ากระทบ ข้ากล้ารับรองได้ว่า วันพรุ่งนี้กองทัพของบิดาข้าจะยกมาถล่มเมืองหนานชางของเจ้าให้พินาศย่อยยับ!”

เมื่อได้ยินคำขู่ของหลงอ้าว ร่างของซุนเซิ่งเทียนก็สั่นสะท้าน ทันใดนั้น พลังปราณที่เขาปลดปล่อยออกมาก็ถูกคืนกลับไปทั้งหมด

เหงื่อเย็นไหลลงมาตามขมับ

ใช่แล้ว...ระหว่างเมืองชางหลงกับเมืองหนานชาง พลังอำนาจห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว

หากเมืองหนานชางต้องเป็นศัตรูกับเมืองชางหลง ก็ไม่ต่างจากแมลงตัวเล็กที่คิดจะชนเข้ากับก้อนหินยักษ์

เมื่อเห็นว่าซุนเซิ่งเทียนยอมถอย หลงอ้าวก็เผยรอยยิ้มเยาะ ก่อนจะยื่นมือออกไปหมายจะสัมผัสใบหน้าของซ่างกวนเจวี๋ย

“เจ้าจงจำไว้ให้ดี ในดินแดนตะวันออกแห่งนี้ ยังไม่มีสตรีนางใดที่ข้าหลงอ้าวต้องการแล้วมิอาจครอบครอง!”

ในชั่วพริบตาที่ทุกอย่างกำลังจะเกิดขึ้น ซุนเซิ่งเทียนถึงกับนิ่งงันไป

ยอดฝีมือขั้นทะเลโลหิตเช่นเขา กลับถูกกดดันจากผู้ที่อยู่เพียงขั้นกายสุวรรณ จนไร้เรี่ยวแรงจะขัดขวาง

แต่ทันใดนั้นเอง

เคร้ง!

ปลายกระบี่เล่มหนึ่งยื่นออกมากั้นระหว่างมือของหลงอ้าวกับซ่างกวนเจวี๋ย

เฟิงอู๋เฉินที่เงียบมาตลอด ยื่นมือเข้ามาแทรก!

เมื่อเห็นประกายคมกระบี่ หลงอ้าวถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา

“ยังมีคนที่ไม่รู้จักตายอยู่อีกงั้นหรือ?”

เฟิงอู๋เฉินยังคงนิ่งเงียบ ทว่ากลับปลดปล่อยอายสังหารอันเยียบเย็นออกมา

“จากจุดที่กระบี่ข้าขวางอยู่ หากมือของเจ้าก้าวล้ำมา ข้าจะตัดมือของเจ้า หากศีรษะของเจ้าก้าวล้ำมา ข้าจะตัดหัวของเจ้า!”

ดวงตาของหลงอ้าวหดแคบลง ฉายแววโกรธเกรี้ยว

“เจ้ามันก็แค่คนที่อยู่เพียงขั้นกายสุวรรณระดับหกเท่านั้น ยังกล้าบังอาจมาขู่ข้า? เช่นนั้นข้าจะให้เจ้ารู้เอง ว่าการลบหลู่ข้า มีราคาที่ต้องจ่ายเช่นไร!”

เมื่อคำพูดของเขาจบลง เพียงชั่วพริบตา กำปั้นของหลงอ้าวก็พุ่งเข้าใส่เฟิงอู๋เฉิน

พลังของหมัดนี้แฝงด้วยพลังปราณอันมหาศาล

แม้ว่าเขาจะอายุยังน้อย แต่หลงอ้าวก็บรรลุถึงขั้นกายสุวรรณระดับเจ็ดตั้งแต่อายุสิบหก!

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีชีพจรวิญญาณขั้นสวรรค์ และฝึกปรือวิชายุทธ์ชั้นสูง ทำให้แม้แต่ยอดฝีมือขั้นกายสุวรรณระดับเก้า ก็ยังต้องหวาดหวั่นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขา

เมื่อซุนเซิ่งเทียนเห็นพลังของหลงอ้าว สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไป เขารีบหันไปขอความช่วยเหลือจากลู่หมิงทันที

“ท่านลู่หมิง! เขากำลังลงมือในเขตของสำนักจันทร์กระจ่าง ท่านจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้หรือ?”

ลู่หมิงหัวเราะเยาะ พลางกล่าวอย่างเย็นชา “เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเจ้า สำนักจันทร์กระจ่างไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว!”

เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “แน่นอน หากเจ้าคิดจะลงมือบ้าง ข้าก็ไม่ห้าม... หากว่าเจ้ากล้าพอ!”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ซุนเซิ่งเทียนก็ยิ่งรู้สึกคับแค้นใจ

เขาถูกกดดันทั้งจากหลงอ้าวและจากลู่หมิง แม้โทสะจะอัดแน่นเต็มอก แต่เขาก็ยังไม่กล้าลงมือ!

เป็นศัตรูกับเมืองชางหลง? นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน!

ซุนเซิ่งเทียนได้แต่กล้ำกลืนความอัปยศ เขารู้ดีว่าการต่อกรกับเมืองชางหลงคือการฆ่าตัวตาย

หากต้องเสียสละ ก็ต้องเสียสละกู่ฉีเพื่อรักษาชีวิตของตนเองและคุณหนูเอาไว้!

ทว่า ในเสี้ยวลมหายใจก่อนที่หมัดของหลงอ้าวจะกระแทกถึงตัว เงาร่างของซ่างกวนเจวี๋ยก็พุ่งเข้าไปขวางหน้าเฟิงอู๋เฉิน!

“หากคิดจะฆ่าพี่กู่ฉี ก็ต้องผ่านข้าไปก่อน!”

เด็กสาวตวาดลั่น นางชักดาบคู่ของตนออกมา รัศมีดาบพวยพุ่ง ก่อนจะย่อตัวตั้งท่าเตรียมรับมือ

แววตาของหลงอ้าวเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกทันที “ในเมื่อเจ้าหาที่ตาย ข้าก็จะช่วยส่งเจ้าไป!”

พลังปราณพุ่งพล่าน กำปั้นของเขาก่อรูปขึ้น ทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ ราวคลื่นมหาสมุทร

“วิชาหมัดขั้นลึกลับระดับสูง หมัดถล่มฟ้า!”

วูมมมมมมมมมม!

ภายในพริบตาเดียว พลังหมัดก็นำพาคลื่นพลังอันเกรี้ยวกราดกวาดเข้าใส่เฟิงอู๋เฉินและซ่างกวนเจวี๋ย

“คุณหนู!”

ซุนเซิ่งเทียนร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนก เสียงอุทานตกใจดังระงมไปทั่วลานกว้าง

‘ฆ่าคนโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง องค์ชายหลงอ้าวช่างโอหังเกินไปแล้ว!’

‘ช่างน่าสงสาร เด็กสาวผู้นี้จะต้องตายไปเสียเปล่า’

ขณะที่หลงอ้าวกำลังเผยรอยยิ้มเยาะหยัน ทันใดนั้น

ชวิ้ง!

เสียงกระบี่ดังขึ้นดุจฟ้าผ่า แสงกระบี่เสี้ยวจันทร์สว่างวาบ พุ่งทะยานผ่านม่านพลังหมัดของหลงอ้าว

“อะไร!?”

ก่อนที่ทุกคนจะทันตั้งตัว

ฉัวะ!

เสียงฉีกเฉือนอันคมกริบดังก้อง ศีรษะของหลงอ้าวถูกฟันขาดกระเด็น ร่างทรุดลงพื้นพร้อมเลือดพุ่งกระจาย

ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้าง ราวกับเห็นมารแห่งความตายมาเยือน

“เขา... เขาฆ่าหลงอ้าวด้วยกระบี่เดียว!”

“นี่มัน... นี่มันผู้ฝึกกระบี่!”

“โอ้สวรรค์! ผู้ฝึกกระบี่ที่สามารถปลิดชีพองค์ชายหลงอ้าวได้เพียงกระบี่เดียว น่าหวาดหวั่นอะไรเช่นนี้!”

“หญิงสาวผู้นี้เป็นใครกันแน่? เหตุใดจึงมีผู้ฝึกกระบี่อันทรงพลังเช่นนี้เป็นองครักษ์?”

ขณะนั้น ไม่มีผู้ใดกล้าดูถูกซ่างกวนเจวี๋ยอีกต่อไป

ซ่างกวนเจวี๋ยมองฉากนองเลือดตรงหน้า นัยน์ตาของนางสั่นไหว นี่คล้ายกับภาพที่นางเคยเห็น

ขณะนั้นเอง เสียงของเฟิงอู๋เฉินดึงนางกลับสู่ความเป็นจริง

“เจ้ารู้ดีว่าเจ้าไม่ใช่คู่มือของเขา แล้วเหตุใดจึงยังพุ่งเข้าไป?”

ซ่างกวนเจวี๋ยมองหน้าเขา ก่อนกล่าวหนักแน่น “เพราะข้าสัญญาไว้แล้ว หากมีผู้ใดคิดจะฆ่าพี่กู่ฉี เขาต้องผ่านข้าไปก่อน!”

เฟิงอู๋เฉินเผยรอยยิ้มบางๆ ไม่คิดเลยว่า คำพูดเหลวไหลในวงสุราวันนั้น จะถูกเด็กสาวผู้นี้จดจำจริงจังถึงเพียงนี้

เป็นเวลานานกว่าซุนเซิ่งเทียนจะได้สติกลับมา

เขาพยายามคิดอย่างหนัก ‘ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่จวนเจ้าเมืองมีผู้ฝึกกระบี่ที่ทรงพลังเช่นนี้อยู่?’

แต่ในขณะนี้ เขาไม่มีเวลามาครุ่นคิดถึงเรื่องนั้นแล้ว

เมื่อเขามองไปยังร่างไร้ศีรษะของหลงอ้าว ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดจนไร้สีเลือด ร่างกายสั่นระริก

“นี่มัน... นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เจ้าฆ่าเขา?”

ในขณะเดียวกัน ลู่หมิงเองก็เผยแววตาสังหาร

“หลงอ้าวได้ลงทะเบียนเป็นศิษย์ของสำนักจันทร์กระจ่างแล้ว เจ้าสังหารเขา เจ้ารู้หรือไม่ว่าผลลัพธ์มันจะเป็นเช่นไร?”

เฟิงอู๋เฉินปรายตามองเขาอย่างเย็นชา “ตอนนี้เจ้าถึงรู้ว่าเขาเป็นศิษย์ของพวกเจ้าหรือ? เมื่อครู่ยังบอกว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัวอยู่เลย หรือว่าคำพูดของพวกเจ้าล้วนไร้ค่าเหมือนผายลม?”

สีหน้าของลู่หมิงมืดครึ้มลงทันที “เจ้าว่าอะไรนะ!?”

ซุนเซิ่งเทียนรีบเข้ามาพยายามประนีประนอม “เข้าใจผิดกันทั้งนั้น... เข้าใจผิดกัน…”

เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะหาข้อแก้ตัวให้เฟิงอู๋เฉิน แต่สุดท้ายก็จนปัญญา

“ให้ตายเถอะ! เจ้าเล่นฆ่าคนต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ ต่อให้เป็นเทพเซียนลงมาก็ช่วยลบล้างความผิดให้เจ้าไม่ได้แล้ว!”

แต่ในขณะนั้นเอง เฟิงอู๋เฉินกลับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบ

“แม่ทัพซุน ท่านจะอธิบายอะไรให้มากมายไปทำไม?”

ซุนเซิ่งเทียนชะงัก “หืม?”

เฟิงอู๋เฉินแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ก่อนกล่าวต่อ “ในตอนนี้ ท่านไม่รู้สึกแปลกใจหรือ?”

ซุนเซิ่งเทียนขมวดคิ้ว “หมายความว่าอย่างไร?”

เฟิงอู๋เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงแฝงรอยเย้ยหยัน

“การเข้าสำนักจันทร์กระจ่างจำเป็นต้องมีผู้นำทาง ทุกคนรู้ดีว่าจีหรูเสวี่ยย่อมรู้เรื่องนี้ หากนางต้องการให้คุณหนูซ่างกวนได้เป็นศิษย์ของสำนัก นางย่อมไม่เดินทางล่วงหน้าไปก่อน ต่อให้มีเหตุจำเป็นนางก็ควรฝากเรื่องนี้กับศิษย์ในสำนักไว้ มิใช่ปล่อยให้พวกเราต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้เอง”

………………………

จบบทที่ บทที่ 157 วาจาไร้ค่าดั่งผายลม

คัดลอกลิงก์แล้ว