เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 134 ขุมทรัพย์วังมังกร

บทที่ 134 ขุมทรัพย์วังมังกร

บทที่ 134 ขุมทรัพย์วังมังกร


“ซ่างกวนอี?!”

ทันทีที่ได้ยินนามนี้ ผู้คนในโถงกลางต่างเริ่มพูดคุยกันเสียงเบา

“นางคือซ่างกวนอี บุตรีของซ่างกวนเจิ้น เจ้าเมืองหนานชางอย่างนั้นหรือ!?”

“เฮือก… ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนางถึงได้งดงามเลอค่าเช่นนี้! สมกับเป็นสตรีล่มเมืองของหนานชาง!”

“ข้าได้ยินมาว่านางมีพันธะหมั้นหมายกับคุณชายใหญ่แห่งเกาะสุริยันจันทรา และไม่นานก็จะกลายเป็น นายหญิงแห่งเกาะสุริยันจันทราแล้ว”

“เช่นนี้แล้ว…หากนางออกปากขอความเมตตา คนผู้นี้ก็น่าจะต้องยอมแล้วสินะ?”

“…”

เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบรอบตัว ซ่างกวนอีก็เผยรอยยิ้มเย่อหยิ่งขึ้น

นางคุ้นเคยกับสายตาห้อมล้อมเช่นนี้ ตั้งแต่เด็กจนโต นางได้รับการยกย่องเยินยอเสมอมา

เพียงแค่เผยชื่อของตนเอง ผู้คนรอบข้างก็จะมีปฏิกิริยาเช่นนี้เสมอ

บางคนเกรงกลัวอำนาจของบิดานาง บางคนก็หลงใหลในความงามของนาง

แต่ไม่ว่าเพราะเหตุใด ทุกคนก็ต้องอ่อนข้อให้นางเสมอ

นาง...เปรียบดั่งศูนย์กลางของโลกใบนี้

นางมั่นใจว่า เฟิงอู๋เฉินจะต้องลดกระบี่ลง และแสดงความเคารพต่อนางแน่นอน

ฉัวะ!

เสียงเย็นเยียบแหวกผ่านอากาศ

ในเสี้ยวลมหายใจถัดมา ปลายกระบี่ของเฟิงอู๋เฉินแทงทะลุร่างของหนึ่งในผู้คุ้มกันแห่งเกาะสุริยันจันทรา

ศีรษะของชายผู้นั้นปลิวกระเด็น เลือดแดงฉานสาดกระเซ็น!

ศพไร้ศีรษะล้มลงอย่างไร้เสียง ขณะที่ศีรษะที่ขาดจากบ่ากลิ้งไปตามพื้น จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าซ่างกวนอี

ดวงตาที่ไร้ชีวิตของมันเบิกกว้างจ้องเขม็งไปที่นาง

นางถึงกับตัวสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว!

สตรีนางนั้นจ้องมองเฟิงอู๋เฉินด้วยความตกตะลึงและโกรธเคือง

“เจ้า...เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือ?”

เฟิงอู๋เฉินเหลือบมองนางเพียงแวบเดียว แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชา

“ได้ยิน! แล้วอย่างไร? เจ้าให้ข้ายั้งมือ ข้าก็ต้องยั้งหรือ? เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?”

‘เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?’

สำหรับซ่างกวนอีแล้ว คำพูดนี้เปรียบดั่งการตบหน้าอย่างโจ่งแจ้ง

ตั้งแต่เกิดมา นางไม่เคยถูกใครพูดจาหยามหมิ่นเช่นนี้มาก่อน

แววตาของนางเริ่มแหลมคมขึ้น

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าการทำเช่นนี้จะมีผลลัพธ์อย่างไร?”

“ผลลัพธ์?”

เฟิงอู๋เฉินหัวเราะเยาะออกมาอย่างไร้ซึ่งความเกรงใจ

“แล้วตอนที่คนพวกนี้คิดจะโยนข้าลงจากเรือ เจ้าเคยบอกพวกมันถึงผลลัพธ์หรือไม่? พวกมันจะฆ่าข้าเป็นเรื่องถูกต้องตามหลักฟ้าและดิน ส่วนข้าฆ่าพวกมันกลับกลายเป็นสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ? กฎเหลวไหลอะไรกัน?”

ซ่างกวนอีถึงกับพูดไม่ออกกับคำพูดของเขา

ผ่านไปครู่ใหญ่ นางจึงกัดริมฝีปากแน่นเอ่ยเสียงแข็ง

“โลกนี้มันก็ไม่ยุติธรรมเช่นนี้! เกาะสุริยันจันทราและตระกูลซ่างกวน ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะต่อต้านได้ หากเจ้ายังดื้อดึงไม่หยุดมือ เจ้าจะไม่มีวันถอยหลังได้อีก!”

“ข้าสู้ไม่ได้ งั้นหรือ?”

เฟิงอู๋เฉินพึมพำกับตนเอง พลางแผ่จิตสังหารออกมามากขึ้นเรื่อยๆ

“หากผู้ใดไม่ล่วงเกินข้า ข้าย่อมไม่ล่วงเกินมันผู้นั้น แต่หากมีใครล่วงเกินข้า ข้าจะสังหารมันด้วยกระบี่! จงจำไว้ให้ดี! อย่าว่าแต่แค่เกาะสุริยันจันทราและตระกูลซ่างกวน ต่อให้เป็นจ้าวแห่งสวรรค์ ข้าก็ฆ่าไม่เลี้ยง!”

ทันทีที่เสียงจบลง ร่างของเฟิงอู๋เฉินกลายเป็นเพียงเงาจางๆ

ฉัวะ!

เสียงฟันกระบี่ดังขึ้นต่อเนื่อง

พริบตาเดียว เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ของเกาะสุริยันจันทราที่เคยเผยจิตสังหารต่อเขา ล้มลงพร้อมกันโดยไร้ลมหายใจ!

ถูกสังหารในกระบี่เดียว!

“เจ้า...เจ้าฆ่าพวกเขาทุกคนแล้วจริงๆ หรือ!?”

ซ่างกวนอีจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อ

แต่ทันใดนั้น นางก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่หนาวเย็นแทงทะลุเข้าไปถึงไขสันหลังของตน!

“ความอดทนของข้ามีขีดจำกัด หากเจ้าพูดมากอีกคำเดียว ตาย!”

ริมฝีปากของซ่างกวนอีเพิ่งจะขยับ แต่ยังไม่ทันเปล่งเสียงออกมา

ชายชราผู้หนึ่งในชุดคลุมดำอายุราวห้าสิบกว่าปี ก็เข้ามาดึงตัวนางกลับไปข้างหลังทันที

“คุณหนู!”

ใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม เขาส่ายหัวให้ซ่างกวนอีอย่างหนักแน่น

จากนั้น…เขาหันไปเผชิญหน้ากับเฟิงอู๋เฉิน ก่อนจะยกมือขึ้นประสานคำนับพลางยิ้มเจื่อนๆ

“ท่านผู้นี้...คุณหนูของข้ายังเยาว์วัยและไร้เดียงสา! ขออภัยแทนนางด้วย เราจบเรื่องนี้กันเพียงเท่านี้ดีหรือไม่?”

เฟิงอู๋เฉินจ้องมองชายชราผู้นี้ แววตาเผยประกายคมกล้า

ชายชราคนนี้…ซ่อนพลังของตนเองไว้อย่างแนบเนียน เขาดูไม่ออกว่าลึกตื้นเพียงใด

แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่า อย่างน้อยต้องแข็งแกร่งกว่าเฉินหู่แน่นอน!

ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ เฟิงอู๋เฉินจึงเก็บกระบี่กลับเข้าไปในแหวนมิติ ก่อนจะกลับไปนั่งที่เดิม

“หากไม่อยากตาย ก็อย่ามารบกวนข้าอีก!”

“……”

ซ่างกวนอีกัดฟันแน่นด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะเดินตามชายชรากลับไปยังห้องรับรอง

“ท่านอาโจว! ทำไมท่านไม่ลงมือฆ่ามันเสีย!?”

“แถมยังขอโทษมันอีก! หากคนของเกาะสุริยันจันทรารู้เข้า พวกเขาต้องคิดว่าเมืองหนานชางของเรามันอ่อนแอ! แล้วศักดิ์ศรีของเราเล่า!?”

ชายชราที่ถูกเรียกว่าอาโจวสีหน้ามืดครึ้ม แววตาเต็มไปด้วยความล้ำลึกและแผนการที่ยากคาดเดา

“คุณหนู... ท่านยังมองไม่ออกหรือ? คนผู้นั้นฆ่าคนโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาไม่ใช่คนที่หวาดกลัวต่อเรื่องใด อีกทั้ง เฉินหู่อย่างน้อยก็เป็นถึงขั้นกายสุวรรณระดับเก้า แต่กลับถูกเขาสังหารเพียงกระบี่เดียว! พลังของเขาลึกล้ำยากจะหยั่งถึง แม้แต่ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถสังหารเขาได้ง่ายๆ!”

ซ่างกวนอีอึ้งไปชั่วขณะ นางไม่เคยคาดคิดว่าเฟิงอู๋เฉินจะร้ายกาจถึงขนาดที่โจวป๋อต้องหวาดหวั่น

“แล้วจะทำอย่างไร? เราจะปล่อยให้เขารอดไปเช่นนี้หรือ? หากเป็นเช่นนั้น…ศักดิ์ศรีของเมืองหนานชางคงถูกเหยียบย่ำจนสิ้น!”

โจวป๋อแสยะยิ้มเย็นชา “แน่นอนว่าเราจะปล่อยเขาไปง่ายๆ ไม่ได้! แต่ก่อนอื่นเราต้องสงบใจไว้ก่อน รอให้ถึงเมืองหนานชางแล้วค่อยจัดการกับเขาก็ยังไม่สาย! ฮ่าๆ... ส่วนเรื่องศักดิ์ศรีไม่ต้องกังวล พอถึงเวลานั้นเราจะเอาหัวของมันแขวนไว้บนประตูเมืองให้คนดูสามวันเต็ม! ใครบ้างจะกล้าพูดว่า เมืองหนานชางเสื่อมเสียเกียรติ?”

……

หลังจากผ่านเหตุการณ์ตึงเครียดมาได้ อสูรเมฆอัสนีก็หยุดการโจมตี พายุฝนที่โหมกระหน่ำก็สงบลงอย่างรวดเร็ว

ทว่าบรรยากาศภายในเรือเหาะกลับแปลกประหลาดยิ่งกว่าเดิม

ภายในรัศมีสิบก้าวรอบตัวเฟิงอู๋เฉิน ไม่มีใครกล้าอยู่ใกล้ ทุกคนต่างค่อยๆ เคลื่อนตัวออกห่าง

นี่คือคนที่สามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกายสุวรรณระดับเก้าได้ในกระบวนท่าเดียว!

ยิ่งไปกว่านั้น เขาฟันคอคนโดยไม่กระพริบตา

หากเผลอไปยั่วโมโหเขา แล้วโดนฟันหัวหลุดขึ้นมา…นั่นย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่!

โชคดีที่ตลอดทั้งคืน ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นอีก

จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันถัดมา

ทุกคนรู้สึกราวกับว่าผ่านพ้นเมฆหมอกจนได้เห็นแสงตะวัน

เมื่อคืนมีทั้งพายุคลั่ง อสูรระดับห้า แถมยังมีเหตุการณ์นองเลือด ทุกคนล้วนรู้สึกเหมือนเพิ่งเดินผ่านประตูนรกมาแล้วหนึ่งรอบ

“เฮ้ย! นั่นมัน...”

เสียงอุทานดังขึ้นจากดาดฟ้า

ผู้โดยสารทั้งหลายต่างพากันวิ่งออกจากห้องโถง มองลงไปข้างล่าง แล้วก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานด้วยความตื่นตะลึง

เสียงสนทนาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นปะปนกับความตกใจ

เมื่อได้ยินเสียงฮือฮา เฟิงอู๋เฉินก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความสงสัยจึงลืมตาขึ้น

จากนั้นจึงเดินออกไปยังดาดฟ้าเรือ

และทันทีที่ เฟิงอู๋เฉินปรากฏตัวขึ้น

ผู้คนที่เคยเบียดเสียดกันอยู่ กลับแหวกทางให้โดยไม่ต้องเอ่ยปาก

เมื่ออยู่ต่อหน้าคนไร้ปรานีเช่นนี้ แม้แต่การหายใจก็ต้องเบาๆ!

เฟิงอู๋เฉินก้าวขึ้นไปยังหัวเรือ มองลงไปข้างล่างแล้วขมวดคิ้วแน่น

กลางมหาสมุทรเบื้องล่าง…ปรากฏบางสิ่งที่ผิดปกติ!

เป็นอาณาเขตปริศนาที่ขีดแบ่งอย่างชัดเจน ภายในขอบเขตนั้นมีวังน้ำวนขนาดมหึมา

ส่วนลึกของวังน้ำวนมืดมิดไร้ก้นบึ้ง เปล่งแสงสีดำจางๆ

มันคล้ายกับประตูทางเข้าสู่ดินแดนลี้ลับบางแห่ง!

ปรากฏการณ์แปลกประหลาดนี้ทำให้ เฟิงอู๋เฉินสนใจขึ้นมาทันที

ขณะนั้นเอง เสียงแหบพร่าของชายชราคนหนึ่งดังขึ้นข้างตัวเขา

“ข่าวลือนั้นเป็นจริง! ขุมทรัพย์วังมังกรได้ปรากฏขึ้นแล้วจริงๆ!”

“‘พลังแห่งมังกรกลืนน้ำ’! เป็นไปตามที่บันทึกในตำราทุกประการ! ไม่มีผิดแน่! ครั้งนี้เราไม่เสียเที่ยวแล้ว!”

เฟิงอู๋เฉินหันไปมองต้นเสียง

ผู้พูดเป็นชายร่างเล็กสูงเพียงสามฉื่อ จากพลังปราณที่แผ่ออกมา เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกายสุวรรณช่วงปลาย!

เฟิงอู๋เฉินไม่พูดให้มากความ เดินตรงเข้าไปข้างหน้า หยิบแก่นวิญญาณออกมาจากแหวนมิติ

“สหาย ท่านช่วยบอกข้าหน่อยว่า ขุมทรัพย์วังมังกรนี้คืออะไร?”

…………………………………….

จบบทที่ บทที่ 134 ขุมทรัพย์วังมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว