เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 126 เลือดล้างเลือด! ชีวิตแลกชีวิต!

บทที่ 126 เลือดล้างเลือด! ชีวิตแลกชีวิต!

บทที่ 126 เลือดล้างเลือด! ชีวิตแลกชีวิต!


“ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้สิ้น!”

เมื่อเอ่ยถึงสี่คำสุดท้าย น้ำเสียงของเฟิงอู๋เฉินก็หนักแน่นขึ้น

ทันทีที่กล่าวจบ อายสังหารที่เขาพยายามกดข่มมาตลอดก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง

พร้อมกันนั้น จิตสำนึกของเขาก็ดิ่งลึกลงไปในร่าง

ฝ่ามือของเขายกขึ้นเบาๆ แล้วปลดปล่อยเจตนากระบี่ลงสู่ชั้นที่สองของหอกระบี่หลงหยวน

ครืน!

ทันใดนั้น หอคอยกระบี่หลงหยวนเริ่มสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง

แม้แต่จอมอสูรในชั้นแรกยังตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว

“ฮ่าๆๆ…”

ในขณะนั้นเอง เสียงหัวเราะอันดุร้ายพลันดังออกมาจากชั้นที่สองของหอคอย

“เด็กน้อย! วันนี้ทำไมถึงกระจ่างแจ้งขึ้นมาเสียได้?”

“อย่ามัวพูดมาก! ชักกระบี่! ฆ่ามัน!”

เมื่อเห็นสภาพของลั่วเฟิงกู่ เฟิงอู๋เฉินก็ถูกโทสะเข้าครอบงำ

ในขณะนี้ เขาไม่ได้ต้องการพิชิตศัตรูในฐานะผู้ฝึกกระบี่

เขาต้องการเพียงแค่… ฆ่าพวกมันในฐานะศัตรู!

เผชิญกับคำขู่ของเฟิงอู๋เฉิน วัวมรณะและม้ามัจจุราชเพียงแสยะยิ้มเย้ยหยัน

“เจ้าก็แค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกายสุวรรณ กล้าดีอย่างไรถึงได้กล่าวคำโอหังเช่นนี้!”

“ข้าจะจับพวกเจ้าทั้งหมด จากนั้นค่อยๆ ทรมานไอ้เฒ่านี่ให้สาสม!”

กล่าวจบ วัวมรณะและม้ามัจจุราชก็ลงมือพร้อมกัน พุ่งเข้าโจมตีเฟิงอู๋เฉินอย่างรุนแรง

แม้ว่าคำพูดของพวกมันจะดูถูกเหยียดหยาม

แต่ในใจของพวกมันกลับไม่กล้าประมาทเฟิงอู๋เฉินแม้แต่น้อย

ในการต่อสู้กับผู้ฝึกกระบี่ การประมาทศัตรูคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุด!

ยิ่งไปกว่านั้น ชายผู้นี้คือปรมาจารย์กระบี่!

เขาสามารถสังหารเหยียนกุ่ยได้ เช่นนั้นก็อาจสังหารพวกมันได้เช่นกัน!

ดังนั้น พวกมันจึงไม่คิดจะให้โอกาสเฟิงอู๋เฉินได้หลบหนี

ทุกการโจมตีล้วนเป็นท่าร้ายแรง หวังปลิดชีพในกระบวนท่าเดียว!

“ศิษย์น้องเฟิง!”

เมื่อเห็นเช่นนั้น เสิ่นหงอีถึงกับหน้าถอดสี

“อย่าเข้ามา! รีบถอยไปให้ไกล!”

เฟิงอู๋เฉินตะโกนลั่น พร้อมกับยกกระบี่เพลิงสุริยันขึ้นสูง

ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเสิ่นหงอีพลันสั่นไหว ก่อนจะหยุดฝีเท้า

ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกัดฟันแน่น

“ถอย!”

นางรู้ดีว่าด้วยพลังของตน ต่อให้พุ่งเข้าไปช่วย ก็ไม่อาจช่วยเฟิงอู๋เฉินได้

มีแต่จะกลายเป็นภาระให้เขาเท่านั้น

ในยามนี้ สิ่งที่นางทำได้มีเพียงเชื่อใจเฟิงอู๋เฉิน!

ขณะที่พวกนางกำลังถอยห่าง

วัวมรณะและม้ามัจจุราชก็ซัดกระบวนท่าเข้าใส่เฟิงอู๋เฉินแล้ว!

ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายแห่งความอำมหิต

ราวกับเห็นภาพเฟิงอู๋เฉินถูกบดขยี้เป็นเศษเนื้ออยู่ตรงหน้าแล้ว

“ขวานอสูร! ผ่าสวรรค์!”

“แส้อสูร! เงาปีศาจ!”

ทั้งสองปล่อยกระบวนท่าพร้อมกัน และนั่นล้วนเป็นกระบวนท่าวิชาขั้นสวรรค์!

ทำให้เสิ่นหงอีและพวกอีกสามคนตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม

ในระยะประชิดเช่นนี้!

แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นทะเลโลหิตที่เชี่ยวชาญการขัดเกลาร่างกาย ก็ยังไม่อาจรับการโจมตีเช่นนี้ได้!

เฟิงอู๋เฉินคิดจะสละตนเพื่อแลกกับโอกาสให้พวกเขาหนีไปอย่างนั้นหรือ!?

“ไม่!”

เสิ่นหงอีตะโกนลั่น!

ทว่า… ในชั่วพริบตานั้น!

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป ทำให้พวกเขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!

พลังบางอย่างพลันแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเฟิงอู๋เฉิน

ขวานและแส้ของวัวมรณะกับม้ามัจจุราช กลับชะลอลงอย่างผิดปกติ!

ภาพเช่นนี้… พวกเขาทั้งสามเคยเห็นมาก่อน!

ครั้งนั้น เกิดขึ้นในสนามประลองของเฟิงอู๋เฉินกับหลินหว่าน!

ในตอนนั้น เป็นเยว่เหลียนซินที่หยุดกระบวนท่าเพลิงระเบิดของฉือเหลี่ยน!

แต่เยว่เหลียนซินเป็นยอดฝีมือขั้นมัจฉามังกรระดับเก้า อีกทั้งยังเป็นยอดอัจฉริยะแห่งดินแดนเสินโจว!

แล้วเฟิงอู๋เฉินมีพลังเช่นนี้ได้อย่างไร!?

โครม!

ในขณะที่ทุกคนยังคงตกตะลึง

ด้านหลังของเฟิงอู๋เฉิน พลันปรากฏรอยแยกแห่งมิติขึ้น!

พลังอำนาจที่ทำให้ทุกสิ่งหยุดชะงักนั้น ถูกปลดปล่อยออกมาจากรอยแยกแห่งนี้!

ภายใต้แรงกดดันมหาศาล การโจมตีของวัวมรณะและม้ามัจจุราชพลันสลายไปในพริบตา!

และในลมหายใจถัดมา พลังแห่งกระบี่อันแข็งแกร่งแผ่กระจายออกไปครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยจั้งโดยรอบ!

ครืน!

เสียงดังก้องไปทั่วบริเวณ

พวกเขาพึ่งสังเกตเห็นว่า กระบี่ในมือของพวกเขากำลังสั่นสะท้าน!

“นี่มัน… การควบคุมกระบี่ด้วยพลังแห่งฤทธิ์กระบี่! ผู้ที่ลงมือเป็นจ้าวกระบี่งั้นหรือ!?”

ชวิ้ง!

ภายใต้พลังแห่งกระบี่อันยิ่งใหญ่

ภายในรัศมีหลายร้อยจั้ง กระบี่ทุกเล่มสั่นสะท้านไม่หยุด!

แม้แต่กระบี่ของเหล่าผู้สวมหน้ากากปีศาจ ก็สั่นสะเทือนเช่นกัน!

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่!?”

ชวิ้ง!

ในที่สุด กระบี่ทั้งร้อยเล่มก็หลุดพ้นจากการควบคุมของเจ้าของ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

กระบี่ยาวร้อยเล่มลอยอยู่กลางอากาศ นับเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่ตระการตา!

ฉึก! ฉึก!

เสียงแหวกอากาศดังขึ้น กระบี่เหล่านั้นพุ่งออกไปพร้อมกัน

ทุกเล่มแทงทะลุคอหอยของเหล่าผู้สวมหน้ากากปีศาจอย่างแม่นยำ!

พร้อมทั้งยกพวกมันลอยขึ้น ก่อนตรึงร่างไว้กับกำแพงศิลาเบื้องหน้าตำหนักใหญ่

ทั่วทั้งยอดเขาอู๋เหิน ดังก้องไปด้วยเสียงร้องโหยหวน

เพียงชั่วพริบตาเดียว กำแพงตำหนักใหญ่ก็เต็มไปด้วยร่างไร้วิญญาณถึงร้อยศพ!

เมื่อเห็นเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกายสุวรรณใต้บัญชาของตนถูกสังหารสิ้น!

“อ๊าก!!”

วัวมรณะและม้ามัจจุราชคำรามลั่น ฝืนแรงกดดันมหาศาล ก่อนพุ่งเข้าโจมตีเฟิงอู๋เฉินอีกครั้ง

“รนหาที่ตาย!”

เสียงคำรามดังกึกก้องออกมาจากรอยแยกแห่งมิติ

กระบี่อีกสิบกว่าเล่มที่เหลือ พุ่งเข้าใส่วัวมรณะและม้ามัจจุราชด้วยความเร็วที่มากขึ้น

ภายใต้แรงกดดันของฤทธิ์กระบี่อันน่าสะพรึงกลัวนั้น

พวกมันไม่อาจขยับตัวได้แม้แต่น้อย ได้แต่จ้องมองกระบี่เหล่านั้นพุ่งทะลวงผ่านร่างของตน!

“อ๊ากก!!”

เสียงร้องของพวกมันดังระงม

กระบี่เล่มสุดท้ายพุ่งทะลุผ่านมือ เท้า และจุดตันเถียนของพวกมัน

ตรึงร่างไว้ใต้ร่างของลั่วเฟิงกู่บนกำแพงศิลา

เลือดล้างเลือด! ชีวิตแลกชีวิต!

พวกมันทำเช่นไรกับลั่วเฟิงกู่

เฟิงอู๋เฉินก็ตอบแทนพวกมันเช่นนั้น!

“ฮ่าๆๆๆ!!”

เสียงหัวเราะบ้าคลั่งดังออกมาจากชั้นที่สองของหอคอยกระบี่หลงหยวน

“ไม่ได้รู้สึกสะใจเช่นนี้มานานแล้ว! สะใจยิ่งนัก! ฮ่าๆๆ!!”

แต่เฟิงอู๋เฉินหาได้สนใจเสียงนั้น เขาพุ่งตรงไปยังลั่วเฟิงกู่

พยายามทำลายพลังกระบี่ที่ตรึงร่างของอาจารย์ไว้

เคร้ง!

แต่ไม่ว่าเขาจะฟันลงไปกี่ครั้ง พลังปราณกระบี่นั้นยังคงไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

“เด็กน้อย! พลังกระบี่นี้ เป็นฝีมือของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมัจฉามังกร ด้วยพลังของเจ้าเพียงเท่านี้ ไม่มีทางทำลายมันได้”

เสียงจากชั้นที่สองกล่าวขึ้น

“แล้วเจ้าทำได้หรือไม่!?”

“ข้าหรือ? ฮึฮึ! แน่นอนว่าข้าทำได้! แต่หากข้าลงมือ ชีวิตของเจ้าเฒ่านั่นคงไม่เหลือเช่นกัน!”

เฟิงอู๋เฉินกำหมัดแน่น ความรู้สึกผิดท่วมท้นขึ้นมาในหัวใจ

เขายังอ่อนแอเกินไป!

แม้แต่ช่วยลั่วเฟิงกู่ เขายังทำไม่ได้!

แม้แต่จะปลดปล่อยอาจารย์จากพันธนาการ ยังอับจนหนทาง!

“อาจารย์ลั่ว!”

ยามนั้น เสิ่นหงอีและพวกอีกสามคนพุ่งเข้ามา ต่างฟาดฟันเข้าใส่พลังแห่งกระบี่ที่ตรึงร่างของลั่วเฟิงกู่

“ทำไม! ทำไมมันไม่หายไป! อ๊ากก!!”

เมื่อเผชิญกับความไร้หนทาง ทั้งสี่คนทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้มโดยมิอาจกลั้นไว้ได้

“อย่า… อย่าร้องไห้! ศิษย์แห่งยอดเขาอู๋เหิน มีเพียงเลือดที่ไหล… ไม่ใช่น้ำตา…”

ลั่วเฟิงกู่ ซึ่งกำลังจะสิ้นใจ พยายามเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก

“อาจารย์! ท่านไม่ต้องพูดอะไรแล้ว! รักษาชีวิตของท่านไว้ก่อน! พวกเราจะช่วยท่านออกไปให้ได้!” เสิ่นหงอีพูดด้วยเสียงสั่นเครือ ดวงตาแดงก่ำ

แต่ลั่วเฟิงกู่เพียงส่ายศีรษะเบาๆ

“ข้า… ไม่รอดแล้ว! ผู้ที่ทำร้ายข้า… มันใกล้จะกลับมาแล้ว พวกเจ้าไม่ใช่คู่มือของมัน รีบ… รีบไปเสีย!”

เฟิงอู๋เฉินเข้าสู่จิตสำนึกภายใน ร้องถามไปยังเงาดำที่อยู่ในชั้นที่สองของหอคอยกระบี่หลงหยวน

“เจ้าสามารถสังหารผู้ที่อยู่ในขั้นมัจฉามังกรได้หรือไม่?”

“ทำได้! แต่ข้าต้องการเจตนากระบี่มากกว่านี้!”

เฟิงอู๋เฉินกวาดตามองไปยังโซ่ตรวนที่เริ่มแตกร้าวใกล้จะขาดสะบั้นแล้ว

เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่

หากเขาปลดปล่อยพลังไปมากกว่านี้ เงามืดที่ถูกกักขังไว้ในชั้นที่สองอาจหลุดพ้นออกมาได้

แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม!

เมื่อนำสติกลับสู่ร่าง เฟิงอู๋เฉินเห็นว่าลั่วเฟิงกู่กำลังอ้าปากพยายามพูดบางอย่าง

“ข้าตายได้… แต่สายเลือดยอดเขาอู๋เหิน… จะต้องไม่ดับสูญ! พวกเจ้า… คืออนาคตของสำนัก… จะต้องไม่ตายที่นี่! จะต้องไม่ตายเด็ดขาด!”

ขณะที่เสียงของลั่วเฟิงกู่ยังคงดังอยู่

ทันใดนั้น!

ท้องฟ้าเหนือยอดเขาอู๋เหินพลันมืดครึ้ม เมฆดำมากมายรวมตัวกัน ก่อตัวเป็นพายุหมุนขนาดมหึมา

……………………….

จบบทที่ บทที่ 126 เลือดล้างเลือด! ชีวิตแลกชีวิต!

คัดลอกลิงก์แล้ว