- หน้าแรก
- จุติเทพกระบี่พลิกชะตาสวรรค์
- บทที่ 98 จุดแตกหัก
บทที่ 98 จุดแตกหัก
บทที่ 98 จุดแตกหัก
ขณะที่เสียงโห่ร้องยังไม่ทันสงบลง เงาหนึ่งปรากฏขึ้นบนเส้นทางสู่ยอดเขาชิงเฉิน
"ดูนั่น! เจ้านั่นกล้ามาจริงๆ!"
"พวกนั้นกำลังเดินขึ้นมาด้วยเท้า?!"
"เฮอะ! สำนักอู๋เหินเสื่อมโทรมมานานแล้ว พวกมันคงไม่มีแม้แต่ยอดฝีมือขั้นทะเลโลหิตเหลืออยู่อีกต่อไป!"
"กล้าหน้าด้านมาแบบนี้ ช่างน่าขายหน้าจริงๆ!"
บนเส้นทางขึ้นเขา
เย่เซียวขมวดคิ้วไม่พอใจ
"ตาเฒ่าลั่ว! ท่านเหาะขึ้นไปได้มิใช่รึ? ทำไมท่านไม่พาเจ้าโรคจิตนี่บินขึ้นไปเลย!"
ลั่วเฟิงกู่เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนตอบหน้าตาย
"เช้านี้ข้าดื่มเยอะไปหน่อย ปวดหัว..."
"..."
เย่เซียวถึงกับพูดอะไรไม่ออก
ขณะที่ทั้งหมดเดินขึ้นมาอย่างเชื่องช้า
เสิ่นหงอีอดไม่ได้ที่จะถาม
"เจ้าดูไม่รีบร้อนเลย ทั้งที่เจ้าเป็นตัวเอกของการประลองในวันนี้?"
เฟิงอู๋เฉินยังคงแบกเฟิงหนิงไว้บนหลัง เดินไปอย่างสบายๆ
"ข้าจะรีบไปทำไม? พวกมันตั้งเวทีประลองเป็นตายขึ้นมา ก็เพียงเพื่อจะฆ่าข้า ไม่ว่าข้าจะมาช้าหรือเร็วพวกมันก็ต้องรอข้าอยู่ดี!"
ณ ยอดเขา
เมื่อเยว่ชิงอิงเห็นภาพนี้ นางก็อดนึกถึงภาพในอดีตขึ้นมาไม่ได้
ครั้งหนึ่งในเมืองลั่วเฟิง เฟิงอู๋เฉินก็เคยแบกเฟิงหนิงบนหลังเช่นนี้ แล้วเดินขึ้นเวทีประลองอย่างเชื่องช้า แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
ปัจจุบัน...ช่างเหมือนกับอดีตไม่มีผิด!
บนลานประลอง
เมื่อมาถึงยอดเขาชิงเฉิน เฟิงอู๋เฉินวางเฟิงหนิงลง แล้วส่งนางให้เสิ่นหงอีดูแล ก่อนจะเดินตรงไปยังเวทีประลอง
แต่เพียงแค่เขาเดินมาถึงขอบลาน
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
ศิษย์จากยอดเขาอือหยางหลายคนรีบเข้ามาขวางทาง พวกมันล้อมรอบเขาแน่นขนัด!
เหล่าศิษย์จากยอดเขาอือหยางไม่รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน
เพราะฉือเหลี่ยนต้องการรักษาศักดิ์ศรีของยอดเขาอือหยางเขาจึงไม่แพร่งพรายเรื่องการสังหารหมู่ออกไป
ดังนั้น ยังมีคนโง่เขลาหลายคนที่ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าพวกเขานั้น เป็นมารร้ายกระหายเลือดเพียงใด!
"ไอ้หนุ่ม! เจ้านี่เองที่บังอาจท้าทายศิษย์พี่หลินหว่าน?"
"หึ! เจ้าเคยส่องกระจกดูตัวเองบ้างไหม? เจ้ากล้าขึ้นเวทีเดียวกับศิษย์พี่หลินหว่านมันเป็นการดูถูกนาง!"
"เจ้ามันไม่มีคุณสมบัติพอจะประลองกับนาง ไสหัวไปซะ!"
"ไสหัวไป!"
"ไสหัวไป!"
"ไสหัวไป!"
เสียงตะโกนดังกระหึ่มไปทั่วลานประลอง
แต่เฟิงอู๋เฉินยังคงเดินหน้าต่อไป สีหน้าไม่แสดงอารมณ์แม้แต่น้อยคล้ายกับไม่ได้ยินอะไรเลย!
เสียงกู่ร้องของเหล่าผู้ชื่นชมหลินหว่านดังสนั่น ราวกับคลื่นเสียงที่สามารถกลบทุกสิ่งได้
"พวกนี้มันเสียสติไปแล้วหรือ?"
"เฮอะ! พวกมันคิดจะทำให้ศิษย์น้องเฟิงเสียสมาธิ เจ้าเล่ห์จริงๆ...แต่ใช้วิธีที่โง่เขลาเกินไป!"
แม้จะถูกโห่ร้องใส่ เฟิงอู๋เฉินกลับยังคงนิ่งสงบ ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ เพียงแค่ชักกระบี่เพลิงสุริยันออกมาอย่างแช่มช้า
เมื่อเห็นเช่นนี้ บรรดาศิษย์ที่ขวางทางเขายิ่งกำเริบเสิบสานขึ้น
"ฮึ! เจ้าคิดจะลงมือกับพวกเราหรือ?"
"อย่าลืมนะว่านี่เป็นสถานที่ใด! ท่านเจ้าสำนักกำลังดูอยู่!"
"ฮ่าฮ่า! ข้าดูออกเลยว่าเจ้ามันแค่ไก่อ่อน! ทั้งผู้อาวุโสและบรรดาเจ้าหุบเขาล้วนอยู่ที่นี่ เจ้าไม่กล้าลงมือหรอก!"
ชวิ้ง!
เสียงกระบี่เปล่งประกายวาบออกจากฝัก
พริบตาต่อมารัศมีกระบี่ก็พุ่งแหวกผ่านอากาศ!
ฉัวะ!
เพียงเสี้ยวลมหายใจ เลือดสดๆ พุ่งกระเซ็นขึ้นไปบนฟ้า ราวกับสายฝนที่โปรยปราย
ร่างไร้ศีรษะของเหล่าศิษย์ที่ยืนขวางเส้นทาง พลันล้มลงกับพื้นทีละศพ...
.........
ทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบงัน
ผ่านไปเพียงสองลมหายใจ ความโกลาหลก็ปะทุขึ้น!
"เขาฆ่าคน!"
"ฆ่าคนต่อหน้าธารกำนัล!"
"เขากล้าสังหารศิษย์ของสำนักอย่างโจ่งแจ้ง! เจ้านี่ต้องตายแน่!"
"ขอท่านเจ้าสำนักลงโทษ!"
"ขอท่านเจ้าสำนักลงโทษ!"
ท่ามกลางเสียงร้องเรียกให้ความเป็นธรรม
ชางห่าว เจ้าสำนักชิงเฉินที่นั่งพักผ่อนอยู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ดวงตาของเขาฉายแววรำคาญเล็กน้อย
"เก็บศพพวกเขาให้เรียบร้อย...ทำพิธีฝังให้สมเกียรติ"
กล่าวจบ เขาก็ปิดตาลงอีกครั้ง
ทว่าไม่มีแม้แต่คำพูดเดียวเกี่ยวกับการลงโทษเฟิงอู๋เฉิน!
ทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบงัน
แม้แต่พวกที่โง่เขลาเพียงใด ตอนนี้พวกมันก็เริ่มเข้าใจแล้ว...เจ้าสำนักลำเอียงให้กับเฟิงอู๋เฉินอย่างชัดเจน!
ความสำคัญเช่นนี้มีเพียงหลิงกุ่ยอีเท่านั้นที่เคยได้รับ
หลิงกุ่ยอีคืออัจฉริยะจากอดีตของยอดเขาอือหยาง ผู้ได้รับเลือกให้ไปฝึกฝนในเสินโจว
หรือว่า
‘พรสวรรค์ของเฟิงอู๋เฉิน ได้ก้าวไปสู่ระดับเดียวกับหลิงกุ่ยอีแล้ว?!’
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ ทั่วทั้งลานพลันเต็มไปด้วยเสียงสูดหายใจเย็นเยียบ!
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง…
และแล้ว ฝูงชนที่ขวางทาง ก็รีบแยกออกเป็นสองข้างโดยไม่ต้องมีใครออกคำสั่ง!
พวกเขามองร่างของเฟิงอู๋เฉินด้วยความหวาดกลัว
นี่คือคนที่ฆ่าโดยไม่ลังเล...และเขายังได้รับการปกป้องจากเจ้าสำนัก...
ใครบ้างจะกล้าหาเรื่องเขา?
เส้นทางไปสู่ลานประลองถูกเปิดกว้างทันที!
ถึงตอนนั้น แม้จะตายไปก็ไม่มีที่ให้ร้องทุกข์!
ทว่า เมื่อเห็นภาพตรงหน้า สีหน้าของฉือเหลี่ยนกลับยิ่งมืดครึ้ม
ยิ่งเฟิงอู๋เฉินได้รับการปกป้องจากชางห่าวมากเท่าไร เขาก็ยิ่งเป็นภัยคุกคามต่อฉือเหลี่ยนมากขึ้นเท่านั้น
ความตั้งใจที่จะฆ่าเขาก็ยิ่งแน่วแน่!
เฟิงอู๋เฉินถือกระบี่เพลิงสุริยัน เดินขึ้นไปบนเวทีประลองอย่างสงบ
เมื่อสายตาของเขาสบกับหลินหว่าน รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา
วันนี้เป็นวันที่เขารอคอยมาแสนนาน!
"ไม่น่าเชื่อเลยว่า วันหนึ่งเจ้าจะมีคุณสมบัติพอจะยืนอยู่บนเวทีเดียวกับข้าได้"
น้ำเสียงของหลินหว่านเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
เฟิงอู๋เฉินเงยหน้าขึ้นช้าๆ จ้องมองสตรีตรงหน้า สตรีที่เคยเป็นภรรยาเพียงหนึ่งวันของเขา
แววตาของเขาเย็นชาไร้ซึ่งความรู้สึก
หลินหว่านค่อยๆ ปลดปล่อยพลังของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกายสุวรรณสูงสุดออกมาหวังจะใช้มันกดดันอีกฝ่าย!
เมื่อรอบกายเต็มไปด้วยคลื่นพลัง นางพลันเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"เจ้ากับข้ามาถึงจุดนี้แล้ว เจ้ารู้สึกเสียใจบ้างหรือไม่?"
"หากเจ้าไม่เลือกเป็นศัตรูกับข้า เจ้าอาจก้าวไปได้ไกลกว่านี้...อาจมีคุณสมบัติได้ก้าวเดินร่วมกับข้า"
"ท้ายที่สุดแล้ว...เจ้ากับข้า ก็เป็นคนประเภทเดียวกัน!"
จู่ๆ เฟิงอู๋เฉินที่เงียบมาตลอด ก็หัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้น
"ประเภทเดียวกัน?"
"เจ้าเองก็กล้าเปรียบตัวเองกับข้าหรือ?"
เมื่อได้ยินคำปฏิเสธจากปากของเฟิงอู๋เฉิน แววตาของหลินหว่านพลันแข็งกร้าว
"ข้ากับเจ้าต่างก็ออกเดินทางจากเมืองลั่วเฟิง เมืองเล็กๆ ที่ไม่มีใครเหลียวแล เจ้าก็ไม่ได้สูงส่งกว่าข้าแต่อย่างใด!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า..."
หลังจากได้ยินเช่นนี้ เฟิงอู๋เฉินก็หัวเราะออกมา ทว่าเป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความดูถูก
"อย่าทำให้ข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนหน่อยเลย! เจ้ารู้ตัวบ้างหรือไม่ ว่าเจ้าก้าวมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?"
"เป็นเพราะเจ้า ช่วงชิงชีพจรวิญญาณไปจากข้า! เป็นเพราะเจ้าพึ่งพาพลังที่ถูกถ่ายทอดจากพวกคนเฒ่าเหล่านั้น!"
"เจ้าก็เป็นเพียงแค่ขโมย! เป็นแค่คนที่อาศัยพลังของผู้อื่น แต่ข้าเฟิงอู๋เฉินคือ ผู้ถูกลิขิตให้ยิ่งใหญ่ตั้งแต่กำเนิด!"
"ข้ากับเจ้า...เราต่างกันราวฟ้ากับเหว!"
ขณะกล่าว เจตนากระบี่ของเฟิงอู๋เฉินก็แผ่กระจายออกไปทั่วเวที
เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้นเขากลับให้ความรู้สึก เป็นเหมือนขุนเขาที่ไม่มีวันข้ามผ่าน
ทำให้หลินหว่านเกิดความรู้สึกไร้พลังขึ้นมาอย่างประหลาด ราวกับสิ่งที่เฟิงอู๋เฉินพูดเป็นความจริงที่มิอาจโต้แย้งได้!
ราวกับตัวนางเอง ก็เป็นเพียงแค่ขโมยต่ำต้อยจริงๆ!
ราวกับว่าเฟิงอู๋เฉินเท่านั้น ที่เป็นอัจฉริยะโดยกำเนิดที่แท้จริง!
"ไม่! มันไม่ใช่แบบนั้น!"
ลมหายใจของหลินหว่านพลันเร่งเร้าขึ้น สายฟ้าสีแดงเข้มปกคลุมไปทั่วร่างของนาง
"ข้าหลินหว่านเดินมาถึงจุดนี้ ข้าก้าวผ่านมันมาด้วยลำแข้งของตัวเอง! เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาลบล้างทุกความพยายามของข้า! เจ้ามีสิทธิ์อะไรมองข้าเป็นแค่ตัวไร้ค่า!"
หลินหว่านตะโกนลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เฟิงอู๋เฉินอย่างบ้าคลั่ง
เพียงพริบตาเวทีประลองทั้งเวทีก็ถูกสายฟ้าสีแดงแผ่ปกคลุม!
เบื้องล่างของเวที หลิวเฟยเผยรอยยิ้มบางๆ
"ดูเหมือนว่า ในแง่ของการรบกวนจิตใจคู่ต่อสู้ เฟิงอู๋เฉินชนะไปแล้ว"
ทว่าเสิ่นหงอีที่ยืนข้างๆ พลันกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เจ้าคิดว่าเฟิงอู๋เฉินพูดแบบนั้นเพียงเพื่อทำให้จิตใจของหลินหว่านปั่นป่วนอย่างนั้นหรือ?"
หลิวเฟยชะงัก "ไม่ใช่หรือ?"
เสิ่นหงอีเพียงยิ้มบางๆ แล้วส่ายหัวอย่างมั่นใจ
"แน่นอนว่าไม่ใช่! เขาไม่มีความจำเป็นต้องทำเรื่องแบบนั้นเลย"
"เพราะในสายตาของเขา หลินหว่าน...อาจไม่เคยเป็นอะไรที่เขาให้ความสำคัญเลยตั้งแต่แรก!"
แม้ว่าหลินหว่านจะได้รับพลังจากการถ่ายทอด แต่ระดับของนางก็คือขั้นกายสุวรรณสูงสุดอย่างแท้จริง
พลังปราณในร่างของนางถูกอัดแน่นถึงขีดสุด ผิวกายเปล่งประกายระยิบระยับด้วยแสงสีทอง
ทุกกระบวนท่าของนาง ทรงพลังเหนือกว่าขั้นปราณยุทธ์โดยสิ้นเชิง!