เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง

บทที่ 70 หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง

บทที่ 70 หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง


ทุกคนตกตะลึงไปชั่วขณะ

“พวกเราเพิ่งจ่ายไปแล้วมิใช่หรือ!?”

“พวกเจ้าจ่ายให้มัน แล้วเกี่ยวอะไรกับข้า? ตอนนี้ข้าต่างหากที่เก็บค่าผ่านทาง สองหมื่นเหรียญทองต่อคนรีบส่งมาซะ!”

“สองหมื่นเหรียญทอง!? เจ้าอยากได้เงินมากจนเป็นบ้าไปแล้วหรือ!?”

เมื่อเห็นว่าเฟิงอู๋เฉินหน้าเลือดยิ่งกว่าชายหัวโล้นเมื่อครู่ เจียงเชี่ยนเสวี่ยก็พลั้งปากออกมาโดยไม่รู้ตัว

“ห้าหมื่น!”

เฟิงอู๋เฉินไม่ได้ต่อล้อต่อเถียง เพียงเพิ่มราคาอย่างเย็นชา

“หากยังกล้าพูดมากอีก ก็จะเป็นหนึ่งแสน!”

เจียงเชี่ยนเสวี่ยอ้าปากหมายจะเถียง แต่ครั้งนี้องค์ชายเจ็ดรีบขัดขึ้นมาก่อน

“ตกลง ห้าหมื่น!”

พูดจบองค์ชายเจ็ดพลันควักไข่มุกรูปทรงดุจจันทราออกจากอกเสื้อ

“ข้าพกเงินไม่มากพอ นี่คือของล้ำค่าของราชวงศ์ ‘มุกสุคนธ์มังกร’ มูลค่าถึงหนึ่งแสนเหรียญทอง ใช้แลกค่าผ่านทางให้ข้ากับเชี่ยนเสวี่ยได้หรือไม่!?”

“หนึ่งแสนเหรียญทองยังไม่มี แล้วจะมาปากดีเพื่ออะไร?”

เฟิงอู๋เฉินแค่นเสียงเย้ยหยัน ก่อนกวาดตามองไข่มุกในมือองค์ชายเจ็ดเพียงแวบเดียว แล้วแค่นหัวเราะ

“เฮอะ! ใครจะไปรู้ว่าของจริงหรือของปลอม เอาเป็นว่าข้าให้แค่ห้าหมื่น มากกว่านี้ไม่ได้!”

ในพริบตานั้น สีหน้าขององค์ชายเจ็ดซีดเผือดจนแทบเป็นสีเขียว

“ของที่อยู่ในมือข้า จะเป็นของปลอมได้อย่างไร!?”

เฟิงอู๋เฉินเหลือบตามององค์ชายเจ็ดเล็กน้อย พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“เจ้าพูดมากเกินไปหรือไม่?”

องค์ชายเจ็ดสะดุ้งเฮือก รีบยกมือปิดปากโดยสัญชาตญาณ

เขายังคงจำได้ขึ้นใจว่า “หากยังพูดมากอีก ก็จะเป็นหนึ่งแสน!”

ในขณะนั้น หัวใจของเขาราวกับหลั่งโลหิตออกมา แต่ถึงกระนั้นเขาก็จนปัญญาจะทำสิ่งใดได้

เขาได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า ‘เพียงแค่ข้ามสะพานนี้เข้าไปในซากโบราณได้ หากข้าสามารถพบเจอวิชายุทธ์ขั้นลึกลับหรืออาวุธสักชิ้น ข้าย่อมสามารถถอนทุนคืนได้’

แน่นอนว่ามีอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาจำต้องก้าวข้ามสะพานนี้ให้ได้

เขาคือองค์ชายเจ็ดแห่งราชวงศ์เฉิน หากต้องติดอยู่ที่นี่โดยถูกความไม่ให้ผ่านไปได้ จะไม่เพียงถูกผู้คนครหา แต่ยังอาจกระทบต่อสถานะของเขาในราชสำนัก

ดังนั้น แม้จะต้องขบฟันจนเลือดกลืนลงคอ เขาก็จำต้องฝืนกลืนความอัปยศนี้ลงไป!

องค์ชายเจ็ดกัดฟันแน่น ก่อนจะปลดหยกประจำตัวออกจากเอวแล้วโยนให้เฟิงอู๋เฉิน

“คราวนี้คงพอแล้วใช่หรือไม่?”

เฟิงอู๋เฉินแสยะยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะก้าวขึ้นไปบนสะพานเชือกพร้อมกับเสิ่นหงอี

ครู่หนึ่งต่อมา ทั้งสองก็เดินข้ามสะพานและยืนหยัดบนอีกฝั่งเรียบร้อย

เฟิงอู๋เฉินพลิกมือโยนหยกที่เพิ่งได้มาให้เสิ่นหงอี

ฝ่ายหลังรับไว้ พลางหันไปยิ้มเย้ยองค์ชายเจ็ดที่ยังอยู่บนสะพาน

“ขอบคุณองค์ชายเจ็ดที่ใจกว้าง”

วาจาเสียดแทงของเสิ่นหงอีทำให้องค์ชายเจ็ดขบกรามแน่นจนฟันแทบแตก แต่เขาก็ยังคงนิ่งเงียบ

เพราะเขารู้ดีว่า ต่อหน้าคนบ้าอย่างเฟิงอู๋เฉิน การข่มขู่ใดก็ล้วนไร้ประโยชน์

ทว่าสตรีที่อยู่ข้างหลังเขา เจียงเชี่ยนเสวี่ย กลับไม่มีความเข้าใจในข้อนี้แม้แต่น้อย

“เฟิงอู๋เฉิน! เจ้ากล้าปฏิบัติกับองค์ชายเจ็ดเช่นนี้ ไม่กลัวหรือว่าแคว้นเฉินจะส่งทัพเหล็กนับล้านมากวาดล้างยอดเขาอู๋เหินของเจ้าจนราบเป็นหน้ากลอง!?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฟิงอู๋เฉินหยุดฝีเท้าพลางหันหลังกลับมาช้าๆ สายตาเย็นเยียบกวาดมองคนทั้งสองที่ยังคงอยู่บนสะพาน

“พูดต่อสิ!”

“หึ! ข้ารู้ว่าเจ้าคงไม่กลัวตาย แต่ว่าเจ้าเคยคิดถึงคนรอบตัวเจ้าบ้างหรือไม่? โอ้…หากข้าจำไม่ผิด... เจ้ายังมีน้องสาวที่ไร้พลังยุทธ์ใช่หรือไม่?”

ทันทีที่วาจานี้จบลง อากาศรอบตัวเฟิงอู๋เฉินพลันเปลี่ยนไป!

แววตาของเสิ่นหงอีสั่นไหวทันที นางตระหนักได้ว่าทั้งสองคนนี้ กำลังมาถึงจุดจบของชีวิต

เฟิงอู๋เฉินมีเพียงคนเดียวที่เขาหวงแหน นั่นคือน้องสาวของเขา!

และนางผู้นี้กลับกล้าใช้น้องสาวของเขามาเป็นเครื่องมือข่มขู่ ...หากไม่เรียกว่ารนหาที่ตาย แล้วจะเรียกว่าอะไร?

เมื่อถูกไอสังหารของเฟิงอู๋เฉินกดทับ เจียงเชี่ยนเสวี่ยถึงกับร่างสั่นเทา ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ

องค์ชายเจ็ดเห็นท่าไม่ดี รีบขยับตัวไปยืนขวางหน้าเจียงเชี่ยนเสวี่ย

“เจ้า... เจ้ากล้าฆ่าข้าหรือ!?”

เมื่อเผชิญหน้ากับคำขู่ขององค์ชายเจ็ด เฟิงอู๋เฉินไม่ได้หยุดมือแม้แต่น้อย!

กระบี่ในมือเขาปลดปล่อยรัศมีกระบี่ออกมา แหวกอากาศพุ่งตรงไปยังอกซ้ายขององค์ชายเจ็ด!

หากกระบี่เล่มนี้ปักลงไป ไม่เพียงแต่อวัยวะภายในขององค์ชายเจ็ดจะถูกทำลาย แต่ยังรวมถึง เจียงเชี่ยนเสวี่ยที่อยู่ข้างหลังเขาด้วย!

บูมมมม!

ทันทีที่ปลายกระบี่เพลิงสุริยันเข้าใกล้ร่างองค์ชายเจ็ดในระยะสามฉื่อ

เสียงระเบิดดังสนั่น พลันมีแสงสีทองพุ่งออกจากร่างองค์ชายเจ็ด!

พลังมหาศาลพวยพุ่งออกมาอย่างรุนแรง ถึงขนาดผลักดันให้เฟิงอู๋เฉินถอยหลังไปไกลหลายจั้ง!

“ผู้ใดบังอาจคิดสังหารทายาทแห่งราชวงศ์เฉิน!?”

เสียงเคร่งขรึมก้องกังวานขึ้นกลางอากาศ ดวงตาของเฟิงอู๋เฉินพลันหรี่ลง!

ในชั่วพริบตา เบื้องหน้าองค์ชายเจ็ดปรากฏร่างเงาของชายชราผู้หนึ่ง สวมอาภรณ์มังกรดุจจักรพรรดิ!

“ร่างแยกวิญญาณ? ราชวงศ์เฉินถึงกับมีผู้บรรลุขั้นทะเลโลหิตแฝงตัวอยู่ในซากโบราณนี้ด้วยรึ?”

“แต่ถึงแม้จะเป็นเจ้า ก็อย่าหวังจะขวางข้าได้!”

สิ้นเสียง เฟิงอู๋เฉินพุ่งตัวเข้าหาอีกครั้ง ปลดปล่อยหนึ่งกระบี่ออกไปโดยไม่ลังเล!

“เจ้าเด็กอวดดี!”

ชายชราสวมอาภรณ์มังกรคำรามลั่นด้วยโทสะ

“ช่วยข้าด้วย ท่านปู่!”

องค์ชายเจ็ดเห็นแสงแห่งความหวัง รีบส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ!

เมื่อสายตาชายชราเห็นรัศมีกระบี่ที่พวยพุ่งออกมาจากปลายกระบี่ของเฟิงอู๋เฉิน นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง

“ผู้ฝึกกระบี่? แต่ต่อให้เป็นผู้ฝึกกระบี่ ตราบใดที่ข้าอยู่ ณ ที่นี้ ก็อย่าหวังได้กระทำการอุกอาจ!”

ชายชรากางเกราะพลังวิญญาณขึ้น ตั้งใจจะต้านทานกระบี่ของเฟิงอู๋เฉิน

ทว่า...

เฟิงอู๋เฉินไม่ได้หมายจะฟันใส่องค์ชายเจ็ดแต่แรก!

คมกระบี่เปลี่ยนทิศทางในชั่วพริบตา!

ปลายกระบี่พุ่งตรงไปยังเสาไม้ที่เป็นฐานของสะพานเชือก!

ฉัวะ!!

เมื่อเสาไม้รับน้ำหนักของสะพานเชือกถูกตัดขาด ตัวสะพานก็มิอาจคงสภาพได้อีก พริบตามันขาดลงไปในเหวลึกทันที!

องค์ชายเจ็ดและเจียงเชี่ยนเสวี่ยที่ยืนอยู่บนนั้น พลันร่วงลงไปในเหวลึกนับหมื่นจั้ง!

“อ๊ากกก!!”

“ท่านปู่! ท่านปู่ช่วยข้าด้วย!!”

องค์ชายเจ็ดกรีดร้องอย่างเสียสติ ท่ามกลางความสิ้นหวัง

ชายชราที่เป็นร่างเงาจำแลงของอดีตจักรพรรดิแคว้นเฉิน รีบปล่อยมือจากทุกสิ่ง พุ่งตัวเข้าคว้าองค์ชายเจ็ดไว้ทันเวลา ทั้งร่างแปรเป็นแสงสีทองนำเขาลอยขึ้นอีกฟากของหุบเหว

องค์ชายเจ็ดรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด

แต่…

เจียงเชี่ยนเสวี่ยมิได้โชคดีเช่นนั้น!

นางเป็นเพียงผู้บรรลุขั้นปราณยุทธ์ ไม่สามารถเหยียบย่างบนอากาศได้!

ชายชราก็เป็นเพียงเงาร่างจำแลง ใช้พลังช่วยองค์ชายเจ็ดไปแล้ว จึงไม่มีปัญญาช่วยใครได้อีก

กรี๊ด~!!

เสียงกรีดร้องของเจียงเชี่ยนเสวี่ยดังขึ้น ก่อนร่างของนางจะหายลับไปในหุบเหวอันไร้จุดสิ้นสุด

มาตรว่าแม้แต่เศษกระดูกก็คงไม่หลงเหลือ!

เฟิงอู๋เฉินมองทุกอย่างด้วยสายตาเย็นชา ก่อนเก็บกระบี่เพลิงสุริยันเข้าฝัก พลางสบตากับชายชราผู้สวมชุดคลุมมังกรที่ยืนอยู่อีกฟากฝั่ง

จากนั้น เขาหันหลังจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

อีกด้านหนึ่ง

เมื่อองครักษ์ทั้งสองเห็นชายชรา พวกเขารีบทรุดตัวลงคุกเข่าโดยพลัน

“ถวายบังคมอดีตจักรพรรดิ!”

องค์ชายเจ็ดผู้รอดชีวิตจากความตาย ใบหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาด ร่างกายอ่อนเปลี้ยขาสั่นสะท้าน

และที่หว่างขาของเขา...มีร่องรอยความเปียกชื้นปรากฏขึ้น

เมื่อมองลงไปยังหุบเหวเบื้องล่าง ความหวาดกลัวที่ยังติดค้างในใจของเขาทำให้เขาไม่อาจลุกขึ้นยืนได้

“เชี่ยนเสวี่ย... เชี่ยนเสวี่ยนาง...”

“เจ้าโง่!”

ชายชราสะบัดมือตบหน้าองค์ชายเจ็ดฉาดใหญ่!

“ถึงตอนนี้แล้ว เจ้ายังมีหน้ามาใส่ใจกับสตรีโง่นั่นอีกหรือ!?”

องครักษ์ทั้งสองรีบเข้าพยุงองค์ชายเจ็ดขึ้นมาพลางคุกเข่ารับโทษ

“เป็นความผิดของพวกกระหม่อมที่มิอาจอารักขาองค์ชายได้ ขออดีตจักรพรรดิทรงลงทัณฑ์!”

“ลงทัณฑ์? หึ!”

“ปล่อยให้องค์ชายเจ็ดตกอยู่ในอันตรายถึงเพียงนี้ โทษของพวกเจ้า ควรต้องตายสถานเดียว!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น สององครักษ์รีบก้มศีรษะลงจนแทบติดพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

ชายชราสวมชุดคลุมมังกรจ้องมองพวกเขา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“แต่เอาเถอะ... เห็นแก่ที่พวกเจ้ากล้ารับผิดโดยไม่คิดหลบหนี จงพาองค์ชายเจ็ดกลับแคว้นเฉิน เป็นการชดใช้ หากเกิดเรื่องผิดพลาดแม้เพียงนิดเดียว... ตระกูลของพวกเจ้าจะต้องถูกประหารเก้าชั่วโคตร!”

“พะยะค่ะ!”

“ไม่นะ! ไม่!!”

องค์ชายเจ็ดตัวสั่นสะท้าน รีบเงยหน้ามองชายชราผู้เป็นอดีตจักรพรรดิ

“ข้ายังไม่ได้เข้าสู่ซากโบราณ! ข้ายังไม่ได้พบเจอสมบัติโบราณ! ข้ายังไม่อยากกลับ!!”

“ท่านปู่! ท่านช่วยส่งข้าไปยังอีกฝั่งเถอะ! ขอร้องล่ะท่านปู่!!”

เขาอ้อนวอนสุดชีวิต ดวงตาเต็มไปด้วยความหวังอันแสนจะริบหรี่

ทว่า...

“หุบปาก!!”

เสียงคำรามก้องดั่งฟ้าคำรณ!

ชายชราจ้ององค์ชายเจ็ดอย่างเย็นชา ความผิดหวังสะท้อนชัดในแววตา

“ร่างจริงของข้าอยู่ลึกเข้าไปในซากโบราณ การช่วยชีวิตเจ้าด้วยร่างจำแลงนี้ ก็สูญเสียพลังมากเกินไปแล้ว! เจ้าจงรีบกลับไปเสีย! เลิกทำให้ข้าขายหน้าได้แล้ว! โดนสตรีโง่ๆ คนหนึ่งลากให้ต้องตกต่ำถึงเพียงนี้ เจ้ายังคิดว่าตนมีคุณสมบัติเป็นรัชทายาทอยู่อีกงั้นหรือ!?”

สิ้นคำ ร่างจำแลงของชายชราแตกสลายกลายเป็นแสงสีทอง กระจายหายไปในอากาศ

ส่วนองค์ชายเจ็ดยืนแข็งค้างราวกับถูกฟ้าผ่า!

วาจาเมื่อครู่ตัดขาดทุกความหวังของเขาที่จะได้เป็นรัชทายาทไปตลอดกาล!

“เฟิงอู๋เฉิน! เป็นเจ้าที่ทำลายทุกอย่างของข้า!!”

“สักวันข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ!!!”

“อ๊ากกก!!!”

จบบทที่ บทที่ 70 หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง

คัดลอกลิงก์แล้ว