เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 59 สาวงามช่วยวีรบุรุษ

บทที่ 59 สาวงามช่วยวีรบุรุษ

บทที่ 59 สาวงามช่วยวีรบุรุษ


ยังไม่ทันที่ฉินเฟิงและหลินหว่านจะเข้าประชิด เสียงเย็นเยียบพลันดังขึ้น ตามมาด้วยปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งลงมาจากฟากฟ้า

“แย่แล้ว!”

ทันทีที่ปราณกระบี่สัมผัสพื้น แรงกระแทกทำให้ฝุ่นตลบขึ้นมาอย่างรุนแรง

เมื่อหมอกฝุ่นจางลง สิ่งที่ปรากฏขึ้นระหว่างเฟิงอู๋เฉินและหลินหว่านก็คือร่องลึกยาวเหยียดที่แยกพวกเขาออกจากกัน

“ปรมาจารย์กระบี่! เป็นผู้ใดกัน!”

ไม่นานนัก เงาร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏจากทางเดินบนภูเขาเบื้องหลังของเหล่าผู้คน

เป็นสตรีในอาภรณ์ขาวบริสุทธ์ มือหนึ่งถือกระบี่ ก้าวย่างอ่อนช้อยงดงาม แต่ท่าทีเย็นชาราวกับเซียนสวรรค์ที่มิข้องเกี่ยวกับโลกมนุษย์

“เยว่ชิงอิง!”

เมื่อเห็นสตรีผู้นี้ สีหน้าของทั้งสองก็แปรเปลี่ยนไปในทันที

เยว่ชิงอิงยกปลายกระบี่ขึ้น แล้วชี้ไปทางทั้งสอง

“พวกเจ้า...ใครจะมาเป็นคนแรก?”

เอ่ยถามจบ นางก็คล้ายจะเปลี่ยนใจพลันกล่าวขึ้นใหม่

“ช่างเถอะ...พวกเจ้าสองคนเข้ามาพร้อมกันเถิด!”

การถูกเยว่ชิงอิงดูแคลนเช่นนี้ ทำให้ฉินเฟิงกัดฟันแน่น มือที่ถือหอกเอาไว้กำกระชับขึ้น

“แม้เจ้าจะได้รับการขนานนามว่าเป็นศิษย์สายตรงอันดับหนึ่งของสำนักชิงเฉิน แต่มิได้หมายความว่าเจ้าจะสามารถดูถูกพวกเราได้ถึงเพียงนี้!”

สิ้นคำ ฉินเฟิงยกหอกขึ้นแล้วพุ่งเข้าจู่โจมเยว่ชิงอิงด้วยความเร็วสูง

“ศิษย์พี่ฉิน ข้าจะช่วยท่านเอง!”

หลินหว่านเปล่งเสียงใสกังวาน เรือนร่างของนางปกคลุมไปด้วยสายฟ้าสีแดงฉาน นางกระโจนเข้าร่วมโจมตีในทันที

อัสนีสีชาดนั้นไม่เพียงแต่แฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างของอัสนี ยังมีคุณสมบัติแห่งเปลวเพลิง พลังของมันรุนแรงกว่ากระบวนท่าต่อสู้ทั่วไปเป็นเท่าตัว

หนึ่งหมัด หนึ่งฝ่ามือ ล้วนทรงอานุภาพน่าสะพรึงกลัว

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศิษย์สายตรงระดับแนวหน้าสองคน แต่เยว่ชิงอิงกลับยังมิได้ชักกระบี่ออกจากฝักแม้แต่น้อย

สำหรับฉินเฟิงและหลินหว่านแล้ว นี่คือความอัปยศอดสูอย่างถึงที่สุด

“บังอาจดูแคลนพวกเราถึงเพียงนี้! ตายซะเถอะ!”

กล่าวจบ ฉินเฟิงก็ปลดปล่อยวิชาหอกขั้นลึกลับระดับสูงที่แข็งแกร่งที่สุดของตนออกมา

“มังกรเขียวสังหาร!”

จนกระทั่งหอกยาวของฉินเฟิงพุ่งเข้าหาตัว เยว่ชิงอิงจึงยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

นางค่อยๆ ยกกระบี่ยาวในมือขึ้นช้าๆ

“ก็ดี...เพิ่งได้กระบี่เล่มนี้มา ขอใช้พวกเจ้าลับคมแล้วกัน”

“ชวิ้ง!”

ทันทีที่กระบี่ถูกชักออกจากฝัก เสียงกังวานของกระบี่ก็ดังก้องไปทั่วบริเวณเป็นระยะนับร้อยจั้ง

หลิวเฟยที่ยืนอยู่ด้านข้าง ดวงตาคู่งามพลันสั่นไหว

“กระบี่ดี!”

นางอดไม่ได้จนต้องเอ่ยชมออกมา

กระบี่ที่สามารถส่งเสียงขนาดนี้ได้ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นกระบี่ลึกลับระดับสูงสุด หรืออาจเป็นกระบี่ราชัน!

อาวุธระดับราชันเช่นนี้ ต่อให้ทั่วทั้งดินแดนชางโจว ก็คงมีอยู่ไม่กี่เล่ม!

หลังจากเยว่ชิงอิงชักกระบี่ นางหาได้รอช้า ปราณกระบี่พลันฟาดออกไปอย่างเรียบง่าย ราวกับมิได้มีใจจะสู้

แต่ทว่าพลังแฝงภายในกระบี่นั้นกลับน่าสะพรึงกลัวจนผู้คนโดยรอบถึงกับหน้าถอดสี

ปราณกระบี่เข้าปะทะกับหอกเงินในมือของฉินเฟิงจนส่งเสียงดังกึกก้อง

“ปัง!”

พริบตานั้นเอง เจตนาหอกของฉินเฟิงก็ถูกฉีกทำลายจนสิ้น

ภายใต้แรงกระแทกมหาศาล ร่างของฉินเฟิงทั้งคนและหอกต่างกระเด็นปลิวไปไกลนับสิบจั้งกว่าจะทรงตัวได้ เลือดลมปั่นป่วน ก่อนที่เขาจะกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง

ไม่เพียงเท่านั้น ตรงจุดที่หอกเงินของเขาปะทะกับปราณกระบี่ บนด้ามหอกได้ปรากฏรอยร้าวขึ้น

“เพล้ง!”

เสียงแตกร้าวดังขึ้น ตามมาด้วยภาพของหอกเงินที่แยกออกเป็นสองท่อน

เพียงกระบวนท่าเดียว หอกวิญญาณของเขากลับพังทลายเป็นเศษเหล็ก!

ช่องว่างระหว่างขั้นเจตนาหอกและขั้นปราณกระบี่ มันห่างชั้นกันเกินไป!

“อัสนีเพลิงกลืนสวรรค์!”

ในเวลาเดียวกัน เสียงร้องแหลมคมของหลินหว่านก็ดังก้อง พร้อมกับสายฟ้าสีแดงฉานพุ่งเข้าใส่เยว่ชิงอิงในระยะประชิดเพียงไม่กี่ศอก

ทว่าดวงตาของเยว่ชิงอิงกลับฉายแววเย้ยหยัน

“คิดจะโอ้อวดพลังที่แย่งชิงมา ช่างน่าขัน...เจ้ายังไม่คู่ควรให้ข้าชักกระบี่เลยด้วยซ้ำ”

สิ้นคำ มือซ้ายของนางพลันยกฝักกระบี่ขึ้นขวาง พร้อมกับที่พลังวิญญาณมหาศาลระเบิดออก

“วูมมมมมม!”

พลังนั้นรุนแรงถึงขนาดส่งร่างของหลินหว่านปลิวกระเด็นออกไป

แต่ในชั่วขณะที่ร่างของนางลอยอยู่กลางอากาศ พลันปรากฏสายฟ้าสีแดงพุ่งออกจากฝ่ามือของนาง มุ่งตรงไปยังเฟิงอู๋เฉินแทน!

เป้าหมายของนางตั้งแต่แรก มิใช่เยว่ชิงอิง!

แต่เป็น เฟิงอู๋เฉิน!

“แย่แล้ว!”

เมื่อสัมผัสถึงอันตราย เฟิงอู๋เฉินรีบตื่นตัวขึ้น นึกไม่ถึงว่านางยังคงคิดจะสังหารเขาแม้อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้!

เขากำลังจะใช้วิชาตัวเบาหลบหลีก ทว่าในชั่วพริบตานั้นเอง มือเรียวขาวของใครบางคนกลับเอื้อมมาโอบเอวเขาไว้เสียก่อน

“หืม?”

ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างของเฟิงอู๋เฉินก็ถูกเยว่ชิงอิงช้อนขึ้นแล้วทะยานสู่ฟากฟ้า หลบหลีกสายฟ้าสีแดงได้อย่างเฉียดฉิว

พริบตานั้นเอง กลิ่นเรือนกายสตรีหอมอ่อนๆ ของนางพลันอาบไล้ปลายจมูก ทำให้เขาถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ

พร้อมกันนั้น ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็ก่อกำเนิดขึ้นในใจของเขา

‘นี่มัน...สาวงามช่วยวีรบุรุษอย่างนั้นรึ?’

ในมุมมองหนึ่ง ชะตาของเฟิงอู๋เฉินไม่ว่าชาติภพก่อนหรือปัจจุบัน ล้วนต้องพ่ายแพ้ให้แก่สตรี ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงมีสัญชาตญาณต่อต้านสตรีโดยธรรมชาติ

เยว่ชิงอิงก็ดี มู่ฉิงก็ดี แม้จะนับได้ว่าเป็นสหาย แต่เฟิงอู๋เฉินก็หาได้ต้องการสนิทสนมเกินเลยกับพวกนาง

ทว่าในขณะนี้ เมื่อเยว่ชิงอิงโอบเขาไว้แนบอก สัญชาตญาณต่อต้านที่ควรมี กลับไม่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย

เสี้ยวลมหายใจนั้น คล้ายเขาย้อนกลับไปกว่าร้อยปีก่อน ณ วันที่เขาพบได้กับเหยาจีเป็นครั้งแรก...

“เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”

เสียงเย็นเยียบของเยว่ชิงอิงดึงเขากลับมาสู่ความเป็นจริง

“ไม่เป็นไร...”

ขณะเดียวกัน ที่อีกฟากหนึ่ง เสิ่นหงอีก็ได้ตัดสินแพ้ชนะเป็นที่เรียบร้อย

นางมิใช่แค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกายสุวรรณทั่วไป แต่ยังเป็นผู้ฝึกกระบี่ขั้นเจตนากระบี่ระดับสูง ต่อให้หลี่จ้งโหลวจะมีวิชามากมายเพียงใด ก็ไม่มีทางต้านทานนางได้

เพียงสิบกว่ากระบี่ หลี่จ้งโหลวก็ไร้หนทางต่อต้าน

“เฟิงอู๋เฉิน! เจ้าคิดจะหลบอยู่หลังสตรีไปตลอดเช่นนี้รึ!?”

หลินหว่านกัดฟัน พลางตะโกนประณาม

สิ้นเสียง เยว่ชิงอิงพลันหรี่ตาลง ดวงตาเย็นเยียบฉายแววคุกคาม

ปลายกระบี่ชี้ตรงไปที่หลินหว่าน

“ข้าไว้ชีวิตพวกเจ้าเพราะเห็นแก่อาจารย์ อย่าได้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง หากยังกล้าพูดจาสะเพร่าอีกคำเดียว พวกเศษสวะเช่นพวกเจ้า ต่อให้มีกี่คน ข้าก็จะสังหารให้หมด!”

“เศษสวะงั้นรึ?”

ถูกเยว่ชิงอิงดูแคลนถึงเพียงนี้ ทำให้ร่างของหลินหว่านสั่นสะท้านด้วยความโกรธ

“เจ้าคิดว่าเป็นศิษย์สายตรงของเจ้าสำนักแล้วจะทำตามใจชอบได้หรือ? พวกข้าต่างก็เป็นศิษย์แท้จริงของสำนัก เจ้ากล้าสังหารพวกเรางั้นหรือ!?”

นางมองเยว่ชิงอิงอย่างเคียดแค้น ก่อนแค่นเสียงหัวเราะออกมา

“ที่สำคัญ เจ้ารู้หรือไม่ ว่าชายที่อยู่ข้างกายเจ้า เป็นเพียงชายที่ข้า หลินหว่าน เคยทอดทิ้งไปเท่านั้น!”

“การที่เจ้ามาอยู่ใกล้ชิดกับเศษสวะเช่นนี้ ข้าดูแล้ว เจ้านั่นแหละที่เป็นสวะยิ่งกว่าสวะ!”

“ศิษย์น้องหลิน! อย่าได้ยั่วโทสะนาง!”

ฉินเฟิงพลันรับรู้ถึงจิตสังหาร รีบตะโกนปราม

ทว่าเยว่ชิงอิงได้ยกกระบี่ขึ้นแล้ว

ร่างของนางขยับไหวหายไปจากที่เดิม ปรากฏตัวต่อหน้าหลินหว่านในชั่วพริบตา

ปลายกระบี่พุ่งเข้าหาด้วยความเร็วที่หลินหว่านมองแทบไม่ทัน!

จนกระทั่งปลายกระบี่จ่อถึงตรงหน้า นางจึงสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันแรงกล้าที่แทบจะหลอมเป็นของจริงได้

นัยน์ตาของนางพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง

‘นาง...คิดจะฆ่าข้าจริงๆ!”

‘หนี! ต้องหนี!’

นี่คือความคิดเดียวในใจของหลินหว่านในขณะนั้น!

จบบทที่ บทที่ 59 สาวงามช่วยวีรบุรุษ

คัดลอกลิงก์แล้ว