เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 ภายในสามปี ข้าจะฆ่าเจ้า!

บทที่ 47 ภายในสามปี ข้าจะฆ่าเจ้า!

บทที่ 47 ภายในสามปี ข้าจะฆ่าเจ้า!


เมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารในดวงตาของชายชรา เฟิงอู๋เฉินเพียงยิ้มบางๆ

“ทำไมเล่า? คิดจะฆ่าข้าปิดปากหรือ?”

เมื่อเห็นท่าไม่ดี บรรดาเจ้าหุบเขาคนอื่นๆ ต่างรีบกรูเข้ามาล้อมตัวฉือเหลี่ยนไว้

“ฉือเหลี่ยน! ข้าไม่สนว่าเจ้ามีความบาดหมางอันใดกับเด็กคนนี้ แต่ตอนนี้เจ้าต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม เขาเป็นผู้ที่ลั่นระฆังแห่งการตระหนักรู้ได้ ย่อมถือเป็นเสาหลักแห่งสำนักชิงเฉิน เราจะปล่อยให้เจ้าฆ่าเขาไม่ได้!”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของฉือเหลี่ยนยิ่งดำคล้ำลงไปอีก

เขาคาดไม่ถึงเลยว่า ยอดอัจฉริยะวัยเยาว์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า จะเป็นเจ้าหนุ่มที่เขาเคยทำลายพรสวรรค์ไปเมื่อปีก่อน

เช่นนี้แล้ว ความแค้นระหว่างพวกเขาก็มาถึงจุดที่มิอาจประนีประนอมได้อีกต่อไป

อย่าว่าแต่รับเป็นศิษย์เลย หากให้เด็กนี่เติบโตขึ้นไป วันหนึ่งย่อมต้องกลับมาแก้แค้นเขากับหลินหว่านอย่างแน่นอน

เมื่อถึงตอนนั้น เด็กหนุ่มผู้นี้ย่อมกลายเป็นภัยพิบัติที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้!

ทว่า ด้วยพรสวรรค์ที่ล้ำเลิศของเด็กคนนี้ เจ้าหุบเขาคนอื่นย่อมไม่ปล่อยให้เขาหลุดมือ ต้องแย่งชิงกันรับเป็นศิษย์แน่นอน

ดังเช่นตอนนี้ เจ้าหุบเขาสามคนต่างเข้ามาห้อมล้อมเฟิงอู๋เฉินด้วยท่าทีเป็นมิตร

“สหายน้อย! ข้าคือชางเสวียน เจ้าหุบเขาชางหลาง! เจ้าสนใจเข้าหุบเขาเป็นศิษย์สายตรงของข้าหรือไม่?” ชายชราในชุดคลุมดำกล่าวขึ้นก่อน

บุรุษวัยกลางคนผู้มีท่าทีสง่างามก็รีบกล่าวตาม “ฮึ! หุบเขาชางหลางของเจ้า มีเพียงแค่รากฐานอันย่ำแย่ เจ้ายังกล้าชักชวนศิษย์อีกหรือ? เจ้าหนุ่ม! มาเข้าหุบเขาชิงมู่ของข้าเถิด ข้ารับรองว่าภายในหนึ่งปี เจ้าจะต้องบรรลุขั้นกายสุวรรณ!”

“เหลวไหลสิ้นดี!”

ขณะนั้น หญิงชราก็ก้าวออกมา

เมื่อเห็นดังนั้น ชายชราและบุรุษวัยกลางคนต่างเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน

“ยายเฒ่าหลีอิ๋ว หุบเขาตันเซี่ยของเจ้ามิได้ถนัดเรื่องยุทธ์กระบี่เลย จะฝึกฝนมือกระบี่ได้อย่างไร? หากให้เขาเข้าหุบเขาของเจ้า จะมิเท่ากับทำลายพรสวรรค์ของเขากระนั้นหรือ!”

“จริงอยู่ที่หุบเขาตันเซี่ยของข้าอาจไม่ถนัดเรื่องยุทธ์กระบี่ แต่มันครอบครองทรัพยากรโอสถกว่าแปดส่วนของสำนักชิงเฉิน! ข้ากับบรรดาผู้อาวุโสล้วนเป็นนักปรุงโอสถ ในหมู่พวกเรายังมีผู้ฝึกวิญญาณอีกด้วย หากเจ้ามาเป็นศิษย์หุบเขาตันเซี่ย เจ้าจะได้กินโอสถเป็นอาหารทุกวัน!”

“……”

“ยายเฒ่าปีศาจ! นี่เจ้าจะใช้โอสถมาล่อหลอกศิษย์หรือ?”

“ฮ่าๆๆ! รับศิษย์ต้องวัดกันที่รากฐานและความสามารถ ถ้าเจ้าทั้งสองมีปัญญา ก็จงนำของดีออกมาสู้สิ!”

“เจ้า…”

ชายชราในชุดคลุมดำกัดฟันแน่น ก่อนจะหยิบหยกจารึกออกมาจากอกเสื้อ

“นี่คือวิชายุทธ์ขั้นลึกลับระดับสูงของหุบเขาชางหลาง เคล็ดกระบี่วิญญาณพิชิตสายลม! หากเจ้าสามารถฝึกฝนจนชำนาญ ผสานเข้ากับเพลงกระบี่ของเจ้า พลังยุทธ์ของเจ้าจะก้าวกระโดดขึ้นไปอีกระดับแน่นอน!”

บุรุษวัยกลางคนมิอาจยอมแพ้ รีบหยิบหยกจารึกขึ้นมาบ้าง

“นี่คือสุดยอดเคล็ดวิชาของหุบเขาชิงมู่ ฝ่ามือไม้ตายสลายวิญญาณ! เป็นวิชายุทธ์ขั้นสวรรค์ระดับต่ำเพียงหนึ่งเดียวในสำนักชิงเฉิน! หากเจ้ามาเป็นศิษย์ข้า มันจะเป็นของเจ้าในทันที!”

“ข้าเพิ่มกระบี่วิญญาณระดับสูงให้หนึ่งเล่ม!”

“ข้าให้แหวนเก็บของหนึ่งวง!”

“ข้าจะเพิ่ม…”

สถานการณ์เริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ บรรดาเจ้าหุบเขาแทบจะเข้าต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงศิษย์แล้ว

ขณะที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด ฉือเหลี่ยนผู้เงียบมาตลอดก็เอ่ยปากขึ้น

“สิ่งที่พวกเขาให้เจ้า ข้าก็ให้เจ้าได้!”

“อะไรนะ?”

ทุกคนต่างหันขวับไปมอง ราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

พวกเขาเห็นฉือเหลี่ยนมองตรงไปยังเฟิงอู๋เฉินด้วยแววตาจริงจังอย่างยิ่ง

“เด็กน้อย เจ้าควรเข้าใจหลักการหนึ่ง ในโลกของผู้ฝึกยุทธ์ มีเพียงกำปั้นเท่านั้นที่ซื่อตรง! พวกเขายอมปฏิบัติต่อเจ้าเช่นนี้ มิใช่เพราะพวกเขามีจิตใจเมตตา แต่เป็นเพราะพวกเขามองเห็นพรสวรรค์ของเจ้า!”

“และตอนนี้ข้าเองก็เช่นกัน ข้ายอมรับว่าเมื่อก่อนได้มองเจ้าผิดไป แต่ข้ายินดีที่จะแก้ไขตราบเท่าที่เจ้าตกลง แต่เรื่องราวความแค้นในอดีตควรถูกลบล้างไป ข้าจะทุ่มเททุกสิ่งเพื่อฝึกฝนเจ้า อย่างช้าสามปี ข้าสามารถทำให้เจ้ากลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาศิษย์วัยเยาว์ของสำนักชิงเฉิน!”

วาจาของฉือเหลี่ยนที่เอ่ยออกมา ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างเงียบงัน

เพราะพวกเขาต่างรู้ดีว่า ฉือเหลี่ยนมิได้กล่าววาจาเหลวไหล

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยอดเขาอือหยางเจริญยิ่งใหญ่ถึงขีดสุด พวกเขามีรากฐานที่มั่นคงพอจะกล่าวคำนี้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

เมื่อมีเงื่อนไขอันมั่งคั่งเช่นนี้ แม้ทั้งสองฝ่ายจะเคยมีความขัดแย้งต่อกัน แต่มันก็คงเพียงพอที่จะเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตรได้

หากสามารถรับอัจฉริยะผู้นี้เข้าสู่หุบเขาได้จริง ยอดเขาอือหยางจะต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก

ถึงเวลานั้น การดำรงอยู่ของอีกสามยอดเขา คงยิ่งเลือนรางลงไปกว่าเดิม

“ตอนนี้พูดจบแล้วหรือยัง?”

ใครจะรู้ว่าเมื่อได้ยินถ้อยคำยืดยาวทั้งหมดนี้ เฟิงอู๋เฉิน กลับไม่แสดงอาการสะทกสะท้านแม้แต่น้อย น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

สิ่งนี้ทำให้ฉือเหลี่ยนรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง ทำเอาสีหน้าของเขามืดครึ้มลงทันที

เฟิงอู๋เฉินหัวเราะเย็นชา “หึหึ… ข้าเคยสงสัยอยู่นานแล้วว่า ว่าตระกูลหลินเล็กๆ เช่นนั้น จะไปหาวิชาเฉพาะที่สามารถดึงชีพจรวิญญาณออกมาได้จากที่ใด บัดนี้ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าคือต้นตอของเรื่องทั้งหมด!”

เฟิงอู๋เฉินย่อมไม่เชื่อคำพูดของฉือเหลี่ยนแม้แต่น้อย

แม้ว่าเจ้าสุนัขเฒ่าตัวนี้จะปกปิดจิตสังหารของตนไว้อย่างแนบเนียน แต่ก็ยังไม่อาจรอดพ้นสายตาของเขาไปได้

การเสนอข้อแลกเปลี่ยนที่ดูโอ่อ่าเช่นนี้ เกรงว่าแท้จริงแล้ว ก็คงต้องการสังหารเขาโดยง่ายใช่หรือไม่?

เฟิงอู๋เฉินมั่นใจว่า หากเขายอมเข้าหุบเขาอือหยางไปจริงๆ อีกไม่นานเขาก็คงต้องตายอย่างปริศนาเป็นแน่

ทว่า จากคำพูดของฉือเหลี่ยน เขากลับจับสังเกตได้ถึงเบาะแสบางอย่าง

และนั่นก็ทำให้เขาตระหนักได้ว่า เจ้าสุนัขเฒ่าตัวนี้ ก็คือผู้มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์เมื่อหนึ่งปีก่อน!

“ดูเหมือนว่า… ศัตรูที่ข้าต้องสังหารในสำนักชิงเฉินจะเพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว!”

“เจ้าว่าอะไรนะ?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของฉือเหลี่ยนเปล่งประกายอำมหิต เขาจ้องเฟิงอู๋เฉินเขม็งราวกับจะกลืนกิน

หากเป็นศิษย์ทั่วไป เกรงว่าคงถูกแรงกดดันจนตัวสั่นเทิ้มไม่กล้าเงยหน้าแล้ว

ทว่า…เฟิงอู๋เฉินกลับประสานสายตากับฉือเหลี่ยนโดยไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

ขณะเดียวกัน เขายกกระบี่เพลิงสุริยันขึ้นชี้ไปยังฉือเหลี่ยน พลางเปล่งเสียงเยือกเย็นอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“เจ้าสุนัขเฒ่า! เจ้าเป็นผู้วางอุบายพรากชีพจรวิญญาณข้า ทำให้ข้าตกต่ำกลายเป็นเพียงสวะไร้ค่า! ภายในสามปี ข้าจะต้องฆ่าเจ้าให้ได้!”

“บูมมม!”

เมื่อคำประกาศนี้จบลง ฉือเหลี่ยนก็ปลดปล่อยพลังปราณอันแข็งแกร่งออกมาในพริบตา

แรงกดดันของขั้นทะเลโลหิตแผ่ซ่านออกไปอย่างไร้ซึ่งการยับยั้ง ทำให้เหล่าศิษย์ใหม่ที่อยู่รอบๆ ถูกรัศมีพลังกดจนร่วงลงไปนอนราบกับพื้น ไม่อาจฝืนขยับตัวได้

“แค่เด็กน้อยคนหนึ่ง กลับมีจิตคิดอาฆาตรุนแรงถึงเพียงนี้ คงเก็บเจ้าไว้ไม่ได้แล้ว!”

พูดจบ ฉือเหลี่ยนก็เร่งสะสมพลังปราณไว้ในฝ่ามือ ก่อนที่แสงสีแดงจะพุ่งออกไปหมายปลิดชีพเฟิงอู๋เฉินทันที!

“บูมมม!”

ทว่า ในช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย พลันมีปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งทะลวงออกมาอย่างรวดเร็ว

ปราณกระบี่นี้ แข็งแกร่งถึงขนาดทำลายแสงสีแดงของฉือเหลี่ยนจนแหลกสลายได้ในพริบตา!

“ไอ้เฒ่าเดรัจฉาน! เจ้าคิดจะฆ่าเขาต่อหน้าข้าเช่นนี้ คิดว่าข้าไร้ตัวตนหรืออย่างไร?”

เมื่อเยว่ชิงอิงแผดเสียงดังขึ้น ฉือเหลี่ยนหันกลับไปโดยสัญชาตญาณ ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

“เจ้า… เจ้ากลายเป็นปรมาจารย์กระบี่แล้วหรือ!?”

เมื่อเหล่าศิษย์ใหม่ทุกคนเห็นแววหวาดหวั่นในดวงตาของฉือเหลี่ยน พวกเขาต่างสูดลมหายใจเข้าลึก

ศิษย์สายตรงของเจ้าสำนัก… นางแข็งแกร่งถึงเพียงใดกันแน่? ถึงกับทำให้เจ้าหุบเขาต้องหวาดกลัวถึงเพียงนี้!

ขณะนั้น เจ้าหุบเขาทั้งสามที่เหลือก็ก้าวออกมาเช่นกัน

“ฉือเหลี่ยน เจ้าทำเกินไปแล้วกระมัง?”

“ข้าไม่สนว่าเจ้ากับเขามีความแค้นกันเพียงใด แต่คิดจะฆ่าเขาต่อหน้าข้า อย่าได้หวัง!”

“เจ้าหนุ่ม! เราขอสัญญากับเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะเข้าหุบเขาใดในสามหุบเขาของพวกเรา พวกเราจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าเฒ่านี่แตะต้องเจ้าได้!”

จบบทที่ บทที่ 47 ภายในสามปี ข้าจะฆ่าเจ้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว