เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 อัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่

บทที่ 45 อัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่

บทที่ 45 อัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่


พลังของผู้ฝึกกระบี่นั้นแข็งแกร่งเหนือกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับเดียวกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และตอนนี้เยว่ชิงอิงยังก้าวไปสู่ระดับปรมาจารย์กระบี่อีกต่างหาก

ต่อหน้ากระบี่ของนาง เกราะพลังวิญญาณของผู้บรรลุขั้นกายสุวรรณ จึงเปราะบางราวกับกระดาษ!

เมื่อเห็นเยว่ชิงอิงยกกระบี่ขึ้นเตรียมปลดปล่อยปราณกระบี่ สีหน้าของหลิงซงพลันซีดเผือดไร้เลือดฝาด

ด้วยสภาพของเขายามนี้ ย่อมมิอาจหลบหนีกระบี่สังหารของนางได้แน่นอน!

ท่ามกลางช่วงเวลาเป็นตาย กลับแว่วเสียงร้องตะโกนก็ดังมาจากทุกสารทิศ

“เยว่ชิงอิง! เจ้าคิดจะทำอะไร?”

“ผู้อาวุโสหลิงซงคือเสาหลักของสำนักชิงเฉิน เจ้าจะฆ่าเขามิได้!”

ทุกคนหันไปตามเสียง ก็พบว่ากลุ่มคนที่เร่งรุดมาล้วนเป็นผู้อาวุโสของแต่ละยอดเขา

รวมถึงลู่ชิงที่เฟิงอู๋เฉินเคยพบมาก่อน!

แต่เยว่ชิงอิงกลับมิได้คิดจะไว้หน้าพวกเขาแม้แต่น้อย

กระบี่ของนางยังคงเหวี่ยงฟาดลงมาโดยไร้ซึ่งความลังเล!

“แย่แล้ว! ต้องช่วยผู้อาวุโสหลิงซงให้ได้!”

แทบจะทันที ผู้อาวุโสขั้นกายสุวรรณระดับสูงสุดเจ็ดแปดคน รีบผนึกกำลังกันเข้าขวางหน้า ต้านรับปราณกระบี่ของเยว่ชิงอิง!

“ปัง!”

เสียงระเบิดสนั่นขึ้น แรงปะทะจากพลังทั้งสองฝั่งสั่นสะเทือนไปทั่วอาณาบริเวณ

กระแสลมอันเกรี้ยวกราดที่เกิดจากแรงกระแทกโหมซัดจนทุกคนจนรู้สึกแสบใบหน้า

“พวกเจ้าคิดจะขัดขวางข้างั้นหรือ?”

เยว่ชิงอิงจ้องมองเหล่าผู้อาวุโสโดยปราศจากแววครั่นคร้าม ตรงกันข้าม นางกลับแผ่จิตสังหารอันแรงกล้าออกมา ราวกับว่าคิดจะรับมือพวกเขาทั้งหมดเพียงลำพัง!

“แม่นางเยว่! หากผู้อาวุโสกระทำความผิด สำนักย่อมมีระเบียบลงโทษอยู่แล้ว มิใช่เรื่องที่เจ้าจะตัดสินใจเอง!”

“ฮึ! เพียงเพราะไอ้เด็กไร้ชีพจรวิญญาณคนเดียว เจ้าถึงกับกล้าลงมือสังหารผู้อาวุโสสำนักเช่นนี้ เจ้าไม่ล้ำเส้นเกินไปหน่อยหรือ?”

“อีกอย่าง เส้นทางนั้นเขาเลือกเดินเอง การที่เขาตายอยู่ข้างใน ก็แค่ไร้พรสวรรค์ ยังจะโทษผู้ใดได้?”

“ตึง!”

ทันใดนั้น เสียงระฆังหนักแน่นดังก้องไปทั่วทั้งขุนเขา กระจายสะท้อนก้องระหว่างยอดเขาต่าง ๆ

พอเสียงระฆังดังขึ้น ทุกสรรพสิ่งพลันตกอยู่ในความเงียบงัน

“ตึง!”

“ตึง!”

“ตึง!”

เสียงระฆังโบราณดังก้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชวนให้รู้สึกขนลุก

ทุกคนในที่นั้นต่างเผยสีหน้าเหมือนเห็นผี สายตาพลันหันไปยังทิศทางหนึ่งโดยไม่ได้นัดหมาย

“ระฆังแห่งการตระหนักรู้ดังขึ้น! หรือว่า… เขาฝ่าด่านนั้นมาได้?”

“หึหึ… ทำเป็นพูดให้ดูน่ากลัวไปได้ ที่แท้ก็แค่ค่ายกลสังหารระดับต่ำที่ซ้อนทับกันเท่านั้นเอง! ช่างน่าเบื่อสิ้นดี!”

เฟิงอู๋เฉินพึมพำกับตัวเองพลางเดินออกมาจากเส้นทางภูเขาสายที่สอง

สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป ค่ายกลบนเส้นทางสายนี้อาจเป็นเส้นทางแห่งความตายที่ไม่มีวันรอดพ้น

แต่สำหรับ เฟิงอู๋เฉินที่มีประสบการณ์ของจ้าวสวรรค์ในชาติก่อน การทำลายค่ายกลเช่นนี้ เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น!

โลกทั้งใบเงียบสงัด

เสียงระฆังจากภูเขายังดังก้องในโสตประสาทของทุกคน

ทุกสายตาหันไปมอง เฟิงอู๋เฉินที่ก้าวออกมาจากเส้นทางสายนั้นกลับไร้แม้รอยขีดข่วน!

ไม่มีแม้แต่เศษฝุ่นบนอาภรณ์ของเขา!

นี่มัน… เป็นไปได้อย่างไร?!

“เป็นไปไม่ได้! เจ้าจะผ่านค่ายกลของสำนักชิงเฉินไปได้อย่างไร?! เจ้าต้องโกงแน่ๆ! เจ้าต้องโกงแน่ๆ!!”

หลิงซงตะโกนออกมาอย่างเดือดดาล ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปน

มู่ฉิงที่ยืนอยู่ด้านข้าง มองเฟิงอู๋เฉินด้วยสายตาเหม่อลอย ก่อนที่วาจาของเขาจะย้อนกลับมาในความคิดของนางอีกครั้ง

“หากเจ้าคิดว่าเจ้าด้อยกว่านาง เช่นนั้นเจ้าก็ทำได้แค่เดินตามหลังนางเท่านั้น”

“แต่หากเจ้าคิดว่าเจ้าสามารถแข็งแกร่งกว่านางได้ เจ้าก็จะมีโอกาสเหนือกว่านางได้เช่นกัน!”

“อย่าดูถูกตัวเอง… และอย่าดูถูกข้า!”

‘เขาทำได้จริงๆ…’

ขณะที่ทุกคนยังอยู่ในอาการตะลึงงัน

มีเพียงเยว่ชิงอิงเท่านั้นที่ปรายตามองเฟิงอู๋เฉินอย่างสงบ

“เจ้าออกมาช้ากว่าที่ข้าคิด”

“โอ้? เจ้ารู้อยู่แล้วงั้นหรือว่าข้าจะออกมาได้?”

นางตอบด้วยเสียงราบเรียบ

“หากเจ้าออกมาไม่ได้ ก็แค่พิสูจน์ว่าข้าดูคนผิด”

เฟิงอู๋เฉินมองไปยังร่างไร้วิญญาณของเหล่าผู้ดูแล ก่อนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

“แล้วเหตุใดเจ้าถึงฆ่าพวกมัน?”

เยว่ชิงอิงตอบตาไม่กระพริบ

“ข้าเพียงระบายโทสะแทนเจ้าล่วงหน้า ทำไม เจ้ามีปัญหางั้นหรือ?”

“ไม่มีปัญหา! ขอบคุณ!”

“……”

เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ในสำนักต่างพากันแข็งค้าง พวกเขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

เยว่ชิงอิง ผู้เป็นศิษย์สายตรงของเจ้าสำนัก ถึงกับลงมือสังหารผู้ดูแลของสำนัก

และเกือบจะสังหารผู้อาวุโสหลิงซง!

ทั้งหมดนี้… ก็เพียงเพื่อระบายความโกรธแทนเฟิงอู๋เฉินเท่านั้น?!

นี่มันเป็นการตบหน้าพวกเขาต่อหน้าธารกำนัลเลยไม่ใช่หรือ!?

แต่ที่น่าหวาดหวั่นกว่านั้นคือ…เยว่ชิงอิงเป็นปรมาจารย์กระบี่

เฟิงอู๋เฉินก็เป็นอัจฉริยะที่สามารถฝ่าด่านค่ายกลสังหารได้

หากทั้งสองร่วมมือกันจริงๆ…มีใครกล้าดูแคลนพวกเขาได้อีก!?

ทันใดนั้น ร่างเงาสี่สายพลันพุ่งลงมาจากฟากฟ้า!

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ระฆังแห่งการตระหนักรู้ดังเช่นนี้ สำนักชิงเฉินของเราคงได้ต้อนรับอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่อีกคนแล้ว!”

เสียงหัวเราะก้องกังวานของชายชราผู้หนึ่งดังขึ้น เขาสวมอาภรณ์สีดำ แววตาเต็มไปด้วยความยินดี

ตามมาด้วยชายวัยกลางคนในชุดนักปราชญ์สีเขียว ผู้ที่ก้าวลงมาจากฟากฟ้าพร้อมกัน

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าภายในศิษย์รุ่นนี้ จะมีคนที่สามารถฝ่าด่านเส้นทางสายสองได้ พวกเรามองพลาดไปจริงๆ!”

แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้สนทนาต่อ

ชายชราผู้สวมอาภรณ์แดงฉาน เปี่ยมไปด้วยพลังเพลิงอันร้อนแรง ก็แทรกขึ้นมาพร้อมเสียงหัวเราะเย้ยหยัน

“ฮึ่ม! มีอะไรให้พวกเจ้าต้องตื่นเต้นกัน? อัจฉริยะเช่นนี้ย่อมต้องเข้าสู่ยอดเขาอือหยางของข้า! พวกเจ้าก็อย่าหวังมาแย่งให้เสียเวลาเลย!”

เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ผู้อาวุโสที่เหลืออีกสามคนต่างเผยสีหน้าไม่พอใจ

หญิงชราผู้สวมเสื้อคลุมลายดอกไม้สีดำเอ่ยเสียงเย็น

“เรื่องนี้ยังมิได้ตัดสิน! ผู้ที่สามารถลั่นระฆังแห่งการตระหนักรู้ ควรได้รับการเลือกสรรอย่างเป็นธรรม!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า!”

ชายชราชุดแดงระเบิดเสียงหัวเราะอีกครั้ง

“พวกเจ้ายังคิดจะหลอกตัวเองอีกหรือ? ในบรรดาสี่ยอดเขาของสำนักชิงเฉิน อือหยางของข้ามีพลังแข็งแกร่งเหนือกว่าพวกเจ้าถึงสองเท่า! เจ้าจะมาแย่งข้าได้อย่างไร?”

คำกล่าวของเขาทำให้ผู้อาวุโสอีกสามคนถึงกับเงียบไป

แม้ว่าเขาจะหยิ่งผยอง แต่ก็มิอาจปฏิเสธได้ เพราะสิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นความจริง

ไม่นานนัก เงาร่างทั้งสี่ก็ร่อนลงยังหน้าประตูสำนัก

“คารวะเจ้าหุบเขา!”

เมื่อเห็นการมาถึงของพวกเขา บรรดาศิษย์และผู้อาวุโสทั้งหมดของสำนัก ต่างพากันคุกเข่าลงโดยพร้อมเพรียง

มีเพียงผู้เดียวที่ยังคงนิ่งเฉย คือเยว่ชิงอิง

จบบทที่ บทที่ 45 อัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว