เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 อำมหิตดุจปีศาจ

บทที่ 28 อำมหิตดุจปีศาจ

บทที่ 28 อำมหิตดุจปีศาจ


“ไม่มีที่ให้ข้ากับน้องสาวซุกหัวอีกต่อไปอย่างนั้นหรือ?”

ได้ยินดังนั้น มุมปากของเฟิงอู๋เฉินกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอำมหิต

“ฮึฮึฮึ...หากข้าไม่สามารถปกป้องได้แม้แต่น้องสาวของตัวเอง ที่สำหรับซุกหัวนอนเช่นนั้นมีประโยชน์ใดเล่า?”

อายสังหารที่เข้มข้นรอบตัวของเฟิงอู๋เฉินทำให้สีหน้าของฉินเสี่ยวโหรวเปลี่ยนไปในทันที

“เจ้าคิดจะทำอะไร? หากเจ้ากล้าทำร้ายข้า ตระกูลฉินจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า!”

เมื่อได้ยินคำข่มขู่ของฉินเสี่ยวโหรว เฟิงอู๋เฉินกลับหัวเราะเสียงดัง

“ตระกูลฉิน? เจ้าคิดว่าการเอ่ยชื่อตระกูลฉินออกมา ข้าจะคุกเข่าขออภัยหรือ? เจ้าคิดว่าตระกูลฉินเป็นดั่งดวงสุริยันที่โลกทั้งใบต้องหมุนรอบหรือ? เจ้าเชื่อว่าตระกูลฉินจะเป็นร่มกำบังให้เจ้ากระทำตามอำเภอใจได้หรือ?”

“หรือว่า…เจ้าคิดจะต่อต้านตระกูลฉิน?”

“ต่อต้าน? ฮึ! เจ้านี่มันโอหังเกินไปแล้ว! ตระกูลที่เหมือนมดปลวกเช่นนั้นจะมีคุณค่าอันใดให้ข้าต่อต้าน? หากเจ้ากล้าทำร้ายน้องสาวของข้า ไม่ต้องพูดถึงตระกูลฉิน แม้แต่ทั้งแคว้นเฉิน ข้าก็พร้อมจะทำลายมันให้พินาศ!”

“ยิ่งไปกว่านั้น...ตระกูลฉินไม่ได้มีสองชีวิตไว้ให้เจ้ารอดกลับไป!”

ทันทีที่พูดจบ ร่างของเฟิงอู๋เฉินพลันหายวับในพริบตา กระบี่เพลิงสุริยันพุ่งตรงไปยังลำคอของฉินเสี่ยวโหรวอย่างกะทันหัน

“อย่าทำร้ายคุณหนูของข้า!”

ในช่วงคับขัน ฉินซานพุ่งเข้ามาขวางหน้า ปลดปล่อยปราณสร้างเกราะพลังเพื่อหยุดยั้งกระบี่เล่มนั้น

“แค่มดปลวกเช่นเจ้า กล้ารับมือกระบี่ของข้า? ไม่ประมาณตน!”

“ฉัวะ!”

ด้วยเจตนากระบี่ที่แกร่งกล้า กระบี่เพลิงสุริยันทะลวงเกราะปราณของฉินซานอย่างง่ายดาย ปลายกระบี่เสียบทะลุลำคอของเขาทันใด

โลหิตอันร้อนระอุพุ่งกระเซ็นไปโดนใบหน้าของฉินเสี่ยวโหรว สีหน้าของนางซีดขาวจนไร้สีเลือด สติพลันหลุดลอยมิอาจควบคุม

ตั้งแต่เด็กจนโต ทุกคนที่ได้ยินชื่อของตระกูลฉินล้วนเคารพนางจนตัวสั่น ไม่มีใครกล้าขัดขวาง

ด้วยเหตุนี้ นางจึงหยิ่งผยองเอาแต่ใจ ใช้อำนาจรังแกผู้อื่นโดยไม่เคยต้องกังวลสิ่งใด การได้เห็นสีหน้าผู้อื่นเจ็บปวดทรมาน มันเป็นความสำราญอย่างยิ่ง

แต่ในวันนี้ นางไม่เคยคิดเลยว่า จะมีคนที่กล้าลุกขึ้นมาต่อต้าน และกล้าฆ่านางจริงๆ!

“หึ! กล้าก่อเรื่องวุ่นวายในหออันดับหนึ่งในใต้หล้าของข้า ช่างกำแหงนัก!”

ทันใดนั้น เสียงตวาดดังกึกก้องพร้อมกับการปรากฏตัวของผู้ดูแลหอจากเมื่อกลางวัน เขาตบเฟิงอู๋เฉินจนต้องถอยออกไป

ผู้ดูแลหอเหลือบมองร่างไร้วิญญาณของฉินซานที่จมกองเลือดอยู่บนพื้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เจ้าฆ่าคนไปหนึ่งแล้วก็น่าจะพอ เรื่องนี้หออันดับหนึ่งในใต้หล้าจะไม่ถือสาเอาความ ขอให้จบเรื่องแต่เพียงเท่านี้เถิด”

‘ขอให้จบเรื่องแต่เพียงเท่านี้?’

‘อีกแล้ว...คำว่า ขอให้จบกันตรงนี้!’

‘ไม่ว่าจะเป็นเฟิงเทียนรุ่ย หรือผู้ดูแลหอในยามนี้ เหตุใดพวกเขาจึงชอบออกมาพูดคำนี้เสมอเมื่อทุกอย่างสายเกินแก้?’

เฟิงอู๋เฉินไม่เข้าใจ เหตุใดคนเหล่านี้ต้องบีบให้เขาฆ่าคนก่อน แล้วจึงออกมาบอกให้จบเรื่องกัน!

“ฮึ! ให้จบเรื่องตรงนี้? ช่างกล้าดีนัก! ข้ายังไม่ได้เอาเรื่องกับหออันดับหนึ่งในใต้หล้าของเจ้า แล้วเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาบอกให้ข้ายุติเรื่องนี้?”

เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของผู้ดูแลหอแปรเปลี่ยนเป็นไม่พอใจยิ่งนัก

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

“ฮึ...ต้องให้ข้าพูดออกมาตรงๆ หรือ? ท่านผู้ดูแล! เรื่องมือสังหารที่บุกเข้ามาก่อนหน้านี้ ท่านทราบดีใช่หรือไม่? และเรื่องที่ผู้หญิงคนนี้บุกเข้าห้องข้า แย่งชิงไขกระดูกเย็นจากน้องสาวข้าก็เช่นกัน! แต่ท่านกลับเลือกที่จะเมินเฉย ปล่อยให้พวกมันกระทำตามอำเภอใจ! และพอตอนนี้ ยามที่ข้าจะฆ่านาง ท่านกลับออกมาขวางไว้พร้อมกับบอกให้ยุติ? หออันดับหนึ่งในใต้หล้านี่มันเป็นหออันดับหนึ่งแห่งความไร้ยางอายกระนั้นหรือ?”

“เด็กน้อย! หยุดพูดจาท้าทายหออันดับหนึ่งในใต้หล้าได้แล้ว ผลลัพธ์ของการกระทำเช่นนี้ เจ้ารับไว้ไม่ไหวหรอก!”

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จะพูดจาให้เสียเวลาทำไมอีก? วันนี้ข้าจะต้องฆ่าผู้หญิงคนนี้! หากเจ้าคิดจะขวาง ก็เตรียมตัวตายไปพร้อมกับนาง!”

เมื่อสิ้นคำ ร่างของเฟิงอู๋เฉินเปล่งเจตนากระบี่และแผ่จิตสังหารออกมารุนแรง กระบี่เพลิงสุริยันในมือพุ่งตรงไปยังฉินเสี่ยวโหรว

จากประสบการณ์การต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วน เขาแทบจะเข้าใจแก่นแท้ของกระบี่เล่มนี้ได้ชัดเจน ยิ่งเจตนาฆ่ารุนแรง พลังของกระบี่ยิ่งมหาศาล

เมื่อคิดถึงสภาพน่าเวทนาของเฟิงหนิง ความโกรธแค้นในใจของเฟิงอู๋เฉินพลันระเบิด และแปรเปลี่ยนเป็นเจตนาฆ่าที่ทำให้พลังของกระบี่พุ่งถึงจุดสูงสุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“นี่มัน...”

ผู้ดูแลหอรู้สึกถึงอันตรายจากกระบี่เล่มนี้ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง

“หยุด!”

เสียงตะโกนของผู้ดูแลหอดังขึ้นพร้อมกับที่เขาปลดปล่อยปราณสร้างเกราะพลังขึ้นมาขวางหน้าฉินเสี่ยวโหรว

“เด็กน้อย! หยุดมือเสีย! ข้าจะให้นางคืนไขกระดูกเย็นให้เจ้า! หากเจ้าฆ่านาง เรื่องนี้ย่อมไม่มีทางจบ!”

“เพิ่งจะรู้จักพูดจาดีเอาตอนนี้? ทำไมไม่พูดตั้งแต่แรก? ตายซะ!”

เกราะปราณของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราณยุทธ์ดูราวกับกระดาษบางต่อหน้าเฟิงอู๋เฉิน มันถูกเจาะทะลุในชั่วพริบตา

“ฉึก!”

กระบี่เพลิงสุริยันในมือของเขาเสียบทะลวงขั้วหัวใจของฉินเสี่ยวโหรว ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน

เฟิงอู๋เฉินที่มือยังคงกำด้ามกระบี่แน่น สาดแววตาอำมหิตเพ่งเข้าไปในดวงตาของฉินเสี่ยวโหรว

ฉินเสี่ยวโหรวผู้ถูกกระบี่เสียบอยู่กลางอก ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ภาพสุดท้ายที่นางได้เห็น คือใบหน้าเยือกเย็นที่มีแววตาอำมหิตดุจปีศาจ

จนวาระสุดท้ายของชีวิต นางยังไม่อาจยอมรับได้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ากล้าฆ่านางจริงๆ

“ฉินเสี่ยวโหรว...ตายแล้ว!”

เมื่อผู้คนรอบข้างเห็นฉากนี้ ต่างก็ขยี้ตาตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

พวกเขากลัวว่าสิ่งที่เห็นอาจเป็นเพียงภาพลวงตา!

“ข้ากำลังฝันอยู่หรือ? มีคนกล้าลงมือกับคนของตระกูลฉินจริงๆ!”

“ตระกูลฉินมีอิทธิพลอย่างมหาศาลในแคว้นเฉิน ต่อให้ชายหนุ่มคนนี้เป็นผู้ฝึกกระบี่ เกรงว่าก็ยากที่จะหนีความตายพ้น!”

เมื่อเห็นฉินเสี่ยวโหรวถูกสังหารต่อหน้าต่อตา สีหน้าของผู้ดูแลหอเปลี่ยนเป็นซีดเซียว

เขาเป็นเพียงตัวตนเล็กๆ ของหออันดับหนึ่งในใต้หล้าในสังกัดนี้เท่านั้น แต่บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของฉินเจาหยางกลับถูกสังหารในสถานที่ของเขา ความโกรธแค้นของตระกูลฉิน เขาจะแบบรับไหวได้อย่างไร?

แม้จะถอยให้สุดทาง หากตระกูลฉินไม่เอาเรื่อง หออันดับหนึ่งในใต้หล้าต้นสังกัดก็จะต้องเรียกตัวเขามาสอบสวนแน่นอน

ถึงเวลานั้น ตำแหน่งผู้ดูแลของเขาคงจบสิ้น!

“บัดซบ! ไอ้เด็กสารเลว!”

จบบทที่ บทที่ 28 อำมหิตดุจปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว