เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ไม่คู่ควร

บทที่ 13 ไม่คู่ควร

บทที่ 13 ไม่คู่ควร


เหตุการณ์นี้อยู่ในสายตาของเยว่ชิงอิง นางมองเขาด้วยแววตาที่มีประกายแห่งความผิดหวัง

“ยังมิทันสู้ก็หวาดกลัวแล้ว? เช่นนี้ยังกล้าเรียกตัวเองว่าอัจฉริยะหรือ?”

“อะ...แม่นางเยว่!”

เยว่ชิงอิงเหลือบมองสองคนในห้องด้วยท่าทีเยือกเย็น ก่อนลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม

“ชีพจรวิญญาณธาตุไฟขั้นสวรรค์ระดับต่ำ นับว่าหาได้ยากถึงหนึ่งในร้อย แต่ถ้าจะให้เป็นศิษย์สายตรงของสำนักชิงเฉินก็พอเหมาะสม ทว่า...หากจะให้เรียกเป็นอัจฉริยะที่แท้จริง เจ้าก็ยังห่างไกลจากคำนั้นอีกแสนลี้!”

“อะ...!”

คำพูดของเยว่ชิงอิงทำให้สองพ่อลูกตระกูลเฟิงถึงกับงุนงงจนจับต้นชนปลายไม่ถูก

หรือว่าการได้เป็นศิษย์สายตรงของสำนักชิงเฉินยังไม่เพียงพอที่จะถูกเรียกว่าอัจฉริยะ?

เยว่ชิงอิงกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ข้าได้ยินมาว่าตระกูลเฟิงมีอัจฉริยะที่สามารถสร้างปรากฏการณ์พรจากสวรรค์มาได้ ข้าจึงมาด้วยความคาดหวังว่าจะได้พบคู่ต่อสู้ที่คู่ควร แต่ไม่คิดว่าการมาครั้งนี้จะเสียเวลาเปล่า เจ้าด้วยพรสวรรค์เช่นนี้ ไม่คู่ควรให้ข้าชักกระบี่ออกมาเลยด้วยซ้ำ!”

หลังกล่าวจบ เยว่ชิงอิงก็เดินไปที่ประตู เตรียมจะจากไปทันที

คำพูดที่ไร้ความปรานีนี้ทำให้สีหน้าของเฟิงโม่ซีดเผือดดั่งกินแมลงวันเข้าไป

เขาผู้มีชีพจรวิญญาณขั้นสวรรค์ ที่แม้แต่ผู้อาวุโสของสำนักชิงเฉินยังต้องการรับเขาเป็นศิษย์สายตรง!

แต่หญิงผู้นี้ที่เป็นเพียงศิษย์คนหนึ่งกลับกล้าดูแคลนเขาถึงเพียงนี้?

เขาจะทนได้อย่างไร?

“หยุดเดี๋ยวนี้!”

เขาตะโกน พร้อมกับรวบรวมพลังหมัดอันแข็งแกร่งพุ่งไปยังแผ่นหลังของเยว่ชิงอิง

ปัจจุบัน เฟิงโม่อยู่ในขั้นปราณยุทธ์ หมัดของเขาเปี่ยมด้วยพลังแห่งไฟอันรุนแรงและน่าหวาดหวั่นอย่างยิ่ง

เมื่อเยว่ชิงอิงสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง นางหยุดเท้าอย่างสงบ ก่อนจะลงมือในชั่วพริบตา

ชักกระบี่! หมุนตัว! ฟาดกระบี่!

ทุกการเคลื่อนไหวลื่นไหลราวสายน้ำ ไม่มีสะดุดแม้แต่น้อย

ปลายกระบี่ของเยว่ชิงอิงหยุดอยู่ห่างจากหว่างคิ้วของเฟิงโม่เพียงสามชุ่น ในขณะที่พลังปราณในมือของเฟิงโม่แตกสลายไปจนหมดสิ้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

กระบี่นี้เหมือนน้ำเย็นในฤดูหนาวที่ราดรดลงมาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

ไม่เพียงแต่พลังปราณในร่างกายของเขาถูกทำลายจนสิ้น แม้แต่แขนขาของเขายังสั่นสะท้าน

ไม่เพียงแค่เฟิงโม่ที่หวาดกลัว เฟิงฉางอวิ๋นที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ ใบหน้าแข็งค้างราวกับกลายเป็นหุ่นไม้

ช่างเป็นกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวนัก!

แม้เป้าหมายของเยว่ชิงอิงจะไม่ใช่เขา แต่เขาก็ยังรู้สึกเหมือนถูกทิ่มแทงไปทั่วร่าง

หากเป็นเขา เกรงว่าคงกลัวจนทรุดเข่าลงไปแล้ว

ที่เฟิงโม่ยังยืนอยู่ได้จนถึงตอนนี้ นับว่ายังดีกว่าคนส่วนใหญ่นัก

เยว่ชิงอิงมองเขาด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะเก็บกระบี่ยาวกลับเข้าฝักอย่างช้าๆ

“ไม่ได้กลัวจนฉี่ราด นับว่าเจ้าเหนือกว่าพวกขยะทั่วไปอยู่บ้าง แต่...แค่ดีกว่าขยะเล็กน้อย เจ้าก็ยังเป็นขยะอยู่ดีใช่หรือไม่?”

หลังกล่าวจบ เยว่ชิงอิงก็หันไปพูดกับเฟิงฉางอวิ๋นว่า “จริงสิ ข้ามีเรื่องอยากสอบถามท่านเกี่ยวกับบุคคลผู้หนึ่ง เขาก็แซ่เฟิงเหมือนกัน”

“โอ้?”

เฟิงฉางอวิ๋นตาเบิกกว้างด้วยความตกใจปนยินดี

เพราะแซ่เฟิงนั้นไม่ใช่แซ่ที่พบบ่อยนัก ในเมืองลั่วเฟิง แซ่เฟิงนั้นมีเพียงคนในตระกูลเฟิงเท่านั้น!

หรือว่ายังมีคนอื่นในตระกูลที่ได้รับความสนใจจากสำนักชิงเฉินอีก?

ก่อนที่เยว่ชิงอิงจะทันได้อธิบายต่อ ก็มีบ่าวสองคนวิ่งเข้ามาจากนอกประตูด้วยท่าทางลนลาน

“ท่านรองประมุข...เกิดเรื่องใหญ่! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ! ท่านผู้อาวุโสสาม...ถูกไอ้ขยะนั่นฆ่าตายแล้ว!”

เฟิงฉางอวิ๋นได้ยินดังนั้น ดวงตาพลันเบิกโพลง “อะไรนะ...รีบนำทางข้าไปเดี๋ยวนี้!”

ไม่นานนัก เฟิงฉางอวิ๋นก็นำคนของเขามาถึงลานพักของเฟิงซี

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าเต็มไปด้วยความน่าสยดสยอง เลือดนองพื้น ศพของเฟิงซีแน่นิ่งอยู่เบื้องล่าง

ทุกคนต่างตกตะลึงจนไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง

ทั้งหมดนี้เกิดจาก...ไอ้ขยะนั่นจริงหรือ?

“ไอ้สารเลว...เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำอะไรลงไป?” เฟิงฉางอวิ๋นคำรามอย่างคลุ้มคลั่ง

แต่เฟิงอู๋เฉินไม่ได้สนใจคำพูดของเฟิงฉางอวิ๋นและเฟิงโม่ เขากลับจ้องมองไปยังหญิงสาวผู้มีท่าทีเยือกเย็นคนนั้น

“เจ้า...เหตุใดเจ้าถึงอยู่ที่นี่?”

เยว่ชิงอิงกอดอกมองเฟิงอู๋เฉินด้วยแววตาครุ่นคิด “ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเจ้า!”

การสนทนาสั้นๆ ระหว่างทั้งสองทำให้เฟิงฉางอวิ๋นขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาเอ่ยถามด้วยความระมัดระวัง “แม่นางเยว่...ท่านรู้จักกับไอ้ขยะคนนี้หรือ?”

“ขยะ?”

สีหน้าของเยว่ชิงอิงดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย กลายเป็นแปลกประหลาด

“ท่านกล่าวว่าเขาเป็นขยะรึ?”

เมื่อมองศพบนพื้น สีหน้าของเฟิงฉางอวิ๋นก็ยิ่งมืดมนลง

ใช่แล้ว หากเฟิงอู๋เฉินเป็นขยะ เช่นนั้นคนอื่นในตระกูลเฟิงจะไม่ยิ่งไร้ค่ายิ่งกว่าขยะอีกหรือ?

จบบทที่ บทที่ 13 ไม่คู่ควร

คัดลอกลิงก์แล้ว