- หน้าแรก
- มหาเวทย์ผนึกมาร ระบบทางเลือกชีวิต เริ่มด้วยเนตรวงแหวน กระจกเงาหมื่นบุปผา
- ตอนที่ 17 ติดสินบนด้วยเงิน?
ตอนที่ 17 ติดสินบนด้วยเงิน?
ตอนที่ 17 ติดสินบนด้วยเงิน?
เป้าหมายของเซี่ยหลิวคือการทำให้เธอหมดสติโดยตรง จากนั้นส่งเธอไปยังพื้นที่คามุย และปล่อยเธอออกมาเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น
ขณะที่พัดลมในมือของเขาใกล้จะพัดเข้าด้านหลังคอ ก็มีเสียงลมหวีดข้างหัวเขา!
เซี่ยหลิวเลือกที่จะยอมแพ้และหลบ และขวานยักษ์ก็ทะลุร่างของเซี่ยหลิวไปราวกับฟันอากาศ
คามุย!
หลังจากโจมตีครั้งนี้แล้ว เมเมก็กระโดดถอยกลับทันทีและรักษาระยะห่างไว้
เธอเอามือข้างหนึ่งปิดหน้าผากที่รู้สึกปวดร้าวของตนไว้ ร่างกายทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเหงื่อ เธอหอบหายใจอย่างหนัก
“แฮ่ก แฮ่ก…”
เมเมหอบหายใจอย่างหนัก ราวกับว่าเธอเพิ่งรอดชีวิตจากการจมน้ำ!
โชคดีที่เธอสามารถหลุดออกมาได้ เขาเป็นคนน่ากลัวมาก เธอเกือบจะตกอยู่ในกำมืออีกฝ่ายแล้ว
ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไปจะน่าอายขนาดไหนกัน?
เซี่ยหลิวก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน เธอสามารถหลุดพ้นจากภาพลวงตาของเขาได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ได้อย่างไร?
แต่เมื่อคิดดูอีกครั้ง มันก็ดูเป็นเรื่องปกติ
เขายังมีพลังเหลืออยู่น้อยมาก และเนื่องจากวันนี้เขาใช้สายตามากเกินไปและต่อสู้อย่างไม่หยุดยั้ง พลังของเขาจึงแทบจะหมดลงแล้ว
มีของเหลวหยดลงมาถึงมุมปากของเขา และเขาแลบลิ้นออกมาเพื่อเลียโดยไม่รู้ตัว
กลิ่นเลือด?
โอ้ เวร!
เซี่ยหลิวรีบหลับตาลงและมีเลือดอีกหยดหนึ่งร่วงลงมา
ดูเหมือนว่าวันนี้เขาจะใช้งานสายตามากเกินไป และจากมุมมองนี้ การสร้างภาพลวงตาจะกินพลังงานจากเนตรวงแหวนมากที่สุด!
ต้องรีบจบการต่อสู้ให้ไว!
เขาจ้องดูเมเมอย่างสงบนิ่ง: "เธอควรจะขอบคุณที่ฉันไม่ให้เธอเห็นภาพที่น่ากลัว"
“เธอยังอยากจะหยุดฉันอยู่อีกเหรอ? เธอจะสามารถทนต่อฝันร้ายอันแสนชั่วร้ายนั้นได้รึเปล่า? แม้ว่ามันจะเป็นแค่ภาพลวงตาก็ตาม”
เมเมได้ละทิ้งท่าทีสบายๆ ของเธอแล้วและมองลงพื้นด้วยสายตาที่จริงจัง
เขาพูดถูก เขาแสดงความเมตตาคงเพราะเราเป็นคนกันเอง ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอหมดสติ
และถ้าเซี่ยหลิวต้องการฆ่าเธอจริงๆ เขาก็แค่ใช้ประโยชน์จากการที่เธอติดอยู่ในภาพลวงตาและใช้พลังบิดหัวของเธอให้ระเบิดก็จบ!
การโดนเด็กใหม่คุกคามนี่น่าอายจริงๆ
แต่ดูเหมือนเซี่ยหลิวก็ยังเห็นผู้ใช้คุณไสยเป็นพวกเดียวกันอยู่
เมื่อเห็นเมเมลังเล เซี่ยหลิวจึงหยิบกระเป๋าเอกสารสีดำออกมาจากพื้นที่คามุยแล้วโยนมันไป
นี่คือสิ่งที่เขาเพิ่งเก็บมาจากหัวหน้านักสาปแช่ง มันเต็มไปด้วยเงิน!
เมเมหยิบกระเป๋าเอกสารที่โป่งพองออกมา เปิดมันออกและมองดู ดวงตาอันงดงามของเธอเบิกกว้างและเธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยความมึนงง
นี่...มากขนาดนั้นเลยเหรอ?
ฉันกำลังโดนควบคุม~
“ดูเหมือนนายจะรู้จักฉันดีมากเลยนะ” เธอเก็บอาวุธของเธอลง ค่อยๆเดินเข้าไปหาเซี่ยหลิวแล้วกระซิบว่า “ยังมีอีกไหม?”
ปากของเซี่ยหลิวกระตุก : "ฉันก็ต้องเก็บไว้กินไว้ใช้บ้างนะถูกไหม?"
“โอ้ ลืมมันไปเถอะ” เมเมจ้องมองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ “เป้าหมายของนายคืออะไรกันแน่ ฉันไม่สนใจว่านายเป็นใคร ฉันยังสามารถช่วยให้เธอหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็นกับยากะได้ด้วย”
สำหรับเหตุผลที่เซี่ยหลิวมาที่นี่ และวิญญาณคำสาปที่มนุษย์สร้างขึ้นเหล่านี้มีประโยชน์อะไร เธอไม่ต้องการสนใจอีกต่อไป
นอกจากนี้ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ ดังนั้นเธอจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะถามคำถามเหล่านี้
เซี่ยหลิวครุ่นคิด : “ทุกคนต่างก็มีความทะเยอทะยานเป็นของตัวเอง แต่ฉันรับรองได้ว่าฉันจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆต่อครูและนักเรียน ความกังวลของเธอนั้นไม่จำเป็นเลย”
ขณะเดียวกันเขาก็คิดในใจว่า ‘การลักลอบล่าคนเข้าองค์กรไม่ควรถือเป็นการทำอันตรายใช่ไหม’
เมเมมองตาเซี่ยหลิวผ่านหน้ากากเป็นเวลานาน จากนั้นก็ยิ้มขึ้นมาทันที : "ด้วยวิธีนี้ ฉันจึงสามารถรับเงินนี้ได้อย่างสบายใจ"
จากนั้นเธอก็ยื่นมืออันเรียวยาวของเธอออกมา ลูบหน้ากากของเซี่ยหลิว และกดหมายเลขของยากะ มาซามิจิ
มีเสียงชายวัยกลางคนดังมาจากปลายสาย “สวัสดี เป็นยังไงบ้าง?”
“ฉันไม่ได้พบพฤติกรรมผิดปกติใดๆ เซี่ยหลิวเป็นคนกล้าหาญและช่วยคุณยายสามคนข้ามถนนหลังจากส่งเด็กหมดสติกลับบ้านไปแล้ว นอกจากนี้ ตามคำเชิญของฉัน เขายังทำลายฐานของนักสาปแช่งอีกด้วย อย่าลืมจ่ายเพิ่มด้วย”
หลังจากพูดอย่างนั้นแล้ว เธอยังอัพโหลดภาพถ่ายที่เธอได้ถ่ายไว้ก่อนหน้านี้ แต่แน่นอนว่าเธอไม่ได้ส่งภาพถ่ายของห้องทดลองใต้ดินออกไป
หลังจากทำสิ่งนี้ทั้งหมดแล้ว เธอก็ยกโทรศัพท์ของเธอขึ้นมาและเขย่าไปทางเซี่ยหลิว ราวกับกำลังถามว่าพอใจกับสิ่งนี้หรือไม่?
เซี่ยหลิวพูดไม่ออก ทำให้มันปกติกว่านี้ไม่ได้เหรอ? มีการช่วยคุณยายข้ามถนน แถมยังช่วยตั้งสามคนรวดอีก...
"ขอบคุณมาก"
เซี่ยหลิวหันไปมองภาชนะใสๆรอบๆ ที่บรรจุวิญญาณคำสาปเทียมไว้ทั้งสองด้าน
พลังคามุยได้ถูกกระตุ้นแล้ว!
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงเนื้อระเบิดในหลอดภาชนะดังไปทั่วห้อง
เมื่อสายตาของเซี่ยหลิวจับจ้องไปที่วิญญาณคำสาป วิญญาณคำสาปทั้งหมดในภาชนะก็มีคอที่บิดเบี้ยวและได้รับการปลดปล่อยอย่างสมบูรณ์!
"ขอบคุณ......"
หัวของวิญญาณคำสาปเทียมที่แทบไม่เหลือร่องรอยในมนุษย์พูดออกมา และน้ำตาแห่งความโล่งใจก็ไหลออกมา
เซี่ยหลิวยิ้มและพยักหน้า : "คนที่ทำแบบนี้กับพวกนายตายไปแล้ว สบายใจเถอะ"
ในขณะนี้ ข้อความแจ้งเตือนเรื่องแต้มที่เพิ่มมากขึ้นก็ดังขึ้นในใจของเขา
เมเมจ้องมองเซี่ยหลิวอย่างว่างเปล่าในขณะที่เขาฆ่าวิญญาณคำสาปเทียมทีละตน
โดยเฉพาะคำสุดท้าย “ขอบคุณ” ที่ทำเอาหัวใจเธอเต้นแรง
หากเธอได้นำวิญญาณคำสาปเทียมเหล่านี้กลับไป พวกมันคงจะถูกพวกระดับสูงใช้ในการทำวิจัยต่ออย่างแน่นอน
“นี่อาจเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา”
เซี่ยหลิว นี่คือสิ่งเดียวที่เขาต้องการเหรอ?
ไอ้หนุ่มลึกลับ!
"เห้อ......"
ในที่สุดก็เสร็จสิ้น เซี่ยหลิวเตรียมใช้พลังของเขาเพื่อเทเลพอร์ตไปที่หอพักโดยตรง
“เฮ้! เดี๋ยวก่อน พลังของนายใช้พาคนอื่นไปด้วยได้ไหม?”
เมเมรีบวิ่งมาหยุดเขาไว้
วันนี้เธอเหนื่อยกับการต้องติดตามเซี่ยหลิวมาทั้งวันแล้ว เธอจึงอยากติดไปกับเซี่ยหลิวด้วยเลย
‘พาคนไปด้วยหรอ ดูเหมือจะได้อยู่นะ’
เซี่ยหลิวไม่พูดอะไรและเอามือโอบรอบเอวเธอไว้
การเคลื่อนไหวที่กะทันหันทำให้ร่างที่บอบบางของเมเมสั่นสะท้าน แต่เธอก็ไม่ได้ต่อต้าน
“จับไว้ให้แน่นๆ นี่เป็นครั้งแรกของฉันที่พาใครไปด้วย ดังนั้นอย่าโทษฉันถ้าเธอต้องสูญเสียแขนหรือขาไป”
เมเมยิ้มและกระซิบที่หูของเขา : "จุ๊ๆ... ฉันเป็นครูของเธอ อย่าได้คิดอะไรแผลงๆล่ะ~"
หลังจากพูดอย่างนั้น ร่างที่โตเต็มวัยและอวบอิ่มของเธอก็กดตัวเข้าหาเขาอย่างอ่อนโยน
……..
โรงเรียนไสยเวทนครโตเกียว หอพักครู
วูบ! อวกาศบิดเบี้ยว เกิดกระแสวังวนขึ้น และร่างสองร่างก็ตกลงบนพื้น
“ช่างเป็นความสามารถที่สะดวกดีจริงๆเลยนะ” เมเมถอนหายใจด้วยความอิจฉา
จากนั้น เธอก็หรี่ตาลงและมองไปที่เซี่ยหลิวด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ : "อยู่ๆสักวันนึง นายคงไม่บังเอิญเทเลพอร์ตไปที่หอพักหญิงโดยตรงหรอกใช่มั้ย"
เซี่ยหลิวยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ถ้าเธอไม่พูดออกมา เขาก็คงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อน
แต่จะให้เขาใช้สุดยอดพลังอย่างคามุยทำเรื่องแบบนั้นหรอ?
"บ๊ายบาย"
หลังจากฝากคำพูดไว้ เซี่ยหลิวก็หายตัวไป
เมื่อกลับมาที่หอพัก เซียหลิวก็ถอดหน้ากากออกและมองเห็นดวงตาแดงก่ำของตัวเองผ่านกระจก
โชคดีที่นอกจากอาการแห้งและปวดตื้อๆ ก็ไม่มีอาการอื่นอีกและไม่ส่งผลต่อการมองเห็นด้วย
เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในปัจจุบัน เมเมเป็นผู้หญิงที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วและไม่หลงเชื่ออะไรง่ายเหมือนโนบาระ
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ชวนเธอเข้าร่วมกับแสงอุษา เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่สามารถมองเห็นความคิดที่แท้จริงของเธอได้
เป้าหมายถัดไปคือมากิ หญิงสาวที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการจัดการกับเธอจึงน่าจะไม่ยุ่งยาก
ตอนนี้เขาต้องการพลังของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์อย่างมาก!
เขานอนบนเตียงแล้วตรวจแต้มของเขาดู
หลังจากสังหารไปมากมาย เขาก็ได้รับกำไรมากมายจริงๆ
นักสาปแช่งนับร้อยและวิญญาณคำสาปเทียมเหล่านั้นมีแต้มรวม 51,000 แต้มเลยทีเดียว
เขาอยากได้คัมภีร์นินจาของมาดาระ แต่มันยังไม่มากพอ
ครั้งนี้ด้วยโชคช่วย เขาสามารถทำลายที่ซ่อนของกลุ่มนักสาปแช่งได้โดยตรง! นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้แต้มมามากมาย
เรื่องราวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ยังไม่มีวิญญาณคำสาประดับพิเศษมากนัก และพวกภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างพวกโจโกะ มาฮิโตะ ฮานามิก็ยังไม่ปรากฏขึ้น
หลังจากที่เขาซื้อหน้ากากและพัดไปแล้ว ร้านก็อัปเดตด้วยสินค้าใหม่สองรายการ
[บัตรฝึกกายภาพ 24 ชม. ราคา 500 แต้ม (ฝึกได้อัตโนมัติแม้ขณะนอนหลับ)]
[เสื้อชั้นในของซึนาเดะ ราคา 500 แต้ม (คนที่เข้าใจก็จะเข้าใจ)]
เอ่อ ระบบมันเริ่มผิดปกติมากขึ้นเรื่อยๆ เสื้อชั้นในของซึนาเดะเหรอ? ของแบบนั้นอ่ะนะ?
สุดท้ายเซี่ยหลิวก็ซื้อทั้งสองอย่าง
เขาใส่เสื้อชั้นในนั้นเข้าไปในมิติคามุยโดยไม่มีเจตนาอื่นใด เซี่ยหลิวเพียงแค่ซื้อมาเพราะสงสัยเท่านั้น
ส่วนการฝึกซ้อมร่างกายก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเขาเช่นกัน
ต้องรู้ว่าเหตุผลที่ไมโตะ ไกสามารถใช้ท่าประตูแปดด่านได้อย่างน่าทึ่งเช่นนี้ได้ก็เพราะว่าทักษะกายภาพของเขานั้นแข็งแกร่งมาก!
หากบุคคลที่มีทักษะทางกายภาพแค่เฉลี่ยเปิดประตูแปดด่าน พลังนั้นอาจไม่ถึงครึ่งหนึ่งของไกด้วยซ้ำ
ยิ่งกว่านั้น หากไม่มีร่างกายที่แข็งแกร่ง ประตูทั้งหกบานถัดไปก็ไม่สามารถเปิดได้!
หลังจากเปิดใช้งานการ์ดฝึกอัตโนมัติ เซี่ยหลิวก็เข้าสู่ความฝันอันแสนหวาน