เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 สตรีเหล็ก โนบาระ

ตอนที่ 7 สตรีเหล็ก โนบาระ

ตอนที่ 7 สตรีเหล็ก โนบาระ


อีกไม่กี่วันต่อมาที่ชิบูย่า ฮาราจูกุ

นี่คือสัญลักษณ์แห่งแฟชั่นของโตเกียวที่ทั้งการค้า ความบันเทิง และการคมนาคมขนส่งมีความเจริญก้าวหน้าที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นสวรรค์ของคนหนุ่มสาว ถนนที่นี่มักจะเต็มไปด้วยชายหนุ่มและหญิงสาวที่มีเสน่ห์

นอกสถานีรถไฟใต้ดิน มีคนสามคนยืนพิงราวเหล็กด้วยท่าทางเบื่อหน่ายเล็กน้อย

อิตาโดริถือไอศกรีมในมือและมองไปที่ฟุชิงุโระ เมกุมิ : "ถ้านับรวมคนที่เรากำลังจะเจอ เท่ากับว่าปีหนึ่งมีนักเรียนแค่4คนเองนี่ มันไม่น้อยไปหน่อยหรอ?"

หลังจากพูดจบ เขาก็เลียไอศครีมของเขาต่อ

ฟุชิงุโระ เมกุมิที่ยังคงมีท่าทีห่างเหินตอบกลับ : "ปกติผู้ใช้คุณไสยก็ไม่มีมากมายอยู่แล้วนี่นะ เพราะงั้นทำตัวให้ชินไว้เถอะ ถ้ามีเยอะสิถึงจะแปลก"

เมื่อถึงจุดนี้ ใบหน้าของฟุชิงุโระ เมกุมิก็มืดมนลง

"ผู้ที่ต่อสู้กับวิญญาณคำสาปเพื่อปกป้องผู้อื่นถูกเรียกว่าผู้ใช้คุณไสย ในขณะที่ผู้ที่ใช้คุณไสยเพื่อทำร้ายผู้อื่นเพื่อจุดประสงค์ที่เห็นแก่ตัวถูกเรียกว่านักสาปแช่ง!"

เซียหลิวที่ยืนอยู่ข้างๆเขามีรอยคล้ำใต้ตาและดูหมดเรี่ยวแรง ท่าทางเหมือนจะหลับได้ตลอดเวลาแม้จะยืนอยู่

ถูกต้องแล้ว เขาได้ทนทุกข์ทรมานจากอาการนอนไม่หลับมาหลายวันแล้วนับตั้งแต่เขามายังโลกแห่งนี้

นี่เป็นปัญหาเรื่องความไม่คุ้นชินกับสถานที่

และแน่นอนว่าเขารู้ว่าวันนี้พวกเขากำลังรอต้อนรับใครอยู่

สตรีเหล็ก คุงิซากิ โนบาระ!

อิตาโดริถอนหายใจ : "อย่างที่คาดไว้สำหรับเซี่ยหลิว เขาสามารถหลับได้แม้จะยืนอยู่ นี่เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาแข็งแกร่งได้ขนาดนี้หรือเปล่า?"

ฟุชิงุโระ เมกุมิมองอิตาโดริแล้วพูดว่า "นายนี่มันเกินเยียวยาแล้วจริงๆ! เซี่ยหลิวคงไปแอบฝึกทุกวันจนไม่ได้หลับได้นอนต่างหากเล่า ถึงได้ทรงพลังขนาดนี้!"

เขาคิดว่าที่เซี่ยหลิวตกอยู่ในสภาพนี้เพราะเอาแต่ฝึกจนไม่ได้หลับได้นอนแน่ๆ!

‘เซี่ยหลิวนี่ขยันจริงๆ ฉันต้องเรียนรู้จากเขา!’

ผู้คนที่ผ่านไปมาต่างมองคนทั้งสามคนด้วยสายตาแปลกๆ แต่โชคดีที่พวกเขาหน้าด้านพอสมควรและไม่สนใจเลย

"ขอโทษที่ให้รอนาน~"

โกโจ ซาโตรุเดินออกมาจากทางออกรถไฟใต้ดิน โดยถือกล่องขนมหวานอยู่ในมือด้วย

“โอ้~ ดูเหมือนพวกนายจะได้ชุดพิเศษสั่งตัดสำหรับพวกนายเฉพาะไปแล้วสินะ”

เซี่ยหลิวกำลังจะหลับแล้ว…

"ไซส์พอดีเลยครับ แต่ทำไมมันเสื้อผ้าของทุกคนถึงได้ต่างกันจังเลยล่ะครับ?"

อิตาโดริรู้สึกสับสนเล็กน้อย

โดยเฉพาะตัวเขาเอง มีไอ้ฮู้ดสีแดงนี่สะด้วย

เสื้อผ้าของเซี่ยหลิวยิ่งแตกต่างจากคนอื่นมากไปอีก

แขนเสื้อหลวมๆ ไม่รัดรูป และมีลายปักรูปเมฆสีแดงแปลกๆอยู่ด้วย

นี่เป็นคำขอพิเศษของเซี่ยหลิวเอง เสื้อผ้าดูคล้ายกับเครื่องแบบของพวกแสงอุษาในนารูโตะมาก และแขนเสื้อที่หลวมสามารถซ่อนสิ่งของได้มากมาย

เช่น อาวุธที่ซ่อนอยู่อย่างคุไน

โกโจ ซาโตรุ ยิ้มและพูดว่า "จริงๆแล้ว นายสามารถร้องขอให้ปรับแต่งชุดตามความต้องการได้น่ะ"

“ห๊ะ?” อิตาโดริเกาหัวของเขา: "แต่ผมยังไม่ทันได้ขอเลยนี่?"

โกโจ ซาโตรุ : “ฉันเป็นคนจัดการเองแหละ คิดว่าไง มันดูเข้ากับสีผมของนายเลยนะ”

อิตาโดริพยักหน้าอย่างครุ่นคิด

มันก็เข้ากันได้ดี แต่... เขาคิดว่าเสื้อผ้าของเซี่ยหลิวดูดีกว่า มีความลึกลับราวกับเป็นปรมาจารย์!

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แม้ว่าเขาไม่ได้เรียนรู้อะไรที่จะแข็งแกร่งขึ้นจากเซี่ยหลิวเลยก็ตาม แต่เขาก็ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้มากมาย

มันเป็นศิลปะการต่อสู้ของประเทศตะวันออกโบราณที่ลึกลับอย่างประเทศจีน ดูเหมือนว่าเซี่ยหลิวเองก็มาจากที่นั่นด้วย

โกโจ ซาโตรุแตะไหล่เซี่ยหลิว : "ตื่นก่อนเซี่ยหลิว นี่คือบัตรนักเรียนของนาย"

เซียหลิวหยิบบัตรซึ่งมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเขาขึ้นมา

“เด็กใหม่ ผู้ใช้คุณไสยระดับ 4 เหรอ?”

โกโจ ซาโตรุอธิบาย “ด้วยความแข็งแกร่งของนาย นายสามารถเป็นผู้ใช้คุณไสย 1 ได้เลย แต่นายเพิ่งเข้าโรงเรียน ถ้าอยากไปอยู่ในระดับสูงกว่านี้ นายต้องขอรับการประเมินจากอาจารย์”

“อย่างไรก็ตาม ยิ่งระดับของผู้ใช้คุณไสยสูงขึ้น รางวัลสำหรับการทำภารกิจให้สำเร็จก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย”

เซี่ยหลิวพยักหน้า ไม่มีความแตกต่างระหว่างผู้ใช้คุณไสยระดับ 4 กับผู้ใช้คุณไสยระดับ 1 สำหรับเขาเลย เอาจริงเขาเริ่มอยากกลายเป็นครูของโรงเรียนแทนแล้ว เพราะมันน่าจะทำให้เขาหาคนเข้าองค์กรได้ง่ายกว่า

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาได้ทิ้งร่องรอยของพลังคามุยไว้ทั่วทุกแห่งในโรงเรียน เพื่อให้สามารถเทเลพอร์ตได้ตลอดเวลา

ในเวลาเดียวกัน แมวมองหัวโล้นคนหนึ่งก็กำลังมองหาผู้คนที่ผ่านไปมาบนถนนที่มีศักยภาพที่จะเป็นดาราได้

เมื่อมีหญิงสาวสวยหุ่นสวยเดินผ่านมา แมวมองหัวโล้นก็เดินเข้าไปหาเธอเพื่อสนทนาทันที

ฉากนี้ถูกพบโดยโนบาระที่เพิ่งลงจากรถไฟใต้ดิน ดวงตาของเธอเป็นประกาย เธอรีบเร่งก้าวเดินขึ้นไปหาอีกฝ่าย

แมวมองทักทายหญิงสาวคนนั้นอย่างสุภาพ เขายืนลูบมือและพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณครับ คุณมีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมาก คุณสนใจที่จะเป็นดาราไหม?”

หญิงสาวโบกมือปฏิเสธอย่างใจร้อนโดยบอกว่าเธอไม่สนใจที่จะเป็นดารา

วงการบันเทิงไม่ว่าจะประเทศไหนก็วุ่นวายเสมอ

“เฮ้ อย่ารีบร้อนขนาดนั้นสิ มาเป็นดาราเถอะ เธอมีศักยภาพมากนะ!”

“ขอโทษนะ ฉันรีบ”

หลังจากถูกปฏิเสธอย่างโหดร้าย แมวมองก็ถอนหายใจด้วยความหดหู่

ในขณะนั้น ก็มีเสียงผู้หญิงห้าวๆดังเข้ามา : "เฮ้ ลุง คุณคิดยังไงกับฉัน?"

คนที่พูดคือคุงิซากิ โนบาระ

แมวมองจ้องเธอสักพักก่อนจะส่ายหัว

แม้ว่าเธอจะหน้าตาดีมาก แต่อุปนิสัยของเธอดูไม่เหมาะสมเลยสักนิด

ยิ่งกว่านั้น เธอดูจะมีความเจ้ากี้เจ้าการจากน้ำเสียงเมื่อครู่ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนโดนกดขี่เมื่อได้ยิน

เพราะงั้นควรรีบเดินหนีจะดีกว่า

“เอ่อ...ฉันก็รีบเหมือนกัน!” พูดจบลุงแมวมองก็หันหลังแล้ววิ่งหนีไป

"เห้!"

โนบาระรู้สึกพูดไม่ออก : "นี่มันเรื่องอะไรกัน ฉันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?"

เมื่อเห็นฉากนี้ เซี่ยหลิวก็รู้สึกตลกเล็กน้อย

สมกับเป็นสตรีเหล็กจริงๆ! เธอดูห้าวหาญกว่าที่คิดไว้มาก แต่ก็สวยงาม เป็นหญิงแกร่งที่งดงาม!

อิตาโดริ : "เอ่อ... เธอคือคนที่เราจะรอรับใช่ไหม ฉันเข้าสังคมไม่ค่อยเก่ง เพราะงั้นนายไปคุยกับเธอสิฟุชิงุโระ"

ฟุชิงุโระ เมกุมิจ้องมองอิตาโดริด้วยความดูถูก

คนอย่างไอนี่เนี่ยนะโรคกลัวสังคม ไม่มีใครกลัวสังคมเท่าฉันแล้ว!

ขณะนั้นเอง โกโจ ซาโตรุก็โบกมือและตะโกนว่า “เฮ้~ มาทางนี้!”

โนบาระหันไปมองก็เห็นผู้ชายสี่คนกำลังพิงราวเหล็กตรงหน้าไม่ไกลจากเธอ โดยทุกคนมีท่าทีแตกต่างกัน

และชายร่างสูงที่สวมผ้าปิดตาสีขาวกำลังโบกมือให้เธอ

มุมปากของเธอกระตุก ทำไมรู้สึกเหมือนคนพวกนี้กำลังโพสต์ท่าอยู่ พวกเขาคิดว่าตัวเองเป็นวงบอยแบนด์เหรอ?

อิตาโดริพูดอย่างกระตือรือร้น : "ฉันชื่ออิตาโดริ ยูจิ ฉันมาจากเซนได ฝากตัวด้วยนะ!"

“ฉันฟุชิงุโระ เมกุมิ” หลังจากพูดจบ ฟุชิงุโระ เมกุมิก็หันหน้าออกไปทางอื่น

"สวัสดี ฉันเซี่ยหลิว"

ขณะนี้ เซี่ยหลิวกำลังคิดว่าจะคัดเลือกเธอเข้าองค์กรแสงอุษาอย่างไร

โนบาระวางมือข้างหนึ่งไว้ที่เอวของเธอ จากนั้นใช้มืออีกข้างถัดผมที่หลังใบหู หรี่ตามองพวกเขาอย่างพินิจพิเคราะห์

‘ผู้ชายที่ฮู้ดสีแดงคนนี้ถือไอติมเปล่าไว้ในมือ เป็นพวกทึ่มแน่ๆ คงเป็นพวกกินขี้มูกตัวเองเหมือนพวกเด็กๆแหง’

‘ฟุชิงุโระ เมกุมิ? ชื่อบ้าอะไรวะเนี่ย ไหนจะทรงผมชี้โด่ชี้เด่เห่ยๆนี่อีก? แถมท่าทางดูเอาแต่ใจชะมัด’

‘ผู้ชายคนสุดท้ายดูหล่อดี แต่ทำไมขอบตาถึงได้ดำขนาดนั้นล่ะ?’

หลังจากมองแบบผ่านๆ เธอก็ได้ประเมินทุกคนไว้เรียบร้อยแล้ว

เธอเอามือข้างหนึ่งจับหน้าผากของตัวเองแล้วถอนหายใจ “เห้อ ฉันนี่มันไร้ซึ่งวาสนาจริงๆเลย”

เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเงียบลงแล้ว โกโจ ซาโตรุก็กระแอมเบาๆแล้วพูดว่า "ยินดีต้อนรับเพื่อนร่วมชั้นของเรา คูงิซากิ ที่มาเข้าร่วมกับเรา ครอบครัวผู้ใช้คุณไสยอันแสนน่ารักของเรามีสมาชิกเพิ่มอีกคนแล้ว! ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เที่ยวโตเกียวกันเถอะ! โรงเรียนจะออกค่าใช้จ่ายให้เองงง~"

เมื่อพวกเขาได้ยินว่าพวกเขาจะได้เที่ยวในโตเกียว สีหน้าของโนบาระและอิตาโดริก็เปลี่ยนไปทันที ตาพวกเขาเป็นประกายและดูมีความสุขสุดๆ

ฟุชิงุโระดูเหมือนเขาสูญเสียความหวังในชีวิตไปแล้ว

วันผ่านไปอย่างรวดเร็วและพระอาทิตย์ก็เริ่มตก

………….

ช่วงเย็น รปปงงิ

นอกอาคารแห่งหนึ่งปกคลุมไปด้วยบรรยากาศมืดหม่นและร่องรอยวิญญาณคำสาป

โกโจ ซาโตรุ : "พื้นที่รอบๆนี้ถูกปิดตาย ไม่มีใครเข้ามาได้ พวกนายไปสนุกกันให้เต็มที่เลยนะ"

“เห! มีวิญญาณคำสาปอยู่ตรงนี้ด้วยเหรอ” อิตาโดริยังคงรู้สึกสับสน

คุงิซากิ โนบาระพูดไม่ออกเล็กน้อย : "ไม่มีทาง? เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้หรอ?"

โกโจ ซาโตรุยิ้มและอธิบายว่า “สถานการณ์ของอิตาโดริค่อนข้างพิเศษนิดหน่อย เอาจริงๆนี่ก็ถือเป็นครั้งแรกของเขาที่จะเข้ารับการทดสอบเช่นเดียวกับเธอ”

“แล้วเซี่ยหลิวล่ะ เขาน่าจะเป็นมือใหม่เหมือนกันใช่ไหม” คุงิซากิ โนบาระมองเซี่ยหลิว

“เอ่อ… ถ้าให้พูดให้ชัดเจน เซี่ยหลิวก็เป็นมือใหม่เหมือนกัน แต่เขาไม่สามารถมองได้ด้วยสายตาคนธรรมดาทั่วไป”

ทันทีที่โกโจ ซาโตรุพูดจบ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

หลังจากรับสาย สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“ขอโทษทีนะ ฉันคงไปกับพวกนายไม่ได้แล้วล่ะ ดูเหมือนจะมีวิญญาณคำสาประดับพิเศษปรากฏตัวขึ้นในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในโตเกียว ไม่มีผู้รอดชีวิตเลย”

เมื่อถึงจุดนี้ เขามุ่งสายตาไปทางเซี่ยหลิวและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังที่หาได้ยากจากเขา : "ฟังให้ดีๆนะ หลังจากเข้าไปในอาคารนี้แล้ว พวกนายทุกคนต้องเชื่อฟังคำสั่งของเซี่ยหลิว!"

จากนั้นเขาก็โน้มตัวเข้ามาใกล้ๆเซี่ยหลิวและกระซิบว่า “ครั้งนี้เป็นการทดสอบโนบาระและอิตาโดริเป็นหลัก เพราะงั้นอย่างลงมือเว้นแต่จำเป็น”

"ฝากด้วยนะ เซี่ยหลิว!"

หลังจากพูดจบ เขาก็หายตัวไปทันที

ในใจของโกโจ ซาโตรุ เซี่ยหลิวไม่ได้เป็นเพียงนักเรียนอีกต่อไป แต่เขาเป็นผู้ใช้คุณไสยผู้ทรงพลังที่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง!

【ติ๊ง! กระตุ้นทางเลือกแห่งชีวิต!】

[ตัวเลือกภารกิจที่ 1: ปฏิเสธคำสั่งของโกโจ ซาโตรุ ขึ้นไปฆ่าวิญญาณคำสาปทั้งหมดอย่างรวดเร็ว จากนั้นกลับไปที่หอพักเพื่อเข้านอน รางวัล: นินจาระดับ B แบบสุ่มของเรื่องนารูโตะ!]

[ตัวเลือกภารกิจที่ 2: ความใคร่และการต่อสู้: ก่อนจะขึ้นไปฆ่าวิญญาณคำสาป ให้จูบคุงิซากิ โนบาระอย่างแรง รางวัล: อาวุธไสยเวทระดับ A มีดปราบมาร!]

[ตัวเลือกภารกิจที่ 3: ยอมรับคำสั่งของโกโจ ซาโตรุ และฆ่าวิญญาณคำสาปอันทรงพลังที่ซ่อนเร้นอยู่เพียงลำพัง รางวัล: เปิดร้านค้าระบบ!]

จบบทที่ ตอนที่ 7 สตรีเหล็ก โนบาระ

คัดลอกลิงก์แล้ว