เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 เหตุผลใช้เงินที่ไม่เหมือนใคร

บทที่ 40 เหตุผลใช้เงินที่ไม่เหมือนใคร

บทที่ 40 เหตุผลใช้เงินที่ไม่เหมือนใคร


บทที่ 40 เหตุผลใช้เงินที่ไม่เหมือนใคร

เมื่อเฉินเสี่ยวจิ่วขับรถกลับไปที่วิลล่า เวลาก็ล่วงเลยไปถึงช่วงเย็นแล้ว พอเขาเข้าไปในประตู หวังเถียนเถียนที่กำลังเตรียมวัตถุดิบอยู่ในครัวก็รีบวิ่งออกมาพิจารณาเขาทั้งตัวอย่างยินดี พอเห็นว่าเฉินเสี่ยวจิ่วไม่ได้บาดเจ็บก็ค่อยวางใจ

"ชนะพวกเขาได้เหรอคะ" หวังเถียนเถียนถามด้วยความเป็นห่วง

"ชนะสิ ง่ายมาก!"

เฉินเสี่ยวจิ่วกางมือออกทั้งสองข้าง ทำท่าทาง "ง่าย" บนใบหน้าก็มีรอยยิ้มที่มั่นใจ

"หนูรู้ว่าคุณเก่งที่สุด!" หวังเถียนเถียนโบกกำปั้นเล็กๆ แล้วกล่าว "คุณพักผ่อนก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูไปจัดการปลาและเนื้อให้เรียบร้อย"

เธอพูดจบก็ไปที่ห้องครัวอีกครั้ง

เฉินเสี่ยวจิ่วขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างบน จู่ๆ ก็พบว่าในบ้านมีอะไรแปลกๆ ไป ไม่ใช่ว่าขาดอะไรไป แต่กลับมีอะไรเพิ่มขึ้นมาเยอะมาก

พอสังเกตอย่างละเอียดก็เพิ่งพบว่า ของใช้และเครื่องเรือนใหม่ๆ ที่เขาเก็บไว้ในห้องว่างต่างๆ ถูกหวังเถียนเถียนจัดออกมาวางในตำแหน่งที่ควรจะเป็น เฉินเสี่ยวจิ่วดูทั้งข้างบนและข้างล่าง ทุกที่สะอาดสะอ้าน ในที่สุดก็เหมือนบ้านปกติแล้ว

ดูเหมือนว่าการมีภรรยาในบ้านนั้นทำให้ทุกสิ่งแตกต่างออกไป เฉินเสี่ยวจิ่วเก่งเรื่องต่อสู้ แต่เรื่องดูแลบ้านแบบนี้ ก็ต้องเป็นผู้หญิงที่ขยันขันแข็งอย่างหวังเถียนเถียนถึงจะทำได้

เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดลง กลิ่นอาหารหอมๆ ก็ลอยออกมาจากห้องครัวชั้นล่าง หวังเถียนเถียนทำอาหารหกอย่าง ปลา เนื้อ ไข่ ผัก จับคู่กับซุปหอยลาย ดูดีน่ากินไปเสียทุกอย่าง เฉินเสี่ยวจิ่วชิมทุกอย่างและรสชาติที่สดใหม่ก็กระตุ้นต่อมรับรสของเขาได้เป็นอย่างดี ช่างเป็นการพักผ่อนที่สุดยอดอย่างยิ่ง!..

"ขอบคุณสำหรับอาหารอร่อยๆ แถมยังเก็บห้องให้ผมด้วย!" เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าวขอบคุณ

"ไม่ต้องเกรงใจค่ะ ยังไงซะตอนนี้หนูก็ไม่มีเงินมากขนาดนั้น เอาเป็นว่าจ่ายค่าเช่าบ้านก็แล้วกันค่ะ" หวังเถียนเถียนกล่าว เธอไม่อยากมีความขัดแย้งกับเฉินเสี่ยวจิ่วในเรื่องเงินๆ ทองๆ

"จะพูดแบบนั้นไม่ได้ ผมอยู่บ้านคนเดียวทุกวัน เหงามากอยู่แล้ว เธอมาทำให้บ้านมีชีวิตชีวา คุยกับผมให้หายเหงา แบบนี้จะคิดยังไงดีล่ะ ตอนนี้ต่อให้จ้างคนคุยอย่างดีราคาก็ไม่ถูกเลยไม่ใช่เหรอ อย่างน้อยก็ต้องแพงกว่าแม่บ้าน ถ้างั้นผมต้องให้เงินเธอไหม" เฉินเสี่ยวจิ่วถามกลับ

หวังเถียนเถียนมีนิสัยที่ใสซื่อ การโต้เถียงไม่ใช่สิ่งที่เธอถนัด เธอจึงได้แต่นิ่งอึ้งไป

เฉินเสี่ยวจิ่วยิ้ม "แบบนั้นก็บอกได้เลยว่าผมควรขอบคุณเธอต่างหาก เพราะฉะนั้น ผมจะต้องให้ของสักหน่อยแล้ว คืนนี้ไปเดินเล่นในเมืองกับผมไหม!"

หวังเถียนเถียนกล่าวว่า "หนูไม่ต้องมีของขวัญแล้วค่ะ แค่ได้พักอยู่ในวิลล่าที่ดีขนาดนี้ หนูก็พอใจแล้วค่ะ"

"แบบนั้นไม่ได้นะ เธอจะขัดใจผมที่เป็นเจ้าของบ้านคนนี้เหรอ วันนี้ฟังคำพูดของเจ้าของบ้านผู้หญิงคนนั้นซะดิบดี คำพูดของผมกลับไม่ฟังแล้วหรอ" เฉินเสี่ยวจิ่วทำสีหน้าเคร่งขรึม แน่นอนว่าเป็นการพูดเล่น

ด้านหวังเถียนเถียนเองก็เข้าใจความปรารถนาดีของเฉินเสี่ยวจิ่วดี และในใจก็รู้สึกหวานชื่น เธอจึงพยักหน้าตกลงไปเดินเล่นกับเขา

ในเมื่อทุกคนต่างก็มีความสุข ทั้งสองคนก็กินอาหารอร่อยๆ เสร็จอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็คลอเคลียกันออกจากบ้านไปเดินเล่นซื้อของในเมือง

การที่เฉินเสี่ยวจิ่วออกมาในครั้งนี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อที่จะเดทจริงๆ ไม่เช่นนั้นทั้งสองคนคงมีโอกาสได้ใกล้ชิดกันมากกว่านี้ที่บ้าน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการซื้อของ

บ้านใหม่ของเขาขาดของอีกหลายอย่างที่จะต้องเติมเต็ม ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่ในตู้เสื้อผ้าของเขาก็มีเสื้อผ้าไม่กี่ตัว ตู้เสื้อผ้าที่ใหญ่โตนั้นว่างเปล่า แบบนี้ไม่เข้ากับฐานะของมหาเศรษฐีที่มีรายได้วันละหลายล้านของเขาเลย

หวังเถียนเถียนก็ยิ่งเป็นแบบนั้น เธอเป็นผู้หญิงที่ต้องการเสื้อผ้าสวยๆ จำนวนมาก แต่ตอนย้ายบ้านกลับเอาเสื้อผ้ามาแค่น้อยนิด แถมส่วนใหญ่ก็เป็นเสื้อผ้าเก่าๆ เธอใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบากเกินไป ด้วยความรู้สึกที่ดีที่เฉินเสี่ยวจิ่วมีต่อเธอ การเติมตู้เสื้อผ้าให้เธอจึงเป็นสิ่งที่สุภาพบุรุษควรทำ

การหัดเป็นคนรวยมาเดินเล่นจะไปที่ตลาดกลางคืนอะไรแบบนั้นก็คงไม่ได้ เขาจึงพาเธอมาที่ห้างสรรพสินค้าอีกครั้ง

ครั้งนี้จุดประสงค์หลักคือเพื่อซื้อเสื้อผ้า เฉินเสี่ยวจิ่วเข้าไปในห้างสรรพสินค้าแล้วไปที่โซนเสื้อผ้าผู้ชายชั้นสามก่อน ไม่ว่าจะเป็น Pierre Cardin Versace หรือ Walter เขาก็เข้าไปเดินดูทุกร้าน ไม่ว่าจะซื้อหนึ่งสองชิ้น หรือสามสี่ชิ้น พอเฉินเสี่ยวจิ่วถูกใจก็จะซื้อเลย

ผู้ชายเดินเล่นไม่ชอบเรื่องที่ยุ่งยาก เฉินเสี่ยวจิ่วขี้เกียจที่จะเปลี่ยนทีละตัว เขาจึงทำแค่บอกขนาดเสื้อผ้า แล้วก็มองดูด้วยตา ให้พนักงานห่อเสื้อผ้า จากนั้นก็รูดบัตรจ่ายเงิน เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ

"ช่วยส่งเสื้อผ้าไปที่อยู่นี้ให้ผมด้วย" เฉินเสี่ยวจิ่วแจ้งหมายเลขบ้านของเขา

"ขอโทษด้วยค่ะท่าน ทางร้านเราไม่มีบริการจัดส่งค่ะ" พนักงานขายหญิงคนหนึ่งกล่าว

เฉินเสี่ยวจิ่วไม่พอใจเล็กน้อย เขาเรียกผู้จัดการร้านของพวกเขามา ซื้อของไปหลายหมื่นแต่กลับไม่บริการส่งของ ในร้านสะดวกซื้อที่เขาเคยทำงาน แม้แต่ของราคาไม่กี่สิบหยวนก็ยังมีบริการจัดส่งแล้ว ที่ต้องทำก็แค่เพิ่มค่าวิ่งก็เท่านั้น

ผู้จัดการร้านก็เป็นคนที่รู้จักพลิกแพลง อยากที่จะดึงดูดลูกค้าอย่างเฉินเสี่ยวจิ่วเอาไว้ ก็เลยยินยอมที่จะส่งของโดยบริการจัดส่งในเมือง โดยถือว่าแขกวีไอพีสมควรที่จะได้รับบริการแบบนี้

ยังดีที่คุยกันง่าย เฉินเสี่ยวจิ่วไม่อยากถือถุงช้อปปิ้งกองโตไปมา มันยุ่งยากเกินไป

ร้านขายเสื้อผ้าผู้ชายถูกเฉินเสี่ยวจิ่วจัดการทีละร้านไปตามกระบวนการนี้ ทุกร้านล้วนตกลงที่จะส่งของถึงบ้าน แต่การซื้อของครั้งนี้ก็ใช้เงินไปหกแสนกว่า หวังเถียนเถียนถึงกับอุทาน ..คนรวยๆ เขาใช้ชีวิตกันแบบนี้นี่เอง.. เมื่อตอนที่เฉินเสี่ยวจิ่วซื้อรถหนึ่งคันก็แทบจะเหมือนกับที่เธอซื้อเสื้อ เขาไม่เหมือนกับคนทั่วไปที่ต้องระมัดระวังเรื่องการใช้เงิน อยากซื้อก็ซื้อเลย ราวกับซื้อผักในตลาด

เมื่อเฉินเสี่ยวจิ่วรู้สึกว่าซื้อเสื้อผ้าของตัวเองอย่างพอใจแล้ว เขาจึงไปที่โซนเสื้อผ้าผู้หญิงที่ชั้นห้าโดยจะเริ่มซื้อเสื้อผ้าให้หวังเถียนเถียน

พวกเขามาที่ร้าน Givenchy ร้านหนึ่ง เฉินเสี่ยวจิ่วก็ให้หวังเถียนเถียนเลือกเอง ชอบชุดไหนก็ไปเปลี่ยนลองดู

"อ๊ะ คุณจะซื้อเสื้อผ้าให้หนูเหรอคะ ยี่ห้อนี้มันแพงเกินไป ซื้อของธรรมดาในประเทศก็พอแล้วค่ะ" หวังเถียนเถียนกล่าวเสียงเบา เธอรู้จักประหยัดเงินให้เฉินเสี่ยวจิ่วมาก

เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าวว่า "เธอกลัวว่าจะซื้อจนผมจนเหรอ ผมแค่กลัวว่าเงินในบัตรมันจะเยอะเกินไปจนทำให้ระบบของธนาคารโหลดหนัก วันนี้ก็เลยต้องช่วยลดแรงกดดันให้ธนาคารหน่อยน่ะ"

หวังเถียนเถียนเอามือกุมปากหัวเราะคิกคัก นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินเหตุผลในการใช้เงินที่สดชื่นและบริสุทธิ์ขนาดนี้ แต่เธอก็คิดได้แล้ว ผู้ชายที่เธอถูกใจมีเงินใช้อย่างไม่ต้องกังวลขนาดนี้ การรับมารยาทเขาโดยซื้อเสื้อผ้าให้ตัวเองสักตัวสองตัวก็คงจะไม่เป็นอะไรที่มากเกินไป

ดังนั้นหวังเถียนเถียนจึงคลายความกังวล เริ่มเลือกเสื้อผ้าในร้าน

ไม่เหมือนกับที่ผ่านมาซึ่งต้องเลือกจากความคุ้มค่าแหละประหยัด ตอนนี้หวังเถียนเถียนได้ผ่อนคลายความเครียดที่มีมาตลอดและเน้นไปที่ชุดที่ตัวเองชอบก่อนในครั้งนี้

เธอถูกใจชุดเดรสตัวหนึ่ง คิดว่าถ้าใส่ตัวนี้สตรีมก็คงจะดูดีมาก

“ดูชุดนี้เป็นยังไงบ้างคะ” หวังเถียนเถียนเปลี่ยนชุดเดรสสีขาวสไตล์ผู้ใหญ่ แล้วหมุนตัวถามความเห็นของเฉินเสี่ยวจิ่ว

หวังเถียนเถียนมีออร่าที่ใสซื่อบริสุทธิ์ สีขาวเหมาะกับเธอมาก การหมุนตัวอย่างง่ายๆ แบบนี้ก็เหมือนดอกลิลลี่ที่กำลังเบ่งบาน สวยงามเกินบรรยาย

เมื่อเห็นดังนี้เฉินเสี่ยวจิ่วก็ชมทันทีว่า “ดีเลย เหมาะกับเธอมาก!”

“พนักงานคครับ เอาชุดนี้ครับ!” เฉินเสี่ยวจิ่วตะโกนสั่ง

พวกเขาอยู่ด้วยกัน การซื้อชุดใหม่แบบนี้เฉินเสี่ยวจิ่วก็จะได้ชื่นชมเป็นคนแรก การซื้อชุดจึงเป็นการซื้อมาเพื่อความสุขทางสายตาของเขาเอง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขากำลังจ่ายเงินอย่างเต็มใจ

เสื้อผ้าผู้หญิงของ Givenchy ส่วนใหญ่มีสไตล์ที่เป็นผู้ใหญ่และมีการออกแบบที่ซับซ้อน เหมาะสมกับผู้หญิงที่อายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไปมากกว่า ไม่ค่อยเข้ากับบุคลิกของหวังเถียนเถียนพวกเขาจึงซื้อแค่ชุดเดรสชุดนี้

เฉินเสี่ยวจิ่วทำเหมือนเดิม จ่ายเงินแล้วก็ให้ทางร้านส่งของไปที่บ้านโดยตรง จากนั้นพวกเขาก็ไปที่ร้านถัดไป..

จบบทที่ บทที่ 40 เหตุผลใช้เงินที่ไม่เหมือนใคร

คัดลอกลิงก์แล้ว