- หน้าแรก
- เหรียญมรดกโคตรดี ผมนี่แหละเทพทรูตัวจริง
- บทที่ 20-21 บ้านพักในฝัน, กินโทรศัพท์
บทที่ 20-21 บ้านพักในฝัน, กินโทรศัพท์
บทที่ 20-21 บ้านพักในฝัน, กินโทรศัพท์
บทที่ 20 บ้านพักในฝัน
การดูบ้านนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเจอหลังที่ถูกใจในคราวเดียว เขาเลยจำเป็นต้องดูและเลือกเยอะๆ ภารกิจที่ให้เวลามาเพียงสามวันจึงถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตึงเครียดมาก
ในระหว่างกระบวนการฝากเหรียญก่อนหน้านี้ เฉินเสี่ยวจิ่วก็ได้ค้นหาวิลล่าที่ประกาศขายในเมืองนี้ด้วยโทรศัพท์มือถือแล้ว โดยหลักๆ มีสามแห่ง
ในจำนวนนั้นสองแห่งอยู่ระหว่างการขายล่วงหน้า เหลือเพียงแห่งเดียวที่มีบ้านสร้างเสร็จพร้อมตกแต่งขาย ภาพโปรโมทดูไม่เลว เฉินเสี่ยวจิ่วต้องการเข้าอยู่ทันที จึงทำได้แค่เลือกที่นี่แล้ว แต่ถ้าวิลล่าของที่นี่ยังไม่ถูกใจ เขาก็คงต้องหาผ่านนายหน้าเพื่อหาซื้อวิลล่ามือสองแล้ว
เฉินเสี่ยวจิ่วเรียกรถแท็กซี่มาที่สำนักงานขายของโครงการวิลล่าที่ชื่อว่า "อี้ห่าวหมิงตี้ (บ้านมหาเศรษฐี)" เมื่อเดินเข้าไปก็พบว่ามีคนมาดูบ้านไม่มากนัก อาจเป็นเพราะนี่เป็นช่วงบ่ายคนก็เลยยังไม่เลิกงานกัน
เขากวาดสายตามองเอกสารแนะนำที่อยู่ข้างๆ ในสำนักงานที่อยู่ห่างออกไป พนักงานขายหญิงสองคนกำลังคุยกันเบาๆ เกี่ยวกับเขา
"มีคนดูไม่มีตังคนหนึ่งกำลังดูเอกสารอยู่ตรงนั้น"
"ไม่ต้องสนใจหรอก ดูยังไงก็เป็นแค่พวกขี้ยา คงแค่มาตากแอร์ที่นี่นั่นแหละ อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลาเลิกงานแล้ว ไปกินข้าวเย็นด้วยกันมั้ย"
เห็นได้ชัดว่าพวกเธอเห็นเฉินเสี่ยวจิ่วแต่งตัวซอมซ่อ จึงขี้เกียจไปต้อนรับ
ปัจจุบันเป็นยุคที่ดูเงินเป็นใหญ่ เป็นธรรมดาที่จะมีคนประเภทนี้อยู่ทุกที่
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแบบนั้น ยังมีพนักงานขายหญิงที่อายุน้อยคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่า "คุณผู้ชาย ต้องการดูบ้านหรือว่าปรึกษาข้อมูลอะไรไหมคะ"
พนักงานขายคนนี้เป็นพนักงานใหม่ สวมชุดสูทผู้หญิง แต่งหน้าบางๆ ดูแล้วก็ถือว่าดูดี เธอดูไม่มีความเจ้าเล่ห์แบบพนักงานขายเก่าๆ
เธอเข้ามาต้อนรับเฉินเสี่ยวจิ่วอย่างกระตือรือร้น
"ใช่ครับ ผมต้องการซื้อวิลล่า ช่วยแนะนำให้ผมหน่อยได้ไหมครับ" เฉินเสี่ยวจิ่วเห็นว่าพนักงานขายคนนี้แต่งกายสุภาพ มีทัศนคติที่สุภาพ และไม่ได้เลือกปฏิบัติกับเขาเรื่องการแต่งกาย เขาจึงตัดสินใจให้เธอทำยอดขายให้ได้
"ได้ค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ!"
พนักงานขายมือใหม่คนนี้เชิญเฉินเสี่ยวจิ่วไปที่ห้องรับรองแล้วชงชาให้เขาหนึ่งแก้ว
"คุณผู้ชายคะ ถ้าคุณต้องการซื้อวิลล่าของโครงการเราต้องรีบหน่อยนะคะ วันนี้เพิ่งขายออกไปสองหลัง เหลือแค่หลังเดียวที่ยังรอการขาย โครงการเราทำเลดี สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีลูกค้าหลายรายกำลังเจรจาปรึกษาข้อมูลอยู่ค่ะ" หลังจากนั่งลงได้ไม่นาน พนักงานขายก็กล่าวแนะนำ
เฉินเสี่ยวจิ่วดูข้อมูลโปรโมทแล้วก็พบว่ามันดีอย่างที่ว่าจริงๆ เขาจึงพูดว่า "พาผมไปดูของจริงหน่อยได้ไหมครับ"
"ได้ค่ะ" พนักงานขายลังเลเล็กน้อย แล้วก็ตกลง
"เสี่ยวเหมย จะเลิกงานแล้ว เธอยังจะวุ่นวายอะไรอีก เขาไม่มีปัญญาซื้อหรอก" พนักงานขายชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดเบาๆ
"ค่ะ พอดีว่ายังเหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีก่อนเลิกงาน งั้นฉันขอพาคุณลูกค้าท่านนี้ไปดูบ้านก่อนก็แล้วกันนะคะ" เสี่ยวเหมยยิ้มแล้วก็ไม่ได้สนใจคำพูดคำสั่งของรุ่นพี่แต่อย่างใด
จากนั้นพวกเขาสองคนก็ออกจากสำนักงานขาย แล้วขึ้นรถไฟฟ้าของศูนย์ขาย ขับเข้าไปในเขตวิลล่า
"ไม่ตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก ไม่เลวเลยนะครับ" เฉินเสี่ยวจิ่วชมเบาๆ
พนักงานขายเสี่ยวเหมยยิ้มอย่างเขินอาย "ทั้งหมดเป็นหน้าที่ค่ะ"
พอถึงบ้านที่รอการขายหลังนั้น พนักงานขายก็ใช้รหัสผ่านในการทำงานเปิดประตูล็อกอิเล็กทรอนิกส์ แล้วส่งถุงคลุมรองเท้าให้เฉินเสี่ยวจิ่ว เพื่อที่พวกเขาจะได้เข้าไปดูข้างในได้
"โครงการเราใช้ประตูล็อกสแกนใบหน้าที่ทันสมัย สามารถสแกนและยืนยันข้อมูลของเจ้าของบ้านได้โดยอัตโนมัติจากระยะ 3 เมตร เมื่อยืนยันสำเร็จจะเปิดล็อกประตูโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องใช้กุญแจ สามารถบอกลาความกังวลเรื่องลืมพกกุญแจได้เลยค่ะ" พนักงานขายแนะนำ
"ไม่เลวเลยครับ"
เฉินเสี่ยวจิ่วค่อนข้างพอใจ ที่นี่ดูหรูกว่าบ้านที่เขาเคยเห็นมา ที่อื่นส่วนใหญ่ก็แค่ล็อกลายนิ้วมือก็ถือว่าสุดยอดแล้ว แต่ที่นี่กลับเป็นการสแกนใบหน้า มันทันสมัยยิ่งกว่าที่อื่นๆ อีก
พอเข้าไปในตัววิลล่า เฉินเสี่ยวจิ่วก็พบว่าการตกแต่งข้างในค่อนข้างหรูหราเลยทีเดียว สไตล์การตกแต่งของที่นี่เป็นแบบหรูหราเรียบง่ายเหมือนกับโรงแรมตือฮ่าวที่เขาพักอยู่ ในทุกที่ล้วนเต็มไปด้วยคำว่า "หรูหรา"
ชั้นหนึ่งคือห้องรับแขกขนาด 200 ตารางเมตร ซึ่งเท่านี้ก็ใหญ่กว่าพื้นที่ทั้งหมดของบ้านคนทั่วไปแล้ว หน้าต่างบานใหญ่รอบด้านทำให้แสงสว่างเพียงพอ มองดูแล้วสว่างสดใส เครื่องเรือนทุกชิ้นมีการจัดวางที่แสดงถึงศิลปะอันงดงาม เป็นความหรูหราที่มาพร้อมศิลปะอันสง่างาม
ที่ชั้นหนึ่งยังมีห้องครัวอักด้วย ซึ่งพื้นห้องครัวนี้ก็ใหญ่พอสมควร เครื่องครัวที่จัดหามาโดยโครงการล้วนเป็นแบรนด์ดังในวงการทั้งสิ้น
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ชมภาพยนตร์และพักผ่อนหย่อนใจแบบครบวงจร ภายในเป็นโฮมเธียเตอร์ซึ่งฉายภาพจากด้านหลังโดยควบคุมด้วยระบบบ้านอัจฉริยะ สามารถสัมผัสประสบการณ์การชมภาพยนตร์เหมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์ได้ที่บ้านเลยทีเดียว
และนอกจากนี้ ที่ชั้นหนึ่งยังมีห้องว่างสองห้อง สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องเปียโนหรือห้องเต้นรำได้ตามความชอบส่วนตัวของเจ้าของบ้าน นอกจากนี้ก็ยังมีห้องหนังสือ ห้องน้ำ ฯลฯ มีที่แยกส่วนเปียกส่วนแห้ง การออกแบบมีหลักการมากตามความต้องการในปัจจุบัน
จุดประสงค์ของการออกแบบชั้นหนึ่งก็คือใช้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ทำงาน และรับแขก เรียกได้ว่ามันถูกออกแบบมาอย่างใส่ใจ
ต่อไปเป็นชั้นที่สอง
สิ่งอำนวยความสะดวกหลักในชั้นสองก็คือห้องนอน ที่นี่มีห้องนอนทั้งหมดหกห้อง ทุกห้องกว้างขวางและสว่างสดใส มีแค่ห้องนอนใหญ่เท่านั้นที่มีเตียงคู่หรูหรา ส่วนห้องที่เหลือว่างเปล่า เจ้าของบ้านต้องซื้อเครื่องเรือนเข้ามาเอง
เฉินเสี่ยวจิ่วพอใจกับการออกแบบห้องน้ำในชั้นสองมาก อ่างอาบน้ำนวดไฟฟ้าสำหรับสองคน สามารถเล่นน้ำและมีความสุขกับแฟนได้ เพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตของคนรวยได้อย่างเต็มที่
ชั้นสามเป็นพื้นที่ออกกำลังกายและพื้นที่รวม มีมุมออกกำลังกาย อุปกรณ์ที่มีอยู่คือเครื่องวิ่ง พรมโยคะ กระสอบทราย ฯลฯ ภายในห้องซักรีดแบบร้านซักรีดมืออาชีพมีเครื่องซักผ้าแบบถังปั่นนำเข้าจากเยอรมนีตั้งอยู่
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่กลางแจ้งที่เชื่อมต่อกับระเบียง สามารถจัดโต๊ะเล็กๆ และเตาปิ้งย่างในตอนเย็นที่มีอากาศดี สามารถเชิญเพื่อนสนิทสามสี่คนมาดื่มสังสรรค์กันได้
นอกจากนี้ในชั้นสามยังมีห้องว่างหลายห้อง เจ้าของสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนหรือใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้ตามต้องการ
บ้านหลังนี้ดูแล้วยังไงก็เป็นผลงานการออกแบบของนักออกแบบชื่อดัง สไตล์ก็เข้ากับรสนิยมของคนส่วนใหญ่ ตะกร้าดอกไม้ ภาพวาดบนทางเดินก็อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม สิ่งอำนวยความสะดวกที่บ้านหลังหนึ่งควรมีก็มีทั้งหมด แถมยังมีเครื่องปรับอากาศส่วนกลางและเครื่องเรือนแบบง่ายๆ พร้อมให้เข้าอยู่ได้เลย
เฉินเสี่ยวจิ่วพอใจกับวิลล่าหลังนี้มาก เขาจึงถามเธอว่า "บ้านหลังนี้ราคารวมทั้งหมดเท่าไหร่หรอ"
เสี่ยวเหมยหยิบเครื่องคิดเลขมากดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า "ถ้าจ่ายด้วยเงินสด จะต้องใช้เงินประมาณ 9.56 ล้านหยวน เมื่อรวมกับค่าธรรมเนียมต่างๆ ก็จะทะลุหลักสิบล้านไปนิดหน่อยค่ะ ถ้าทำเรื่องกู้ซื้อบ้าน ตอนนี้บริษัทเรามีของขวัญให้ และยังสามารถร่วมลุ้นรางวัลได้ด้วยค่ะ รางวัลใหญ่ที่สุดคือรถ BMW ค่ะ"
เฉินเสี่ยวจิ่วพยักหน้า เขาไม่ต้องการเงินกู้ รถ BMW ก็ไม่ชอบ แต่เงินฝากของเขาวันนี้ไม่พอ คงต้องรอฝากเหรียญอีกสองคันรถในวันพรุ่งนี้ถึงจะซื้อได้
"ดีเลย งั้นขอช่องทางการติดต่อหน่อย พรุ่งนี้ผมจะมาหาคุณเพื่อซื้อบ้าน" เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าว
"ได้ค่ะ" หลังจากตอบตกลง เสี่ยวก็เหมยแลก WeChat กับเขาเอาไว้
เฉินเสี่ยวจิ่วออกจากศูนย์ขาย แล้วโทรศัพท์ถามคนขับรถเหยียนเต้าว่าเขาฝากเหรียญในรถคันนั้นเสร็จหรือยัง
"ยังอยู่ในระหว่างการนับครับท่าน ดูท่าว่าวันนี้คนของธนาคารต้องทำงานล่วงเวลาแล้ว แต่พวกเขามีท่าทีที่ดีมาก แถมยังเอากล่องข้าวและน้ำแร่มาให้ผมด้วยครับ" เหยียนเต้ากล่าว
"ดีมาก ลำบากคุณด้วยนะ พอนับเงินเสร็จคุณก็เลิกงานได้เลย แล้วพรุ่งนี้เช้า 8 โมงเช้า ขับรถมารอผมที่ข้างนอกโรงแรมตือฮ่าวทีนะครับ"
เฉินเสี่ยวจิ่ววางสาย ในใจก็มีความคิดหนึ่งขึ้นมา ท่าทีของธนาคารสหกรณ์ชนบทแห่งนี้แตกต่างจากธนาคารอย่างสิ้นเชิง คาดว่าจะเป็นเพราะเย่กู่หลานผู้ลึกลับคนนั้นแน่นอน ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่นะ คิดอย่างไรมันก็น่าสงสัยมาก ในปัจจุบันยังจะมีเจ้าหน้าที่ที่คำนึงถึงลูกค้ามากถึงขนาดนี้อยู่อีกหรอ เฉินเสี่ยวจิ่วไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่เลย
เมื่อออกจากเขตวิลล่า ท้องฟ้าก็มืดลงแล้ว แต่ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงเวลานอน เฉินเสี่ยวจิ่วจึงอยากจะซื้อเสื้อผ้าเสียหน่อย จะได้ไม่ต้องมีคนตื้นๆ มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ อีก..
..เมื่อมาถึงจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ห้างสรรพสินค้าที่นี่ตั้งตระหง่าน เป็นสถานที่สำหรับจับจ่ายใช้สอยระดับไฮเอนด์ ในอดีตเฉินเสี่ยวจิ่วต้องถอยหนีจากทีแห่งนี้ตลอดเวลา เพราะเขาแทบจะหาซื้อสินค้าที่มีราคาต่ำกว่าหลักร้อยหยวนไม่ได้เลย..
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน เขาถือว่าเป็นคนมีเงินแล้ว แน่นอนว่าต้องมาใช้จ่ายในสถานที่แบบนี้นั่นแหละ
เฉินเสี่ยวจิ่วตรงไปยังโซนเสื้อผ้าผู้ชายชั้นห้าโดยไม่รอช้า เขาเดินเข้าในร้านค้าแบรนด์ดังและมองหาเสื้อผ้าที่ถูกใจทันที!
บทที่ 21 กินโทรศัพท์
"ชุดนี้ไม่เลว!"
เฉินเสี่ยวจิ่วถูกใจชุดสูท Armani สีเทาเข้มที่แสดงอยู่ในตู้โชว์ เมื่อมองดูหุ่นพลาสติกสวมมันอยู่แล้วเขาก็รู้สึกดีกับมันเป็นพิเศษ เหมือนชุดนี้ตัดเย็บมาเพื่อเขา
เฉินเสี่ยวจิ่วเดินเข้าไปในร้าน ให้พนักงานขายชายช่วยหยิบชุดสูทชุดนั้นมาให้เขา เพราะเขาต้องการจะลองสวม
"ขอโทษครับ ชุดนั้นเป็นชุดแสดงระดับไฮเอนด์ ถ้าไม่ซื้อจะไม่ให้บริการลองสวมครับ" พนักงานขายชายคนนั้นพูดด้วยท่าทีเย็นชา
เฉินเสี่ยวจิ่วไม่เคยได้ยินว่าร้านขายเสื้อผ้ามีกฎที่ไม่ให้ลองเสื้อผ้ามาก่อน แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะเห็นเขาแต่งตัวซอมซ่อจึงดูถูกเหยียดหยามอีกเช่นเคย
เฉินเสี่ยวจิ่วพูดอย่างเย็นชาว่า "แกมองด้วยตาข้างไหนว่าฉันจะไม่ซื้อ ขอแค่ขนาดเหมาะสม ฉันจ่ายเงินตรงนี้เลย!"
"ผมขายเสื้อผ้ามาห้าปีแล้ว ขนาดต้องพอดีตัวคุณแน่นอน แค่กลัวว่าคุณจะซื้อไม่ไหวนะครับ!" พนักงานขายชายคนนั้นดูถูกเขาและตั้งใจที่จะกลั่นแกล้งจริงๆ
"ถ้าฉันซื้อไหวล่ะ" เฉินเสี่ยวจิ่วเหลือบมองเขาแล้วเยาะเย้ย
"คนอย่างคุณผมเห็นมาเยอะแล้ว ลองไปตั้งนานสุดท้ายก็ไม่ซื้ออะไรเลย" พนักงานขายชายคนนั้นพูดอย่างไม่ใส่ใจ "ถ้าซื้อไหว ผมจะกินมือถือเข้าไปเลย!"
ในมือของพนักงานขายชายคนนั้นมีโทรศัพท์ Xiaomi 10 อยู่เครื่องหนึ่ง มองดูความกว้างแล้วก็พอดีที่จะยัดเข้าไปในปากได้
"ได้ ตกลงตามนี้นะ ฉันอัดเสียงไว้แล้ว อย่าคิดจะกลับคำล่ะ!"
เฉินเสี่ยวจิ่วกดปุ่มบันทึกเสียงในโทรศัพท์ จากนั้นก็เตรียมที่จะจ่ายเงินตรงนั้น
สุภาษิตกล่าวว่า ถ้ามีแรงก็ต้องสู้เพื่อศักดิ์ศรี เฉินเสี่ยวจิ่วไม่ได้ลองสวมชุดสูทด้วยซ้ำ เขาเรียกผู้จัดการร้านมา จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต 58,888 หยวนต่อหน้าเขา เขาลงมือทุกอย่างอย่างรวดเร็วเพียงเพื่อที่จะจัดการพนักงานขายชายคนนี้
"อะไรนะ!? แก เอ่อ คุณซื้อจริงๆ เหรอ"
คราวนี้พนักงานขายชายพูดติดๆ ขัดๆ เขามองจากล่างขึ้นบน ชุดที่เฉินเสี่ยวจิ่วสวมใส่อยู่นี้ยังไงก็ไม่ใช่คนที่สามารถซื้อ Armani ได้ จะมีลูกคนรวยที่ไหนใส่เสื้อผ้าตลาดนัดที่ซักจนสีซีดไปหมดแล้วเข้ามาในที่แบบนี้กัน เป็นใครก็คงต้องคิดแบบนี้
แต่ไม่มีใครรู้ว่าเฉินเสี่ยวจิ่วอาศัยความสามารถในการจำลองเหรียญได้อย่างไม่จำกัด ถือว่าพนักงานขายคนนี้โชคไม่ดีเอาเสียเลย.. แต่ส่วนใหญ่ก็ต้องโทษนิสัยขี้เหยียดของเขานั่นแหละนะ
"ฉันซื้อชุดนี้แล้ว ตามข้อตกลง รีบๆ กินมือถือเข้าไปซะ ถ้าแกคิดว่ามันไม่ถูกสุขลักษณะ ก็เอาไปล้างก่อนกินก็ได้นะ ฉันอนุญาต" เฉินเสี่ยวจิ่วรอชมอย่างใจจ่อ
"เอ่อคุณลูกค้าครับ พนักงานของเรายังเด็กเลยไม่รู้เรื่อง โปรดให้อภัยเขานะครับ ผมขอเป็นตัวแทนร้านมอบของขวัญให้คุณเป็นการขอโทษได้มั้ยครับ" ผู้จัดการร้านออกมาไกล่เกลี่ยหลังจากที่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
เฉินเสี่ยวจิ่วส่ายหน้า "ลูกผู้ชายพูดแล้วต้องทำ ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าพูด ถ้าในร้านของคุณมีแต่คนแบบนี้ ผมคงจะสงสัยความน่าเชื่อถือของร้านคุณมากเลยนะครับ"
ตอนนี้เขามีออร่าอย่างหนึ่ง ทำให้ผู้จัดการร้านรู้สึกหวาดกลัว คิดในใจว่าเฉินเสี่ยวจิ่วอาจจะเป็นลูกชายตระกูลใหญ่คนใดคนหนึ่งที่พวกเขาไม่สามารถล่วงเกินได้
เมื่ออับจนหนทาง ผู้จัดการร้านจึงพูดกับพนักงานขายชายว่า "แกจัดการเองก็แล้วกัน"
สีหน้าของพนักงานขายชายเปลี่ยนเป็นเขียวบ้างแดงบ้าง สุดท้ายก็กัดฟัน เพื่อการได้ทำงานต่อ เขาจึงต้องพูดว่า "ได้ ผมจะกิน!"
พูดพลางเขาก็หยิบโทรศัพท์ Xiaomi ของตัวเองยัดเข้าไปในปาก แต่ลำคอของเขาไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น ยัดเข้าไปได้แค่ครึ่งเดียวเขาก็เริ่มอาเจียน ยังไงซะคนเราก็กินโทรศัพท์ไม่ได้หรอก
"ถ้ากินทั้งเครื่องไม่ได้ แนะนำให้ทุบให้ละเอียดแล้วกินเข้าไป" เฉินเสี่ยวจิ่วพูดอย่างเย็นชา
"แค้กๆ! คุณลูกค้าครับ ผมผิดไปแล้ว ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วยเถอะครับ!" พนักงานขายชายโค้งคำนับขอโทษเฉินเสี่ยวจิ่วโดยไม่มีท่าทีดูถูกคนแบบก่อนหน้านี้อีกแล้ว เมื่อเห็นดังนี้ เฉินเสี่ยวจิ่วก็โบกมือแล้วรูดบัตรซื้อเสื้อผ้าหลายหมื่น คนรวยแบบนี้ พนักงานขายเล็กๆ อย่างเขาไม่สามารถยั่วโมโหได้อย่างแน่นอน
เฉินเสี่ยวจิ่วเยาะเย้ยอย่างไม่ใส่ใจ
เห้อ..
ได้สั่งสอนพวกมองแต่เปลือกก็สนุกดีเหมือนกันนะเนี่ย!