เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20-21 บ้านพักในฝัน, กินโทรศัพท์

บทที่ 20-21 บ้านพักในฝัน, กินโทรศัพท์

บทที่ 20-21 บ้านพักในฝัน, กินโทรศัพท์


บทที่ 20 บ้านพักในฝัน

การดูบ้านนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเจอหลังที่ถูกใจในคราวเดียว เขาเลยจำเป็นต้องดูและเลือกเยอะๆ ภารกิจที่ให้เวลามาเพียงสามวันจึงถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตึงเครียดมาก

ในระหว่างกระบวนการฝากเหรียญก่อนหน้านี้ เฉินเสี่ยวจิ่วก็ได้ค้นหาวิลล่าที่ประกาศขายในเมืองนี้ด้วยโทรศัพท์มือถือแล้ว โดยหลักๆ มีสามแห่ง

ในจำนวนนั้นสองแห่งอยู่ระหว่างการขายล่วงหน้า เหลือเพียงแห่งเดียวที่มีบ้านสร้างเสร็จพร้อมตกแต่งขาย ภาพโปรโมทดูไม่เลว เฉินเสี่ยวจิ่วต้องการเข้าอยู่ทันที จึงทำได้แค่เลือกที่นี่แล้ว แต่ถ้าวิลล่าของที่นี่ยังไม่ถูกใจ เขาก็คงต้องหาผ่านนายหน้าเพื่อหาซื้อวิลล่ามือสองแล้ว

เฉินเสี่ยวจิ่วเรียกรถแท็กซี่มาที่สำนักงานขายของโครงการวิลล่าที่ชื่อว่า "อี้ห่าวหมิงตี้ (บ้านมหาเศรษฐี)" เมื่อเดินเข้าไปก็พบว่ามีคนมาดูบ้านไม่มากนัก อาจเป็นเพราะนี่เป็นช่วงบ่ายคนก็เลยยังไม่เลิกงานกัน

เขากวาดสายตามองเอกสารแนะนำที่อยู่ข้างๆ ในสำนักงานที่อยู่ห่างออกไป พนักงานขายหญิงสองคนกำลังคุยกันเบาๆ เกี่ยวกับเขา

"มีคนดูไม่มีตังคนหนึ่งกำลังดูเอกสารอยู่ตรงนั้น"

"ไม่ต้องสนใจหรอก ดูยังไงก็เป็นแค่พวกขี้ยา คงแค่มาตากแอร์ที่นี่นั่นแหละ อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลาเลิกงานแล้ว ไปกินข้าวเย็นด้วยกันมั้ย"

เห็นได้ชัดว่าพวกเธอเห็นเฉินเสี่ยวจิ่วแต่งตัวซอมซ่อ จึงขี้เกียจไปต้อนรับ

ปัจจุบันเป็นยุคที่ดูเงินเป็นใหญ่ เป็นธรรมดาที่จะมีคนประเภทนี้อยู่ทุกที่

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแบบนั้น ยังมีพนักงานขายหญิงที่อายุน้อยคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่า "คุณผู้ชาย ต้องการดูบ้านหรือว่าปรึกษาข้อมูลอะไรไหมคะ"

พนักงานขายคนนี้เป็นพนักงานใหม่ สวมชุดสูทผู้หญิง แต่งหน้าบางๆ ดูแล้วก็ถือว่าดูดี เธอดูไม่มีความเจ้าเล่ห์แบบพนักงานขายเก่าๆ

เธอเข้ามาต้อนรับเฉินเสี่ยวจิ่วอย่างกระตือรือร้น

"ใช่ครับ ผมต้องการซื้อวิลล่า ช่วยแนะนำให้ผมหน่อยได้ไหมครับ" เฉินเสี่ยวจิ่วเห็นว่าพนักงานขายคนนี้แต่งกายสุภาพ มีทัศนคติที่สุภาพ และไม่ได้เลือกปฏิบัติกับเขาเรื่องการแต่งกาย เขาจึงตัดสินใจให้เธอทำยอดขายให้ได้

"ได้ค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ!"

พนักงานขายมือใหม่คนนี้เชิญเฉินเสี่ยวจิ่วไปที่ห้องรับรองแล้วชงชาให้เขาหนึ่งแก้ว

"คุณผู้ชายคะ ถ้าคุณต้องการซื้อวิลล่าของโครงการเราต้องรีบหน่อยนะคะ วันนี้เพิ่งขายออกไปสองหลัง เหลือแค่หลังเดียวที่ยังรอการขาย โครงการเราทำเลดี สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีลูกค้าหลายรายกำลังเจรจาปรึกษาข้อมูลอยู่ค่ะ" หลังจากนั่งลงได้ไม่นาน พนักงานขายก็กล่าวแนะนำ

เฉินเสี่ยวจิ่วดูข้อมูลโปรโมทแล้วก็พบว่ามันดีอย่างที่ว่าจริงๆ เขาจึงพูดว่า "พาผมไปดูของจริงหน่อยได้ไหมครับ"

"ได้ค่ะ" พนักงานขายลังเลเล็กน้อย แล้วก็ตกลง

"เสี่ยวเหมย จะเลิกงานแล้ว เธอยังจะวุ่นวายอะไรอีก เขาไม่มีปัญญาซื้อหรอก" พนักงานขายชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดเบาๆ

"ค่ะ พอดีว่ายังเหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีก่อนเลิกงาน งั้นฉันขอพาคุณลูกค้าท่านนี้ไปดูบ้านก่อนก็แล้วกันนะคะ" เสี่ยวเหมยยิ้มแล้วก็ไม่ได้สนใจคำพูดคำสั่งของรุ่นพี่แต่อย่างใด

จากนั้นพวกเขาสองคนก็ออกจากสำนักงานขาย แล้วขึ้นรถไฟฟ้าของศูนย์ขาย ขับเข้าไปในเขตวิลล่า

"ไม่ตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก ไม่เลวเลยนะครับ" เฉินเสี่ยวจิ่วชมเบาๆ

พนักงานขายเสี่ยวเหมยยิ้มอย่างเขินอาย "ทั้งหมดเป็นหน้าที่ค่ะ"

พอถึงบ้านที่รอการขายหลังนั้น พนักงานขายก็ใช้รหัสผ่านในการทำงานเปิดประตูล็อกอิเล็กทรอนิกส์ แล้วส่งถุงคลุมรองเท้าให้เฉินเสี่ยวจิ่ว เพื่อที่พวกเขาจะได้เข้าไปดูข้างในได้

"โครงการเราใช้ประตูล็อกสแกนใบหน้าที่ทันสมัย สามารถสแกนและยืนยันข้อมูลของเจ้าของบ้านได้โดยอัตโนมัติจากระยะ 3 เมตร เมื่อยืนยันสำเร็จจะเปิดล็อกประตูโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องใช้กุญแจ สามารถบอกลาความกังวลเรื่องลืมพกกุญแจได้เลยค่ะ" พนักงานขายแนะนำ

"ไม่เลวเลยครับ"

เฉินเสี่ยวจิ่วค่อนข้างพอใจ ที่นี่ดูหรูกว่าบ้านที่เขาเคยเห็นมา ที่อื่นส่วนใหญ่ก็แค่ล็อกลายนิ้วมือก็ถือว่าสุดยอดแล้ว แต่ที่นี่กลับเป็นการสแกนใบหน้า มันทันสมัยยิ่งกว่าที่อื่นๆ อีก

พอเข้าไปในตัววิลล่า เฉินเสี่ยวจิ่วก็พบว่าการตกแต่งข้างในค่อนข้างหรูหราเลยทีเดียว สไตล์การตกแต่งของที่นี่เป็นแบบหรูหราเรียบง่ายเหมือนกับโรงแรมตือฮ่าวที่เขาพักอยู่ ในทุกที่ล้วนเต็มไปด้วยคำว่า "หรูหรา"

ชั้นหนึ่งคือห้องรับแขกขนาด 200 ตารางเมตร ซึ่งเท่านี้ก็ใหญ่กว่าพื้นที่ทั้งหมดของบ้านคนทั่วไปแล้ว หน้าต่างบานใหญ่รอบด้านทำให้แสงสว่างเพียงพอ มองดูแล้วสว่างสดใส เครื่องเรือนทุกชิ้นมีการจัดวางที่แสดงถึงศิลปะอันงดงาม เป็นความหรูหราที่มาพร้อมศิลปะอันสง่างาม

ที่ชั้นหนึ่งยังมีห้องครัวอักด้วย ซึ่งพื้นห้องครัวนี้ก็ใหญ่พอสมควร เครื่องครัวที่จัดหามาโดยโครงการล้วนเป็นแบรนด์ดังในวงการทั้งสิ้น

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ชมภาพยนตร์และพักผ่อนหย่อนใจแบบครบวงจร ภายในเป็นโฮมเธียเตอร์ซึ่งฉายภาพจากด้านหลังโดยควบคุมด้วยระบบบ้านอัจฉริยะ สามารถสัมผัสประสบการณ์การชมภาพยนตร์เหมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์ได้ที่บ้านเลยทีเดียว

และนอกจากนี้ ที่ชั้นหนึ่งยังมีห้องว่างสองห้อง สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องเปียโนหรือห้องเต้นรำได้ตามความชอบส่วนตัวของเจ้าของบ้าน นอกจากนี้ก็ยังมีห้องหนังสือ ห้องน้ำ ฯลฯ มีที่แยกส่วนเปียกส่วนแห้ง การออกแบบมีหลักการมากตามความต้องการในปัจจุบัน

จุดประสงค์ของการออกแบบชั้นหนึ่งก็คือใช้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ทำงาน และรับแขก เรียกได้ว่ามันถูกออกแบบมาอย่างใส่ใจ

ต่อไปเป็นชั้นที่สอง

สิ่งอำนวยความสะดวกหลักในชั้นสองก็คือห้องนอน ที่นี่มีห้องนอนทั้งหมดหกห้อง ทุกห้องกว้างขวางและสว่างสดใส มีแค่ห้องนอนใหญ่เท่านั้นที่มีเตียงคู่หรูหรา ส่วนห้องที่เหลือว่างเปล่า เจ้าของบ้านต้องซื้อเครื่องเรือนเข้ามาเอง

เฉินเสี่ยวจิ่วพอใจกับการออกแบบห้องน้ำในชั้นสองมาก อ่างอาบน้ำนวดไฟฟ้าสำหรับสองคน สามารถเล่นน้ำและมีความสุขกับแฟนได้ เพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตของคนรวยได้อย่างเต็มที่

ชั้นสามเป็นพื้นที่ออกกำลังกายและพื้นที่รวม มีมุมออกกำลังกาย อุปกรณ์ที่มีอยู่คือเครื่องวิ่ง พรมโยคะ กระสอบทราย ฯลฯ ภายในห้องซักรีดแบบร้านซักรีดมืออาชีพมีเครื่องซักผ้าแบบถังปั่นนำเข้าจากเยอรมนีตั้งอยู่

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่กลางแจ้งที่เชื่อมต่อกับระเบียง สามารถจัดโต๊ะเล็กๆ และเตาปิ้งย่างในตอนเย็นที่มีอากาศดี สามารถเชิญเพื่อนสนิทสามสี่คนมาดื่มสังสรรค์กันได้

นอกจากนี้ในชั้นสามยังมีห้องว่างหลายห้อง เจ้าของสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนหรือใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้ตามต้องการ

บ้านหลังนี้ดูแล้วยังไงก็เป็นผลงานการออกแบบของนักออกแบบชื่อดัง สไตล์ก็เข้ากับรสนิยมของคนส่วนใหญ่ ตะกร้าดอกไม้ ภาพวาดบนทางเดินก็อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม สิ่งอำนวยความสะดวกที่บ้านหลังหนึ่งควรมีก็มีทั้งหมด แถมยังมีเครื่องปรับอากาศส่วนกลางและเครื่องเรือนแบบง่ายๆ พร้อมให้เข้าอยู่ได้เลย

เฉินเสี่ยวจิ่วพอใจกับวิลล่าหลังนี้มาก เขาจึงถามเธอว่า "บ้านหลังนี้ราคารวมทั้งหมดเท่าไหร่หรอ"

เสี่ยวเหมยหยิบเครื่องคิดเลขมากดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า "ถ้าจ่ายด้วยเงินสด จะต้องใช้เงินประมาณ 9.56 ล้านหยวน เมื่อรวมกับค่าธรรมเนียมต่างๆ ก็จะทะลุหลักสิบล้านไปนิดหน่อยค่ะ ถ้าทำเรื่องกู้ซื้อบ้าน ตอนนี้บริษัทเรามีของขวัญให้ และยังสามารถร่วมลุ้นรางวัลได้ด้วยค่ะ รางวัลใหญ่ที่สุดคือรถ BMW ค่ะ"

เฉินเสี่ยวจิ่วพยักหน้า เขาไม่ต้องการเงินกู้ รถ BMW ก็ไม่ชอบ แต่เงินฝากของเขาวันนี้ไม่พอ คงต้องรอฝากเหรียญอีกสองคันรถในวันพรุ่งนี้ถึงจะซื้อได้

"ดีเลย งั้นขอช่องทางการติดต่อหน่อย พรุ่งนี้ผมจะมาหาคุณเพื่อซื้อบ้าน" เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าว

"ได้ค่ะ" หลังจากตอบตกลง เสี่ยวก็เหมยแลก WeChat กับเขาเอาไว้

เฉินเสี่ยวจิ่วออกจากศูนย์ขาย แล้วโทรศัพท์ถามคนขับรถเหยียนเต้าว่าเขาฝากเหรียญในรถคันนั้นเสร็จหรือยัง

"ยังอยู่ในระหว่างการนับครับท่าน ดูท่าว่าวันนี้คนของธนาคารต้องทำงานล่วงเวลาแล้ว แต่พวกเขามีท่าทีที่ดีมาก แถมยังเอากล่องข้าวและน้ำแร่มาให้ผมด้วยครับ" เหยียนเต้ากล่าว

"ดีมาก ลำบากคุณด้วยนะ พอนับเงินเสร็จคุณก็เลิกงานได้เลย แล้วพรุ่งนี้เช้า 8 โมงเช้า ขับรถมารอผมที่ข้างนอกโรงแรมตือฮ่าวทีนะครับ"

เฉินเสี่ยวจิ่ววางสาย ในใจก็มีความคิดหนึ่งขึ้นมา ท่าทีของธนาคารสหกรณ์ชนบทแห่งนี้แตกต่างจากธนาคารอย่างสิ้นเชิง คาดว่าจะเป็นเพราะเย่กู่หลานผู้ลึกลับคนนั้นแน่นอน ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่นะ คิดอย่างไรมันก็น่าสงสัยมาก ในปัจจุบันยังจะมีเจ้าหน้าที่ที่คำนึงถึงลูกค้ามากถึงขนาดนี้อยู่อีกหรอ เฉินเสี่ยวจิ่วไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่เลย

เมื่อออกจากเขตวิลล่า ท้องฟ้าก็มืดลงแล้ว แต่ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงเวลานอน เฉินเสี่ยวจิ่วจึงอยากจะซื้อเสื้อผ้าเสียหน่อย จะได้ไม่ต้องมีคนตื้นๆ มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ อีก..

..เมื่อมาถึงจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ห้างสรรพสินค้าที่นี่ตั้งตระหง่าน เป็นสถานที่สำหรับจับจ่ายใช้สอยระดับไฮเอนด์ ในอดีตเฉินเสี่ยวจิ่วต้องถอยหนีจากทีแห่งนี้ตลอดเวลา เพราะเขาแทบจะหาซื้อสินค้าที่มีราคาต่ำกว่าหลักร้อยหยวนไม่ได้เลย..

แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน เขาถือว่าเป็นคนมีเงินแล้ว แน่นอนว่าต้องมาใช้จ่ายในสถานที่แบบนี้นั่นแหละ

เฉินเสี่ยวจิ่วตรงไปยังโซนเสื้อผ้าผู้ชายชั้นห้าโดยไม่รอช้า เขาเดินเข้าในร้านค้าแบรนด์ดังและมองหาเสื้อผ้าที่ถูกใจทันที!

บทที่ 21 กินโทรศัพท์

"ชุดนี้ไม่เลว!"

เฉินเสี่ยวจิ่วถูกใจชุดสูท Armani สีเทาเข้มที่แสดงอยู่ในตู้โชว์ เมื่อมองดูหุ่นพลาสติกสวมมันอยู่แล้วเขาก็รู้สึกดีกับมันเป็นพิเศษ เหมือนชุดนี้ตัดเย็บมาเพื่อเขา

เฉินเสี่ยวจิ่วเดินเข้าไปในร้าน ให้พนักงานขายชายช่วยหยิบชุดสูทชุดนั้นมาให้เขา เพราะเขาต้องการจะลองสวม

"ขอโทษครับ ชุดนั้นเป็นชุดแสดงระดับไฮเอนด์ ถ้าไม่ซื้อจะไม่ให้บริการลองสวมครับ" พนักงานขายชายคนนั้นพูดด้วยท่าทีเย็นชา

เฉินเสี่ยวจิ่วไม่เคยได้ยินว่าร้านขายเสื้อผ้ามีกฎที่ไม่ให้ลองเสื้อผ้ามาก่อน แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะเห็นเขาแต่งตัวซอมซ่อจึงดูถูกเหยียดหยามอีกเช่นเคย

เฉินเสี่ยวจิ่วพูดอย่างเย็นชาว่า "แกมองด้วยตาข้างไหนว่าฉันจะไม่ซื้อ ขอแค่ขนาดเหมาะสม ฉันจ่ายเงินตรงนี้เลย!"

"ผมขายเสื้อผ้ามาห้าปีแล้ว ขนาดต้องพอดีตัวคุณแน่นอน แค่กลัวว่าคุณจะซื้อไม่ไหวนะครับ!" พนักงานขายชายคนนั้นดูถูกเขาและตั้งใจที่จะกลั่นแกล้งจริงๆ

"ถ้าฉันซื้อไหวล่ะ" เฉินเสี่ยวจิ่วเหลือบมองเขาแล้วเยาะเย้ย

"คนอย่างคุณผมเห็นมาเยอะแล้ว ลองไปตั้งนานสุดท้ายก็ไม่ซื้ออะไรเลย" พนักงานขายชายคนนั้นพูดอย่างไม่ใส่ใจ "ถ้าซื้อไหว ผมจะกินมือถือเข้าไปเลย!"

ในมือของพนักงานขายชายคนนั้นมีโทรศัพท์ Xiaomi 10 อยู่เครื่องหนึ่ง มองดูความกว้างแล้วก็พอดีที่จะยัดเข้าไปในปากได้

"ได้ ตกลงตามนี้นะ ฉันอัดเสียงไว้แล้ว อย่าคิดจะกลับคำล่ะ!"

เฉินเสี่ยวจิ่วกดปุ่มบันทึกเสียงในโทรศัพท์ จากนั้นก็เตรียมที่จะจ่ายเงินตรงนั้น

สุภาษิตกล่าวว่า ถ้ามีแรงก็ต้องสู้เพื่อศักดิ์ศรี เฉินเสี่ยวจิ่วไม่ได้ลองสวมชุดสูทด้วยซ้ำ เขาเรียกผู้จัดการร้านมา จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต 58,888 หยวนต่อหน้าเขา เขาลงมือทุกอย่างอย่างรวดเร็วเพียงเพื่อที่จะจัดการพนักงานขายชายคนนี้

"อะไรนะ!? แก เอ่อ คุณซื้อจริงๆ เหรอ"

คราวนี้พนักงานขายชายพูดติดๆ ขัดๆ เขามองจากล่างขึ้นบน ชุดที่เฉินเสี่ยวจิ่วสวมใส่อยู่นี้ยังไงก็ไม่ใช่คนที่สามารถซื้อ Armani ได้ จะมีลูกคนรวยที่ไหนใส่เสื้อผ้าตลาดนัดที่ซักจนสีซีดไปหมดแล้วเข้ามาในที่แบบนี้กัน เป็นใครก็คงต้องคิดแบบนี้

แต่ไม่มีใครรู้ว่าเฉินเสี่ยวจิ่วอาศัยความสามารถในการจำลองเหรียญได้อย่างไม่จำกัด ถือว่าพนักงานขายคนนี้โชคไม่ดีเอาเสียเลย.. แต่ส่วนใหญ่ก็ต้องโทษนิสัยขี้เหยียดของเขานั่นแหละนะ

"ฉันซื้อชุดนี้แล้ว ตามข้อตกลง รีบๆ กินมือถือเข้าไปซะ ถ้าแกคิดว่ามันไม่ถูกสุขลักษณะ ก็เอาไปล้างก่อนกินก็ได้นะ ฉันอนุญาต" เฉินเสี่ยวจิ่วรอชมอย่างใจจ่อ

"เอ่อคุณลูกค้าครับ พนักงานของเรายังเด็กเลยไม่รู้เรื่อง โปรดให้อภัยเขานะครับ ผมขอเป็นตัวแทนร้านมอบของขวัญให้คุณเป็นการขอโทษได้มั้ยครับ" ผู้จัดการร้านออกมาไกล่เกลี่ยหลังจากที่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด

เฉินเสี่ยวจิ่วส่ายหน้า "ลูกผู้ชายพูดแล้วต้องทำ ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าพูด ถ้าในร้านของคุณมีแต่คนแบบนี้ ผมคงจะสงสัยความน่าเชื่อถือของร้านคุณมากเลยนะครับ"

ตอนนี้เขามีออร่าอย่างหนึ่ง ทำให้ผู้จัดการร้านรู้สึกหวาดกลัว คิดในใจว่าเฉินเสี่ยวจิ่วอาจจะเป็นลูกชายตระกูลใหญ่คนใดคนหนึ่งที่พวกเขาไม่สามารถล่วงเกินได้

เมื่ออับจนหนทาง ผู้จัดการร้านจึงพูดกับพนักงานขายชายว่า "แกจัดการเองก็แล้วกัน"

สีหน้าของพนักงานขายชายเปลี่ยนเป็นเขียวบ้างแดงบ้าง สุดท้ายก็กัดฟัน เพื่อการได้ทำงานต่อ เขาจึงต้องพูดว่า "ได้ ผมจะกิน!"

พูดพลางเขาก็หยิบโทรศัพท์ Xiaomi ของตัวเองยัดเข้าไปในปาก แต่ลำคอของเขาไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น ยัดเข้าไปได้แค่ครึ่งเดียวเขาก็เริ่มอาเจียน ยังไงซะคนเราก็กินโทรศัพท์ไม่ได้หรอก

"ถ้ากินทั้งเครื่องไม่ได้ แนะนำให้ทุบให้ละเอียดแล้วกินเข้าไป" เฉินเสี่ยวจิ่วพูดอย่างเย็นชา

"แค้กๆ! คุณลูกค้าครับ ผมผิดไปแล้ว ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วยเถอะครับ!" พนักงานขายชายโค้งคำนับขอโทษเฉินเสี่ยวจิ่วโดยไม่มีท่าทีดูถูกคนแบบก่อนหน้านี้อีกแล้ว เมื่อเห็นดังนี้ เฉินเสี่ยวจิ่วก็โบกมือแล้วรูดบัตรซื้อเสื้อผ้าหลายหมื่น คนรวยแบบนี้ พนักงานขายเล็กๆ อย่างเขาไม่สามารถยั่วโมโหได้อย่างแน่นอน

เฉินเสี่ยวจิ่วเยาะเย้ยอย่างไม่ใส่ใจ

เห้อ..

ได้สั่งสอนพวกมองแต่เปลือกก็สนุกดีเหมือนกันนะเนี่ย!

จบบทที่ บทที่ 20-21 บ้านพักในฝัน, กินโทรศัพท์

คัดลอกลิงก์แล้ว