- หน้าแรก
- จำลองความเป็นไปได้ไร้สิ้นสุด ไร้เทียมทานเมื่อฉันลงมือ
- บทที่ 60: บุกฝ่าทะเลทรายมรณะ
บทที่ 60: บุกฝ่าทะเลทรายมรณะ
บทที่ 60: บุกฝ่าทะเลทรายมรณะ
[คุณไม่สนใจปฏิกิริยาของพวกเธอ และตรงไปหาหลี่เหล่าทันที]
[คุณบอกเขาว่า คุณต้องการทะลวงระดับและอยากให้เขาช่วยคุ้มกัน]
[ในครั้งนี้หลี่เหล่าไม่ได้ตรวจสอบพลังฝึกปรือของคุณ เขาจึงไม่รู้ว่าคุณมีแก่นปราณเกรดสิบสอง และคิดว่าคุณกังวลเกินเหตุ]
[เขาคิดว่าการทะลวงสู่ขั้นกำเนิดทารกวิญญาณเป็นแค่เรื่องธรรมดา ตราบใดที่ไม่มีใครมาขัดขวางก็น่าจะไม่มีปัญหา]
[แม้ว่าหลี่เหล่าจะคิดเช่นนั้น แต่เขาก็ยังคงตกลงช่วยคุ้มกันคุณ]
[ที่จริงแล้ว คุณเรียกหลี่เหล่ามาเพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัยเท่านั้น]
[เพราะคุณแตกต่างจากผู้ฝึกเซียนทั่วไป คราวก่อนที่คุณทะลวงจากขั้นสร้างรากฐานขึ้นสู่ขั้นสร้างแก่นปราณ มันได้ก่อให้เกิดความปั่นป่วนครั้งใหญ่]
[เมื่อได้รับการรับรองจากหลี่เหล่า คุณจึงเริ่มกระบวนการทะลวงระดับทันที]
[สำหรับผู้ฝึกเซียน เมื่อมาถึงขั้นกำเนิดทารกวิญญาณ พวกเขาจะต้องทำให้เปลือกของแก่นปราณแตกออก และก่อร่างเป็นทารกวิญญาณ ซึ่งเป็นเหมือนชีวิตที่สองของตัวเอง]
[ตราบใดที่ทารกวิญญาณไม่ถูกทำลาย พวกเขาก็สามารถชิงร่างคนอื่นและเกิดใหม่ได้]
[สำหรับวิถียุทธ์ เมื่อมาถึงขั้นปราณเคลื่อนพลังระดับสูงสุด การทะลวงไปสู่ขั้นพลังแท้จริงจะสามารถปลดปล่อยพลังปราณออกมาภายนอก และสร้างเป็นม่านพลังปกป้องร่างกายระหว่างการต่อสู้]
[แต่สำหรับคุณ มันแตกต่างออกไป คุณเป็นผู้ฝึกฝนวิถีเทพที่ฝึกทั้งวิถียุทธ์และวิถีเซียนไปพร้อมกัน]
[คุณเองก็ไม่แน่ใจว่ากระบวนการทะลวงระดับของคุณจะเป็นอย่างไร]
[ดังนั้นคุณจึงตัดสินใจทะลวงระดับวิถียุทธ์ก่อน แล้วคอยดูว่าวิถีเซียนจะมีปฏิกิริยาอย่างไร]
[กระบวนการทะลวงระดับวิถียุทธ์เป็นไปอย่างราบรื่น คุณสามารถสร้างม่านพลังปราณปกป้องร่าง และเข้าสู่ขั้นพลังแท้จริงระดับหนึ่งได้อย่างง่ายดาย]
[แต่เมื่อคุณหันไปพยายามทะลวงระดับวิถีเซียน คุณก็ต้องตกตะลึง]
[ทำไมแก่นปราณของคุณถึงมีม่านพลังล้อมรอบด้วย!?]
[คุณอดที่จะบ่นกับตัวเองไม่ได้ ‘ให้ตายเถอะ! การทะลวงขั้นกำเนิดทารกวิญญาณ มันต้องใช้พลังปราณเพื่อทำลายเปลือกของแก่นปราณ! แต่ตอนนี้กลับมีม่านพลังปราณปกป้องมันไว้อีกชั้นหนึ่ง?’]
[คุณคิดว่าคุณอาจทำลำดับขั้นตอนผิดพลาดไป บางทีคุณควรจะทะลวงระดับวิถีเซียนก่อน แล้วค่อยทะลวงระดับวิถียุทธ์ภายหลัง]
[แต่คุณไม่รู้เลยว่า ถ้าคุณทำในทางกลับกัน การทะลวงวิถียุทธ์ของคุณก็จะยากขึ้นมากเช่น]
[นี่คือผลจากการฝึกฝนวิถีเทพ คุณต้องเผชิญกับความยากลำบากที่มากขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะทรงพลังมากขึ้นเช่นกัน]
[เพราะความยากลำบากที่เพิ่มขึ้น คุณจึงต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนเต็มกว่าจะสามารถทะลวงระดับไปสู่ขั้นกำเนิดทารกวิญญาณได้สำเร็จ]
[คุณมองไปยังทารกวิญญาณของคุณในทะเลปราณ มันดูเหมือนตัวคุณในเวอร์ชั่นย่อส่วนทุกประการ]
[ที่สำคัญ ทารกวิญญาณของคุณยังมีม่านพลังปราณคอยปกป้องอยู่ด้วย!]
[คุณรู้ทันทีว่าสิ่งนี้จะทำให้ทารกวิญญาณของคุณแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ฝึกเซียนทั่วไป]
[กระบวนการทะลวงระดับของคุณดำเนินไปได้อย่างราบรื่น และไม่มีความผิดปกติใดๆ ปรากฏขึ้น]
[ครั้งนี้ไม่มีปรากฏการณ์แห่งสวรรค์และโลกเกิดขึ้น ทุกอย่างผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงบ]
[หลี่เหล่าเห็นว่าคุณทะลวงระดับสำเร็จ เขาก็กล่าวลา]
[ก่อนจากไปเขายังกล่าวเตือนคุณว่า “อย่าตื่นตระหนกเกินไป การทะลวงระดับมันไม่ได้อันตรายขนาดนั้น”]
[คุณยิ้มแห้งๆ แล้วพยักหน้ารับคำ]
[ปีที่ 37 คุณกลับไปมุ่งมั่นฝึกฝนวิถีเซียนอีกครั้ง]
[ปีที่ 38 คุณไปหาหลี่เหล่าและบอกเขาว่าคุณพบปัญหากับค่ายกลของลู่อู๋หยา คุณต้องการรวมพลังของทุกคนเพื่อซ่อมแซมมัน]
[แม้คุณจะรู้ว่า พวกเขาอาจปฏิเสธข้อเสนอของคุณอีกครั้ง แต่คุณก็ยังอยากลองดู]
[และผลลัพธ์ก็ตามคาด หลี่เหล่าและเหล่าผู้อาวุโสหารือกัน และปฏิเสธข้อเสนอของคุณ]
[เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่ลงมือโดยพลการ พวกเขาได้หาที่อยู่ใหม่ให้คุณในพื้นที่ห่างไกลของเทือกเขาจี๋เป้ย]
[คุณถูกย้ายออกจากค่ายกลของลู่อู๋หยา]
[ปีที่ 41 หลี่เหล่ารีบร้อนมาหาคุณพร้อมกล่าวว่า ค่ายกลของลู่อู๋หยากำลังเกิดความปั่นป่วน และเขาต้องการให้คุณไปดูสถานการณ์]
[คุณทำเพียงส่ายหัวแล้วบอกเขาว่า "ไม่ทันแล้ว รีบอพยพทุกคนเถอะ"]
[คนในเทือกเขาจี๋เป้ยส่วนใหญ่ไม่เข้าใจคำเตือนของคุณ คำพูดของคุณไม่ได้ส่งผลใดๆ]
[พวกเขาคิดว่าคุณแค่โกรธที่พวกเขาไม่ได้รับฟังคำแนะนำของคุณก่อนหน้านี้]
[ดังนั้นจึงมีผู้ฝึกเซียนจำนวนไม่น้อยมาหาคุณถึงที่พัก แล้วพยายามขอร้องให้คุณให้อภัยและเลิกโกรธพวกเขา]
[สุดท้ายหลังจากที่คุณยืนยันอีกหลายครั้ง หลี่เหล่าก็เชื่อคำพูดของคุณ]
[เขาถึงกับหมดอาลัยตายอยาก และรีบนำพาผู้คนในเทือกเขาจี๋เป้ยอพยพ]
[แต่มันก็ยังสายเกินไป ขณะที่พวกเขากำลังอพยพ ค่ายกลก็พังทลายลง ส่งผลให้ครอบครัวของผู้ฝึกเซียนจำนวนมากต้องล้มตาย]
[อย่างไรก็ตามเนื่องจากคำเตือนของคุณ ผู้ฝึกเซียนส่วนใหญ่จึงยังสามารถเอาชีวิตรอดมาได้]
[ปีที่ 42 หลี่เหล่าออกตามหาเจียงฝูซาน ซึ่งกำลังปิดด่านฝึกฝนอยู่นอกเทือกเขาจี๋เป้ย และบอกกล่าวสถานการณ์ที่เกิดขึ้น]
[ตอนนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ผู้ฝึกเซียนในภาคใต้มีเพียงสองทางให้เลือก คือหนึ่ง บุกฝ่าเขตแดนของสัตว์ผู้พิทักษ์เพื่อหนีออกจากดินแดนต้องห้าม หรือไม่ก็รอให้สายฟ้าทัณฑ์ฟาดลงมา รอวันดับสูญ]
[เมื่อพ่อของคุณ เจียงฝูซานได้ยินเรื่องนี้ เขาไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อย]
[เขาประกาศว่า ตอนนี้เขาบรรลุถึงขั้นข้ามผ่านเคราะห์กรรมระดับที่แปดแล้ว และเขายินดีจะเป็นตัวล่อ เบี่ยงเบนความสนใจของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้ผู้ฝึกเซียนคนอื่นมีโอกาสหลบหนี]
[แต่เจียงฝูซานมีเงื่อนไขว่า หลี่เหล่าต้องปกป้องคุณให้ปลอดภัย!]
[ถูกต้อง ในการจำลองครั้งนี้คุณไม่ได้แยกตัวออกไปเพียงลำพัง แต่เลือกที่จะร่วมเดินทางไปกับกลุ่มของเทือกเขาจี๋เป้ย]
[คุณรู้สึกว่า เป้าหมายของการจำลองครั้งนี้สำเร็จไปแล้ว]
[ต่อให้สามารถหลบซ่อนตัวไปได้อีกสิบกว่าปี การพัฒนาของคุณก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก]
[คุณอยากเห็นด้วยตาตัวเองว่า การบุกฝ่าทะเลทรายมรณะจะจบลงอย่างไร]
[ก่อนหน้านี้คุณคาดการณ์ว่า ผู้ฝึกเซียนเหล่านี้คงไม่อาจหนีรอดไปได้ แต่นั่นเป็นเพียงข้อสันนิษฐานจากการเปรียบเทียบระดับพลังของพวกเขากับอันตรายในทะเลทราย]
[แต่ในครั้งนี้คุณต้องการจะพิสูจน์มันด้วยตัวเอง]
[ปีที่ 43 กลุ่มผู้ฝึกเซียนจากเทือกเขาจี๋เป้ย นำโดยพ่อของคุณ เจียงฝูซานมุ่งหน้าสู่ทะเลทรายมรณะ และคุณก็เป็นหนึ่งในนั้น]
[ตลอดทาง พวกคุณถูกขัดขวางโดยทาสเซียนจากนิกายเซียนหลินอยู่หลายครั้ง]
[แต่หลังจากที่ผู้นำของนิกายเซียนหลิน เสิ่นอู๋โหยว ถูกเจียงฝูซานโจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส พวกเขาก็ไม่กล้าเข้ามาขวางอีก]
[พวกเขาทำได้แค่แอบเฝ้ามองจากระยะไกลๆ]
[สำหรับทาสเซียนพวกนั้น พวกคุณไม่ได้ใส่ใจ พวกคุณยังคงเดินหน้าสู่ทะเลทรายมรณะโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใด]
[ณ ตอนนั้น คุณได้เข้าใจข้อสงสัยในใจก่อนหน้านี้ของคุณแล้ว]
[ไม่ใช่ว่า นิกายเซียนหลินไม่ต้องการขัดขวางผู้ฝึกเซียนจากเทือกเขาจี๋เป้ยในการบุกฝ่าทะเลทรายมรณะ]
[แต่พวกเขาทำไม่ได้ พวกเขาสู้ไม่ไหว!]
[เมื่อเข้าสู่ทะเลทรายมรณะ พ่อของคุณ เจียงฝูซานมองคุณแวบหนึ่งก่อนจะแยกตัวออกไป]
[เขามุ่งหน้าไปยังรังของมังกรอสูรเพียงลำพัง]
[คุณรู้สึกเจ็บปวดและอยากจะหยุดเขาไว้ แต่คุณก็คอยเตือนตัวเองในใจว่า นี่คือการจำลอง นี่คือการจำลองเท่านั้น!]
[ก่อนหน้านี้ เมื่อได้รู้ถึงการตัดสินใจของพ่อ คุณก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ก้าวเข้าไปกอดพ่อของคุณแน่นๆ หนึ่งครั้ง]
[หลังจากที่พ่อของคุณจากไปได้ไม่นาน คุณก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของทะเลทราย]
[คุณรู้ว่ามังกรอสูรได้ตื่นขึ้นแล้ว]
[ไม่นานผู้ฝึกเซียนทุกคนก็มองเห็น เจียงฝูซานกำลังต่อสู้กับมังกรอสูรอยู่กลางท้องฟ้า]
[พร้อมกันนั้น งูยักษ์อสรพิษจำนวนมากปรากฏขึ้นทั่วทะเลทรายมรณะ]
[ในเวลานั้นหลี่เหล่าออกมายืนข้างหน้า และประกาศให้ทุกคนแยกย้ายกันหลบหนี]
[จากนี้ไป ใครจะอยู่หรือใครจะตายก็ล้วนขึ้นอยู่กับโชคชะตาของตัวเอง]
[นี่เป็นสิ่งที่พวกคุณตกลงกันไว้ก่อนออกเดินทาง จึงไม่มีใครคัดค้าน]
[ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปเป็นกลุ่มเล็กๆ และพยายามหาทางเอาตัวรอด]
[แต่คุณแตกต่างออกไป เพราะพ่อของคุณ เจียงฝูซานได้กำชับหลี่เหล่าให้พาคุณไปด้วย]
[ด้วยความแข็งแกร่งของผู้ฝึกเซียนขั้นข้ามผ่านเคราะห์กรรมระดับเจ็ดอย่างหลี่เหล่า โอกาสรอดของคุณสูงกว่าคนอื่นมาก]
[แต่ไม่มีใครพูดอะไร เพราะทุกคนรู้ดีว่า เจียงฝูซานเลือกที่จะล่อมังกรอสูรเอาไว้ เท่ากับเขาสละชีวิตของตัวเองเพื่อปกป้องชีวิตของคุณ!]