- หน้าแรก
- จำลองความเป็นไปได้ไร้สิ้นสุด ไร้เทียมทานเมื่อฉันลงมือ
- บทที่ 48: การตัดสินใจของไป๋รั่วเสวี่ย
บทที่ 48: การตัดสินใจของไป๋รั่วเสวี่ย
บทที่ 48: การตัดสินใจของไป๋รั่วเสวี่ย
ขณะที่เจียงอี้เฟิงกำลังกลัดกลุ้ม เสียงแจ้งเตือนของระบบจำลองก็ดังขึ้น
[“ติ๊ง! แจ้งเตือน: ระบบจำลองสามารถปกปิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติจากการทะลวงระดับได้ โดยใช้ค่าพลังงาน 1,000,000”]
“หืม? ระบบจำลองยังมีฟังก์ชันแบบนี้ด้วยเหรอ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงอี้เฟิงเผยสีหน้าตื่นเต้นขึ้นมาทันที
ในเมื่อระบบมีตัวเลือกนี้ เขาก็ไม่มีอะไรต้องลังเลอีกต่อไป
เขาตัดสินใจเลือกรางวัลทันที
“ฉันเลือกพรสวรรค์อัจฉริยะด้านค่ายกล และพลังเทพขั้นสร้างแก่นปราณ’”
[ติ๊ง! ยินดีด้วย คุณได้รับพรสวรรค์อัจฉริยะด้านค่ายกล หักค่าพลังงาน 100,000 เหลือค่าพลังงาน 5,438 ล้าน]
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าการดึงพลังเทพขั้นสร้างแก่นปราณจะทำให้เกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ โฮสต์ต้องการใช้พลังงาน 1,000,000 เพื่อปกปิดหรือไม่?]
[“ใช่! ปกปิดเลย!”]
[เจียงอี้เฟิงไม่กล้าชักช้า ตอบตกลงทันที]
[ติ๊ง! ปกปิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติสำเร็จ หักค่าพลังงาน 100,000 เหลือค่าพลังงาน 5,438 ล้าน”]
[ติ๊ง! ยินดีด้วย พลังเทพ (ขั้นสร้างแก่นปราณระดับแรก) ดึงสำเร็จ หักค่าพลังงาน 2,000,000,000 เหลือค่าพลังงาน 3,438 ล้าน]
ทันทีที่รางวัลถูกดึงออกมา เจียงอี้เฟิงเริ่มสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังปราณและพลังยุทธ์ภายในร่างกาย
ไม่นาน สะพานสวรรค์และโลกก็ถูกสร้างขึ้น และแก่นปราณเกรดสิบสองปรากฏก็ขึ้นอย่างสมบูรณ์
จากนี้ไปเจียงอี้เฟิงก็คือผู้ฝึกเซียนที่อยู่ในขั้นสร้างแก่นปราณอย่างแท้จริงแล้ว
ทันทีที่เข้าสู่ระดับนี้ การบินด้วยพลังปราณก็เป็นเรื่องที่ความสามารถทำได้
เจียงอี้เฟิงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขาอยากออกไปบินทดสอบพลังของตัวเอง
แต่ขณะที่เดินไปถึงหน้าประตู เขาก็หยุดชะงัก ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง
เขาพึมพำกับตัวเองว่า “ใจเย็นๆ… อย่าเพิ่งรีบร้อน… อย่าสร้างเรื่องโดยไม่จำเป็น”
สุดท้ายเจียงอี้เฟิงก็สามารถควบคุมตัวเองได้
เขารู้ดีว่าความปลอดภัยต้องมาก่อน การเปิดเผยพลังฝึกปรือในโลกความจริงเป็นเรื่องอันตราย
ในเมื่อเขาตัดสินใจปลอมตัวเป็นชายหนุ่มแสนเสเพลแล้ว เขาก็ต้องทำให้แนบเนียนที่สุด
ถ้าอยากบินจริงๆ ก็คงต้องรอจนกว่าจะกลายเป็นเซียน…
ไม่สิ อย่างน้อยก็ต้องรอจนกว่าจะแข็งแกร่งพอจนสามารถจัดการเซียนสวรรค์ที่ปิดผนึกภาคใต้ให้ได้เสียก่อน
ในขณะเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนของระบบจำลองก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์ได้ก้าวเข้าสู่วิถีเทพ บรรลุความสำเร็จที่ซ่อนอยู่ ปลดล็อกแผงข้อมูลส่วนตัว]
“หืม? วิถีเทพมีรางวัลพิเศษด้วยเหรอ?”
แม้เจียงอี้เฟิงจะคิดว่าแผงข้อมูลส่วนตัวไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก
แต่ในอนาคต หากพรสวรรค์และเคล็ดวิชาที่เขาเรียนรู้มีเพิ่มขึ้น มันคงช่วยให้ตรวจสอบพลังของตัวเองได้สะดวกขึ้น
เขาลองเปิดดูข้อมูลของตัวเอง
[โฮสต์: เจียงอี้เฟิง]
[พรสวรรค์: รากวิญญาณเพลิงอัศนี, ดวงตามองทะลุ, ภาวะตระหนักรู้โดยบังเอิญ, อัจฉริยะด้านค่ายกล]
[พลังวิถีเทพ: ขั้นสร้างแก่นปราณระดับแรก (วิถีเซียน), ขั้นปราณเคลื่อนพลังระดับสาม (วิถียุทธ์)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาเทียนเสวียน]
[วิชายุทธ์: วิชาตัวเบาเหินเวหา (ขั้นเชี่ยวชาญ)]
“ดีมาก ฉันแข็งแกร่งขึ้นอีกขั้น”
เจียงอี้เฟิงพยักหน้าด้วยความพอใจ
จากนั้นเขาก็เดินตรงไปยังหอชุนเยี่ยน ได้เวลาฟังขับร้องแล้ว
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นาน หนึ่งสัปดาห์ก็ล่วงเลยไป
เจียงอี้เฟิงปิดประตูห้องของตัวเอง พร้อมกับพูดขึ้นเบาๆ
“เริ่มการจำลอง!”
[ติ๊ง! ใช้จำนวนครั้งการจำลอง 1 ครั้ง คงเหลือ 0 ครั้ง]
[การสุ่มพรสวรรค์สีน้ำเงินใช้ค่าพลังงาน 10,000 พรสวรรค์สีม่วงใช้ค่าพลังงาน 100,000 โปรดเลือก]
“สุ่มพรสวรรค์สีม่วง!”
[ติ๊ง! หักค่าพลังงาน 100,000 เหลือค่าพลังงาน 3,438 ล้าน]
[ยินดีด้วย! คุณได้รับพรสวรรค์: อายุยืนดั่งขุนเขา]
[อายุยืนดั่งขุนเขา: ยืดอายุขัยออกไป 1,000 ปี]
เมื่อเห็นพรสวรรค์ใหม่ เจียงอี้เฟิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
มันเป็นพรสวรรค์ที่ดี… แต่มันไม่มีประโยชน์กับเขาเลย
ไม่ว่าจะเป็นในความจริงหรือในการจำลอง สิ่งที่เขาขาดแคลนไม่เคยเป็นอายุขัย
“เฮ้อ…”
เจียงอี้เฟิงถอนหายใจ ก่อนจะหันไปสนใจการจำลอง
[เริ่มการจำลองครั้งที่ 16]
[คุณรู้ตัวว่ากำลังเข้าสู่การจำลองอีกครั้ง]
[ในการจำลองครั้งนี้ คุณตัดสินใจเดินทางไปยังซากปรักหักพังเทียนเสวียนก่อน]
[คุณตั้งใจจะรอไป๋รั่วเสวี่ยที่นั่น]
[เพราะเธอคือแหล่งทรัพยากรหลักของคุณในทุกการจำลอง]
[คืนแรก คุณลอบออกจากเมืองชิงซาน]
[วันที่ 2 คุณมาถึงซากปรักหักพังเทียนเสวียน]
[วันที่ 3 คุณจัดการเคลียร์พื้นที่และฝังศพเหล่าผู้ฝึกเซียนที่ตกตาย]
[วันที่ 4 คุณเริ่มต้นการฝึกฝน พร้อมกับรอคอยเครื่องถอนเงิน ไป๋รั่วเสวี่ยมาปรากฏตัว]
[ผ่านไปหนึ่งปี คลังหินวิญญาณของคุณร่อยหรอจนเกือบหมดแล้ว ระดับพลังของคุณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และกำลังเข้าใกล้ขั้นสร้างแก่นปราณระดับที่สอง]
[ปีที่ 2 เนื่องจากไม่มีหินวิญญาณ อัตราการฝึกฝนของคุณจึงช้าลง]
[อย่างไรก็ตามคุณเข้าสู่สภาวะตระหนักรู้โดยบังเอิญ ทำให้อัตราการฝึกฝนพุ่งขึ้น 8 เท่า]
[การตระหนักรู้กินเวลาสิบเอ็ดวัน คุณอาศัยช่วงเวลานั้นพัฒนาจนบรรลุขั้นสร้างแก่นปราณระดับที่สองได้สำเร็จ]
[ปีที่ 3 ไป๋รั่วเสวี่ยมาถึง]
[เธอมองคุณด้วยสายตาสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามว่าคุณเป็นใคร]
[คุณไม่คิดจะเสแสร้งเป็นศิษย์สำนักเทียนเสวียนอีกแล้ว และเปิดเผยตัวตนของตัวเองทันที]
[ไป๋รั่วเสวี่ยยังไม่ปักใจเชื่อ เธอเริ่มตรวจสอบคุณอย่างละเอียดตั้งแต่หัวจรดเท้า]
[ระหว่างการตรวจสอบ เธอพบว่าคุณมีแก่นปราณเกรดสิบสอง เธอจ้องคุณเหมือนกำลังมองดูสัตว์ประหลาด]
[หลังจากเงียบไปนาน เธอก็ถามคุณว่า คุณอยากเป็นศิษย์ของเธอหรือไม่?]
[เมื่อได้ยินข้อเสนอนี้ คุณไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบตอบตกลงเธอทันที]
[ตลอดสองวันต่อมา ไป๋รั่วเสวี่ยจมอยู่กับความทรงจำเกี่ยวกับศิษย์พี่ของเธอ]
[กระทั่งวันที่สาม เธอจึงมาพบคุณ และเริ่มต้นอธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์ของภาคใต้ที่ถูกปิดผนึก]
[คุณรู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังตั้งใจฟังจนจบ]
[หลังจากอธิบายสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว เธอถามคุณว่า คุณอยากออกจากภาคใต้ไปกับเธอหรือไม่?]
[ความจริง ไป๋รั่วเสวี่ยตัดสินใจรับคุณเป็นศิษย์ เพราะเธอวางแผนจะพาคุณฝ่าออกจากภาคใต้แต่แรกอยู่แล้ว]
[เธอหวาดกลัวเซียนสวรรค์มาโดยตลอด แต่เมื่อเห็นพรสวรรค์ของคุณ เธอเริ่มมองเห็นโอกาส]
[เธอมั่นใจว่า ไม่ว่าคุณจะเต็มใจสู้กับเซียนสวรรค์หรือไม่ก็ตาม วันหนึ่งพวกนั้นจะเป็นฝ่ายมาตามหาคุณเอง]
[ด้วยเหตุนี้เธอจึงเลือกที่จะเสี่ยง]
[เมื่อได้รับคำเชิญของไป๋รั่วเสวี่ย คุณรู้สึกตื่นเต้นมาก]
[ถ้าคุณออกจากภาคใต้สำเร็จ เวลาจำลองของคุณจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า]
[ประกอบกับพรสวรรค์ใหม่ที่ช่วยยืดอายุขัยของคุณ หากคุณใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังและหลีกเลี่ยงภัยอันตราย คุณอาจได้รับพลังมหาศาลก่อนจะถึงจุดจบของชีวิต]
[แต่หลังจากตื่นเต้นได้ไม่นาน คุณก็เริ่มสงบลง]
[จากประสบการณ์การจำลองครั้งก่อนๆ คุณได้เห็นพ่อของคุณ เจียงฝูซานพยายามฝ่าด่านสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ผู้พิทักษ์หลายครั้ง]
[ยกเว้นครั้งที่คุณมีพรสวรรค์ร่างกายแห่งหายนะและทำให้พลังของหงส์เพลิงอ่อนแอลง เจียงฝูซานพ่ายแพ้ทุกครั้ง]
[ในตอนนั้นเจียงฝูซานอยู่ที่ขั้นข้ามผ่านเคราะห์กรรมระดับที่แปด ซึ่งเทียบเท่ากับไป๋รั่วเสวี่ย]
[ดังนั้นไป๋รั่วเสวี่ยจะสามารถฝ่าออกไปได้จริงหรือ?]
[แม้จะพยายามหลบหนีแทนต่อสู้ แต่ถ้ามีคุณเป็นภาระ ทุกอย่างก็คงอันตรายยิ่งขึ้น]
[คุณใช้เวลาครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกัดฟันตัดสินใจติดตามไป๋รั่วเสวี่ยไป]
[ในเมื่อเป็นแค่การจำลอง ก็ควรถือโอกาสทดลองไปเลย]
[หากทำสำเร็จ คุณก็จะได้เพิ่มตัวเลือกในการออกจากภาคใต้]
[แต่ถ้าล้มเหลว… ก็แค่ตายแล้วเริ่มจำลองใหม่เท่านั้นเอง!]