เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 101 : ถึงเวลาสังหารมังกร

บทที่ 101 : ถึงเวลาสังหารมังกร

บทที่ 101 : ถึงเวลาสังหารมังกร


เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

นี่ก็เป็นเวลาห้าเดือนแล้ว

ฤดูหนาวเข้ามาเยือน แต่ฝนก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย เมืองรุ่งอรุณที่ตั้งอยู่ในกึ่งเขตร้อนอ้าแขนต้อนรับฤดูการเก็บเกี่ยวครั้งที่สอง

พืชที่ปลูกครั้งที่สองได้โตเต็มที่แล้ว ไม่นานมานี้ชาวเมืองได้นำผลผลิตที่เก็บเกี่ยวครั้งแรกไว้ในยุ้งฉาง วิลเลียมใช้เงินจำนวนมากในการซื้อยุ้งฉางขนาดใหญ่นับสิบที่ตอนนี้เต็มไปด้วยข้าวสารและธัญพืชจำนวนมาก

นั่นเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ

ห้องอาบน้ำสาธารณะถูกปรับปรุงใหม่ และเริ่มมีการใช้อุจจาระเป็นปุ๋ยซึ่งทำให้ผลผลิตที่ได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า

เมืองรุ่งอรุณมีประชากรอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น และได้มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกตรงที่ราบฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกข้างๆกับเมืองเพื่อไว้เป็นอาหาร และยังมีอาหารที่ได้จากป่าและสัตว์ป่ามาเสริมอีกด้วย ด้วยเหตุนี้เมืองรุ่งอรุณที่มีประชากรกว่า 200,000 คนจึงมีอาหารเพียงพอตลอดทั้งปี

ในโลกที่มหัศจรรย์แห่งนี้ สารอาหารในดินนั้นอุดมสมบูรณ์กว่าในโลกแห่งความจริงเป็นอย่างมาก

เมื่อเขตเมืองแห่งใหม่ถูกสร้างเสร็จ มันก็มีขนาดพอๆกับเมืองเก่า

ผู้ที่อาศัยในเขตนั้นมีเพียงเอลฟ์ 40,000 ตนเท่านั้น พื้นที่และอาคารหลายแห่งยังคงว่างเปล่า

กำแพงของเมืองเขตใหม่ก็ถูกสร้างเสร็จแล้ว มันสูง 15 เมตรและกว้าง 6 เมตร ซึ่งสูงกว่ากำแพงเมืองอันเก่าถึง 5 เมตรและดูแข็งแรงทนทาน

พื้นผิวของกำแพงเมืองถูกปกคลุมด้วยชั้นของโลหะและทองแดงเพื่อความแข็งแรง

นอกจากประตูทางทิศเหนือแล้ว ยังมีการสร้างประตูเมืองเล็กอีกสามแห่งเพื่อเชื่อมระหว่างเมืองเขตเก่าและเขตใหม่ ซึ่งไว้ใช้อำนวยความสะดวกในการขนส่งและสื่อสารกันระหว่างเขตทั้งสอง

หลังจากการค้าทาสกับอาณาจักรลาวาดำหยุดลง วิลเลียมก็ทำได้เพียงฉกฉวยทาสบางส่วนจากอาณาจักรเหล็กเท่านั้น นอกจากนี้ก็ไม่มีแหล่งอื่นในการเพิ่มจำนวนประชากรแล้ว

วิลเลียมเชื่อว่าจนกว่าป้อมปราการจะเสร็จสมบูรณ์ เขาก็จะไม่สามารถหาทาสที่ไหนมาเพิ่มได้ในขณะนี้

โชคดีที่ครึ่งเอลฟ์ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ทางฝั่งตะวันออกห่างจากเมืองประมาณ 70 กิโลเมตรถูกพวกออร์คโจมตีอย่างหนักเมื่อเดือนที่แล้ว ในขณะที่ป้อมปราของอาณาจักรเหล็กกำลังจะสร้างเสร็จ ผู้นำของครึ่งเอลฟ์ก็ได้ตัดสินใจนำผู้ติดตามของเขามาเข้าร่วมกับวิลเลียม

แต่ปัจจัยสำคัญในการเข้าร่วมครั้งนี้คือสายเลือดครึ่งเอลฟ์ของวิลเลียม

โดยเฉพาะเมื่อวิลเลียมมีสายเลือดของราชวงศ์ที่ไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไป

เอาตรงๆเลยล่ะก็

มีครึ่งเอลฟ์ระดับรีเจนดารีมากมายในทวีปรีเจนดารี แต่กลับไม่มีใครก่อตั้งอาณาจักร สายเลือดของพวกเขาเป็นเลือดผสม ซึ่งยากนักที่จะพบครึ่งเอลฟ์อย่างวิลเลียมที่มีสายเลือดของราชวงศ์…

จากการตัดสินใจครั้งนี้ เมืองรุ่งอรุณก็ได้ต้อนรับครึ่งเอลฟ์เพิ่มอีก 23,000 ตน

เมืองนี้แข็งแกร่งกว่าหกเดือนก่อนอย่างน้อยๆ ถึงสองเท่า

มีประชากรโดยรวมเป็นตัวเลขกลมๆก็เกือบแตะสองแสน

อำนาจทางทหารก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นเดียวกัน จากจำนวนทหารที่มีเพียง 4,000 นายก็เพิ่มขึ้นเป็น 15,000 นาย เทียบได้กับทหารห้ากองรบเลยด้วยซ้ำ

ห้ากองในนั้นประกอบด้วยทหารเอลฟ์สองกอง ทหารมนุษย์สองกอง และทหารครึ่งเอลฟ์อีกหนึ่งกอง

ในที่สุดวิลเลียมก็สามารถถอนองครักษ์ส่วนตัวและนักรบคนแคระออกจากกองทหารได้ เพื่อให้พวกเขาเป็นอิสระ

และเขาได้มอบนามให้แก่กองทัพแต่ละกองอีกด้วย

ก่อนหน้านี้กองทัพกองแรกนั้นประกอบไปด้วยเผ่าพันธุ์ที่หลากหลาย แต่ตอนนี้มีเพียงมนุษย์ระดับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

เขาตั้งชื่อให้ว่า [ทัพแห่งเกียรติยศ]

วิลเลียมตั้งความหวังกับกองทัพกองนี้ไว้สูง ทหารใหม่จำนวนมากเข้ามาแทนที่ทหารเก่าและทหารที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งกองทัพนี้มีผู้นำคือวิลเลียม และได้คว้าชัยชนะมาได้หลายครั้งหลายคราและนำความรุ่งโรจน์มาสู่เมืองแห่งรุ่งอรุณ วิลเลียมได้เลือกทหารคนต่อคนโดยทุกคนต้องมีสายเลือดระดับกลางเป็นอย่างน้อย

หากกองทัพได้รับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่สักสองสามครั้ง พวกเขาก็จะมีขวัญกำลังใจยาวนานและมีบัฟประจำกองทัพ

ทัพกองที่สองประกอบด้วยมนุษย์และเอลฟ์ที่ยังสาว, สวยงาม, และสูงเพรียว

เขาตั้งชื่อว่า [กองทัพการ์เดี้ยน]

จุดประสงค์ของกองทัพกองนี้ไม่ใช่การรบ หากเป็นไปตามที่เขาคิดไว้ เหล่าผู้เล่นทั้งหลายจะต้องตายเพราะกำเดาพุ่งกระฉูดไปตามๆกัน

ภารกิจของกองทัพนี้คือการป้องกันเมืองแห่งรุ่งอรุณ

ทหารของกองทัพการ์เดี้ยนจะทำหน้าที่ลาดตระเวนดูแลประตูเมืองและรักษาความสงบเรียบร้อยภายในเมือง

เมื่อกองทัพการ์เดี้ยนถูกสร้างขึ้นมาใหม่ๆ ทหารหญิงทั้งหลายที่สวมกระโปรงห้อยสายโซ่ถูกส่งไปประจำการที่ลานส่วนกลาง ชายหนุ่มกว่าครึ่งในเมืองต่างตื่นเต้น พวกเขากระจุกกันอยู่บนถนนจนแทบจะเดินผ่านไปมาไม่ได้…

กองทัพที่สามและสี่เป็นกองทัพที่ทรงพลังที่สุดของวิลเลียม

เพราะว่ากองทัพแห่งนี้ประกอบไปด้วยเอลฟ์เลือดบริสุทธิ์ อายุขัยของเอลฟ์นั้นยาวนานเกินไป และพวกเขาก็ไม่ได้มีประสบการณ์ในการทำสงครามมานานมากแล้ว

แต่พวกเขามีพลังการต่อสู้ที่เหนือชั้นกว่า

และการเลื่อนระดับไปเป็นผู้เชี่ยวชาญของพวกเขานั้นง่ายดายมาก ในปัจจุบันพวกเขามีเลเวลสูง และทุกๆคนต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับกลางที่มีเลเวล 40 หรือมากกว่านั้น ด้วยพลังที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ สิ่งที่พวกเขาต้องมีก็เพียงแค่ประสบการณ์ในการต่อสู้

สำหรับเอลฟ์ผู้ภักดี หากพวกเขามีประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ในการต่อสู้เพียงไม่กี่ครั้ง พวกเขาก็จะกลายเป็นกองทหารชั้นยอดที่สมบูรณ์แล้ว

วิลเลียมตั้งชื่อให้พวกเขาว่า [กองทัพไนท์] และ [กองทัพมูนไลท์] เพราะว่ากองทัพประกอบไปด้วยเอลฟ์ทั้งสองเผ่า

กองทัพที่ห้าประกอบไปด้วยครึ่งเอลฟ์ มีชื่อว่า [กองทัพแห่งความกล้า]

วิลเลียมได้ทดสอบความภักดีของผู้นำครึ่งเอลฟ์ และหลังจากที่ได้ผลอันเป็นพอใจแล้วเขาก็แต่งตั้งให้เขาเป็นผู้บัญชากองทหารของกองทัพแห่งความกล้า

ผู้นำครึ่งเอลฟ์คนนั้นเป็นนักรบเลเวล 61 มีสายเลือดระดับอีปิค เขาเลือกที่จะเข้าร่วมกับเมืองรุ่งอรุณ วิลเลียมจึงให้โอกาสเขาพิสูจน์ตนเอง

นอกจากกองทัพปกติแล้ว ยังมีทหารรับจ้างอีก 2800 นาย ในปัจจุบันยังใช้งานพวกเขาไม่มากนัก แต่ก็สามารถใช้งานเป็นหน่วยรบที่มีประโยชน์ได้ในเวลาที่ต้องการ

“เลเวล 55… ไม่ใช่ว่าต้องมีภารกิจมาให้ฉันทำหรอกหรือ?” วิลเลียมรู้สึกหดหู่ ในปีที่ผ่านมา เขาได้กวาดล้างชนเผ่าใกล้เคียงที่เป็นศัตรูไปทั้งหมดแล้ว ตราบใดที่มีภัยคุกคาม เขาก็จะนำทหารไปกวาดล้าง

ทำไปเพื่ออะไรล่ะ? ค่าประสบการณ์ไง!

หลังจากที่เมืองเขตใหม่เสร็จเรียบร้อย วิลเลียมก็ได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมาก

แต่เลเวลของเขาเลื่อนไปเพียงเลเวล 55 เท่านั้น มันยังห่างไกลกับเลเวล 69 ที่ต้องการอีกมาก

เขาไม่กล้าไปหาภารกิจในอาณาจักรเหล็กและอาณาจักรลาวาดำ ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถปลอมตัวเข้าไปยังสองอาณาจักรนั้นได้

แต่สถานการณ์ของสองอาณาจักรนั้นตึงเครียดเกินไป เขากลัวจะไปสร้างปัญหาและก่อสงครามขึ้นระหว่างสองอาณาจักร มันจะไปทำลายแผนการของเขาซะเอง

“ฉันไม่มีทางเลือก ดูเหมือนว่าต้องรอให้เปิดเบต้าเสียก่อน จากนั้นจึงค่อยใช้คริสตัลของดันเจี้ยนส่วนตัวเพื่อเอาค่าประสบการณ์ ฉันจะหาภารกิจในการอัพเลเวลได้ยังไงกันนะ?” วิลเลียมลูบใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาไปมา NPCที่มีสายเลือดเหนือกว่าจะอัพเกรดเลเวลในอัตราที่เร็วขึ้นมาก

หากวิลเลียมไม่เลื่อนเลเวลของตน โบนัสจากค่าสถานะจะหมดลง

ในขณะที่เขาจมอยู่ในภาวะเศร้าซึม

เขาก็เห็นลอทเนอร์เดินเข้ามาด้วยความกรุ่นโกรธ!

วิลเลียมมองจนลอทเนอร์เดินมาถึงและพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “กองทหารสองกองจากป้อมปราการของอาณาจักรเหล็กเดินทางไปยังฝั่งตะวันออก ทูตของอาณาจักรเหล็ก ออกัสติน เป็นผู้นำกองทัพด้วยตนเอง”

“เขามีผู้ติดตามที่ทรงพลังมากมาย เขาจะต้องกำลังทำอะไรสักอย่างเป็นแน่!”

“อะไรนะ?” วิลเลียมเด้งตัวลุกขึ้นยืนอย่างลิงโลด

จากนั้นเขาก็หายใจเข้าลึกๆก่อนจะถามว่า “ใครเป็นคนพบ?”

“อเล็กซ์”

วิลเลียมหรี่ตาลงก่อนจะกล่าวว่า “แจ้งผู้บัญชาการทหารคนอื่นๆ ให้พวกเขาเตรียมทหารพรานและนักรบที่ดีที่สุด”

“เรียกมือสังหารทั้งหมดของอเล็กซ์ออกมา ถึงเวลาทำความสะอาดสัตว์ร้ายในเมืองแล้ว”

ศึกสังหารมังกร…

อยู่ไม่ไกลมากแล้ว...

ลงเฉพาะจันทร์-ศุกร์นะคะ

จบบทที่ บทที่ 101 : ถึงเวลาสังหารมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว