เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 : โทรลที่ถูกสวมหมวกเขียว

บทที่ 50 : โทรลที่ถูกสวมหมวกเขียว

บทที่ 50 : โทรลที่ถูกสวมหมวกเขียว


“ข้าทำไม่ได้...” ท่าทางของลอทเนอร์ดูยุ่งเหยิง เขาไม่ได้เป็นนักรบจริงๆเสียหน่อย และยิ่งไม่ใช่นักรบโล่เสียด้วย แน่นอนว่าเขานั้นไม่สามารถหยุดยั้งพวกมันได้

เขาเป็นนักล่าปีศาจและพลังต่อสู้แสงสว่างของเขานั้นสร้างความเสียหายให้กับสิ่งมีชีวิตฝ่ายมืดได้อย่างมาก

แต่การสังหารต้องพึ่งพาทักษะที่เชี่ยวชาญ และเขาอาจจะตายได้หากตนเองประมาท

โชคดีที่เอริคเข้ามาช่วยได้ทัน เขาชี้ไปยังกลุ่มโทรลที่ซ่อนอยู่ในเงามืดด้านล่าง “จากที่เรามองเห็นมีโทรลทั้งหมด 13 ตน 5 ตนอยู่ในระดับกลาง ส่วนที่เหลืออยู่ในระดับเริ่มต้น”

“ตอนนี้พวกนั้นกำลังเกาเท้ากับดื่มน้ำอยู่ นี่ยังไม่ใช่เวลาที่ดีในการลงมือ หากท่านต้องการล่า ท่านควรรอและดูว่ามีโทรลตนอื่นอีกหรือไม่”

“เราสามารถรอได้ เนื่องจากเราไม่ได้รีบร้อนอันใด” วิลเลียมมองไปยังท้องฟ้า พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับโทรลที่เป็นสิ่งมีชีวิตฝ่ายมืด แต่ความมืดมิดไม่ได้เป็นเพียงพันธมิตรของเหล่าโทรลเท่านั้น มันยังเป็นสหายของเอลฟ์และนักฆ่าทั้งหลายด้วย

ทะเลสาบสายรุ้งครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่าเมืองแห่งรุ่งอรุณในปัจจุบันถึง 3.5 เท่า

นอกจากโทรลที่อาศัยอยู่ที่นี่แล้ว ยังมีอสูรเวทย์บางตัวที่ทรงพลังอยู่อีกด้วย

พวกเขามาจากภูเขาทางทิศตะวันออก และตอนนี้พวกเขาซ่อนตัวอยู่ตรงครึ่งทางบนภูเขาสูงทางทิศตะวันออกเหนือถ้ำโทรล ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้เปรียบเพราะยังไม่ได้ถูกพบเข้า ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถลอบโจมตีได้

แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะโจมตีเหล่าโทรลหนังเหนียวพวกนั้น

หากพวกเขาไม่ได้ใช้ระเบิดที่รุนแรงมากพอที่จะสังหารพวกมันได้สำเร็จ พวกเขาอาจติดกับพวกมันเข้า หากถูกล้อมขึ้นมาจริงๆ นี่คงไม่ใช่การลอบสังหารแล้ว แต่เป็นการรบแทน...

ศักยภาพทางสายเลือดของวิลเลียมและกลุ่มของเขานั้นสูงมาก

ไม่ต้องพูดถึงศักยภาพทางสายเลือดของพวกโทรล พวกมันมีพลังชีวิตมากกว่า และในแง่ของพลังชีวิตแบบเฉลี่ยแล้ว พวกมันนั้นมีพลังชีวิตมากกว่าสองถึงสามพันหน่วย

โดยเฉพาะเมื่อกระบองของพวกมันเป็นอาวุธหนัก หากใครไม่สามารถยับยั้งจากการถูกบดขยี้ด้วยค่าสถานะที่แข็งแกร่งได้ ไม่เพียงแต่ค่าพลังชีวิตจะลดลง หากใครโชคร้ายพอที่จะโดนระเบิดใส่ที่ศีรษะ มันจะเป็นอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว

ไม่มีทางเลือกมากนัก มอนสเตอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่า ค่าพลังชีวิตก็จะเยอะกว่า โทรลมีค่าพลังชีวิตมากกว่าพวกเขาอย่างน้อยสองถึงสามพันหน่วย เนื่องจากสายเลือดชั้นสูงของกลุ่มวิลเลียม

หากนำค่าพลังชีวิตของโทรลไปเทียบกับทหารธรรมดา มันจะไม่ใช่แค่สองถึงสามพันหน่วย แต่ห่างถึงหกถึงเจ็ดพันหน่วยเลยต่างหาก…

มิฉะนั้น โทรลจะเป็นหนึ่งในกองกำลังชั้นนำของฝ่ายมืดได้อย่างไร?

พวกเขาทั้งหกคนหมอบอยู่ในพงหญ้าและคอยสังเกตการณ์อย่างเงียบๆ เมื่อเวลาผ่านไป คนกลุ่มนี้ก็ทำตัวไม่ต่างกับพวกถ้ำมอง เพราะพวกเขากำลังจับตาดูโทรลเพศหญิง…

ไม่มีทางเลือก

ผู้นำที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าโทรลจะเป็นตนเดียวที่ได้ครอบครองโทรลเพศหญิง

โทรลเพศชายตนอื่นๆทำได้เพียงแค่มองแต่ไม่สามารถเป็นเจ้าของพวกเธอได้ พวกเขามักจะส่งสายตาไปยังโทรลเพศหญิงอยู่เสมอ แต่ผู้นำไม่ได้สนใจมากนักและดูชอบใจเสียด้วยซ้ำ เพราะว่ามันแสดงให้เห็นว่าเขานั้นแข็งแกร่งแค่ไหนเมื่อคนของเขาทำได้แค่มองหญิงสาวเพียงไกลๆและไม่สามารถเล่นกับพวกเธอได้

อย่างไรก็ตาม

แต่ผู้นำตนนี้ไม่ได้สังเกตว่าภรรยาคนหนึ่งของเขากำลังส่งสายตาให้กับโทรลตนหนึ่งอยู่

มันชัดเจนเชียวแหละ

เวลาที่ผู้นำโทรลออกไปล่า ภรรยาของเขาก็ไม่รังเกียจที่จะให้เด็กหนุ่มผู้นี้มา… ถ้ามีลูกชายในหมู่พวกเขาขึ้นมา ใครจะไปรู้กัน?

ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเข้ม

เวลาผ่านไปถึงกลางดึก

โทรลไม่ได้ตระหนักว่ามีคนอยู่เหนือศีรษะของพวกเขา

การซ่อนเร้นเป็นเรื่องที่ง่ายมากสำหรับเอลฟ์ พวกเขามีความสามารถในการกลมกลืนเข้ากับป่าไม้และธรรมชาติ แต่หากอยู่ในเมือง ความสามารถของเหล่าเอลฟ์จะไม่ชัดเจนมากนัก และอาจจะดูหมือนแค่คล่องแคล่วว่องไวเท่านั้น ยกเว้นซะแต่เขาจะเป็นนักฆ่า…

สำหรับเอริคและลูกชาย การซ่อนตัวนั้นเป็นความสามารถโดยกำเนิด

เขาทั้งสองนั้นไม่รู้ตัวว่าตนเองได้ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าพวกเขาหายตัวไปกับอากาศทั้งๆที่พวกเขานั่งอยู่ตรงนี้

ไม่ว่าจะอยู่ในป่าหรือในเมืองที่มีคนหนาแน่น พวกเขาก็สามารถซ่อนตัวได้ตลอดเวลา

และเหล่าผู้เล่นทั้งหลายต่างก็ต้องการที่จะบรรลุความสามารถเช่นนี้

อันดับแรก ต้องเปลี่ยนอาชีพเป็นนักฆ่าเสียก่อน

อันดับสอง นอกเหนือจากการตามหาอาชีพลับล่วงหน้าแล้ว ต้องเลือกคุณสมบัติความมืดหากว่ามีความสามารถติดตัวที่มีพลังคุณสมบัติทางความมืด ก่อนจะถึงเลเวล 40

อับดับสาม เลือกอาชีพรองเป็นผู้วิเศษแห่งความมืด ไม่ใช่ผู้ใช้เวทย์แห่งความมืด…

โดยทั่วไปแล้วจะกล่าวได้ว่า นักฆ่าที่ไม่รู้จักการใช้เวทย์สายมืดจะถูกนับถือเป็นเพียงเบอเซอร์เกอร์เท่านั้น

เวทย์สายมืดไม่ถือเป็นอาชีพลับ แต่เป็นเพียงของหายากชนิดหนึ่ง สามารถเรียนรู้ผ่านทางสายสัมพันธ์กับผู้คนและขึ้นอยู่กับความเพียรพยายามและความมั่งคั่งของผู้เล่น

แต่ก็อาจเดาได้ว่ากลุ่มผู้เล่นที่อยากทำตัวเท่ๆเหล่านี้มักจะหลีกเลี่ยงคุณสมบัติความมืดและไปเลือกพลังอัคคีที่น่าตื่นตาตื่นใจและพลังสายฟ้าที่แพรวพราวแทน พลังการต่อสู้ที่สว่างไสวเหล่านี้ทำให้ดูเหมือนผู้เล่นนั้นกลัวว่าผู้คนจะไม่รู้ว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อต้องการสังหารใครบางคน

ความมืดกำลังคลืบคลานเข้ามา

วิลเลียมและกลุ่มของเขาค้นพบปัญหาบางอย่าง

มีโทรลทั้งสิ้น 15 ตน โทรลตัวเล็กสองตนเพิ่งกลับเข้าถ้ำไปพักผ่อนและไม่น่าจะออกมาอีกครั้ง

เป็นเพราะว่าโทรลมักจะออกล่าในตอนกลางคืน และในที่สุดนี่ก็เป็นเวลาที่พวกเขาจะแยกย้ายกันไป

ในหมู่พวกเขา ผู้นำที่ถูกสวมหมวกเขียวก็เลือกโทรลทั้งห้าตนที่ดูไม่ได้เต็มใจและนำพวกเขาออกไปล่า

สถานการณ์นี้ช่าง…

ทันทีที่ผู้นำโทรลออกไป เหล่าโทรลที่แสนขี้เกียจก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้น

เมื่อหนึ่งในโทรลที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่พบว่าผู้นำได้ออกไปแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะวิ่งเข้ามาในถ้ำ…

“เราควรลงมือตอนนี้ ผู้นำโทรลได้นำคนที่แข็งแกร่งไปเหลือแต่โทรลระดับเริ่มต้นบางตนเท่านั้น” ลอทเนอร์หรี่ตาลงและต้องการที่จะโจมตี

วิลเลียมหัวเราะ “ช้าก่อน ทำไมเราไม่ล่อผู้นำโทรลให้กลับมาล่ะ?”

“ความคิดดี แต่หากท่านล่อมันกลับมา แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเหล่าโทรลจะฆ่ากันจริงๆ?” ลอทเนอร์ถามด้วยความสงสัย

เมื่อเขากล่าวกับวิลเลียมเช่นนั้น เอริคและอเล็กซ์ก็มองเขาด้วยความประหลาดใจ

ราวกับพวกเขากำลังบอกว่าให้เขาหาภรรยาแล้วลองทำแบบนั้นดูสิ…

ลอทเนอร์สูญเสียความคิดไปชั่วขณะ

คู่รักของเอลฟ์นั้นมีชีวิตที่ยืนยาว แม้ว่าจะมีฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตลง อีกฝ่ายหนึ่งก็จะไม่แต่งงานอีกครั้ง เหล่าชายโสดอย่างลอทเนอร์, น็อกซ์, และนอร์ตันจึงไม่สามารถจินตนาการได้ในตอนนี้

“คำถามนี้ง่ายมาก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าแล้วกัน” อเล็กซ์รับหน้าที่นี้โดยไม่สนใจสายตาที่จ้องมองจากคนที่เหลือ เขากระโดดไปตรงด้านข้างของถ้ำอย่างเงียบๆ

จากนั้น ภายใต้การจ้องมองอย่างตกใจของกลุ่มคน เขาก็เข้าไปในถ้ำ หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็ออกมาอย่างเงียบๆอีกครั้งโดยไม่มีโทรลตนไหนพบเห็น

แต่วิลเลียมเห็นเขานำบางสิ่งออกมาด้วย มันเป็นชิ้นส่วนเสื้อผ้าส่วนล่างของโทรลเพศหญิง ใครๆก็สามารถบ่งบอกถึงกลิ่นอันรุนแรงของมันได้…

ก่อนที่อเล็กซ์จะวิ่งไปยังทิศทางของผู้นำโทรล!

วิลเลียมมองไปยังเอริค “เขาเก่งนะ...”

“มันก็แค่ทักษะพื้นฐาน พื้นฐานจริงๆ ทุกๆคนนั่งลง นั่งลงเร็วเข้า” ในฐานะผู้เป็นพ่อ เอริคเพียงเอาใจพวกเขาให้นั่งลงบนพื้นหญ้าเท่านั้น

และดูเหมือนว่าจะเห็นผลได้อย่างชัดเจน

เวลาผ่านไปอย่างน้อยห้านาที โทรลตัวเล็กทั้งสองก็ไม่สามารถทนอยู่ในถ้ำได้อีกต่อไป ก่อนจะวิ่งออกมาเล่นดินโคลนในทะเลสาบ แต่แล้วพวกเขากลับเห็น ‘ท่านพ่อ’ วิ่งกลับมาด้วยดวงตาที่แดงก่ำ!

โดยปกติแล้วจะมีโทรลคอยเฝ้าอยู่ที่นี่

อย่างไรก็ตาม

โทรลพวกนั้นอุดอู้อยู่หลายหน เพราะพวกเขารู้ว่าผู้นำของตนจะออกไปล่าสัตว์เป็นเวลานาน เมื่อเขากลับมา กลิ่นทั้งหมดทั้งมวลอาจถูกปกคลุมไปด้วยปัสสาวะและอุจจาระ และความสกปรกทั้งหมดก็จะถูกดินโคลนกลบไว้

แต่น่าเสียดาย

คราวนี้ผู้นำกลับมาเร็ว

“อ้า!!!”

“ข้าจะฆ่าเจ้าไอ้เด็กเหลือขอ!”

ถูกต้องแล้ว

โทรลสามารถพูดได้

กลุ่มที่ 2 (ตอนที่ 51-100) ในเพจจะเปิดวันที่ 9 นะคะ ><

ตอนที่ 51 จะลงใน thai-novel วันที่ 9 เช่นกันค่ะ

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่เข้ามาสนับสนุนนะคะ สวัสดีค่ะ<3

จบบทที่ บทที่ 50 : โทรลที่ถูกสวมหมวกเขียว

คัดลอกลิงก์แล้ว