เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49: ใครสามารถต้านทานมันได้บ้าง…

บทที่ 49: ใครสามารถต้านทานมันได้บ้าง…

บทที่ 49: ใครสามารถต้านทานมันได้บ้าง…


วิลเลียมและคนของเขาพร้อมด้วยลอทเนอร์ น็อกซ์ และนอร์ตันไปพบกับเอริคและลูกชายของเขา พวกเขาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สวมใส่เสื้อขนสัตว์ที่ตัดมาจากขนของอสูรเวทย์ พวกเขาใช้ชีวิตแต่ละวันไปกับการล่าสัตว์อย่างใสสะอาดและไม่ชอบที่จะพบปะกับผู้อื่น

เมื่อมีเหยื่อจำนวนมาก ทั้งสองก็จะอยู่ที่บ้านตลอดทั้งวัน ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาทำอะไรข้างในนั่น แต่พวกเขาเป็นพวกที่ชอบอยู่ติดบ้านอย่างมาก ทั้งพ่อและลูกชายคู่นี้มักจะอุดอู้อยู่ในบ้านเสมอ

คันธนูสีดำคันยาวที่อยู่ในมือผู้อวุโสเอริคนั้นดูธรรมดาและไม่มีแสงสะท้อนใดๆภายใต้แสงอาทิตย์

ในสายตาของผู้ที่ได้เห็นโลกมานานเมื่อเห็นธนูคันนี้ย่อมรู้ได้ว่ามันไม่ได้ธรรมดาอย่างที่ตาเห็นแน่นอนและเป็นขุมทรัพย์ที่ดีต่อนักฆ่า หรืออย่างน้อยต้องเป็นอาวุธที่มีคุณภาพระดับทอง

อเล็กซ์มีดาบสั้นสองอันที่มีสีดำสนิทและคุณภาพของธนูยาวในมือของเขานั้นดีแต่เป็นเพียงระดับเงินเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่านี่เป็นเพียงอาวุธสำรองของเขา

“หากท่านลอร์ดต้องการที่จะล่าสัตว์ ท่านไม่ต้องพาพวกเราไปเป็นตัวถ่วงพวกท่านหรอก เพียงท่านลอทเนอร์ก็แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องชีวิตท่านแล้ว” เอริคปฏิเสธคำขอของวิลเลียมโดยไม่ลังเล

อเล็กซ์ยืนเอามือวางบนเอวอยู่ข้างพ่อของเขาอย่างเงียบๆ ดวงตาของเขากวาดไปรอบๆราวกับไม่สนใจโลก แต่ตามจริงแล้วเขาพร้อมที่จะดึงดาบออกมา เพื่อดูว่าผู้คนจะล้อมรอบพวกเขาเอาไว้หรือจะมีโอกาสสังหารคนที่ขัดขวางพวกเขาและหลบหนีไปได้สำเร็จหรือไม่

นักฆ่า!

กุญแจสำคัญคือไม่ใช่แค่การสังหารศัตรู

แต่เป็นการหนีให้รอดไปด้วยต่างหาก

นักฆ่าที่สามารถสังหารผู้คนและมีชีวิตรอดมาได้ถึงจะเป็นนักฆ่ามือหนึ่งตัวจริง

ผู้ที่ฆ่าศัตรูได้ แต่ตนเองต้องตกตายตามไปนั้นไม่ถือว่าเป็นนักฆ่า แต่เป็นได้แค่คนตาย…

วิลเลียมได้คาดการณ์ปฏิกิริยาของทั้งคู่ไว้อยู่แล้ว นักฆ่าจากองค์กรเงามืดไม่ใช่บุคคลธรรมดา แต่เขาก็ยังคงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เราได้ยินมาว่าท่านมีความสามารถ เรากำลังจะขึ้นภูเขาเพื่อไปกำจัดพวกโทรล ท่านสนใจหรือไม่?

“มีความสามารถ? ใครกล่าวกัน?” เอริคถามด้วยความระมัดระวัง

วิลเลียมยักไหล่ “ทุกๆคนต่างพูดอย่างนั้น แม้ว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากในเมือง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีนักล่าคนไหนที่สามารถล่าอสูรเวทย์ระดับกลางได้นอกจากพวกท่านทั้งสอง”

“ล่าอสูรเวทย์ระดับกลางงั้นหรือ? นั่นเป็นเรื่องปกติมากใช่ไหม?” เอริคยังพูดไม่จบดีก็หุบปากไปเสียก่อน

หลังจากที่พ่อลูกคู่นี้มายังเมือง พวกเขาเงียบมากและทุกครั้งที่พวกเขาออกล่า พวกเขาจะเลือกอสูรขนาดใหญ่หรืออสูรเวทย์เสมอ

พวกเขาไม่ได้ต้องการสิ่งของอย่างเสื้อผ้า, อาหาร, ที่อยู่อาศัยหรือการขนส่ง พวกเขาต้องการเพียงสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น

แม้ว่าจะเป็นอสูรเวทย์ แต่นอกเหนือจากการทิ้งเนื้อไปบางส่วนและขนสัตว์แล้ว ทั้งสองก็จะขายส่วนที่เหลือในราคาต่ำหรือนำไปแลกสิ่งจำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จากนั้นพวกเขาก็อยู่แต่ในบ้านตนเอง

แต่เนื่องจากพวกเขาไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนมากเท่าใดนัก พวกเขาจึงไม่รู้ว่าผู้คนคิดอย่างไรกับพวกเขา และค่อยๆลืมสถานการณ์ที่แท้จริงของเมืองไป

ในตอนแรกพวกเขามาเพราะพ่อของวิลเลียม และต้องการหาที่พักพิงที่ปลอดภัย แม้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเล็กๆ พวกเขาก็ดูเหมือนใช้ชีวิตอยู่ในป่า ใช้ชีวิตอยู่ในที่ที่แยกตัวออกมา

“แต่เรายังไม่ได้สนใจ...”

“ท่านพ่อ” อเล็กซ์ขัดจังหวะการปฏิเสธของผู้เป็นบิดาและกล่าวกับวิลเลียมด้วยรอยยิ้ม “ได้โปรดรอสักครู่ เราจะไปเตรียมความพร้อมแล้วเดินทางไปพร้อมท่าน!”

วิลเลียมมองไปที่ชายทั้งสองที่เดินกลับเข้าไปในบ้านและปิดประตูลง

“ชิ...” นอร์ตันตีปากของเขาเบาๆก่อนจะมองด้วยสายตาแปลกประหลาด

………….

“อเล็กซ์ เจ้าก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว บอกข้าทีว่าทำไมถึงทำเช่นนั้น” เอริคไม่เข้าใจ ตอนนี้ชีวิตของพวกเขาก็มั่นคงดีและหลบหนีจากการตามล่าขององค์กรได้สำเร็จ หากพวกเขากลายเป็นคนที่มีชื่อเสียง ไม่ใช่ว่าพวกเขาเปิดเผยตัวง่ายเกินไปหรือ?

อเล็กซ์จ้องมองไปยังดวงตาของบิดาอย่างตั้งใจ ก่อนจะกล่าวว่า “ท่านพ่อ เราไม่สามารถซ่อนตัวได้ตลอดไป  หรือข้าควรจะพูดว่า ข้าไม่อยากใช้ชีวิตที่เหลืออย่างไร้ชื่อไปตลอดชีวิต”

“เจ้า...โตขึ้นแล้วสินะและเป็นนักฆ่าตัวน้อยเต็มตัวแล้ว” เอริคถอนหายใจ แรงของเขาหดหายไปทันทีที่นั่งลงอย่างคอตก

อเล็กซ์ค่อยๆก้มลงและจับมือของเอริคไว้ ก่อนจะกล่าวอย่างช้าๆ “ท่านพ่อยังหนุ่มยังแน่น แต่ข้าไม่ต้องการที่จะหลบซ่อนอีกต่อไปแล้ว ดาร์คชาโดว์นั้นแข็งแกร่งก็จริง แต่พวกมันเป็นองค์กรในที่มืด หาเราเจอได้ไม่ง่ายนักหรอก”

“ข้าอยากให้การมีชีวิตของข้ามีค่า แทนที่จะรออย่างไร้ความหมาย แบกความอดทนจนกระทั่งแก่เฒ่า...”

“แต่ว่า...”

อเล็กซ์ร้องออกมาอย่างกระวนกระวาย “ท่านลืมสิ่งที่พวกเขาบอกกับเราไว้หรือ?”

“ข้ายังจำสิ่งที่ครูฝึกพูดได้”

“นักฆ่าสามารถซ่อนอยู่ในเงามืดได้ตลอดกาล เมื่อนักฆ่าเปิดเผยตัวตนออกมา นั่นก็คือตอนที่นักฆ่าได้หายไปแล้ว...”

“จำไว้ว่า เราได้ฆ่าผู้คนไปมากมายในที่ลับ ทั้งลอบโจมตี วางยาพิษ และอีกตั้งหลายอย่าง”

“มีคนมากเกินไปที่ต้องการทำลายพันธมิตรของดาร์คชาโดว์ แต่เพราะว่าเราไม่มีอาณาเขตและกลุ่มฝึกฝนที่แน่นอน ทุกๆอย่างก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข...”

“มันเยอะจนเราต้องเคลื่อนไหวในที่มืดตลอดเวลาและไม่เคยได้หยุดพัก นั่นคือเหตุผลที่เราสามารถมีชีวิตอยู่ได้จริงๆ”

อเล็กซ์จำสิ่งที่ครูฝึกพูดได้ และยังคงกล่าวต่อไป “ดาร์คชาโดว์นั้นแข็งแกร่ง และเป็นองค์กรนักฆ่าระดับต้นๆของทวีปรีเจนดารี แต่พวกมันไม่ได้เป็นองค์กรข่าวกรองชั้นนำและไม่ได้มีอิทธิพลในฝั่งตะวันออกเฉียงใต้มากนัก ดังนั้นมันจึงไม่ง่ายเลยที่จะหาพวกเราเจอ”

“ตราบใดที่เราติดตามท่านลอร์ดผู้มีความทะเยอทะยานท่านนั้น ไม่ช้าก็เร็วเราจะแข็งแกร่งขึ้น”

“จากนั้น เมื่อเราทั้งคู่มีเบื้องหลังที่แข็งแกร่งแล้ว พวกดาร์คชาโดว์อาจจะลบเจตนาที่จะกำจัดเราไปก็ได้”

“ถูกแล้ว เราทั้งสองก็แค่นักฆ่าผู้หลอกลวง...” เอริคพยักหน้าอย่างสับสน เขาไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน แต่อีกด้านหนึ่งก็อยากจะเห็นแสงสว่างอีกครั้ง

“ใช่แล้ว...”

………………..

เมื่อพวกเขาฟื้นความมั่นใจเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็เปิดประตูออกมา

ทันใดนั้นกลิ่นอายของพวกเขาก็แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

แม้แต่ลอทเนอร์ก็เริ่มระแวดระวัง ความรู้สึกราวกับมีเงาสองเงายืนอยู่ตรงหน้าเขาและหากเขาหลับตาลง พวกเขาก็จะหายไปโดยสิ้นเชิง…

“ข้าหวังว่าท่านลอร์ดคงจะไม่ได้รอนานเกินไป” เอริคยิ้ม

วิลเลียมยิ้มก่อนจะกล่าวว่า “ไม่เลย ถ้ามันทำให้ข้าได้เห็นฝีมือการล่าของท่าน”

“ฮ่าฮ่า โปรดอย่าผิดหวังเกินไปล่ะ” เอริคหัวเราะร่วน ก่อนที่พวกเขาจะเดินเข้าไปในป่าพร้อมกัน

ถ้ำโทรล

มีโทรลอาศัยอยู่นับสิบ

หากไม่มีอะไรผิดพลาด พวกมันทั้งหมดจะเป็นมอนสเตอร์สายเลือดระดับเริ่มต้น, กลาง, สูง และแกรนด์มาสเตอร์!

โทรลไม่ใช่อสูรเวทย์

พวกมันสามารถพูดได้ และเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาในฝ่ายมืด แต่นอกเหนือจากเผ่าพันธุ์พวกมันเองแล้ว ทุกสิ่งอย่างล้วนสามารถนำมาแบ่งสันปันส่วนได้

โทรลไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าสิ่งที่พวกมันกินจะเป็นพวกออร์คและปีศาจที่อยู่ฝ่ายเดียวกัน

ความสูงของโทรลอยู่ที่ประมาณ 2.6 ถึง 6 เมตร

น้ำหนักประมาณ 750 ถึง 2000 กิโลกรัม!

อาวุธที่พวกมันใช้มักจะเป็นกระบองขนาดใหญ่…

นักล่าทั้ง 6 ที่มายังทะเลสาบสายรุ้งมองไปยังอาวุธในมือพวกโทรล มันทั้งหนา, ยาว และเต็มไปด้วยหนาม ลอทเนอร์อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย ก่อนจะบ่นว่า “ใครสามารถต้านทานมันได้บ้าง?”

ในขณะเดียวกัน

คนที่เหลือทั้งห้าต่างก็มองเขาอย่างเงียบๆ...

จบบทที่ บทที่ 49: ใครสามารถต้านทานมันได้บ้าง…

คัดลอกลิงก์แล้ว