เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 36: ปัญหาของนิวเกตอน

ตอนที่ 36: ปัญหาของนิวเกตอน

ตอนที่ 36: ปัญหาของนิวเกตอน


ตอนที่ 36: ปัญหาของนิวเกตอน

นิวเกตเดินออกจากร้านเหล้า แล้วกลับไปยังกองเรือของตัวเอง พร้อมกับหนังสือพิมพ์สองฉบับที่ได้จากชิกิ

ที่ท่าเรือ รอบๆเรือของซีเบ็กมีเรือโจรสลัดขนาดยักษ์อีกแปดลำจอดล้อมรอบอยู่ ทำหน้าที่เป็นกองคุ้มกัน

เรือเหล่านี้เป็นของกัปตันทั้งแปดภายใต้สังกัดร็อกซ์ ได้แก่:

ชิกิ, นิวเกต, ชาร์ล็อต ลินลิน, หวังจื่อ, ซิลเวอร์แอกซ์, จอห์น, ดอกไม้เพลิง และพี่น้องตระกูลคุโรซึมิ

ทุกคนต่างมีค่าหัวไม่ต่ำกว่าพันล้านเบรี และเป็นที่รู้จักกันดีในโลกใหม่

โดยเฉพาะ “ดอกไม้เพลิง” ไม่มีใครรู้ชื่อจริงของเธอเลย สิ่งเดียวที่รู้คือเธอมาจาก “เกาะอเมซอนลิลี่” เกาะในตำนานของหญิงสาว และยังเป็นสาวงามระดับท็อปของทั้งท้องทะเลอีกด้วย ( น่าจะแจ็คกี้ที่อยู่กับเรย์ลี่หรือเปล่า )

เธอจึงถูกขนานนามร่วมกับชาร์ล็อต ลินลิง ว่าเป็น “สองสาวงามแห่งกลุ่มโจรสลัดร็อกซ์” และเป็นหญิงในฝันของเหล่าโจรสลัดมากมายในยามค่ำคืน

ส่วนพี่น้องตระกูลคุโรซึมิ ก็มีที่มาที่ไปไม่ธรรมดา สืบโยงถึงแคว้นวาโนะที่ปิดประเทศอยู่นั่นเอง

ภายใต้กองเรือของทั้งแปดกัปตันนี้ ยังมีเรือรบของพวกโจรสลัดอีกมากมาย ที่เรียกได้ว่าเป็น “กองทัพลูกกระจ๊อก” ในโลกใหม่

นิวเกตกลับมาบนเรือของตัวเอง “โกลเด้นนิวเกต” โดยไม่สนใจลูกเรือที่มาทักทาย แล้วเดินตรงกลับไปยังห้องกัปตันทันที เพื่ออ่านหนังสือพิมพ์ทั้งสองฉบับ

ในโลกใหม่ หนังสือพิมพ์มีสถานะไม่ต่างจากใบค่าหัว เพราะสามารถหาซื้อได้แค่จากเกาะรอบๆ หรือไม่ก็ปล้นเอา

แต่ส่วนใหญ่แล้ว หนังสือพิมพ์เหล่านี้จะถูกดัดแปลงเนื้อหาโดยรัฐบาลโลกหรือกองทัพเรือก่อนจะมาถึง

ถ้าอยากอ่าน “ฉบับจริง” ต้องไปถึงครึ่งแรกของแกรนด์ไลน์เท่านั้น

ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เว้นแต่จะบินได้หรือเรียบเรือไปทางเรดไลน์ เพราะการฝ่าเข้าเขตไร้ลมเป็นอะไรที่เสี่ยงเกินไป

นิวเกตมีความสัมพันธ์กับชิกิค่อนข้างดี ถึงจะเป็นคู่แข่งกัน แต่บางครั้งชิกิก็ยังยอมช่วยเหลือบ้าง เช่น ยอมซื้อหนังสือพิมพ์มาให้

เขาคลี่หนังสือพิมพ์ออกมาอ่านอย่างตั้งใจ

ตอนอยู่ที่ร้านเหล้า เขาแค่เปิดผ่านๆ ยังไม่ได้ดูจริงจัง และเขาอยากรู้จริงๆ ว่าชายที่ชื่อ “รอส” คนนั้นทำอะไรไว้บ้าง

บางที…อาจจะได้เอาไปใช้วางแผนตอนออกจากกลุ่มร็อกซ์ในอนาคตก็ได้

เรื่องที่ชิกิล้อว่าเขา “เล่นขายของหรือเล่นพ่อแม่ลูก” ก็ไม่ใช่ไม่มีเหตุผล เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขารับเลี้ยงเด็กกำพร้ามามากมาย

เขาจัดการส่งเด็กเหล่านั้นกลับไปอยู่ในบ้านเกิด แล้วส่งเงินก้อนโตไปเลี้ยงดูพวกเขาทุกปี

นี่คือสิ่งดีๆ ไม่กี่อย่างที่เขาในฐานะโจรสลัดจะทำได้

เมื่อเทียบกับโจรสลัดทั่วไป ก็คงไม่ผิดนักที่จะบอกว่าเขากำลัง “เล่นพ่อแม่ลูก”

“การเป็นนักเดินเรือรอบโลกคือสิ่งที่ผู้คนใฝ่ฝัน ได้อยู่กับครอบครัวในทุกวันแบบนั้น…”

“แต่งงานแล้ว มีครอบครัวที่อบอุ่น ชายคนนี้โชคดีจริงๆ”

“เกาะเมฆเหรอ? น่าเหลือเชื่อ บางทีเราน่าจะลองไปดูเงียบๆ สักครั้งในอนาคต”

“หืม? นักดาบชื่อโมคาชิที่โด่งดังในครึ่งแรกของแกรนด์ไลน์ คือศิษย์กับน้องเขยของเขางั้นเหรอ? แถมยังเป็นนักการศึกษาอีก!”

นิวเกตอ่านไปก็พึมพำกับตัวเอง ใบหน้าฉายแววอิจฉาและครุ่นคิด

ในใจเขาเองก็โหยหาชีวิตแบบนั้น ชีวิตที่ได้อยู่กับครอบครัว แล่นเรือไปบนท้องทะเลกว้างใหญ่อย่างอิสระ

มันคงเป็นชีวิตที่ยอดเยี่ยมมาก และตอนนี้ มันไม่ได้เป็นแค่ความฝัน แต่มี “ตัวอย่างจริง” วางอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

แต่น่าเสียดายที่จิตสำนึกของเขายังไม่อาจหักหลังร็อกซ์ได้ในเวลานี้ ไม่อย่างนั้นเขาคงรีบกลับบ้านทันที แล้วพาเด็กๆ ที่เคยรับเลี้ยงไปตั้งกลุ่มโจรสลัดของตัวเองเพื่อออกทะเลแล้ว

หนังสือพิมพ์ฉบับนี้เป็นบทสัมภาษณ์พิเศษของรอส โดยสำนักข่าวภายใต้รัฐบาลโลก

ตอนท้ายมีคำพูดเด็ดของรอสสองประโยค ซึ่งทำให้นิวเกตสะอึก และตกอยู่ในภวังค์ทันที

“ผมไม่เคยยอมรับว่าตัวเองเป็นคนดี เพราะผมช่วยเด็กกำพร้าทุกคนไม่ได้ ผมทำได้แค่รับผิดชอบต่อทุกคนที่อยู่ข้างๆ ผมเท่านั้น ในสายตาพวกเขา เรียกผมว่า ‘คนใจดี’ มากกว่า ‘คนดี’ เสียอีก”

“เด็กๆ จะโตขึ้นในที่สุด ทะเลแห่งนี้ไม่มีใครสามารถเลี้ยงพวกเขาไปตลอดชีวิตได้ พวกเขาต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กกำพร้าหรือเด็กที่โตมาในครอบครัวที่อบอุ่นก็ตาม อย่าทำให้พวกเขาไม่มีทางเอาตัวรอดด้วยตัวเองได้”

คำพูดนี้… แทงใจดำของนิวเกตเข้าอย่างจัง

ในมุมมองของเขา เขาคือ “พ่อ” ของเด็กๆ เหล่านั้น เป็นคนที่พวกเขาควรพึ่งพาได้ตลอดชีวิต แต่…

อย่างที่รอสพูดไว้ มันเป็นไปได้จริงเหรอ?

ทุกวันนี้ เขาปล่อยเด็กๆ อยู่กันเองในบ้านเกิด โดยไม่มีคำสั่งสอนหรือชี้นำอะไรเลย

บางทีเด็กๆ เหล่านั้นอาจจะสำนึกบุญคุณเขาตลอดไป แต่แล้ว “อนาคต” ของพวกเขาล่ะ? วันหนึ่งพวกเขาก็ต้องเติบโตขึ้น

แล้วจะให้พวกเขาเป็นโจรสลัดเหมือนตัวเองงั้นเหรอ? แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะมีคุณสมบัติพอ…

คำถามนี้ยังวนเวียนอยู่ในหัวนิวเกตไม่หยุด เขาคิดว่าถ้าว่างเมื่อไหร่ อาจจะต้องหาโอกาสไปพบกับ“รอส” ดูสักครั้ง

เขาเองก็ไม่ใช่คนดีหรอก โจรสลัดก็คือโจรสลัด แต่…ถ้าพอจะทำอะไรดีๆ ได้บ้าง ก็อยากลองดู

ค่ำคืนนี้ยาวนาน

นิวเกตไม่ได้หลับเลยทั้งคืน แต่กับเขาแล้ว ไม่หลับสามวันสามคืนก็ยังไม่เป็นอะไร

จนกระทั่งแสงแดดยามเช้าสาดเข้ามา เขาก็ยังดูอิดโรยเล็กน้อย

“ก๊อก ก๊อก”

มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่หญิงสาวผมบลอนด์รูปร่างสูงคนหนึ่งจะเดินเข้ามาพร้อมกับอาหารเช้าในมือ

ดูจากความประณีตของอาหารแล้ว บอกได้ทันทีว่าเจ้าของมีความตั้งใจแค่ไหน

“อ๊ะ! นิวเกต! เป็นอะไรไปน่ะ?”

บาจินตกใจ (ผมไม่แน่ใจว่าใช่สตุสซี่หรือเปล่า) แต่ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่ง เธอก็สงบลงอย่างรวดเร็ว แล้วถามเขาด้วยสีหน้าสงสัย

“บาจินเองเหรอ ฉันไม่เป็นไรหรอก จริงๆ เธอไม่ต้องลำบากเอาอาหารเช้ามาให้ทุกวันก็ได้นะ”

นิวเกตเงยหน้ามอง เธอสูงไม่ถึงครึ่งของเขาเลย แค่ประมาณสองเมตร และอาหารเช้าในมือก็มีน้อยเกินไปสำหรับร่างกายใหญ่โตของเขา

แต่ความตั้งใจแบบนี้ สำหรับคนอย่างเขาแล้ว มันคือของขวัญที่ล้ำค่า

แม้ว่าเขาจะรู้ว่าจุดประสงค์ของบาจินอาจไม่บริสุทธิ์นัก แต่ตราบใดที่ไม่ทำร้ายครอบครัวเขา เขาก็ไม่คิดจะใส่ใจ

บาจินไม่สนใจคำปฏิเสธของเขา แล้วเดินเข้ามานั่งบนตักทันที มือข้างหนึ่งจับหน้าอกที่แข็งแกร่งของเขา อีกข้างยกจานอาหารขึ้นมา

เธอเหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์สองฉบับที่วางอยู่บนโต๊ะ ดูก็รู้ว่านั่นแหละคือสาเหตุที่ทำให้นิวเกตดูโทรมแบบนี้

แปลกจริง…

แม้จะแพ้ซ้อมกับชิกิ นิวเกตก็ไม่เคยซึมขนาดนี้

“อยากดูก็ดูเลย ไม่มีอะไรหรอก”

นิวเกตรู้ทัน จึงพูดอย่างตรงไปตรงมา แล้วหยิบจานอาหารขึ้นมา เริ่มกินด้วยนิ้วมือสองนิ้วเหมือนของว่าง

รสชาติดีเลยทีเดียว อร่อยกว่าบาร์บีคิวซะอีก

เสียดายที่เขาเองไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับผู้หญิงเลย ไม่อย่างนั้นคงจะยอมตกลงกับบาจินไปนานแล้ว

แม้ว่าเธอจะมีเจตนาไม่ดี แต่ตราบใดที่ไม่กระทบถึงคนในครอบครัว เขาก็พอเข้าใจได้

บาจินยื่นมือไปหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมา แต่แค่มองผ่านๆ ก็วางลง ไม่ได้สนใจจะอ่านต่อ

เพราะอย่างที่คิดไว้…คนที่นิวเกตสนใจที่สุดก็คือ “ครอบครัว” เท่านั้น

บาจินไม่สนเรื่องการเล่นขายของแบบนี้เลย เธอสนแค่อย่างเดียวคือ “ต้องได้พันธุกรรมของนิวเกต” มาให้ได้ ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม

เพื่อสิ่งนี้ เธอจึงพยายามเข้าหานิวเกตมาตลอดสามปี พยายามทุกวันให้เขาประทับใจ

แต่ดูเหมือน…ในใจของเขา เธอยังเทียบไม่ได้กับแม้แต่กับเด็กกำพร้าเหล่านั้นด้วยซ้ำ

ฮืออออออ…

มันช่างเหนื่อยเหลือเกิน

( ดูทรงน่าจะใช่ล่ะ แม่ของวีวี่5555)

จบบทที่ ตอนที่ 36: ปัญหาของนิวเกตอน

คัดลอกลิงก์แล้ว