- หน้าแรก
- วันพีช : เกิดใหม่เป็นผู้อุปถัมภ์เริ่มต้นจากอคาอินุ
- ตอนที่ 16 – ได้ผมปีศาจมาไว้ในมือ แล้วจากไป
ตอนที่ 16 – ได้ผมปีศาจมาไว้ในมือ แล้วจากไป
ตอนที่ 16 – ได้ผมปีศาจมาไว้ในมือ แล้วจากไป
ตอนที่ 16 – ได้ผมปีศาจมาไว้ในมือ แล้วจากไป
“ท่านไฮดรัมครับ เรื่องนี้ท่านต้องยื่นเรื่องผ่านห้าผู้อาวุโสก่อน ขออภัยด้วย แต่พวกเราทำอะไรไม่ได้ และไม่อาจรับประกันความปลอดภัยของท่านระหว่างปฎิบัติการได้ด้วยครับ”
เจ้าหน้าที่ CPO คนหนึ่งพูดออกมาอย่างระมัดระวัง พยายามเลือกถ้อยคำให้เหมาะสม สีหน้าดูตึงเครียด ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะโมโหแล้วทำเรื่องบ้า ๆ ขึ้นมา
มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะในฐานะเจ้าหน้าที่ CPO บทเรียนแรกที่ต้องรู้คือ อย่าคาดหวังว่าพวกมังกรฟ้าจะมีเหตุผลเสมอไป
แต่ในฐานะ “หมารับใช้”พวกเขาไม่สามารถขัดเจ้านายได้ ทำได้แค่พูดให้ดี ใช้คำสุภาพผสมกับความจริง เพื่อให้เจ้านายยอมรับฟัง
ไฮดรัมขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม เธอเพียงแค่เสนอราคาต่ออย่างช้า ๆ
“ห้าร้อยล้านเบรี!”
ทุกเรื่องที่ต้องส่งเรื่องให้ห้าผู้อาวุโสอนุมัตินั้นล้วนยุ่งยาก พวกมังกรฟ้าส่วนใหญ่เกลียดความวุ่นวาย และเธอก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
งั้นคงต้องรอให้กลับไปก่อน แล้วให้สามีคนที่สองของเธอ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นทาสไปแล้วช่วยปลอบใจแทน พูดถึงหมอนั่น ปากก็หวานดีใช้ได้
ทางฝั่งรอส เขาได้ยินทุกอย่างที่พูดกันชัดเจน ก็รู้สึกโล่งใจอยู่ไม่น้อย ดูเหมือนว่าเขาจะได้ผลปีศาจลูกนั้นมาแน่นอนแล้ว
พวกมังกรฟ้าเป็นคนกลุ่มสุดท้ายที่เขาอยากเจอในเวลานี้ เพราะการมีเรื่องกับพวกนั้นมันยุ่งยากเกินไป ถ้าอีกฝ่ายเกิดอยากจับเขาไปเป็นของเล่นขึ้นมา เขาก็คงต้องหนีอย่างเดียว
แต่ความจริงแล้ว มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะธุรกิจประมูลกับการค้าทาสในเกาะชาบอนดี้ ก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับใช้พวกมังกรฟ้าโดยเฉพาะ
หาเงินจากพวกงี่เง่าแบบนั้นง่ายจะตาย เพียงแต่ต้องเสี่ยงหน่อยเท่านั้นเอง แต่นอกจากเรื่องความอันตราย ทุกอย่างก็แทบจะกำไรล้วน ๆ
“หกร้อยล้าน!”
รอสเสนอราคาทันที
ครั้งนี้ทางเผ่ามังกรฟ้าเงียบ ไม่ยื่นราคาสู้ เหมือนจะรู้สึกว่าราคานั้นเกินไปหน่อย ไม่คุ้มจะเสียเงินในกระเป๋าไปกับของเล่นแบบนี้
เวลาผ่านไปพักหนึ่ง พิธีกรบนเวทีก็ดูโล่งใจ แล้วตะโกนประกาศด้วยเสียงดังชัดเจน
“หกร้อยล้านเบรี! ครั้งที่หนึ่ง!”
“หกร้อยล้านเบรี! ครั้งที่สอง!”
“หกร้อยล้านเบรี! ครั้งที่สาม!”
“ขาย!”
เมื่อค้อนบนเวทีเคาะลง ผลปีศาจลูกนั้นก็ถูกยกลงไปอย่างช้า ๆ จากนั้นก็ยกของชิ้นถัดไปขึ้นมาแทน
เป็นนางเงือกตัวหนึ่ง ถูกขังอยู่ในถังน้ำ ราคาตั้งต้นสูงกว่าผลปีศาจที่ไม่ทราบความสามารถถึงสองเท่า!
แต่รอสไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ใต้ทะเลยังมีนางเงือกสวย ๆ อยู่อีกมาก เอาไว้ตอนแก่แล้วมีเวลาค่อยไปหาความสุขก็ยังไม่สาย
ตอนนี้ เขาควรทำหน้าที่ของ “สามี” ให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า
เขาเดินช้า ๆ เข้าไปด้านในของโรงประมูล เตรียมจ่ายเงินแล้วกลับ
ไม่ไกลจากตรงนั้น เจ้าหน้าที่ CP ทั้งกลุ่มที่เฝ้าระวังอยู่อย่างตึงเครียด ต่างพากันถอนหายใจอย่างโล่งอก ยังดีที่พวกเขารอดมาได้!
การรับใช้พวกมังกรฟ้าคือหน้าที่ที่เสี่ยงที่สุด แต่นักเรียนที่ถูกฝึกมาอย่างดีต่างรู้ดีว่า ถ้าเจอกับคนที่แข็งแกร่งกว่ามาก ๆ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?
คำตอบมีเพียงอย่างเดียว ต้องภักดีต่อมังกรฟ้าจนสุดชีวิต!
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนใน CP จะภักดีขนาดนั้น ยกเว้นพวกบ้า ๆ ที่อยู่ใน CPO เท่านั้น
หลังจากได้ผลปีศาจมาแล้ว รวมทั้งดาบอาชูรารุ่นที่สาม รอสก็รีบกลับไปที่โรงแรมทันที แล้วพาซาคาาสึกิออกมาด้วย
เขาไม่อยากเดาใจพวกมังกรฟ้า เพราะถ้าพวกนั้นเปลี่ยนใจมาโจมตีเขาเมื่อไหร่ เรื่องจะยุ่งมาก
ตอนนั้นเขาอาจจะต้องย้ายครอบครัวไปอยู่เกาะลอยฟ้า หรือไม่ก็ไปโลกใหม่ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว มันไม่เข้ากับแผนพัฒนาเลย
แผนเดิมของเขาคือจะพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งทั้งในฐานะขุนนาง ขุนพล และพ่อค้า ถ้าไม่ได้มาเจอซาคาาสึกิโดยบังเอิญ เขาคงแค่ส่งเงินไปสนับสนุนกองทัพเรือ แล้วให้ลูก ๆ กับลูกน้องของเขาเข้าไปฝึกฝนในนั้น
เขาไม่มีเวลาสอนลูก ๆ ทุกคนด้วยตัวเอง ดังนั้นให้เซฟเฟอร์ ( หรือก็คือซีโร่ที่ใช้แขนเป็นหินไคโรในเดอะมูฟวี่นั่นเอง) ในกองทัพเรือช่วยดูแลแทน น่าจะดีที่สุด
ถ้าเขาสนับสนุนเงินปีละห้าพันล้านเบรี อย่างน้อยควรได้ที่ฝึกในค่ายฝึกพิเศษบ้างล่ะนะ
ห้าพันล้านเบรีในปี 1480 นะเฟ้ย!
“ไปกันเถอะ ซาคาาสึกิ พวกเราอยู่นานเกินไปแล้ว กลับบ้านกันดีกว่า”
“ครับ”
ซาคาาสึกิที่ตอนนี้ดูเป็นนักเรียนสายวิชาการมากขึ้น ปิดหนังสือที่อ่านอยู่ลง ลุกขึ้นพยักหน้าช้า ๆ แล้วเริ่มเก็บข้าวของที่เตรียมไว้ กล่องของขวัญที่เตรียมให้คนอื่นวางไว้ในกล่องใหญ่ ส่วนดินปืนที่เตรียมไว้ให้โมน่า เขาแยกใส่กระเป๋าอีกใบต่างหาก
หลังจากจ่ายค่าเช่าห้องเสร็จ รอสก็พาซาคาาสึกิออกเดินทาง โดยมีโมกาซิเป็นจุดหมาย ปล่อยให้ก้อนเมฆพาพวกเขาลอยไปยังนอร์ทบลู
ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไรเลย จนกระทั่งพระอาทิตย์ใกล้ตก พวกเขาก็มาถึงกองเรือใหญ่ซึ่งมีเรือสามลำ เด็ก ๆ บนเรือแต่ละลำต่างก็ช่วยงานกันอยู่
“คุณรอสครับ คุณกอลลี่กับพวกคุณผู้หญิงกำลังทานมื้อเย็นกันอยู่ในห้องกัปตันครับ”
ทันทีที่รอสขึ้นเรือ นายทหารเฝ้าเรือก็รีบเข้ามารายงาน
รอสพยักหน้ารับคำ แล้วหันไปพูดกับซาคาาสึกิ
“ไปด้วยกันไหม? แล้วพรุ่งนี้เราค่อยให้ของขวัญเป็นเซอร์ไพรส์”
“ครับ”
ซาคาาสึกิตอบสั้น ๆ แต่สีหน้าแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในใจเขา
ช่วงเวลาที่ผ่านมาเปลี่ยนเขาไปมาก จากความเกลียดชังและความรุนแรงที่เคยมี ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจโลกมากขึ้น
โจรสลัดยังมีให้จัดการอีกมาก แต่คนที่สร้างพวกโจรสลัดขึ้นมานั้นกลับแตะต้องไม่ได้
หากมองให้ลึกลงไป พวกที่เป็นโจรสลัดส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่คนชั่วร้ายล้วน ๆ หรอก พวกเขาอาจเคยเป็นทาส หรือคนที่โดนกดขี่
แม้ว่าเรื่องพวกนี้จะไม่สามารถลบล้างความผิดของพวกเขาได้ เพราะยังไงโจรสลัดก็คือโจรสลัด แต่หลังจากเห็นการค้าทาส และพวกมังกรฟ้ากับตาตัวเอง เขาก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาอย่างช้า ๆ ว่า
“แค่ฆ่าโจรสลัด มันเปลี่ยนโลกนี้ไม่ได้หรอก”
มันเหมือนในหนังสือ สถานีสุดท้าย ที่ “ทหารหมายเลข 68” เขียนไว้:
เกาะไทค์อยู่ใกล้อาณาจักรมากที่สุด หลังสงคราม มันก็ยังเหมือนเดิม ไม่ต่างจากตอนที่ผมไปถึงแนวหน้า ผู้บังคับบัญชาบอกว่า หลังชัยชนะ อาณาจักรจะได้ผลประโยชน์มหาศาล ส่วนพวกเราทหาร จะได้รางวัลตอบแทนอย่างงาม ผมได้เหรียญกล้าหาญระดับสอง แต่สิ่งที่ได้จริง ๆ มีแค่เงินแสนเดียวเพื่อนผมที่ไม่มีผลงานเลยได้มาแค่สองพันเบรี ซื้อข้าวได้แค่ไม่กี่มื้อ ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม
เรื่องแบบนี้มีอยู่ทั่วไป และทุกครั้งที่ “ทหารหมายเลข 68” ไปถึงเกาะใหม่ เขาก็พบภาพเดิมซ้ำ ๆ
ยิ่งเห็นแบบนั้น ซาคาาสึกิก็ยิ่งเข้าใจ
ภาพเล็ก ๆ เหล่านี้ เหมือนคลื่นในทะเล มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ฝั่งหนึ่งคือกองทัพกับโจรสลัด อีกฝั่งคือรัฐบาลโลกกับพวกมังกรฟ้า
“ซาคาสึกิ คิดอะไรอยู่เหรอ?”
“อาจารย์ครับ… ผมอยากช่วยผู้คนให้ได้มากกว่านี้ ผมต้องทำยังไงครับ?”
“ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจแล้ว ว่าทำไมฉันถึงให้เธออ่านหนังสือพวกนั้นสินะ”
รอสยิ้มบาง ๆ แล้วลูบหัวเขาเบา ๆ
เอาจริง ๆ เขาอยากให้เด็กคนนี้เป็นลูกแท้ ๆ ของตัวเองจริง ๆ แบบนี้คงเหนื่อยน้อยลงเยอะ