- หน้าแรก
- วันพีช : เกิดใหม่เป็นผู้อุปถัมภ์เริ่มต้นจากอคาอินุ
- ตอนที่ 1 ซากาสึกิ ผู้ที่เต็มไปด้วยความแค้น
ตอนที่ 1 ซากาสึกิ ผู้ที่เต็มไปด้วยความแค้น
ตอนที่ 1 ซากาสึกิ ผู้ที่เต็มไปด้วยความแค้น
ตอนที่ 1 ซากาสึกิ ผู้ที่เต็มไปด้วยความแค้น
“ไม่นะ เฮลีย์ อย่าทำให้ผมตกใจสิ! ได้โปรดเถอะ! อย่าทิ้งผมไป!”
“ซากาสึกิ... แค่ก แค่ก... เธอต้อง... มีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้นะ!”
“เฮลีย์!!!” ซากาสึกิร้องเรียก พลางกอดร่างที่ยังอุ่นอยู่ไว้แน่น เขาร้องคำรามออกมาอย่างเจ็บปวด แต่ถึงแม้เขาจะโศกเศร้าเพียงใด เขาก็ไม่กล้ากรีดร้องออกมาเสียงดัง
ทุกคนตายหมดแล้ว ทุกคน! ไอ้พวกโจรสลัดสารเลวนั่นฆ่าทุกคนตายหมดแล้ว!
น้ำตาของเขาไหลออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้
“ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก~” หยดน้ำตาร่วงลงบนเสื้อผ้าของหญิงสาว ราวกับสายฝน ชะล้างเลือดสีแดงสดให้เจือจางลง มันไหลซึมไปตามรอยแผล แล้วซึมลงสู่พื้นดิน
ซากาสึกิเงยหน้าขึ้น เปลวเพลิงลุกโชนสะท้อนในดวงตา
มันคือเปลวเพลิงแห่งความแค้น และกองเพลิงฉลองของเหล่าโจรสลัดที่มีฟืนคือสิ่งที่เรียกว่า “หมู่บ้าน!”
ที่นี่คือนอร์ทบลู ดินแดนซึ่งความโสมมกับความโรแมนติกที่ดำรงอยู่ร่วมกัน
ที่นี่มีทั้งกลุ่มมาเฟียที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับสองรองจากทะเลอีสบลู และเป็นยูโทเปียที่งดงามไม่แพ้ทะเลเซาท์บลู
แต่สำหรับซากาสึกิ ไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม.หากมีโจรสลัดอยู่ ที่นั่นก็ไม่ต่างไปจาก
“นรก”
“แม่งเอ๊ย!” เขากัดฟันกรอด ขาทั้งสองรู้สึกหนักราวกับถูกถ่วงด้วยลูกตุ้มเหล็กจนแทบขยับไม่ได้ แต่จิตใจอันแน่วแน่ก็บังคับให้ร่างกายต้องขยับ
หลังจากวางร่างของหญิงสาวลง เขาก็เริ่มใช้มือขุดดินใกล้ ๆ หวังว่าจะฝังเธอไว้ในบ้านเกิดที่ถึงจะกลายเป็นกองฟืนไปแล้ว
แต่อย่างน้อย... เธอก็จะไม่ได้อยู่เพียงลำพังภายในผืนดินแห่งนี้
“ขอโทษทีนะ หนุ่มน้อย ดูเหมือนฉันมาช้าไป...”
เงาร่างหนึ่งบังแสงตรงหน้า พร้อมกับเสียงของผู้ชายที่ทุ้มแต่อ่อนโยนดังขึ้น
“ใครน่ะ!”
หัวใจของซากาสึกิบีบรัดแน่น บางทีนี่อาจเป็นสัญชาตญาณเฉพาะตัว เขารีบคว้ากำทรายขึ้นมากำไว้แน่น แล้วหันกลับไปมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดุดัน พร้อมจะตอบโต้ทันทีหากถูกจู่โจม
แต่เพียงครู่เดียว เขาก็ลังเล แล้วขยับตัวบังร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวไว้เบื้องหลังอย่างมิดชิด
คราวนี้... ถึงตาผมตายเพื่อปกป้องคุณบ้างแล้ว...
ซากาสึกิคิดอย่างสิ้นหวัง เขารู้ดีว่าตัวเองก็ไม่ต่างจากเทียนที่ใกล้ดับ เพียงลมพัดเบา ๆ ก็พร้อมจะล้มลง
“เป็นพรสวรรค์ที่ดี สัญชาตญาณการระวังภัยก็ดีเหมือนกัน” ชายปริศนาเอ่ยชม
รอสพยักหน้าพร้อมกับชมไปด้วย โดยไม่แสดงท่าทีใส่ใจกับการกระทำของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
เขารับรู้ได้ชัดเจนถึงความเกลียดชังและความมุ่งร้ายที่แผ่ออกมาจากตัวซากาสึกิ
แต่มันไม่ได้มุ่งมาที่เขาโดยตรง หากแต่เป็นเหล่าโจรสลัด
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมองเขาเป็นโจรสลัดโดยอัตโนมัติ ทั้งที่ตอนทักทาย เขาก็พยายามแสดงความเป็นมิตรแล้ว
แต่... นั่นก็ไม่แปลกนัก
จากสัมผัสที่เขารับรู้ได้ เด็กหนุ่มผู้มีบาดแผลเต็มตัวคนนี้ อาจเป็นเพียง "คนเดียว" ที่ยังหลงเหลืออยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้
และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายเพิ่งจะเผชิญกับความเจ็บปวดทางจิตใจอย่างรุนแรงมาไม่นานนี้
รอสละสายตามองร่างของหญิงสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหลังอีกฝ่าย พลางถอนหายใจเบา ๆ ต่อความโหดร้ายของท้องทะเล
“ผมขอโทษครับคุณลุง ผม...” ซากาสึกิเก็บความมุ่งร้ายกลับหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
เขาตั้งสติได้ และรับรู้ว่าชายแปลกหน้าที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขา ไม่ใช่โจรสลัด
เพราะท้ายที่สุดแล้ว โจรสลัดมักจะไม่ใช้ปากไว้พูด มีแต่ดาบที่ไว้ใช้สื่อสารเท่านั้น
“ไม่เป็นไรหรอก เด็กหนุ่มน้อย ฉันเข้าใจดีว่าความรู้สึกแบบนั้นมันเป็นยังไง ฉันเคยเห็นเรื่องแบบนี้มามากมายจนชินแล้วระหว่างการเดินทางไปรอบโลกของฉัน”
รอสไม่ได้ถือสาอะไร และเริ่มพยายามสื่อสารกับเด็กหนุ่มตรงหน้า
“ขอฉันแนะนำตัวหน่อยนะ ฉันชื่อรอส เป็นนักเดินเรือที่ท่องเที่ยวไปทั่วทะเล แล้วเธอล่ะ?”
“ผมชื่อซากาสึกิ ส่วนเธอชื่อเฮลีย์... เธอคือ... ครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของผม!”
ขณะที่พูด ซากาสึกิก็ค่อย ๆ อุ้มร่างของหญิงสาวขึ้นมาด้วยมือที่เต็มไปด้วยทราย
ในแววตาเขาแฝงไว้ทั้งความอ่อนโยนและความคิดถึง แต่เพียงไม่นาน แววตานั้นก็เปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอันรุนแรง
“ซากาสึกิเหรอ? …ซากาสึกิ…”
รอสพึมพำชื่อนั้นซ้ำ ๆ ด้วยเสียงแผ่วเบา พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ในฐานะของผู้ที่เดินทางข้ามกาลเวลา เขารู้ดีว่าชื่อนี้มีความหมายแค่ไหน!
ไม่แปลกเลย!
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงมีจิตใจที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างรุนแรงและคลื่นแห่งความเกลียดชัง ที่นิ่งราวกับน้ำในแอ่งตามการรับรู้ของเขา!
ความปรารถนาอันแรงกล้าของ " อาคาอินุ “ ที่จะล้างบางโจรสลัดทั้งหมดนั้น มีต้นกำเนิดมาจากความคิดและประสบการณ์ส่วนตัวของเขาเอง!
เขาเคยคิดว่าการเดินทางในทะเลครั้งนี้จะเป็นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ออกผจญภัย เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ช่วยเหลือผู้คน รับจ้างเล็กน้อย และอบรมสั่งสอนเด็ก ๆ ไปเรื่อยเปื่อย
แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้พบกับ “อาคาอินุ” ผู้ที่จะโด่งดังในอนาคต!
และในเมื่อได้พบกันแล้ว...
แผนการของเขาก็คงจะต้องมี "เส้นทางใหม่" เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งเส้นแล้ว
“ฉันเข้าใจดี”
รอสพูดขึ้นเบา ๆ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็นั่งยองลงข้าง ๆ
“ฉันรู้ว่าเธอเศร้าแค่ไหนในตอนนี้ และความรู้สึกไร้หนทางที่มาจากการไม่มีพลังพอจะล้างแค้น มันรู้สึกยังไง”
เขาตบไหล่ซากาสึกิเบา ๆ แล้วพูดต่อ
“แต่มันไม่เป็นไร อย่าเพิ่งสิ้นหวังไป บางที สิ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอ อาจจะมาถึงในอนาคตก็ได้ เหมือนอย่างที่ฉันปรากฏตัวต่อหน้าเธอในตอนนี้”
“ ตอนนี้เธอมีสองทางเลือก
หนึ่ง ฉันจะช่วยเธอล้างแค้นพวกโจรสลัดให้เดี๋ยวนี้
หรือสอง รอจนวันหนึ่งในอนาคต วันหนึ่งที่เธอแข็งแกร่งมากขึ้นพอ ที่ทำมันได้ด้วยตัวเอง!”
“ผม...ผมจะทำได้จริงเหรอ?” ซากาสึกิถึงกับอึ้งไป
เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครพูดแบบนี้กับเขาเลย
ในโลกที่โหดร้ายเหมือนนรกนี้ คนที่ยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทบไม่มีอยู่จริง!
แต่ความแค้น และแสงแห่งความหวังในหัวใจของเขาผลักให้เขาต้องถามมันออกไปอย่างเงียบ ๆ
เหมือนที่ชายตรงหน้าพูดไว้ “ความหวังที่ว่าอาจจะมาถึงแล้วก็ได้”
แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของชายตรงหน้าจะดูไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไปก็ตาม...
รอสมองเห็นแววตาของซากาสึกิ
ที่ในนั้นมีทั้งความลังเล ความสงสัย และความสงสัยในตัวของเขาเอง
แต่เด็กหนุ่มก็ยังให้เกียรติ ไม่พูดออกมาตรง ๆ
ก็ไม่แปลก...
รูปร่างของเขาที่สูง 2.3 เมตรแต่ผอมแห้ง มันก็คงดูไม่น่าเกรงขามสักเท่าไรจริงๆนั่นแหละ...
“ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนที่ตัดสินผู้คนจากภายนอกเท่านั้นนะ หนุ่มน้อย”
“เธอควรรู้ไว้ว่า สิ่งที่เห็นทั้งหมดอาจไม่ใช่ความจริงก็ได้”
“เอาล่ะทีนี้ บอกฉันมาสิว่าเธอเลือกอะไร!”
“พรึ่บ”
“ฆ่าพวกมันให้หมด!”
โดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว ซากาสึกิก็ตัดสินใจในทันทีที่ได้ยินคำถามซ้ำเป็นครั้งที่สอง
แม้แต่การลังเลเพียงชั่ววินาทีก็ถือเป็นการไม่เคารพต่อผู้ที่จากไปแล้ว!
เขารู้ดีว่า ถ้าเอ่ยขอให้รอสช่วยในตอนนี้ อาจจะดูไม่มีมารยาท
แต่ถ้าเขาไม่พูดออกไป แล้วเมื่อไหร่ครอบครัวของเขาจะได้หลับอย่างสงบ?
ในขณะนั้นเอง เขาก็ฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่รอส
แววตาของเขาดูมุ่งมั่น น้ำตาแห้งเหือด
เขาคุกเข่าลงกับพื้น กอดร่างของหญิงสาวไว้แน่น ก้มศีรษะลง พลางเอ่ยคำขอด้วยเสียงสั่น
“เงยหน้าขึ้น หนุ่มน้อย”
“แค่ร้องขออย่างเดียวไม่ได้ทำให้ความฝันเป็นจริงได้หรอกนะ”
“ถ้าเธอเกลียดโจรสลัด งั้นก็จงพยายามจนสามารถยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกนี้ให้ได้!”
ทันทีที่รอสพูดจบ เมฆก้อนหนึ่งก็ยกร่างของทั้งสองคน และศพของหญิงสาว
พุ่งลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า!
ซากาสึกิมองภาพทุกอย่างด้วยความตกตะลึง
ขณะที่เสียงทุ้มทรงพลังของรอสก็ดังแว่วมาเข้าหู
ในขณะนี้... ความอ่อนโยนของเขาที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ได้จางหายไปหมดแล้ว
ใบหน้าของเขานิ่งเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์
ดวงตาเย็นชาราวกับไม่มีสิ่งใดบนโลกนี้จะสามารถทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวได้
ราวกับเทพเจ้าผู้เฝ้ามองโลกมนุษย์จากเบื้องบน
ซากาสึกิยกศีรษะขึ้นเล็กน้อยแล้วมองไปด้านหลัง เขาไม่เพียงเห็นแผ่นหลังสูงใหญ่ของรอส แต่ยังได้สัมผัสกับทิวทัศน์งดงามที่ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงด้วย!
“สิ่งที่เธอต้องทำตอนนี้ไม่ใช่การโศกเศร้าหรือการคิดถึงอดีตที่ผ่านมา แต่ต้องจับตาจดจ่อกับเป้าหมายและก้าวไปข้างหน้า! ก้าวไปข้างหน้า! ก้าวไปข้างหน้าอีก! ก้าวแล้วก้าวเล่า! จนกว่าจะไปถึงและเหนือกว่ามัน!”
บรรยากาศที่เกิดขึ้นขณะที่คำพูดเหล่านั้นถูกกระซิบบอกข้างหู เขากลับเห็นเมฆขาวก้อนใหญ่กำลังรวมตัวเหนือเมืองที่กำลังไหม้
เหมือนกับว่า...
“อาทิตย์อัสดง-เมฆาเพลิง!”
รอสยกมือขึ้นแล้วกำมือแน่น
เมฆขาวหมุนวนในใจกลางเมืองเหมือนพายุทอร์นาโด ดูดเอาเปลวไฟทั้งหมดเข้าไปและกลายเป็นพายุทอร์นาโดเพลิงที่ร้อนแรง!
น้ำตาหยดหนึ่งตกจากตาของซากาสึกิที่แห้งเหือดไปแล้ว
เปลวเพลิงแห่งความเกลียดชังกลายเป็นเปลวเพลิงแห่งความหวัง!