เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่มที่ 1 ความฝันแห่งจักรวาล ตอนที่ 1 ฝันร้าย

เล่มที่ 1 ความฝันแห่งจักรวาล ตอนที่ 1 ฝันร้าย

เล่มที่ 1 ความฝันแห่งจักรวาล ตอนที่ 1 ฝันร้าย


ดวงตาของอู๋ผีฝูแดงก่ำดุจโลหิต แต่ว่าเขาไม่ได้หันกลับไปมองแม้แต่น้อยขณะวิ่งผ่านร่างไร้วิญญาณของหวังซิ่วถิงและหลี่อันไป ร่างกายโซซัดโซเซจนเกือบจะล้มลง โชคยังดีที่วิชาพยัคฆ์อสูรเน้นการฝึกฝนช่วงล่างอย่างล้ำลึก ทำให้เขาไม่ถึงกับต้องพลาดท่าล้มลงในช่วงเวลาสำคัญชี้เป็นชี้ตายจนต้องสังเวยชีวิตไป

ฝันร้ายระดับ 2!

คาดไม่ถึงว่าจะเป็นฝันร้ายระดับ 2!

อู๋ผีฝูไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะต้องเผชิญหน้ากับฝันร้ายระดับ 2 พวกเขาสามคนที่เหลือรอดจึงต้องตายไปถึงสองคนในชั่วพริบตา ยิ่งไปกว่านั้น ด้านนอกนั่นไม่มีสถานที่ใดที่สามารถป้องกันฝันร้ายได้อีกต่อไปแล้ว!!

แม้ว่าในใจของอู๋ผีฝูจะเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่จะยอมนั่งรอความตายอยู่เฉยๆ ด้วยแรงผลักดันจากสัญชาตญาณที่ต้องการเอาชีวิตรอด เขาจึงเริ่มออกตัววิ่งอย่างบ้าคลั่งตรงไปยังหัวมุมด้านหน้าสุดแรงเกิด

เคลื่อนไหวดุจพยัคฆ์ บ้าคลั่งดั่งอสูร ในตอนนี้เองที่อู๋ผีฝูเข้าใกล้สภาวะจิตของเคล็ดวิชานี้เป็นครั้งแรก

ที่นี่คือโกดังอันเปลี่ยวร้างแห่งหนึ่งใกล้กับลู่เจียจุ่ย ย่านศูนย์กลางทางการเงินของมหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับเขตสัมปทานฝรั่งเศส โดยมีแม่น้ำคั่นกลาง เป้าหมายของเขาก็คือเขตสัมปทานฝรั่งเศสที่อยู่อีกฟากฝั่งของแม่น้ำ! (ลู่เจียจุ่ย (陆家嘴 / Lùjiāzuǐ) คือชื่อของย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ที่ตั้งอยู่ในเขตผู่ตง (浦东) ของมหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน)

เวลานี้ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว ไม่ใช่โลกอนาคตในศตวรรษที่ 21 แม้ว่าเซี่ยงไฮ้ในยุคสาธารณรัฐจะเป็นโลกแห่งความบันเทิงเริงรมย์ดังคำกล่าว "กระดาษเมาทองหลงใหล" แต่นอกเหนือไปจากเขตสัมปทานต่างๆ และย่านที่เจริญรุ่งเรืองแล้ว พื้นที่อื่นๆ ก็ไม่ได้มีการวางโครงสร้างพื้นฐานเช่นเดียวกับในโลกอนาคต ดังนั้นเมื่ออู๋ผีฝูวิ่งออกมาจากแสงสลัวๆ ของโคมไฟถนนข้างโกดัง ด้านหน้าของเขาจึงมีแต่ความมืดมิดแผ่คลุมไปทั่ว

แต่อู๋ผีฝูมิไม่ลังเลหรือหยุดชะงักแม้แต่น้อยนิด เขาทะยานร่างพุ่งตรงเข้าไปในความมืดมิดทันที อาศัยแสงสะท้อนริบหรี่บนผิวน้ำของแม่น้ำข้างหน้าเป็นเครื่องนำทางพุ่งต่อไป

เขารู้ดีว่าฝันร้ายกำลังจับจ้องมองเขาอย่างหยอกเย้า ปฏิบัติกับการหลบหนีของเขาด้วยท่าทีดุจแมวกำลังไล่จับหนู

ที่นี่คือโลกความเป็นจริงพื้นฐาน 0.9 ส่วนฝันร้ายระดับ 2 ตนนี้มาจากโลกความเป็นจริงพื้นฐาน 0.8 ดังนั้นมันจึงสามารถสำแดงอานุภาพทั้งหมดออกมาได้อย่างเต็มที่ ณ ที่แห่งนี้ หรืออาจจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ เมื่อครู่เพียงแค่การเผชิญหน้ากันชั่ววูบเดียว ฝันร้ายระดับ 2 ตนนี้ก็ฆ่าหวังซิ่วถิงและหลี่อันไปได้ถึงสองคน การที่เขาสามารถรอดชีวิตมาได้นั้นไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่งของตนเอง แต่เป็นเพราะโชคช่วยเท่านั้น

ฝันร้ายตนนี้เพียงแค่ต้องการลิ้มรสชาติความหวาดกลัวที่แผ่ออกมาจากตัวเขาเท่านั้น!

แต่...

ลูกผู้ชายจะยอมแพ้ได้อย่างไร!?

แม้ว่าจะต้องตาย เขาก็ขอตายบนเส้นทางแห่งการต่อสู้!!

ข้างหน้ายังมีทางรอด และเป็นทางรอดเพียงหนึ่งเดียว!!!

ในโลกแห่งความฝันของโลกความเป็นจริงพื้นฐาน 0.9 นี้ มีสถานที่คุ้มภัยระดับ 1 อยู่ทั้งหมดสามแห่งด้วยกัน คือของเขา ของหวังซิ่วถิง และของหลี่อัน

สถานที่คุ้มภัยของหลี่อันนั้นถูกทำลายไปเมื่อปีก่อน ซึ่งก็คือปี 1934 อันเป็นผลกระทบมาจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในเซี่ยงไฮ้ เนื่องจากหลี่อันได้เข้าร่วมปฏิบัติการของ 'หน่วยสีแดง' โดยหวังจะสร้างอิทธิพลให้ตนเอง แต่สุดท้ายกลับถูกสายลับของหน่วยจงถ่งทำลายไปเสียก่อน (หน่วยปืนใหญ่ในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง จงถ่ง มีบทบาทสำคัญในการพัฒนายุทธศาสตร์การรบ โดยเฉพาะในการรับมือกับพวกเร่ร่อนทางเหนือ หรือป้องกันเมืองต่าง ๆ จากการรุกราน)

ส่วนสถานที่คุ้มภัยของหวังซิ่วถิงก็คือโกดังเมื่อสักครู่นั่นเอง ซึ่งมันได้ถูกทำลายไปแล้วเช่นกัน ในตอนที่ฝันร้ายระดับ 2 บุกทะลวงเข้ามา ตอนนี้จึงเหลือเพียงสถานที่คุ้มภัยของเขาเท่านั้น ซึ่งตั้งอยู่ในเขตสัมปทานฝรั่งเศสข้างหน้า นั่นคือความหวังสุดท้ายในการหลบหนีของเขา!

อู๋ผีฝูพุ่งทะยานออกจากภายในโกดังตรงไปยังผิวแม่น้ำ เขาโผนทะยานร่างขึ้นกลางอากาศโดยตรง ร่างกายดุจพยัคฆ์ กระโจนเข้าใส่ข้างหน้าอย่างดุดัน เสียงดัง ตู๊ม! ร่างของเขาก็ตกลงไปในน้ำ

เดิมทีเขาว่ายน้ำไม่เก่งนัก แต่ในวิชาพยัคฆ์อสูรก็มีวิธีการฝึกฝนในน้ำอยู่ด้วย ทั้งยังมีท่วงท่าว่ายน้ำแบบพยัคฆ์อีกต่างหาก เพียงแต่อู๋ผีฝูยังฝึกปรือได้ไม่ช่ำชองนัก เมื่อถึงคราวจำเป็นต้องใช้ท่านี้ เขาก็เริ่มตะเกียกตะกายแหวกว่ายไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง

ชั่วครู่ต่อมา เขาก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกเสียดกระดูกที่แผ่มาจากแผ่นหลัง เวลานี้เป็นช่วงเดือนมิถุนายนของเซี่ยงไฮ้พอดี อากาศเริ่มร้อนอบอ้าวแล้ว ต่อให้เขากำลังตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงไอเย็นอันหนาวเหน็บถึงกระดูกเช่นนี้ ดังนั้น ความเย็นยะเยือกนี้จึงบ่งบอกได้เพียงสิ่งเดียว

ฝันร้ายตนนั้นตามมาถึงด้านหลังของเขาแล้ว!

อู๋ผีฝูยังคงตะเกียกตะกายไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง ทั่วทั้งร่างของเขาในยามนี้ปรากฏสีแดงเรื่อ เหนือศีรษะถึงกับมีกลุ่มไอลอยกรุ่นขึ้นมา การโคจรพลังลมปราณและโลหิตของวิชาพยัคฆ์อสูรถูกเขาเค้นออกมาจนถึงขีดสุด สภาวะเช่นนี้ไม่อาจคงอยู่ได้นาน แต่มันก็ทำให้สองมือของเขามีพละกำลังมหาศาล

เมื่อใช้กำลังทั้งหมดแหวกว่ายไปข้างหน้าในตอนนี้ ความเร็วจึงเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกตะลึง

แต่ เขาก็ยังคงสลัดไอเย็นยะเยือกที่ไล่ตามติดอยู่เบื้องหลังไม่หลุด

นั่นคือฝันร้ายจากโลกแห่งความฝันของโลกความเป็นจริงพื้นฐาน 0.8 มันคือตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวจำพวกวิญญาณต้องสาป ไร้แก่นสาร ไร้รูปร่าง มีความเร็วที่เหนือล้ำกว่าตรรกะและมโนทัศน์ใดๆ สามารถเคลื่อนย้ายในพริบตา ทั้งยังสามารถเปลี่ยนแปลงและบิดเบือนมิติทางกายภาพรวมถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ ได้

นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมจิตใจมนุษย์ ทำให้เกิดภาพมายา หากปราศจากเคล็ดวิชาหรือพลังที่สามารถต่อต้านได้ มันถึงกับสามารถสังหารคนทั้งกองทัพได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

วิชาพยัคฆ์อสูรในสภาวะโคจรลมปราณและโลหิตและกระตุ้นศักยภาพแฝงเร้นสามารถต้านทานภาพมายาได้ แต่กลับไม่สามารถต้านทานการดูดกลืนพลังชีวิตของฝันร้ายตนนี้ ไม่จำเป็นต้องทำสิ่งอื่นใดเลย (โคจรเลือดลม)

เพียงแค่ฝันร้ายตนนี้สัมผัสตัวเขาเบาๆ เพียงครั้งเดียว เขาก็จะจมดิ่งลงสู่ก้นแม่น้ำแห่งนี้ทันที ตายชนิดที่ว่าไม่สามารถตายได้มากกว่านี้อีกแล้ว

แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำอธิษฐานของเขาได้ผล หรือเป็นเพราะฝันร้ายตนนั้นต้องการจะหยอกเย้าเขาเล่นอีกสักครู่กันแน่ อู๋ผีฝูเพียงแค่รู้สึกถึงไอเย็นที่แผ่นหลังเท่านั้น กลับไม่ได้รับการโจมตีอื่นใดเลย คาดไม่ถึงว่ามันจะปล่อยให้เขาข้ามแม่น้ำสายนี้มาได้จริงๆ จนกระทั่งเขาสามารถบุกเข้ามาในเขตแดนของเขตสัมปทานฝรั่งเศสข้างหน้าได้สำเร็จ

ปีนี้คือปี 1935 แม้ว่าพวก 'ญี่ปุ่น' จะเริ่มรุกรานแผ่นดินจีนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่ได้บุกโจมตีเซี่ยงไฮ้ และถึงแม้ว่าเขตสัมปทานของชาติต่างๆ จะเริ่มระแวดระวังพวกญี่ปุ่นอยู่บ้าง แต่ด้วยความหยิ่งผยองของพวกเขา จึงไม่คิดว่าพวกญี่ปุ่นจะกล้าล่วงละเมิดเขตสัมปทานของชาติตน ดังนั้น นอกจากจะมีการลาดตระเวนตามปกติแล้ว บริเวณชายแดนของเขตสัมปทานฝรั่งเศสจึงไม่มีสิ่งใดอย่างเช่นไฟสปอตไลท์หรือด่านตรวจเลย

อู๋ผีฝูจึงอาศัยความมืดมิดยามค่ำคืนพุ่งตรงไปยังตำแหน่งสถานที่คุ้มภัยของตน

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขารู้สึกไปเองหรือไม่ ไอเย็นยะเยือกบนแผ่นหลังกลับรุนแรงยิ่งขึ้น

ไม่ ไม่ใช่ความรู้สึกไปเอง เจ้าสิ่งนี้สามารถแทรกซึมเข้ามาในห้วงความคิดของมนุษย์ได้โดยตรง สร้างภาพมายาให้แก่มนุษย์ ดังนั้นมันย่อมต้องสามารถรับรู้ถึงความคิดของเขาได้อย่างแน่นอน ยิ่งเข้าใกล้จุดหมายปลายทางมากเท่าไหร่ เจ้าสิ่งนี้ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะสังหารเขามากขึ้นเท่านั้น

เมื่อพิจารณาจากสัญชาตญาณอันน่าสะพรึงกลัวและชั่วร้ายของฝันร้ายเท่าที่เขารู้จักแล้ว ช่วงเวลาที่ฝันร้ายระดับ 2 ตนนี้มีแนวโน้มจะสังหารเขาสูงที่สุดก็คือ ในชั่วพริบตาที่เขากำลังจะมีชีวิตรอดนั่นเอง!?

อู๋ผีฝูรีบเริ่มทำจิตให้ว่างเปล่าทันที

นี่เป็นวิธีการที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลในการรับมือกับการรับรู้ความคิดของฝันร้าย

เพียงแต่ว่าระหว่างความเป็นและความตายนั้นมีความน่าสะพรึงกลัวอย่างใหญ่หลวงแฝงอยู่ เขาก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง จะสามารถทำจิตให้ว่างเปล่าได้อย่างสมบูรณ์ได้อย่างไรกัน?

อู๋ผีฝูทำได้เพียงพยายามอย่างสุดชีวิตที่จะระลึกถึงรายละเอียดต่างๆ ของวิชาพยัคฆ์อสูร รูปลักษณ์ดุจพยัคฆ์ จิตวิญญาณดั่งอสูร

แม้ว่าวิชาพยัคฆ์อสูรจะเป็นศาสตร์ยุทธ์จำพวกมวยสิงอี้ การเดินพลังและฝึกฝนล้วนยึดเอารูปลักษณ์พยัคฆ์เป็นสำคัญ แต่ยามที่ต้องดำรงจิตระลึกถึงนั้น กลับไม่ใช่การเลียนแบบพยัคฆ์ในโลกความเป็นจริง หากแต่เป็นความบ้าคลั่งดุจอสูร! (ศาสตร์ยุทธ์ 'ศาสตร์กั๋วซู่' (国术))(มวยสิงอี้ (Xing Yi Quan / 形意拳) คือหนึ่งในมวยจีนภายใน (Neijia) ที่เก่าแก่และทรงพลังที่สุด มีรากฐานทางปรัชญาและศาสตร์ยุทธ์ที่ลึกซึ้ง เน้นพลังระเบิดและความเรียบง่ายที่ทรงประสิทธิภาพ)(เดี๋ยวผมลงข้อมูลรายละเอียดเพิ่มในช่วงท้ายนะครับ)

จิตปั่นป่วนและบ้าคลั่ง ท่ามกลางความบ้าคลั่งนั้นมีแก่นแท้แฝงอยู่ พิทักษ์รักษาทุ่งนาแห่งจิตใจให้สะท้อนถึงธรรมชาติที่แท้จริง

นี่คือเคล็ดวิชาที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากศาสตร์ยุทธ์สายหลักทั่วไป

ศาสตร์ยุทธ์แขนงอื่นล้วนต้องการจิตใจที่สงบกระจ่าง การเพ่งพิจารณาธรรมชาติแท้ที่เรียกกันนั้น ก็เพื่อเข้าถึงความว่าง แต่วิชาพยัคฆ์อสูรนี้กลับตรงกันข้ามอย่างแท้จริง ไม่เพียงแต่ต้องการให้ผู้ฝึกมีจิตใจที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งดุจอสูรในยามเดินพลังและฝึกฝนเท่านั้น ยิ่งมีความคิดฟุ้งซ่านและความบ้าคลั่งในใจมากเท่าไหร่ยิ่งดี รอจนกระทั่งฝึกฝนวิชาพยัคฆ์อสูรนี้ไปจนถึงขั้นที่สามารถสงบนิ่งลงได้ท่ามกลางความบ้าคลั่งนั้น และสามารถดำรงรักษาสภาวะจิตอันสงบนิ่งแม้เพียงน้อยนิดไว้ได้ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายและความคิดฟุ้งซ่าน วิชาพยัคฆ์อสูรชุดนี้จึงจะถือว่าบรรลุถึงขั้นก้าวขึ้นสู่โถงใหญ่เข้าสู่ห้องในแล้ว

โดยธรรมชาติแล้วอู๋ผีฝูยังไปไม่ถึงขอบเขตนั้น หากจะกล่าวตามจริงแล้ว เขาก็เป็นเพียงผู้ที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่วิชาเท่านั้น ในหน้าต่างข้อมูลของสมองกลหลักก็แสดงให้เห็นว่าวิชาพยัคฆ์อสูรของเขามีระดับความชำนาญเพียงแค่เพิ่งเริ่มมองเห็นลู่ทางจริงๆ

ในเวลานี้ อู๋ผีฝูทำได้เพียงใช้ความคิดฟุ้งซ่านต่างๆ นานามาแทนที่การทำจิตให้ว่างเปล่า ในหัวสมองเต็มไปด้วยการครุ่นคิดถึงความทรงจำและปัญหาหลากหลายรูปแบบ

พ่อแม่ ในตอนนั้นพวกเขารู้สึกอย่างไรเมื่อต้องจากลาเรา?

ปี 2877 แล้ว ยังไม่มีคู่ชีวิตเลย ล้าสมัยจริงๆ!

ท้องเริ่มร้องแล้ว ตั้งแต่เริ่มฝึกศาสตร์ยุทธ์มานี่ เรากินจุมากขึ้นจริงๆ

เห้อ เรา...จะรอดไหม?

รอด เราต้องรอดไปได้แน่!

จุดหมายปลายทางอยู่ข้างหน้าแล้ว อู๋ผีฝูมองไปยังถนนที่มีผู้คนสัญจรไปมา รวมถึงร้านตัดเสื้อแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ริมขอบเขตสัมปทานฝรั่งเศสพอดี เขาเค้นพลังเฮือกสุดท้ายพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง

นับตั้งแต่เริ่มโคจรวิชาพยัคฆ์อสูรจนถึงตอนนี้ เขาได้กระตุ้นพลังชีวิตของตนเองมานานกว่าสิบนาทีแล้ว สภาพของเขาในตอนนี้ดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง เลือดไหลซึมออกจากทวารทั้งห้า ผิวหนังทั่วร่างแดงก่ำร้อนระอุ หยดเลือดผุดซึมออกมาตามผิวหนัง ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาโดยรอบต่างพากันถอยหนีอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นการเปิดทางโล่งให้เขาวิ่งต่อไปข้างหน้าได้โดยไม่ตั้งใจ

ห้าสิบเมตร สี่สิบเมตร  สามสิบเมตร ยี่สิบเมตร

ในช่วงสิบเมตรสุดท้าย อู๋ผีฝูคำรามลั่นพร้อมกับพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรุนแรง นี่คือกระบวนท่า 'พยัคฆ์บ้าคลั่งกระโจนข้ามหุบเหว' ของวิชาพยัคฆ์อสูร ทั้งร่างของเขาลอยลิ่วขึ้นกลางอากาศ

ความเร็วพลันเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัว ในขณะที่กำลังจะพุ่งเข้าสู่ร้านตัดเสื้อประตูสีแดงหลังนั้นอยู่รอมร่อ

แขนซ้ายของเขาพลันถูกพลังมหาศาลบางอย่างตรึงจนติดแน่นตายตัว ทำให้เขายืนห่างจากประตูสีแดงบานนั้นเพียงแค่ก้าวเดียว แต่ว่า กลับไม่อาจก้าวเข้าไปได้ราวกับไร้ประตู

มิติ!

อู๋ผีฝูเข้าใจในทันทีว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ฝันร้ายตนนี้ได้เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์แห่งมิติ ตรึงแขนซ้ายของเขาให้ติดค้างอยู่กลางอากาศ ส่งผลให้เขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์คับขันถึงขีดสุดในขณะที่อยู่ห่างจากทางรอดเพียงแค่ก้าวเดียว

ไอเย็นยะเยือกเสียดกระดูกพลันรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน สุ้มเสียงอันคล้ายเสียงครวญคราง เสียงโหยหวน และเสียงร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวดระลอกแล้วระลอกเล่าถาโถมเข้าสู่ห้วงสมองของเขา ในชั่วขณะนี้แม้ว่าเขายังคงโคจรวิชาพยัคฆ์อสูรอยู่ แต่ว่าภาพข้างหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยวทีละน้อย นี่คือสัญญาณบ่งบอกก่อนที่ภาพมายาจะปรากฏขึ้น

ชีวิตของเขาแขวนอยู่บนเส้นด้ายในชั่วลมหายใจนี้!

"อ๊ากกกกก!!"

อู๋ผีฝูพลันเปล่งเสียงคำรามก้องอย่างบ้าคลั่ง สุ้มเสียงดุจพยัคฆ์คำรณ ดั่งอสูรคลั่ง พลันเห็นเส้นเอ็นสีเขียวปูดโปนขึ้นทั่วผิวหนังบนร่างของเขา มัดกล้ามเนื้อนูนเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ถึงกับมีผิวหนังบางส่วนฉีกขาดออกโดยตรง และในชั่วพริบตาต่อมา อู๋ผีฝูก็ตัดสินใจฉีกแขนซ้ายของตนเองทิ้งอย่างเด็ดเดี่ยว! ทั้งร่างโผนทะยานเข้ากระแทกประตูไม้สีแดง เสียงดัง ผลั่ก! ประตูไม้สีแดงแตกละเอียดเป็นผุยผง

ส่วนอู๋ผีฝูกลับหายวับไปในทันที

ในชั่วพริบตาต่อมา อู๋ผีฝูก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องบรรจุแคปซูลพักตัวที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งโลกอนาคต เขาไม่ได้ลุกขึ้นยืน เพียงแค่ยกแขนขวาข้างที่ยังสมบูรณ์ขึ้นแล้วตะโกนเสียงดังว่า "สมองกลหลัก เปิดใช้งานการทะลุมิติสู่โลกแห่งความฝันแบบสุ่ม! ยืนยัน!"

"ตรวจสอบ ยืนยันเรียบร้อย เริ่มการทะลุมิติ"

และในจังหวะนั้นเอง แขนซีดขาวข้างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าข้างแคปซูลพักตัว แขนนั้นกำลังจะคว้าลงมายังศีรษะของอู๋ผีฝู!

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ภาพเบื้องหน้าของอู๋ผีฝูก็มืดดับลง ชั่วพริบตาต่อมาเขาก็ร่วงหล่นลงไปในแอ่งโคลนแห่งหนึ่ง ท้องฟ้ายังคงโปรยปรายสายฝนเล็กน้อย เขามองเห็นสิ่งก่อสร้างหลังหนึ่งอยู่ห่างออกไปราวสิบกว่าเมตร แม้จะมองไม่ชัดว่าเป็นสิ่งใดกันแน่ แต่เขาก็ยังคงรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือทั้งหมดเดินโซซัดโซเซไปข้างหน้า จากนั้นก็ใช้พลังทั้งหมดที่มีพุ่งศีรษะเข้ากระแทกประตูไม้ขนาดใหญ่ที่สีหลุดลอกบานนั้น จนเกิดเสียงดัง ตุ้บ

ในห้วงสุดท้ายก่อนจะหมดสติไป อู๋ผีฝูเปิดหน้าต่างข้อมูลส่วนตัวของสมองกลหลักขึ้นมาในห้วงความคิด เขามองไปยังโลกแห่งความฝันที่ตนเองอยู่ในขณะนี้

โลกความเป็นจริงพื้นฐาน 0.7

ในที่สุด อู๋ผีฝูก็วางใจลงเล็กน้อย ก่อนจะหมดสติไป…

(จบตอน)

………..

国术 (Guóshù - กั๋วซู่)

-国 (Guó) แปลว่า ประเทศ, ชาติ, แห่งชาติ

-术 (Shù) แปลว่า ศิลปะ, วิชา, ทักษะ, เทคนิค, วิธีการ

ดังนั้น 国术 (Guóshù) จึงแปลตรงตัวได้ว่า:

อย่างไรก็ตาม ในบริบทที่ใช้กันโดยทั่วไป โดยเฉพาะในแวดวงศิลปะการต่อสู้ คำว่า 国术 (Guóshù) จะหมายถึง ศิลปะการต่อสู้จีน (Chinese Martial Arts) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นคำที่ถูกใช้ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 (สมัยสาธารณรัฐจีน) เพื่อส่งเสริมและรวบรวมศิลปะการต่อสู้ดั้งเดิมของจีนให้เป็นระบบ และมักจะมีความหมายแฝงถึงความเป็น "ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติ" เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับคนในชาติ

ในภาษาไทยปัจจุบัน ถ้าเห็นคำว่า "กั๋วซู่" (ทับศัพท์) ในนิยายกำลังภายในหรือบทความเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้จีน ก็มักจะเข้าใจกันได้ทันทีว่าหมายถึง ศิลปะการต่อสู้ของจีนโดยรวม ที่มีความเป็นเอกลักษณ์และเป็นมรดกของชาติ

…………

มวยสิงอี้

มวยสิงอี้ (形意拳 - Xíng Yì Quán) เป็นหนึ่งในสามยอดมวยภายใน (内家拳 - Nèijiāquán) ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางของจีน ร่วมกับมวยไท่เก๊ก (太极拳 - Tàijíquán) และมวยปากว้าจ่าง (八卦掌 - Bāguàzhǎng)

ความหมายของชื่อ:

形 (Xíng - สิง): รูปแบบ, รูปลักษณ์, ท่าทาง

意 (Yì - อี้): เจตนา, ความคิด, จิต, สมาธิ

拳 (Quán - ฉวน): หมัด, มวย

ดังนั้น 形意拳 (Xíng Yì Quán) จึงมีความหมายโดยรวมว่า "มวยที่ผสานรูปแบบ (ท่าทาง) เข้ากับเจตนา (จิต)" หรือ "มวยที่ใช้เจตนานำรูปแบบ"

ลักษณะเด่นและหลักการสำคัญของมวยสิงอี้:

1. ความเรียบง่ายและตรงไปตรงมา (Simplicity and Directness):

-ท่ามวยสิงอี้มักจะไม่ซับซ้อนหรือมีลีลาสวยงามมากนัก แต่จะเน้นความกระชับ เฉียบคม และมีประสิทธิภาพในการต่อสู้จริง

-การเคลื่อนไหวส่วนใหญ่จะเป็นเส้นตรง เน้นการโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรง

1. การใช้เจตนานำพลัง (Mind/Intent Leads Power - 以意领气, 以气运身):

-นี่คือหัวใจสำคัญของมวยสิงอี้ ผู้ฝึกจะใช้ "อี้" (เจตนา/ความคิด) ในการชี้นำ "ชี่" (气 - ลมปราณ/พลังงานภายใน) และให้ "ชี่" ขับเคลื่อนร่างกาย (身 - ร่างกาย)

-การโจมตีไม่ได้มาจากพละกำลังของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่มาจากพลังที่รวมศูนย์และส่งออกมาจากทั้งร่างกายโดยมีเจตนาเป็นตัวควบคุม

1. การเลียนแบบสัตว์ (Imitation of Animals - 十二形拳 - Shí'èr Xíng Quán - มวยสิบสองลักษณ์):

-มวยสิงอี้มีชุดท่าที่เรียกว่า "มวยสิบสองลักษณ์" ซึ่งเลียนแบบลักษณะการเคลื่อนไหว จิตวิญญาณ หรือวิธีการต่อสู้ของสัตว์ 12 ชนิด (สัตว์แต่ละชนิดอาจแตกต่างกันไปในแต่ละสาย แต่ที่พบบ่อย เช่น มังกร, เสือ, ลิง, ม้า, จระเข้, ไก่, เหยี่ยว, นางแอ่น, งู, นกกระทุง, อินทรี, หมี)

-การฝึกท่าสัตว์เหล่านี้ไม่ได้แค่เลียนแบบท่าทางภายนอก แต่ต้องเข้าใจถึง "เจตนา" และ "พลัง" ของสัตว์ชนิดนั้นๆ ด้วย

1. การฝึกห้าธาตุ (Five Elements Fists - 五行拳 - Wǔ Xíng Quán):

-เป็นท่าพื้นฐานสำคัญ 5 ท่า ที่เชื่อมโยงกับหลักปัญจธาตุ (ไม้, ไฟ, ดิน, ทอง, น้ำ) ในปรัชญาจีน

-แต่ละท่าจะมีการออกแรงและลักษณะที่แตกต่างกัน และมีความสัมพันธ์ในเชิงส่งเสริมและข่มกันตามหลักปัญจธาตุ (เช่น ท่า "ผ่า" (劈 - Pī) เป็นธาตุทอง, ท่า "เจาะ" (钻 - Zuān) เป็นธาตุน้ำ, ท่า "ทลาย" (崩 - Bēng) เป็นธาตุไม้, ท่า "ครก" (炮 - Pào) เป็นธาตุไฟ, ท่า "ไขว้" (横 - Héng) เป็นธาตุดิน)

-การฝึกฝนท่าห้าธาตุนี้เป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในการใช้ "จิ้น" (劲 - พลังภายใน)

1. การประสานหกส่วน (Six Harmonies - 六合 - Liù Hé):

หมายถึงการประสานงานกันของส่วนต่างๆ ของร่างกายและจิตใจ แบ่งเป็น:

สามประสานภายนอก (外三合 - Wài Sān Hé): ไหล่กับสะโพก, ศอกกับเข่า, มือกับเท้า ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว

สามประสานภายใน (内三合 - Nèi Sān Hé): ใจ (心 - Xīn) กับเจตนา (意 - Yì), เจตนา (意) กับลมปราณ (气 - Qì), ลมปราณ (气) กับกำลัง (力 - Lì) ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว

การบรรลุ "หกประสาน" จะทำให้การเคลื่อนไหวและการใช้พลังเป็นไปอย่างกลมกลืนและทรงประสิทธิภาพสูงสุด

1. การฝึก "จิ้น" (劲 - Jìn):

-มวยสิงอี้ให้ความสำคัญกับการพัฒนา "จิ้น" หรือพลังภายในที่ผ่านการฝึกฝน เช่น "หมิงจิ้น" (明劲 - พลังกระจ่าง), "อั้นจิ้น" (暗劲 - พลังซ่อนเร้น), และ "ฮว่าจิ้น" (化劲 - พลังแปรเปลี่ยน)

อาจจะทำให้เข้าใจผิดว่า 劲 (Jìn) คือ 气 (Qì) โดยตรง: ซึ่งไม่ถูกต้องเสมอไป 劲 (Jìn) คือ "วิธีการใช้พลัง" หรือ "แรงที่ผ่านการฝึกฝน" ซึ่ง "พลัง" นั้นอาจจะมาจาก 气 (Qì - ปราณ) หรือจากพละกำลังกาย (力 - Lì) ที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี หรือการผสมผสานกันก็ได้

………..

ศาสตร์ยุทธ์

ซึ่งในตัวเลือกนี้ผมเลยขอใช้คำว่า ศาสตร์ยุทธ์ แทนกั๋วซู่นะครับ เนื่องจาก

ความสมดุลระหว่างความเป็นระบบและความขลัง:

-"ศาสตร์" (Science / Doctrine / Art): คำนี้ให้ความรู้สึกถึงความเป็นระบบ มีหลักการ มีทฤษฎี สามารถศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาได้ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับแนวคิดในโลกไซไฟที่มักจะมีการค้นคว้าและทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ อย่างเป็นระบบ

-"ยุทธ์" (Martial / Combat): คำนี้ยังคงรักษาแก่นของ "การต่อสู้" หรือ "การรบ" เอาไว้ ทำให้ไม่สูญเสียความรู้สึก "ตื่นเต้น" หรือ "เข้มข้น" ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะการต่อสู้

ความเป็นสากลและความยืดหยุ่น:

-"ศาสตร์ยุทธ์" เป็นคำที่ค่อนข้างเป็นกลาง ไม่ได้ผูกติดกับวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่งมากจนเกินไป (เมื่อเทียบกับ "กั๋วซู่" หรือ "วรยุทธ์" ที่มักจะทำให้คนนึกถึงจีนเป็นหลัก) ทำให้สามารถออกแบบ "ศาสตร์ยุทธ์" ในเรื่องให้มีรากฐานมาจากหลายแหล่ง หรือเป็นสิ่งที่ถูกค้นพบและพัฒนาขึ้นใหม่ในโลกอนาคตหรือโลกความฝันก็ได้

ความทันสมัยแต่ยังคงความคลาสสิก:

แม้จะมีคำว่า "ศาสตร์" ที่ฟังดูทันสมัย แต่การมีคำว่า "ยุทธ์" ก็ยังคงเชื่อมโยงกับแนวคิดดั้งเดิมของศิลปะการต่อสู้ได้ ทำให้ไม่ดู "แห้ง" หรือ "ไร้จิตวิญญาณ" จนเกินไปเหมือนคำว่า "ศาสตร์การต่อสู้" "เทคนิคการรบ" หรือ "ระบบการต่อสู้" เพียงอย่างเดียว

ความกระชับและสื่อความหมาย:

เป็นคำที่ค่อนข้างกระชับ พูดแล้วเข้าใจได้ทันทีว่าหมายถึงองค์ความรู้หรือระบบที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้

ศักยภาพในการสร้างความลึกซึ้ง:

การใช้คำว่า "ศาสตร์" เปิดโอกาสให้คุณสามารถลงรายละเอียดเกี่ยวกับ "หลักการ" "ปรัชญา" หรือ "ทฤษฎี" ที่อยู่เบื้องหลังการต่อสู้ในเรื่องได้ ไม่ใช่แค่เรื่องของท่าทางหรือพละกำลังเพียงอย่างเดียว

……….

ระดับความชำนาญของวิชา 

虎魔功 (Hǔ Mó Gōng - วิชาพยัคฆ์อสูร)

-คำอธิบาย: นี่คือขั้นแรกสุดและยากที่สุดของวิชานี้ มีความอันตรายสูงมาก ผู้ฝึกต้องสามารถรักษา "ประกายจิตญาณ" (一点灵识 - อี้เตี่ยนหลิงสือ) ให้ตื่นรู้ท่ามกลางความคิดฟุ้งซ่านและจิตมารให้ได้ หากสำเร็จ ก็จะถือว่า "登堂入室" (เติงถังรู่ซื่อ - ก้าวขึ้นสู่โถงใหญ่เข้าสู่ห้องใน) ซึ่งหมายถึงการบรรลุความเข้าใจพื้นฐานและผ่านพ้นช่วงอันตรายที่สุดมาได้

-คำอธิบาย: เป็นระดับความชำนาญที่สูงมาก แสดงถึงฝีมือที่ล้ำเลิศจนเหมือนไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ ในขั้นนี้ "ประกายจิตญาณ" ของผู้ฝึกได้เติบโตแข็งแกร่งขึ้นสิบเท่าแล้ว

-คำอธิบาย: เป็นระดับที่สูงกว่า "出神入化" หมายถึงการบรรลุถึงจุดสูงสุดของทักษะหรือความสำเร็จในวิชานั้นๆ

-คำอธิบาย: เป็นระดับสูงสุดที่กล่าวถึงในข้อความนี้ "至极" (จื้อจี๋) หมายถึง ถึงขีดสุด, ปลายสุด "显圣" (เสี่ยนเซิ่ง) หมายถึง สำแดงความศักดิ์สิทธิ์ หรือปรากฏกายเป็นนักบุญ/เทพ แสดงถึงสภาวะที่เหนือธรรมชาติอย่างแท้จริง

สรุปลำดับขั้นความชำนาญของวิชาพยัคฆ์อสูร :

………….

แคปซูล

แคปซูลพักตัว แคปซูลจำศีล หรือ แคปซูลเข้าสู่สภาวะหยุดการทำงาน (hibernation) ความหมายเดียวกันนะครับ นั่นก็คือเพื่อเข้าสู่สภาวะหยุดการทำงาน ผมเลยขอใช้เป็นแคปซูลพักตัว คำจะได้ดูเหมือนอยู่ในโลกอนาคตหน่อยครับ

………..

จบบทที่ เล่มที่ 1 ความฝันแห่งจักรวาล ตอนที่ 1 ฝันร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว