เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

36.เปลี่ยนบทบาทกัน

36.เปลี่ยนบทบาทกัน

36.เปลี่ยนบทบาทกัน


หลิ่วเจินไม่ส่งเสียงเลยสักแอะ การพูดนั้นต้องใช้พลังงานมหาศาล มิสู้เอาพละกำลังทั้งหมดมาใช้แย่งผ้าปูที่นอนดีกว่า อีกทั้งนางไม่มีกำลังและเวลาพอจะไปทะเลาะกับหญิงน่าเบื่อหน่ายเช่นนี้อีกแล้ว นางอยากรีบจบปัญหาแล้วรีบกลับบ้านไปนอนพักโดยเร็ว

ใบหน้าของภรรยาผู้ใหญ่บ้านฉายแววมุ่งร้าย หน้าตานางบิดเบี้ยวเหยเกจนคล้ายนางมารร้ายเข้าไปทุกขณะ

ตรงกันข้ามกับหลิ่วเจินที่ยามนี้ใบหน้าดูผ่อนคลายสบาย ๆ คล้ายว่านางใช้แรงไม่เต็มสิบส่วน หากเป็นแต่ก่อน ใบหน้านี้ควรสลับกัน หลิ่วเจินควรมีใบหน้าดั่งนางมารร้าย และภรรยาผู้ใหญ่บ้านควรมีใบหน้าสุขุมเยือกเย็น

เพียงเพราะโชคชะตาพลิกผัน หลิ่วเจินจึงไม่เป็นหลิ่วเจินคนเดิมอีกแล้ว ร่างกายคือหลิ่วเจิน แต่เนื้อในแท้จริงได้เปลี่ยนมาเป็นตนเองแล้ว

ภรรยาผู้ใหญ่บ้านเริ่มตระหนักขึ้นเรื่อยๆว่าหลิ่วเจินคล้ายกำลังหยอกตนเองเล่นอยู่ แต่ในสายตาของผู้อื่นคงคิดว่าพวกนางกำลังเล่นชักกะเย่อกัน แต่ภรรยาผู้ใหญ่บ้านซึ่งอยู่ตรงนั้น รู้ดีว่าไม่ใช่การเล่นชักกะเย่อ แต่เป็นหลิ่วเจินที่จงใจทำให้ภาพที่ออกมาดูคล้ายแบบนั้น

พละกำลังของภรรยาผู้ใหญ่บ้านสู้หลิ่วเจินไม่ได้ ดังนั้นนางเลยใช้กลโกง นางพยายามยกขาหมายเตะหลิ่วเจิน แต่หลิ่วเจินจะยอมให้นางสมหวังได้หรือ

หญิงสาวรู้สึกว่าภรรยาผู้ใหญ่บ้านหมดแรงข้าวต้มแล้ว เพราะอีกฝ่ายทุ่มเทกำลังดึงผ้ามาตั้งแต่เริ่มต้น หญิงสาวจึงปล่อยมือทันใด ด้วยฤทธิ์ของแรงเฉื่อย เลยทำให้ภรรยาผู้ใหญ่บ้านล้มหงายหลัง

พอภรรยาผู้ใหญ่บ้านลื่นล้มไปแล้ว หลิ่วเจินก็รีบคว้าผ้าปูที่นอนอีกครา  แล้วกระชากผ้าปูที่นอนอย่างแรงจนหลุดจากมือภรรยาผู้ใหญ่บ้านได้สำเร็จ

ยามที่หลิ่วเจินนึกว่าผ้าปูที่นอนมาอยู่ในมือตนเรียบร้อยแล้ว ทันใดนั้นพลันรู้สึกว่ายังมีแรงดึงผ้าปูที่นอนอยู่อีก ทีแรกหลิ่วเจินนึกว่าผีมาดึง พอมองไปจึงเห็นเซียงเช่ายืนยิ้มเยาะอยู่ตรงหน้าตน

เซียงเช่ากลัดกลุ้มจริง ๆยามเห็นมารดานางกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว เด็กสาวจึงตระหนักได้ว่า หากนางไม่ลงมือทำอะไรเลย เกรงว่าจะต้องรับผลที่ตามมาเต็ม ๆ

“เฮ้อ หากจะเล่นบทอันธพาลเช่นนี้ เช่นนั้นก็มาแย่งพร้อม ๆ กันไปเลยสิ ไยต้องลำบากมาทีละคนเล่า ประเมินความสามารถกันต่ำไปแล้ว”

สีหน้าของเซียงเช่าย่ำแย่ขึ้นไปอีก! ผู้หญิงไร้ยางอาย!  ไม่คิดว่าจะพูดว่าตัวนางแบบนี้!

กู้หรูเฟิงสาวเท้าเดินตรงเข้ามา

เซียงเช่าแอบดีใจ เชื่อว่าพี่หรูเฟิงคงเห็นนางน่าสงสาร เลยรีบเข้ามาช่วยตน

ทว่าในชั่วกระพริบตาถัดไป ใบหน้าของเด็กสาวพลันแข็งค้าง

กู้หรูเฟิงหยุดยืนอยู่ข้างกายหลิ่วเจิน ครั้นแล้วก็คว้าผ้าปูที่นอนแย่งมาในคราวเดียว

เขารู้ว่าหลิ่วเจินมีกำลังมากกว่าเซียงเช่า แต่เขายังต้องการพิสูจน์ว่าเขาสามารถช่วยหลิ่วเจินได้ และอยากปกป้องนางจากการที่นางเอาตัวเข้ามาเกลือกกลั้วในเรื่องเหล่านี้

เซียงเช่าหมดแรงยอมปล่อยผ้าไปง่าย ๆ คล้ายนางไม่จำเป็นต้องยื้อยุดอีก นางเพียงคนเดียวต้องต่อกรกับคนทั้งสอง  และหนึ่งในคนทั้งสองก็คือชายที่นางหลงรักยิ่ง ถึงอย่างไรนางย่อมไม่สู้แน่

หลิ่วเจินคลี่ผ้าปูที่นอนซึ่งชายหนุ่มแย่งมาให้ ชาวบ้านก็พากันมามุงล้อมชะโงกดู โดยอาศัยแสงจากโคมไฟ และไม่พบอะไรเลยจริง ๆ ยกเว้นรอยเปื้อนโคลน

เพราะเหตุดังนั้นบรรดาชาวบ้านจึงมองภรรยาผู้ใหญ่บ้านและเซียงเช่าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

เซียงเช่านั่งแปะบนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ภรรยาผู้ใหญ่บ้านซึ่งลุกขึ้นยืนแล้ว ได้เข้ามาช่วยประคองเซียงเช่าลุกขึ้น

ตอนนี้จะคิดหาคำอธิบายดี ๆ ได้อย่างไร การเอาลูกสาวไปขายย่อมไม่ดีแน่ ทว่านางก็ไม่มีวิธีอื่นใดที่สามารถใช้อธิบายได้

ยามที่ภรรยาผู้ใหญ่บ้านและเซียงเช่ากำลังได้รับสายตาดูแคลนจากเหล่าชาวบ้านเป็นครั้งแรก  ผู้ใหญ่บ้านก็มาถึง

“เกิดอันใดขึ้นที่นี่? ไยพวกเจ้าไม่หลับไม่นอนกัน มารวมตัวกันที่นี่ทำไม?” ผู้ใหญ่บ้านเดินเข้ามา พลางขยี้ตาไปด้วย เมื่อเห็นผ้าปูเตียงผืนหนึ่งบนพื้น ภายในวงล้อมของผู้คน ใบหน้าเขาพลันฉายแววงุนงงสับสน

ภรรยาผู้ใหญ่บ้านพลันลากตัวเซียงเช่าไปหาผู้ใหญ่บ้าน พลางร่ำไห้ปานจะขาดใจ

จบบทที่ 36.เปลี่ยนบทบาทกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว