เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 38 งานเลี้ยงน้ำชาแห่งวิถียุทย์ [อ่านฟรี]

ตอนที่ 38 งานเลี้ยงน้ำชาแห่งวิถียุทย์ [อ่านฟรี]

ตอนที่ 38 งานเลี้ยงน้ำชาแห่งวิถียุทย์ [อ่านฟรี]


ตอนที่ 38 งานเลี้ยงน้ำชาแห่งวิถียุทย์

ภายในถ้ำ หลินหานหลับตาอยู่ แล้วยืนอยู่ด้านหน้าก้อนหินขนาดใหญ่

ในครานี้ เขาได้ลืมตาขึ้น

"บูม"

สสารถ่องแท้ที่น่าสะพรึงกลัวกระหน่ำออกจากจุดตันเถียน หลั่งไหลออกมา แล้วเข้าไปในแขนข้างหนึ่งของหลินหาน

ฮู!

เกือบจะในขณะนั้น แขนทั้งแขนของเขาขยายตัวมากกว่าสองเท่า ชุดสีเขียวปริขาด กล้ามเนื้อผุดขึ้นเป็นมัดมัด แขนเป็นสีเขียวเข้ม

แขนทั้งหมดเฉกเช่นเทด้วยเหล็กหลอมเหลว ทั้งเย็นเยียบและแข็งกล้า!

"กรงเล็บมังกรคราม!"

หลินหานตะโกนเสียงดังในทันใด เขาเขาโบก "แขนมังกร" และตบก้อนหินยักษ์ด้านหน้าตัวเองทันที

"ตู้มมมม"

เสียงตูมตามขนาดใหญ่ดังขึ้น แขนเป็นสีเขียวสลัวจนจรดปลาย ฝ่ามือราวกับกรงเล็บมังกร แข็งแรงและทรงพลัง ระเบิดหินก้อนใหญ่ให้กลายเป็นก้อนเล็กๆโปรยปราย

"ทรงพลังอย่างน่ากลัว! ทั้งที่พึ่งตระหนักได้ถึงระดับออณูสัมฤทธิ์เท่านั้น"

เมื่อดูภาพนี้ หลินหานเองก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเย็นๆ

หากกรงเล็บนี้โจมตีลงไป เกรงว่าต่อให้เป็นผู้มีฝีมือในยุ่ทธิ์ฉะสวรรค์ขั้นก่อเกิด ก็จะถูกฆ่าตายเพราะตัวเขาทันที

แต่ทว่า แค่การโจมตีเท่านี้ กลับทำให้หลินหานสิ้นเปลืองสสารถ่องแท้ในร่างกายถึ1ใน3ส่วนในพริบตา

ถ้าเป็นจอมยุทย์ทั่วไป เกรงว่าจะสิ้นเปลืองสสารถ่องแท้ยิ่งกว่านี้

ในเรื่องนี้ หลินหานแอบรู้สึกกลัวอย่างในใจ แต่แล้วจู่ๆเขาก็มีความคิดที่บ้าบิ่น

ถ้ากระตุ้นกายาจักรพรรดิมังกรไปด้วย ภายใต้สภาวะที่สามารถเพิ่มความพลังต่อสู้ได้สามเท่า แล้วค่อยโจมตีด้วย"กรงเล็บมังกรคราม" ไม่รู้ว่าจะสามารถต่อสู้กับยุทย์ฉะสวรรค์ขั้นสูงสุดได้หรือเปล่า หรือกระทั่งการปะทะกับปรมาจารย์ยุทย์

อย่างไรก็ตาม หลินหานยังไม่มีความกล้าที่จะลองความคิดที่บ้าบิ่นนี้

เพราะหากกระตุ้นกายาจักรพรรดิมังกรแล้วโจมตีสังหารด้วย "กรงเล็บมังกรคราม" กลัวว่าต่อให้มีพลังมังกรและสสารถ่องแท้ในร่างกายตัวเองมากมายเพียงใด เมื่อถึงตอนนั้นจะถูกใช้หมดไปในพริบตา

กายาจักรพรรดิมังกร และวิชายุทย์กึ่งสูงสุดอย่าง"กรงเล็บมังกรคราม" ซึ่งเป็นไพ่ตายในมือสองใบ สามารถกล่าวได้ว่าเป็นอาวุธสังหารที่เกร่งที่สุดของหลินหานในตอนนี้

แม้ว่าเส้นทางนักพรตวิญญาณจะเป็นความลับ แต่ขอบเขตในปัจจุบันยังต่ำเกินไป ไม่สามารถปลดปล่อยพลังสังหารที่รุนแรงอะไรได้ อย่างมากสุดก็เป็นแค่พลังช่วยเสริมเท่านั้น

เมื่อคิดได้ถึงจุดนี้ หลินหานจึงดึงดาบสนิมออกมา

สำหรับหลินหาน วิถีดาบก็เป็นอาวุธสังหารที่รุนแรง อีกอย่าง มันสิ้นเปลืองสสารถ่องแท้น้อยมาก

อย่างไรก็ตาม เคล็ดวิชากระบี่ปลิดชีพสังหารมีระดับสูงเกินไป มันเป็นวิชายุทย์ขั้นสูงสุดโดยแท้จริง 2วันมานี้หลินหานใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำความเข้าใจกรงเล็บมังกรคราม ส่วนเคล็ดวิชากระบี่ปลิดชีพสังหาร หลินหานพึ่งจะเข้าใจในระดับที่สอง นั่นคือ  "รูปแบบเฉือนตัดนภา"

ทว่า แค่เมื่อครู่ก็สิ้นเปลืองพลังวิญญาณจำนวนมาก ในที่สุดหลินหานเริ่มใช้เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์สีทอง มาวิเคราะห์ส่วนที่เหลือของเคล็ดวิชากระบี่ปลิดชีพสังหาร

ดาบรูปแบบที่สี่ "รูปแบบขยี้นภา" เมื่อใดที่สามารถตระหนักเข้าใจได้ มันจะระเบิดพลังสะเทือนท้องฟ้าได้อย่างแน่นอน

จากเนื้อหาที่ได้วิเคราะห์ จึงทราบว่าเคล็ดวิชากระบี่ปลิดชีพสังหารรูปแบบที่สี่ แทบจะเป็นข่ายความคิดแห่งวิชาดาบที่แท้จริง

ในเวลานี้ หลินหานเพ่งจิตมองไปที่จุดตันเถียน ที่นั่น มีหม้อหลอมลวงตาหนึ่งซึ่งกำลังดูดกลืนพลังปราณฟ้าดินโดยรอบทุกเวลาทุกนาที เพื่อนำมาให้เขาใช้ต่อ

นับตั้งแต่การกลั่นเลือดมังกรหยดนั้น หลินหานก็ได้รับความสามารถในการเพิ่มความเร็วในการดูดกลืนถึงสามเท่า

ดังนั้น ความเร็วในการฝึกฝนของเขาจึงเร็วกว่าปกติถึงสามเท่า

เวลาเพียงสองวัน แต่หลินหานที่อยู่ที่นี่ กลับสามารถฝึกตนเทียบเท่าการฝึกตนหกวันเต็มๆ

นี่จึงทำให้สสารถ่องแท้ในของเขาเพิ่มพูนหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ เกือบจะถึงจุดสูงสุดของยุทย์ปัญจสวรรค์ขั้นสูงสุด อีกเพียงแค่ก้าวเดียวก็สามารถก้าวข้ามสู่ยุทย์ฉะสวรรค์

“ด้วยพลังและทักษะของข้าในปัจจุบัน ต่อให้เทียบกับคนในทำเนียบภายในก็น่าจะเป็นตัวตนอันดับต้นๆ หากได้ประจัญหน้ากับหลินต้วนเจี้ยนผู้นั้น คงทำให้อีกฝ่ายเลือดสาดบนสังเวียนเป็นตายได้บ้าง!” หลินหานครุ่นคิดอย่างเงียบบๆ ดวงตาเผยเศษเสี้ยวจิตสังหาร

การถูกดูหมิ่นในวันนั้น เขายังจดจำฝังใจถึงวันนี้

ในวันนั้น ในสายตาของหลินต้วนเจี้ยนมองเขาเป็นดั่งมดก็ไม่ปาน อยากจะฆ่าก็ฆ่า อยากจะปล่อยก็ปล่อย

แต่ตอนนี้ ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

การโดนเหยียดหยาม ไม่ใช่สิ่งที่พึงหวังอีกต่อไป

"รรรรรรรรร!"

อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้มีเสียงร้องคำรามดังมาจากข้างนอก ทำให้หลินหานสื่อสีหน้าที่ดูน่าเกลียดเล็กน้อย

สัตว์อสูรราชาของป่าหม่างแห่งเมืองต้วนเทียน จระเข้โบราณตนนั้น หลายวันมานี้มันไม่มีความตั้งใจที่จะจากไปเลย ดูเหมือนมันตั้งใจจะปักหลักอยู่ที่นี่จริงๆ

สิ่งนี้ทำให้หลินหานกร่นด่าจากในหัวใจของเขา

"วันนี้เป็นวันที่งานเลี้ยงน้ำชาแห่งวิถียุทย์ของทำเนียบภายในจะเริ่มขึ้น แต่ข้าถูกอสูรร้ายที่น่าเกลียดบีบคั้นจนต้องมาหลบอยู่ในถ้ำมืดไร้แสงตะวันแบบนี้... ไม่ได้! ข้าต้องหาวิธีออกไป งานเลี้ยงน้ำชาแห่งวิถียุทย์ ข้าจะพลาดไม่ได้!"

หลินหานขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็ดำดิ่งอยู่กับความคิด ...

……

ณ ตระกูลหลิน แห่งเมืองต้วนเทียน

ศิษย์ทั้งทำเนียบภายในและทำเนียบภายนอกต่างพาตื่นเต้นดีใจ

เพราะวันนี้มันเป็นวันที่งานเลี้ยงน้ำชาแห่งวิถียุทย์อันยิ่งใหญ่ที่สุดจะเริ่มต้นขึ้น

งานเลี้ยงน้ำชาแห่งวิถียุทย์ แม้นจะเรียกเป็นงานเลี้ยงน้ำชา แต่ทุกคนรู้ว่านี่เป็นวันที่เหล่าศิษย์อัจฉริยะของทำเทียบภายใจจะแลกเลือดกัน

ศิษย์ทำเนียบภายนอกที่เข้ารอบ 25คนสุดท้ายต่างตั้งหน้าตั้งตารอ หมายมั่นที่จะชิงตำแหน่งศิษย์ทำเนียบภายใน 50 ที่นั่ง

หากประสบความสำเร็จ นั่นหมายถึง ตำแหน่งของเจ้าในตระกูลจะสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

เงินตรา อำนาจ สถานะ ... ทั้งหมดนี้จะเปลี่ยนแปลง

ณ สังเวียนเป็นตายของศิษย์ทำเนียบภายใน

ด้านหน้า มีคนใหญ่คนโตและระดับสูงของตระกูลจำนวนมากมาร่วมชม

ชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมตัวใหญ่  ร่างกายสูงล่ำกำยำ ดวงตาเปล่งบารมี นั่งตรงที่ใจกลาง มองบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายที่อยู่เบื้องล่าง  ราวกับตัวเองเป็นองค์กษัตริย์

ส่วนเบื้องหน้าสังเวียนเป็นตาย มีบรรดาศิษย์ภายในซึ่งเเข็งแกร่งและเก็บตัวลึกลับในยามปกติ แต่ละคนได้มายืนอยู่เป็นประจักษ์แก่คนในตระกูลนับไม่ถ้วน

อย่างเช่น หลินกู่เทียนผู้เป็นศิษย์อันดับหนึ่งแห่งทำเนียบภายใน และเป็น"หนึ่งในห้าผยอง"แห่งเมืองต้วนเทียน หลินยู่ศิษย์อันดับสอง หลินต้วนเจี้ยนศิษย์อันดับสาม เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อบรรยากาศของงานเลี้ยงน้ำชาแห่งวิถียุทย์เริ่มเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ ก็มีคนมากมายพูดบ่นพึมพำ

"เจ้าหลินหานนั่น ทำไมยังไม่มาอีก?" หลินหรูเหยียนผู้มีรุปโฉมสง่างาม แต่ในเวลานี้ดวงตาคู่งามกวาดมองไปรอบๆด้วยความสงสัย

"คิดไม่ถึงว่าหลินหานจะไม่มา?" ด้านหน้าสังเวียนเป็นตาย หลินต้วนเจี้ยนมองหาร่างของหลินหานไม่เจอ จึงเผยให้เห็นความชั่วร้ายในดวงตา "เจ้าหนูนั่น คงไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะถูกข้าฆ่าหรอกนะ เลยหนีออกจากตระกูลไปแล้ว? ถ้ารู้อย่างงี้ ฆ่าทิ้งตั้งแต่วันนั้นก็แล้วไป! "

ในเวลานี้ ทางด้านของบรรดาศิษย์ทำเนียบภายนอก

ศิษย์ทั้งหลายที่มีอันดับต้นๆ อย่าง หลินเทียน หลินซา หลินเหยียน ต่างเผยสีหน้ากังวลเล็กน้อย

หลินหานไม่มาทำให้พวกเขารู้สึกกระสับกระส่าย

ท้ายที่สุดแล้ว หลินหานได้กลายเป็นเสาหลักและความเชื่อทางจิตวิญญาณในหัวใจของเหล่าศิษย์ทำเนียบภายนอก ถ้าเขาไม่ปรากฏตัวในงานเลี้ยงน้ำชาแห่งวิถียุทย์ครั้งนี้ ศิษย์ทำเทียบภายนอกทุกคนประหนึ่งรับการโจมตีอย่างใหญ่หลวง

หนีไปโดยไม่ต่อสู้?

หลายคนส่ายหัว

พวกเขาชัดเจนว่าหลินหานไม่ใช่คนเช่นนั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลินเหยียน เขารู้ว่าหลินหานเป็นบุคคลประเภทที่ "ยอมหักไม่ยอมงอ" จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะหนีไป

“หลินซา เจ้าไปดูยังสถานที่อยู่ของสหายหลินหานหน่อย จะต้องหาเขาให้เจอ” หลินเหยียนนพูดกับชายที่มีใบหน้าเย็นชาซึ่งอยู่ด้านข้างเขา

"ขอรับ!"

หลินซาพยักหน้าแล้วหันหลังเดินออกไป

นับตั้งแต่ที่เขาพ่ายแพ้ต่อหลินหานในหนึ่งการโจมตีตอนที่ไปลงทะเบียน แถมหลินหานยังเป็นตำนานที่ไร้พ่ายในทำเนียบภายนอก ทำให้ในหัวใจของหลินซาหมดสิ้นความโกรธความเกลียด จะมีก็แต่ ความนับถือ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตอนที่ลั่วเฟยหยุนผู้เป็นอัจฉริยะแห่งตระกูลผู้นำมาทำร้ายศิษย์ทำเนียบภายนอกจำนวนมาก แต่พอหลินหานมาถึง เขาก็แข็งแกร่งอย่างกำแหง บีบคั้นจนลั่วเฟยหยุนต้องชดใช้ต่อหน้าทุกคน

สิ่งนี้ทำให้ใจของหลินซาเต็มไปด้วยความนับถือต่อหลินหาน และเเฝงด้วยความชื่นชมและความเคารพ

ในความเป็นจริง อย่าว่าแต่หลินซาเลย แม้แต่ศิษย์ทำเนียบภายนอกคนอื่นๆต่างถูกหลินหานทำให้ยอมจำนน ไม่ว่าจะเป็นด้านความแข็งแกร่งหรือนิสัยใจคอ

ในเวลานี้ คนที่กระหยิ่มยิ้มย่องที่สุด น่าจะบรรพบุรุษชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาดุร้าย นั่งอยู่เก้าอี้ระดับสูงของตระกูลซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก

เขาคือหลินป้าเตา

"เจ้าสวะหลินหานนั่น คงตายอยู่ในปากของสัตว์อสูรแห่งราชาตนนั้นไปแล้ว การที่เจ้านั่นมาอยู่ที่นี่ต่างหากจึงจะเป็นเรื่องน่าแปลกใจ... " สายตาของหลินป้าเตาเย็นชา ยิ้มแย้มอย่างมุ่งร้าย

"ทำไมหลินหานยังไม่มาอีก" ที่นั่งชั้นบนสำหรับระดับสูงของตระกูล มีอีกคนหนึ่งซึ่งกำลังประหลาดใจจากการที่หลินหานไม่มา

บุคคลนั้น เป็นผู้อาวุโสที่เป็นพิธีกรในงานประลองของศิษย์ทำเนียบภายนอก

ยามนี้ ดวงตาของเขาเผยความสงสัย "หรือมีอะไรเปลี่ยนแปลง? ถ้าเขามา เขาอาจจะคว้าอันดับหนึ่งในสาม ... "

......

ภายในถ้ำที่อยู่ในหุบแขาของป่าหม่างแห่งเมืองต้วนเทียน

หลินหานกำลังครุ่นคิดอย่างหนักเพื่อหาหนทางที่จะหนีไป

จบบทที่ ตอนที่ 38 งานเลี้ยงน้ำชาแห่งวิถียุทย์ [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว