เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 : ลูกสาวคนโตของบ้านเหลียนเปลี่ยนไป (2/2)

บทที่ 4 : ลูกสาวคนโตของบ้านเหลียนเปลี่ยนไป (2/2)

บทที่ 4 : ลูกสาวคนโตของบ้านเหลียนเปลี่ยนไป (2/2)


บทที่ 4 :  ลูกสาวคนโตของบ้านเหลียนเปลี่ยนไป  (2/2)

.               “ฟางโจวเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง!การรังแกเด็กกำพร้าที่ไม่มีทางสู้เช่นนี้  เป็นเรื่องชั่วร้ายที่ไม่สามารถให้อภัยได้!และถ้าข่าวแบบนี้แพร่ออกไป  ชื่อเสียงหมู่บ้านต้าฟางของพวกเราคงถูกทำลายจนหมดสิ้น!  เพราะฉะนั้นหากพวกเขากล้ามาสร้างปัญหาให้กับพวกเจ้าอีก  พวกเรานี่แหละจะออกหน้าช่วยเจ้าเอง!”

หญิงวัยกลางคนสวมชุดสีแดงตุ่นๆพูดออกมาเหมือนกับเป็นตัวแทนของชาวบ้านที่อยู่รอบๆส่วนพวกชาวบ้านเองก็พยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วยกับคำพูดของนาง  ก่อนนางก็จะพูดต่อว่า  “เอาล่ะตอนนี้ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว  ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไปทำงานเถอะ!”

“ข้าขอขอบคุณป้าจางมาก”เหลียนเซ่อโค้งคำนับหญิงวัยกลางคนอย่างสุภาพ

“ไอ๊หยาเด็กคนนี้ทำไมต้องเกรงอกเกรงใจขนาดนี้”  ป้าจางรีบห้ามไม่ให้เขาโค้งคำนับต่อพลางถอนหายใจ  “เอาล่ะ  พวกเจ้าก็กลับเข้าบ้านไปพักผ่อนกันเถอะ  ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรก็มาหาป้าที่บ้านได้  ไม่ต้องเกรงใจ”

“ป้าจางช่วยเหลือพวกเราพี่น้องมากมายจริงๆในอนาคตพวกเราจะตอบแทนท่านแล้วก็ลุงหลี่อย่างแน่นอน”  เหลียนเซ่อกล่าวขอบคุณอย่างอีกครั้ง

“โธ่เอ้ย  เด็กโง่คนนี้นิ  ตอนพ่อแม่ของพวกเจ้ายังมีชีวิตอยู่พวกเขาเองก็เคยช่วยข้าไว้ตั้งหลายครั้ง  อีกอย่างเรามันก็คนหมู่บ้านเดียวกัน  อย่าพูดเหมือนเป็นคนอื่นคนไกลกันเลย  มีอะไรช่วยได้ก็ช่วยๆกันไป”

ระหว่างที่พูดป้าจางก็มองซูเม่ยไปด้วย  หรือถ้าจะเรียกให้ถูกก็คือมองเหลียนฟางโจวป้าจางเดินเข้ามาหาเธอก่อนจะบีบมือเบาๆเพื่อให้กำลังใจ“เด็กดี  เจ้าไม่ต้องเสียใจไปนะ  ถึงยังไงชีวิตก็ต้องเดินต่อไป!  เจ้าเป็นพี่สาวคนโต  เด็กน้อยพวกนั้นต้องการเจ้า  ดังนั้นเข้มแข็งเอาไว้นะ”

หัวใจของเหลียนฟางโจวอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย  เธอพยักหน้าและยิ้มอย่างอ่อนโยน   " ขอบคุณป้าจางมากท่านป้าไม่ต้องเป็นห่วงไป  เพราะนับจากนี้ข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกพวกเราพี่น้องได้อีก!"

ป้าจางยังจำวีรกรรมของเธอเมื่อกี้ได้   "เป็นเรื่องดีที่ในที่สุดเจ้าก็คิดได้!"  แต่ป้าจางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและถามต่อ  "แต่เจ้าแน่ใจหรือว่าอยากจะถอนหมั้นจริงๆ?"

เหลียนฟางโจวยิ้มและเอ่ยตอบ “ท่านป้านี่มันไม่ใช่เรื่องที่ข้าจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ  แต่ในเมื่อพวกเขามาก่อกวนไม่หยุดหย่อนเช่นนี้   แล้วทำไมข้าต้องทนด้วย!   ก็แค่ถอนหมั้น  มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”

แท้จริงแล้วในใจของเธอนั้นกลับยินดีปรีดาเป็นอย่างมาก  ที่ไม่ต้องไปปวดสมองหาวิธีถอนหมั้นเองทีหลัง  ก็ในเมื่อโอกาสมันวิ่งมาถึงหน้าบ้านขนาดนี้   เธอไม่คว้าไว้ก็โง่เต็มทนแล้ว!!

“ดี!!”  ป้าจางยกนิ้วให้เหลียนฟางโจวอย่างชื่นชม   “เห็นเจ้าคิดได้แบบนี้   พ่อแม่พวกเจ้าที่อยู่บนสวรรค์ก็คงจะหมดห่วงแล้ว”

เมื่อพูดถึงพ่อแม่ที่เสียไปพี่น้องบ้านเหลียนก็เริ่มทำหน้าเศร้าสร้อย

“อย่าเศร้าไปเลย  มันเป็นสัจธรรม เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดามีใครบ้างไม่ตาย  พวกเรามันคนจนสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องขยันแล้วก็อดทนจะได้ไม่อดตาย  เอาล่ะ  เดี๋ยวป้าคงต้องกลับบ้านไปทำกับข้าวแล้ว  อาฮวนมีคัดพวกเมล็ดถั่วแล้วก็เมล็ดฟักเขียวเอาไว้เยอะเลย  ถ้ามีเวลาก็แวะเข้าไปแบ่งเอามาปลูกกันล่ะ”

เหลียนฟางโจวและเหลียนซีรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณป้าจางเป็นอย่างมาก  และเมื่อป้าจางกลับไป  ชาวบ้านคนอื่นๆก็ทยอยกลับไปด้วยเช่นกัน

บ้านของพวกเขามีสามห้อง  คือ  ห้องโถงหลักห้องนอนสองห้อง  แล้วก็มีห้องใต้หลังคาเล็กๆเอาไว้เก็บของ  ส่วนครัวจะอยู่ตรงมุมด้านนอกแถวๆชายคาบ้าน

ตัวบ้านน่าจะฉาบด้วยโคลนแล้วก็มุงหลังคาด้วยกระเบื้อง  แต่อาจจะเป็นเพราะว่าบ้านหลังนี้สร้างมาหลายปีแล้วกระเบื้องมุงหลังคาเองก็น่าจะเริ่มเสื่อมสภาพ  เลยทำให้มากกว่าครึ่งของบ้านถูกแทนที่ไปด้วยการมุงเปลือกไม้เนื้อหนาแทนกระเบื้องที่ผุพัง

ในขณะที่การตกแต่งภายในนอกเหนือจากเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าๆไม่กี่ชิ้นแล้วก็ชุดน้ำชาที่ขาดหายไปแล้วบางชิ้นก็แทบไม่มีอะไรอีกแล้ว

ดูเหมือนว่าเหลียนฟางโจวคนก่อนจะไม่ค่อยชอบทำงานบ้านสักเท่าไหร่  เหลียนเซ่อเองก็ยังเด็ก  ส่วนเหลียนซีและเหลียนฟางชิงนั้นยิ่งแล้วใหญ่พวกเขายังเด็กเกินกว่าที่จะจัดการบ้านช่องได้  เลยทำให้ภายในบ้านดูรกระเกะระกะไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย

“พี่สาวพี่นั่งพักอยู่ตรงนี้ครู่หนึ่งก่อนนะเดี๋ยวข้าจะรีบไปหุงข้าว  จากนั้นก็จะไปเข้าไปเก็บผักในสวน  ส่วนอาซีเจ้าคอยดูไฟไว้  แล้วก็ฟางชิงเจ้าไปดูสิว่าแม่ไก่สองตัวของเรากลับเข้าเล้ารึยัง  ถ้ามาแล้วก็โปรยข้าวเปลือกให้มันด้วย  เสร็จแล้วก็ปิดเล้าให้เรียบร้อย  ระวังด้วยล่ะอย่าโปรยข้าวให้พวกมันเยอะเกินไป”

เหลียนเซ่อสั่งการน้องๆอย่างชำนาญเหมือนกับว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้

เหลียนฟางโจวลูบหัวตัวเองปรอยๆอย่างงงๆ ‘เธอเป็นพี่สาวคนโตไม่ใช่หรอ?  หน้าที่จัดการงานในบ้านควรเป็นของเธอไม่ใช่หรอ?’

“แล้วข้าล่ะ?”  เหลียนฟางโจวอดไม่ได้ที่จะถามออกไป

จบบทที่ บทที่ 4 : ลูกสาวคนโตของบ้านเหลียนเปลี่ยนไป (2/2)

คัดลอกลิงก์แล้ว