เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 712 งานประชุมเชิดชูเกียรติ

บทที่ 712 งานประชุมเชิดชูเกียรติ

บทที่ 712 งานประชุมเชิดชูเกียรติ


ในขณะที่เกาเยี่ยนและสวี่ต้าลี่ร่วมมือกับตำรวจจับกุมแก๊งลักเล็กขโมยน้อย

หลิวเสี่ยงตง รองหัวหน้ากองร้อยที่หนึ่ง กลับมีอารมณ์ขุ่นมัวสุดขีด

เรื่องเศษวัสดุหาย เขาพาลูกน้องออกตามสืบมาเกือบอาทิตย์ แต่กลับคว้าน้ำเหลว ไม่ได้เบาะแสอะไรเลยแม้แต่น้อย

ด้วยความที่หวังจะสร้างผลงานเพียงลำพัง

เขาจึงไม่ยอมรายงานเรื่องนี้ให้เกาเยี่ยนผู้เป็นหัวหน้ากองร้อยทราบ

แต่นึกไม่ถึงเลยว่า

เรื่องที่เขาพยายามมาทั้งอาทิตย์แต่ไร้ผล

เกาเยี่ยนกลับใช้เวลาเพียงคืนเดียว จับตัวคนร้ายที่ขโมยเศษวัสดุได้ยกแก๊ง แถมยังสาวไส้ไปถึงแก๊งลักขโมยอื่นๆ อีกหลายกลุ่ม

ถ้าเดาไม่ผิด ครั้งนี้โรงงานคงต้องตบรางวัลให้เกาเว่ยกั๋วอีกแน่ๆ

"แม่งเอ้ย ทำไมไอ้เด็กนั่นมันดวงดีนักวะ!"

ลูกน้องในกองร้อยที่หนึ่งต่างรู้ดีว่าทำไมหลิวเสี่ยงตงถึงอารมณ์บูด จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งด้วย

แต่ลับหลัง พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะจับกลุ่มนินทา

"หลิวเสี่ยงตงนี่ก็เหลือเกิน ไม่มีปัญญาทำเองแท้ๆ ยังจะงกผลงานไว้อีก!"

"ฉันว่าดวงเขาไม่มีวาสนาจะได้สร้างผลงานหรอก!"

"นั่นสิ ถ้าเขารีบรายงานเรื่องนี้ให้หัวหน้าเกาทราบ ป่านนี้หัวหน้าเกาก็คงพาพวกเราไปสร้างผลงานด้วยกันแล้ว นี่อะไร นอกจากจะไม่ได้ผลงาน แม้แต่น้ำแกงก็ยังไม่ได้ซดสักหยด!"

"เฮ้อ หลิวเสี่ยงตงวางตัวไม่เป็นจริงๆ!"

เจ้าหน้าที่อีกคนเสริมด้วยรอยยิ้มเยาะ "ตั้งแต่หัวหน้าเกามารับตำแหน่ง เพราะงานยุ่งอยู่กับทีมล่าสัตว์ แกเลยไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารกองร้อยที่หนึ่ง แทนที่หลิวเสี่ยงตงจะขอบคุณที่หัวหน้าเกามอบอำนาจให้ กลับคิดจะยึดอำนาจทำให้ตำแหน่งหัวหน้าเกากลายเป็นหุ่นเชิดซะงั้น เนรคุณชัดๆ!"

"ฉันก็ว่าอย่างนั้น มิน่าล่ะตอนหัวหน้ากัวย้ายไป หัวหน้าสวี่ถึงไม่ยอมเลื่อนตำแหน่งให้เขา แต่กลับเอาหัวหน้าเกามาเสียบแทน สงสัยจะรู้สันดานว่าเป็นพวกเลี้ยงไม่เชื่อง!"

......

แม้เกาเยี่ยนจะเป็นหัวหน้ากองร้อยที่หนึ่ง แต่ตอนไปจับโจรกลับไม่พาคนในกองร้อยที่หนึ่งไป แต่กลับเอาทีมล่าสัตว์ไปแทน เรื่องนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ในกองร้อยที่หนึ่งรู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง

แต่พวกเขาก็รู้ว่าเรื่องนี้จะไปโทษเกาเยี่ยนไม่ได้ ใครใช้ให้พวกเขาไม่เห็นหัวหน้าคนนี้อยู่ในสายตาแต่แรกเล่า

ต้องรู้ก่อนว่าเกาเยี่ยนรับตำแหน่งหัวหน้ากองร้อยมาพักใหญ่แล้ว

เพราะหลิวเสี่ยงตงกุมอำนาจในกองร้อยไว้ ลูกน้องก็กลัวว่าจะไปล่วงเกินหลิวเสี่ยงตง บวกกับเกาเยี่ยนไม่ค่อยอยู่โรงงาน พวกเขาเลยไม่เคยไปคารวะเกาเยี่ยนในฐานะหัวหน้าเลย

ดังนั้น ถึงพวกเขาจะบ่นเกาเยี่ยนบ้างที่ไม่เรียกใช้งาน แต่คนที่พวกเขาโกรธแค้นจริงๆ คือรองหัวหน้าอย่างหลิวเสี่ยงตงต่างหาก

สองวันต่อมา

ทางโรงงานได้จัดงานประชุมเชิดชูเกียรติอย่างเปิดเผย

งานนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อยกย่องแผนกรักษาความปลอดภัย

คนแรกที่ขึ้นเวทีรับรางวัลคือ สวี่ต้าลี่ หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย

เขานำกำลังเจ้าหน้าที่โรงงานรีดเหล็กช่วยตำรวจทลายแก๊งลักเล็กขโมยน้อยและแก๊งตีนแมวชื่อดังได้ถึงสามกลุ่ม

ดังนั้น เขาจึงได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนหนึ่งระดับ ได้รับรางวัลเป็นคูปองจักรยานหนึ่งใบ เงินสด 50 หยวน คูปองธัญพืชขัดสี 30 จิน และคูปองเนื้อสัตว์ 10 จิน

ลำดับถัดมา ผู้ที่ได้รับคำชมเชยคือ เกาเยี่ยน

เขาพาทีมล่าสัตว์จับกุมแก๊งขโมยเศษวัสดุของโรงงานด้วยตัวเอง กอบกู้ทรัพย์สินของโรงงานกลับคืนมาได้ และในการร่วมมือจับกุมกับตำรวจ เขาก็ได้ลงมือจับคนร้ายด้วยตัวเอง...

แต่เนื่องจากเกาเยี่ยนเพิ่งได้รับการปรับเงินเดือนและเลื่อนตำแหน่งไปไม่นาน ถ้าจะปรับขึ้นอีกก็ดูจะก้าวกระโดดเกินไป

ดังนั้น จึงให้บันทึกความดีความชอบครั้งใหญ่หนึ่งครั้ง

พร้อมมอบรางวัลเงินสด 80 หยวน คูปองจักรเย็บผ้าหนึ่งใบ และคูปองธัญพืชขัดสี 30 จิน

ส่วนสมาชิกทีมล่าสัตว์อีกห้าคนที่ร่วมจับกุมคนร้าย ได้รับการปรับเงินเดือนขึ้นหนึ่งระดับทุกคน พร้อมเงินรางวัลคนละ 20 หยวน และคูปองธัญพืชขัดสีคนละ 20 จิน

เนื่องจากพวกเขามีเนื้อกินไม่ขาด จึงไม่ได้แจกคูปองเนื้อให้เกาเยี่ยนและทีมล่าสัตว์

เมื่อเห็นเกาเยี่ยนและทีมล่าสัตว์ได้หน้าได้ตาบนเวที

หลิวเสี่ยงตงและลูกน้องกองร้อยที่หนึ่งที่อยู่ด้านล่างต่างรู้สึกไม่สบอารมณ์

โดยเฉพาะหลิวเสี่ยงตง

ก่อนเริ่มงานประชุม เขาเพิ่งโดนสวี่ต้าลี่เรียกไปด่ากราดที่ห้องทำงานจนหูชา!

หลังจบงานประชุม

เกาเยี่ยนก็กลายเป็นคนดังอีกครั้ง น่าเสียดายที่เขาแต่งงานแล้ว ไม่อย่างนั้นสาวโสดในโรงงานคงกรูกันเข้ามาสารภาพรักกลางงานแน่ๆ

พอกลับมาถึงห้องทำงาน

เกาเยี่ยนเพิ่งจิบชาไปได้อึกเดียว หลิวเสี่ยงตงก็วิ่งแจ้นมาขอพบ

เกาเยี่ยนแสดงท่าทีเย็นชากับหลิวเสี่ยงตงอย่างเห็นได้ชัด ข้ายอมมอบอำนาจบริหารกองร้อยที่หนึ่งให้เอ็งไปแล้ว แต่เอ็งกลับไม่ให้ความเคารพข้าเลยสักนิด

"รองหัวหน้าหลิว ไปเรียกรวมพลคนในกองร้อยที่หนึ่งมาหน่อย ผมมีเรื่องจะสั่งการ!"

เกาเยี่ยนสั่งเสียงเรียบ

"ครับ ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้!"

ไม่นาน เกาเยี่ยนก็มาถึงที่ทำการกองร้อยที่หนึ่ง เจ้าหน้าที่ทุกคนมารวมตัวกันครบแล้ว

เกาเยี่ยนประกาศเพียงเรื่องเดียว

นั่นคือมอบหมายหน้าที่การแจกจ่ายงานให้หัวหน้ากลุ่มย่อยทั้งสองกลุ่มเป็นผู้รับผิดชอบ

พูดง่ายๆ ก็คือ แขวนหลิวเสี่ยงตงไว้บนหิ้ง ทำให้ตำแหน่งรองหัวหน้าของเขากลายเป็นแค่หัวโขนกลวงๆ

สำหรับการตัดสินใจของเกาเยี่ยน หัวหน้ากลุ่มย่อยทั้งสองย่อมไม่คัดค้าน

ส่วนลูกน้องในทีม ก็ไม่มีใครค้านเช่นกัน แถมยังแอบสมน้ำหน้าด้วยซ้ำ

ขนาดเกาเยี่ยนที่เป็นหัวหน้าใหญ่ หลิวเสี่ยงตงยังไม่เห็นหัว นับประสาอะไรกับลูกน้องตัวเล็กๆ สรุปง่ายๆ คือ หมอนี่วางตัวไม่เป็น และไม่เคยได้ใจลูกน้องเลย

ไม่อย่างนั้น ตำแหน่งหัวหน้ากองร้อยที่หนึ่งคงไม่ตกมาถึงมือเกาเยี่ยนหรอก เพราะตอนที่หัวหน้ากัวย้ายไป เขามีสิทธิ์เสนอชื่อคนมารับตำแหน่งแทน แต่เขากลับสละสิทธิ์นั้น

แสดงให้เห็นชัดเจนว่า แม้แต่หัวหน้าเก่าก็ยังไม่พอใจในตัวหลิวเสี่ยงตง

มองดูหลิวเสี่ยงตงที่ยืนคอตกเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง เกาเยี่ยนไม่มีความเห็นใจให้แม้แต่น้อย

เขาเดินกลับห้องทำงานไปจิบชาอ่านหนังสือพิมพ์ รอเวลาไปกินข้าวเที่ยงที่ครัวผู้บริหาร

นี่เป็นคำสั่งของผู้ใหญ่ ไม่อย่างนั้นเขาคงชิ่งกลับบ้านไปแล้ว

เพราะการนั่งแกร่วอยู่ที่โรงงาน สู้เอาเวลาไปอยู่กับจ้าวจิ่งชูยังดีเสียกว่า

เผลอแป๊บเดียว เวลาก็ล่วงเลยมาถึงปลายเดือนธันวาคม

ช่วงนี้ ทีมล่าสัตว์เปลี่ยนสถานที่ล่าไปเรื่อยๆ

แม้สถานที่ใหม่จะไม่ดีเท่าเฉินเจียโกว แต่สัตว์ป่าในที่ใหม่กลับชุกชุมกว่า ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือแถวนั้นกันดาร ห่างไกลผู้คน

ไม่มีชาวบ้านให้วานช่วยขนย้ายสัตว์ที่ล่าได้

ดังนั้น เกาเยี่ยนจึงไปขอโควตาสมาชิกทีมล่าสัตว์เพิ่มจากสวี่ต้าลี่อีกสองที่

เขาโยนโควตาสองที่นี้ให้คนในกองร้อยที่หนึ่ง

เป็นการตอกย้ำอำนาจบารมีในฐานะหัวหน้ากองร้อยให้มั่นคงยิ่งขึ้น

ยังมีข่าวดีอีกเรื่อง

นั่นคือการแสดงร้องเพลงประสานเสียงของแผนกรักษาความปลอดภัย ได้รับคัดเลือกให้ขึ้นแสดงในงานฉลองวันปีใหม่

ความจริงแล้ว เพลง "ฉันและมาตุภูมิของฉัน" ตอนนี้ดังกระฉ่อนไปทั่วแผ่นดิน มีคนงานโรงงานอื่นฝึกร้องเพลงนี้กันเยอะแยะ เผลอๆ บางโรงงานร้องดีกว่าโรงงานรีดเหล็กเสียอีก

แต่เบื้องบนก็ยังเลือกโรงงานรีดเหล็ก

เพราะเพลงนี้เดิมทีโรงงานรีดเหล็กเป็นคนเตรียมไว้สำหรับงานปีใหม่ การที่คณะศิลปินส่วนกลางมาชิงตัดหน้าเอาไปเผยแพร่ก่อน แล้วยังจะมาเขี่ยเจ้าของเดิมทิ้งอีก มันก็ดูจะใจดำเกินไปหน่อย

อีกอย่าง ตอนนี้โรงงานรีดเหล็กขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นเจ้าพ่อแห่งการผลิตเนื้อสัตว์

ทางโรงงานรีดเหล็กเองก็ไม่ได้ใจแคบเก็บไว้กินคนเดียว

หน่วยงานไหนที่มาขอแบ่งปัน ก็มักจะเจียดเนื้อสัตว์และของป่าให้ไปบ้างไม่มากก็น้อย

ขืนไปทำให้โรงงานรีดเหล็กโกรธขึ้นมา แล้วเขาไม่แบ่งเนื้อให้ จะทำยังไง?

เพราะเนื้อพวกนั้นโรงงานรีดเหล็กเขาหามาเอง แน่จริงพวกคุณก็ไปหามาบ้างสิ?

เห็นกันอยู่ว่าโรงงานใหญ่ๆ หลายแห่งพยายามตั้งทีมล่าสัตว์ขึ้นมา แต่ส่วนใหญ่ก็ 'ท่าดีทีเหลว' ทำได้ไม่นานก็ยุบวง

ส่วนที่ยังไม่ยุบ ปริมาณสัตว์ที่ล่าได้ก็ห่างชั้นกับโรงงานรีดเหล็กราวฟ้ากับเหว!

"เสี่ยวเกา แผนกรักษาความปลอดภัยของเราได้โควตาตั๋วเข้าชมงานฉลองปีใหม่มาจำนวนหนึ่ง นายอยากได้ไหม?"

สวี่ต้าลี่เรียกเกาเยี่ยนไปที่ห้องทำงาน ถามด้วยน้ำเสียงสนิทสนม

ตั้งแต่เกาเยี่ยนไปดื่มเหล้าสังสรรค์ที่บ้านสวี่ต้าลี่ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็แน่นแฟ้นขึ้นมาก

"มีทั้งหมดกี่ใบครับ?"

เกาเยี่ยนถาม

"ประมาณสามสิบกว่าใบ!"

เกาเยี่ยนคำนวณในใจ "งั้นขอให้ผมสัก 17 ใบก็แล้วกันครับ!"

เขากะจะเก็บไว้เองสามใบ ส่วนอีก 14 ใบจะแจกให้สมาชิกทีมล่าสัตว์เอาไปดูกับครอบครัว

จบบท

จบบทที่ บทที่ 712 งานประชุมเชิดชูเกียรติ

คัดลอกลิงก์แล้ว