เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 ยอดเขาเซียนล่องลอย

ตอนที่ 16 ยอดเขาเซียนล่องลอย

ตอนที่ 16 ยอดเขาเซียนล่องลอย


ตอนที่ 16 ยอดเขาเซียนล่องลอย

หลังกลับมาถึงห้องน้อยของตนเอง หลินมู่อดไม่ได้ที่จะกระสับกระส่าย

เมื่อได้นั่งไตร่ตรองเรื่องราว ความคิดมากมายผุดขึ้นในหัวของเขา

การต่อสู้ตัดสินแพ้ชนะด้วยความตายกับหม่าฮวาหยวนเป็นเรื่องที่บ้าเกินไป และหลินมู่ก็ไม่คิดว่าหม่าฮวาหยวนจะเคียดแค้นตนมากเช่นนั้น

คราวนี้ที่หลินมู่สามารถเอาชนะหม่าฮวาหยวนได้ ครึ่งหนึ่งเป็นเพราะความแข็งแกร่ง และอีกครึ่งหนึ่งเป็นเพราะความโชคดี

แต่ถ้าหากต้องต่อสู้ตัดสินแพ้ชนะด้วยความตาย แล้วยังมีศิษย์นับพันเฝ้ามอง หลินมู่อดไม่ได้ที่จะประหม่า สุดท้ายแล้วหลินมู่ไม่มั่นใจว่าตนจะสามารถต้านทานกระสุนเพลิงของหม่าฮวาหยวนได้

เวลานี้จุดอ่อนของเขาคือขอบเขตยุทธ์และพลังวิญญาณอันน้อยนิด ในขอบเขตปัจจุบันหากหลินมู่ใช้เคล็ดหยกวารีด้วยพละกำลังทั้งหมด เขาจะสามารถใช้มันได้แค่สามครั้งเท่านั้น และเมื่อนั้นพลังวิญญาณในกายจะหมดไปทันที เขาจำเป็นต้องเข้าสู่สมาธิเพื่อฟื้นฟูพลัง… แต่ในระหว่างการต่อสู้ที่โหดร้าย หากไม่ระมัดระวังเพียงพอ เขาจะตายในการต่อสู้ และไม่มีเวลาเพียงพอจะฟื้นฟูพลังวิญญาณด้วย

ไม่ว่าจะคิดอย่างไร หลินมู่ก็สัมผัสได้ว่าตนไม่มีโอกาสชนะ

หลินมู่เรียนรู้พลังสามในห้าธาตุแล้ว ทันทีที่เผชิญหน้ากับศัตรู ตัวเขาก็มีความยืดหยุ่นและยากจะคาดเดา

ภายในมิติวังวนจันทราเต็มไปด้วยพลังวิญญาณเข้มข้น หากหลินมู่ฝึกฝนอย่างหนักสักสามเดือน เขาก็น่าจะทะลวงผ่านได้อีกสักหนึ่งขั้ย

ทว่าข้อดีเหล่านี้กลับไม่ทำให้หลินมู่สบายใจแม้แต่น้อย

การต่อสู้ที่ตัดสินแพ้ชนะด้วยความตายไม่ใช่เรื่องเล็ก หากล้มเหลวนั้นหมายถึงความตาย

หลินมู่ต้องการให้โอกาสชนะของเขาเพิ่มมากขึ้น อย่างน้อยก็ต้องมากกว่าเจ็ดในสิบ และหากต้องการให้เป็นเช่นนั้น เขาจะต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อพัฒนาขอบเขตยุทธ์

อย่างไรแล้วหลินมู่ก็ยังมีความลังเล เพราะหากขอบเขตยุทธ์เพิ่มขึ้นเร็วเกินไป ผู้อื่นจะต้องสงสัยอย่างแน่นอน

หลินมู่มีรากวิญญาณห้าธาตุ ไม่ว่าใครในสำนักดาบพันปักษาย่อมทราบเรื่องนี้ การพัฒนาขอบเขตยุทธ์ของเขาเชื่องช้าเสียยิ่งกว่าเต่าคลาน ไม่เช่นนั้นหม่าฮวาหยวนคงไม่กล้าหาญท้าทายเขา

แต่หลังจากไตร่ตรองอยู่นานสองนาน เขาตัดสินใจว่าการรักษาชีวิตไว้คือสิ่งสำคัญที่สุด และหากเป็นไปได้เขาจะไม่เปิดเผยการมีอยู่ของจี้วังวนจันทราเด็ดขาด

หลินมู่หยุดความลังเล ก่อนจะตัดสินใจดำเนินการตามแผน

การกลั่นยาวิญญาณถือเป็นความจำเป็นอย่างหนึ่ง นี่คือทางลัดในการพัฒนาขอบเขตยุทธ์ และยังสามารถช่วยเป็นข้อแก้ตัวในการปกปิดจี้วังวนจันทราด้วย

ร่างกายของหลินมู่วูบไหวก่อนจะปรากฏขึ้นในมิติวังวนจันทรา

หญ้าวิญญาณถูกวางเอาไว้มากมายภายในกระท่อม ทั้งหมดถูกหลินมู่คัดแยกไว้อย่างเป็นระเบียบ

หลินมู่หยิบเอาหญ้าวิญญาณชั้นเลิศทั้ง 7 ชนิดที่จำเป็นต่อการกลั่นยาวิญญาณออกมา ก่อนจะหยิบเอาหญ้าวิญญาณระดับสองออกมาด้วย

ตามสูตรยาที่บันทึกไว้ในแผ่นหยกยาเม็ดอัคคี หลินมู่ได้เตรียมส่วนผสมสำหรับการกลั่นยาวิญญาณไว้ทั้งหมด 70 ชุด รวมกับชุดที่เขาซื้อจากหอสีขาวอีกสิบชุดกลายเป็น 80 ชุด

วัตถุดิบการเล่นแร่แปรธาตุกว่า 80 ชุดเพียงพอที่จะให้หลินมู่ได้วุ่นวายสักพักหนึ่ง

ในช่วงแรกอันตราความสำเร็จของเขาต่ำมาก แต่ตราบใดที่สามารถประสบความสำเร็จได้ถึงหกในสิบส่วน เขาจะได้รับยาวิญญาณอย่างน้อย 30 ขวด

แล้วในแผ่นหยกยาเม็ดอัคคียังมีสูตรยาของเม็ดยาพลังชีวิตด้วย

เม็ดยาพลังชีวิตสามารถกลั่นได้จากหญ้าวิญญาณทั้งเจ็ดชนิดที่มีอยู่ภายในกระท่อม

และหากกลั่นเม็ดยาพลังชีวิตเหล่านี้สำเร็จ หลินมู่จะมีกินมีใช้ยาวนานกว่าสองปี

เมื่อแยกวัตถุดิบต่าง ๆ ออกจากกันแล้ว หลินมู่ไม่รอช้าที่จะลงมือและเริ่มฝึกฝนอีกครั้ง

คราวนี้เขาไม่ได้ตาบอด และลองทำตามอำเภอใจ เขามีสูตรยาในมือ ทุกการกระทำล้วนมีเป้าหมาย

หญ้าวิญญาณระดับสองในที่ดินวิญญาณยังไม่ได้ถูกขยับขยาย ทั้งยาสูบเยือกแข็งและหญ้าวิญญาณดาราครามยังคงไว้เช่นเดิม ส่วนดอกไม้เรืองแสงเป็นสมุนไพรหลักในการกลั่นยาผนึกจิตวิญญาณ เช่นนี้หลินมู่จึงปลูกมันไว้อีก 300 ต้น

ในบรรดาหญ้าวิญญาณระดับหนึ่ง หญ้าวิญญาณทั้งเจ็ดชนิดที่ใช้กลั่นยาผนึกวิญญาณมีมากกว่า 300 ต้น ทั้งหมดมีรูปลักษณ์คล้ายกับดอกเหง้า

สำหรับสมุนไพรชั้นเลิศชนิดอื่นๆ หลินมู่ไม่ได้ปลูกเพิ่มเติมในปริมาณมาก เพราะตอนนี้ไม่จำเป็น เขาปลูกแต่ละชนิดไว้เพียงร้อยกว่าต้น เป็นการปลูกเพื่อให้มีเท่านั้น…

กระบวนการทั้งหมดนี้กินเวลาของหลินมู่ไปหนึ่งวันเต็ม ๆ

หลังจัดการกับงานเหล่านี้เสร็จสิ้น หลินมู่ก็เริ่มนั่งสมาธิจดจ่อกับการอ่านตำรา "ยาเม็ดอัคคี" อย่างละเอียด

ในเรื่องของการกลั่นยาตาม ‘สูตรยา’ หลินมู่ยังเป็นมือใหม่ ไม่มีประสบการณ์ใด ๆ เขาจึงทำได้แค่เรียนรู้ความรู้พื้นฐานจากตำรา ‘ยาเม็ดอัคคี’ ซึ่งก็ดีกว่าการคลำช้างไปมั่ว ๆ

วิธีการกลั่นยาตาม ‘สูตรยา’ นั้นมีหลายแบบ มีทั้งแบบกลั่นด้วยน้ำ และแบบกลั่นด้วยไฟ แต่โดยทั่วไปแล้วนักปรุงยาส่วนใหญ่จะใช้แบบกลั่นด้วยไฟ ตำรา ‘ยาเม็ดอัคคี’ ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับข้อควรระวัง และเทคนิคที่ใช้ในการกลั่นยาด้วยไฟอย่างละเอียด

สำหรับหลินมู่แล้ว นี่คือโลกใหม่ที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน

หลินมู่มุ่งมั่นศึกษาอย่างจริงจัง ดั่งผู้กระหายน้ำทะเลทราย

เขาใช้เวลาติดต่อกันสามวัน ไม่กิน ไม่นอน นั่งอยู่ในห้องเงียบทุ่มเทให้กับการศึกษาศาสตร์การปรุงยา หลังจากผ่านไปสามวัน เขาก็เริ่มเข้าใจพื้นฐานของศาสตร์การปรุงยาแล้ว

แต่หากต้องการเป็นนักปรุงยาที่เก่งกาจ เขาจำเป็นต้องฝึกฝนเพิ่มเติมอีกมาก

ในช่วงสามวันที่ผ่านมา เขาอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับการกลั่นยาผนึกวิญญาณมากที่สุด เขาอ่านเนื้อหานี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งท่องจำขึ้นใจ

สำหรับวิธีการกลั่น [เม็ดยาพลังชีวิต] เขาก็อ่านทบทวนจนขึ้นใจเช่นกัน

‘มีดที่ลับคมไว้ ย่อมตัดไม้ได้รวดเร็ว’ เมื่อเตรียมงานทุกอย่างเสร็จสิ้น หลินมู่ก็เริ่มลงมือทำ

เขาห่อส่วนผสมสำหรับการกลั่นยา 10 ชุดที่ซื้อจากหอสีขาวไว้ในผ้าสีฟ้า จากนั้นเขาก็ไปทานอาหารที่โถงผลาหารวิญญาณ แล้วจึงถือผ้าห่อเดินมุ่งหน้าสู่ยอดเขาเซียนล่องลอย

ยอดเขาเซียนล่องลอยอยู่ไม่ไกลจากยอดเขาตะวันตก ภายในยอดเขาเซียนล่องลอยมีห้องสำหรับการกลั่นยาอยู่มากมาย

แต่เมื่อเดินมาถึง มีคนเดินเข้ามาต้อนรับเขาพร้อมกล่าวถามเสียงหนัก “เจ้ามาทำสิ่งใดที่นี่?”

ไท่หนิงเป็นศิษย์แรงงานของยอดเขาเซียนล่องลอย และเขาคือผู้รับผิดชอบดูแลห้องกลั่นยา

หลินมู่ประสานหมัดทำความเคารพก่อนจะเอ่ยปาก “ข้าต้องการเช่าห้องกลั่นยาขอรับ”

ไท่หนิงมองหลินมู่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะเอ่ยเสียงหนัก “ตามข้ามา”

หลินมู่เดินตามไท่หนิงไปถึงด้านในของภูเขา

ภายในยอดเขาเซียนล่องลอยถูกขุดเจาะจนเป็นโพรง ดัดแปลงเป็นห้องสำหรับการกลั่นยาขนาดต่าง ๆ มีทั้งห้องสำหรับกลั่นยา ห้องเก็บของเสียจากการกลั่นยา ห้องเก็บสมุนไพร ห้องเก็บยา และอื่น ๆ อีกมากมาย

พวกเขาเดินไปนานพอสมควร ผ่านทางเดินที่คดเคี้ยวไม่รู้เท่าไหร่ ไท่หนิงพาหลินมู่มาถึงด้านหน้าแถวห้องสำหรับการกลั่นยา

เวลานี้ไท่หนิงเอ่ยปากด้วยรอยยิ้ม “ที่นี่คือห้องกลั่นยาสำหรับศิษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณที่ต้องการฝึกฝนการกลั่นยา ค่าเช่าคือหินวิญญาณระดับต่ำ 2 ก้อน แต่ถ้าหากมีหินวิญญาณไม่เพียงพอ สามารถใช้ยาผนึกวิญญาณทดแทนได้ ยาผนึกวิญญาณหนึ่งขวดมีค่าเท่ากับหินวิญญาณระดับต่ำ 4 ก้อน ส่วนเม็ดยาพลังชีวิตหนึ่งขวดเท่ากับหินวิญญาณระดับต่ำ 2 ก้อน”

หลินมู่พยักหน้ารับ ก่อนจะสุ่มเลือกห้องกลั่นยาแล้วเดินเข้าสู่ภายใน

ทันทีที่เขาเดินเข้ามา ดวงตาของเขาถูกดึงดูดด้วยทุกสิ่งภายในห้อง

มีแท่นหินวางอยู่ตรงกลาง บนแท่นหินมีเตาเล่นแร่แปรธาตุทองเหลืองโบราณ เปลวไฟสีแดงพวยพุ่งออกมาจากก้นเตาเป็นครั้งคราว

ไท่หนิงเดินตามเข้ามาพร้อมกล่าวอธิบายให้หลินมู่ฟัง “นี่คืออาวุธเวทมนตร์ระดับกลาง ชื่อเตาทองเหลือง แม้จะไม่ใช่เตาที่ดีที่สุดสำหรับการกลั่นยาอายุวัฒนะชั้นเลิศ แต่มันสามารถสร้างเม็ดยาพลังชีวิตได้ ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว”

หลินมู่หันมองเตาทองเหลืองแล้วกล่าวถาม “เช่นนั้นข้าจะควบคุมเปลวไฟใต้แท่นหินนี้ได้อย่างไรหรือขอรับ?”

ไท่หนิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ฝึกตนระดับต่ำที่สนใจการกลั่นยา เหล่าอาวุโสภายในสำนักใช้พลังยิ่งใหญ่เปิดเส้นทางผ่านชั้นหินดึงเอาไฟใต้พิภพมาไว้ภายใต้แท่นหินเหล่านี้ เมื่อกลั่นยาเพียงใช้พลังวิญญาณควบคุมความแรงของเปลวไฟ ผู้ฝึกตนระดับต่ำก็สามารถกลั่นยาได้แล้ว” เขาจ้องมองเปลวไฟที่กำลังเริงระบำก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “แม้ว่าการกลั่นยาจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ทดสอบความอดทนของผู้คนได้ดี หากพลาดเพียงนิดเดียว ยาทั้งหมดในเตาก็จะสูญหายไปในพริบตา”

หลินมู่ยกยิ้ม “ขอบคุณศิษย์พี่ที่กล่าวเตือนข้า”

ไท่หนิงยังคงกล่าวต่อไปอย่างใจดี “เช่นนั้นเจ้าก็สามารถฝึกฝนศาสตร์การปรุงยาได้แล้ว” พูดจบเขาหันหลังเดินออกไป แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันกลับมาเตือนหลินมู่ว่า “ประตูนี้มีกลไกอยู่ด้วย หากกดลงไปเพียงเล็กน้อย ประตูหินจะปิดแน่นหนาจนกระทั่งบุคคลภายนอกไม่สามารถเข้ามารบกวนเจ้าได้”

หลังจากนั้นเขาก็เดินออกไป หลินมู่มาส่งเขาที่หน้าประตูก่อนจะกลับมากดกลไกหินเบา ๆ ประตูหินหนักกว่าพันจินเริ่มปิดตัวลงช้า ๆ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถมองเข้ามา หรือเดินเข้ามาได้อีกแล้ว

หลังจากประตูหินปิดลงแล้ว หลินมู่เริ่มสำรวจห้องกลั่นยานี้

ห้องกลั่นยามีเพดานสูง กว้างขวาง ระบายอากาศได้ดี มีเพียงแท่นหินเดียวตั้งอยู่กลางห้อง และไม่มีสิ่งอื่นเพิ่มเติม

หลินมู่เดินไปด้านหน้าและเริ่มจ้องมองโครงสร้างของแท่นหิน และเตาทองเหลืองอย่างถี่ถ้วน

ยิ่งหลินมู่มองมันมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นเท่านั้น แท่นหินนี้ช่างประณีตบรรจงราวกับสร้างจากฝีมือเทพ ฐานเป็นทรงกลม ภายในขังไฟใต้พิภพไว้ ด้านข้างแท่นหินนูนเป็นด้ามจับสีทอง หลินมู่จับด้ามที่ยื่นออกมาก่อนจะอัดฉีดพลังวิญญาณเข้าไปเล็กน้อย เวลานั้นเปลวไฟที่ถูกคุมขังไว้ใต้แท่นหินก็พวยพุ่งออกมา มันแผดเผาเตาทองเหลืองด้านล่างอย่างบ้าคลั่ง

ด้ามจับทรงกลมสีทองถือเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมเปลวไฟ

หลินมู่จดจำได้ดีว่าหากต้องการปรับแต่งยาอายุวัฒนะ เขาจะต้องควบคุมความแรงของเปลวไฟให้ได้เสียก่อน

การควบคุมเปลวไฟถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดของกระบวนการเล่นแร่แปรธาตุแล้ว

ก่อนจะทำสิ่งใดให้ดี ต้องเตรียมเครื่องมือให้พร้อม

หลินมู่เริ่มฝึกฝนควบคุมเปลวไฟ เขากระชับด้ามจับสีทองเอาไว้ก่อนจะปรับการอัดฉีดพลังวิญญาณอย่างช้า ๆ เวลานี้ความเข้มข้นของเปลวไฟภายในแท่นหินก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามการกระทำของหลินมู่

เพียงครึ่งวัน หลินมู่ก็สามารถควบคุมเปลวไฟได้ตามต้องการ

เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะขั้นตอนต่อไปคือการกลั่นยาครั้งแรกในชีวิต!

จบบทที่ ตอนที่ 16 ยอดเขาเซียนล่องลอย

คัดลอกลิงก์แล้ว