เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DHCM ตอนที่ 15 เสียงคร่ำครวญ

DHCM ตอนที่ 15 เสียงคร่ำครวญ

DHCM ตอนที่ 15 เสียงคร่ำครวญ


ชายวัยกลางคนในเครื่องแบบผลักเปิดประตูเข้ามาในห้อง เป็นชายไว้เครา ร่างกายดูแข็งแรง ดวงตาแหลมคม และมีรอยแผลเป็นเล็ก ๆ ใกล้สันคิ้ว ซึ่งเห็นได้ชัดเมื่อโดนแสงแดดยามบ่าย

ชายผู้นี้คือ ฮอลล์ ปลัดคนเก่งของบอนดี้

หลังจากที่บอนดี้พาคนส่วนใหญ่ไปสืบสวนหาที่อยู่ของ ‘สัตว์ประหลาด’ ฮอลล์จึงเข้ามารับหน้าที่ดูแลที่นี่แทนบอนดี้

“ท่านเจสัน?” ฮอลล์อุทาน

ฮอลล์รู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นเจสันอยู่ในห้อง นักสืบคนนี้ไม่คาดคิดว่าจะได้พบเจสันที่นี่

“สวัสดีตอนบ่ายนักสืบฮอลล์” เจสันโบกมือให้เขา

“คุณกำลังมองหาฟินช์อยู่รึเปล่า?”

“เขาออกไปช่วยฉันส่งข้อความ ถ้ามีอะไรที่ฉันพอช่วยคุณได้ ฉันยินดีช่วย” เจสันพูดกับเขา

เจสันเคยพบกับอีกฝ่ายที่หอนาฬิกา แม้ว่าเขาจะไม่คุ้นเคยนักสืบคนนี้มากเท่ากับฟินช์ แต่เขาก็จำชื่อของอีกฝ่ายได้ผ่านการคุยเรื่องทั่วไปกับบอนดี้ ในทำนองเดียวกัน เจสันยังเดาจุดประสงค์ของอีกฝ่ายได้อีกด้วย

ไม่ใช่เรื่องยากที่จะคาดเดา หลังจากบอนดี้พาเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ไปแล้ว เหตุผลเดียวที่ฮอลล์มาตามหาฟินช์ที่ถูกสั่งให้พัก ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวคือ มีบางอย่างเกิดขึ้น และพวกเขาต้องการคนอย่างเร่งด่วน

ความจริงก็เป็นไปตามที่เจสันคาดเดาไว้ ฮอลล์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วเมื่อจำได้ว่า ‘ผู้พิทักราตรี’ ที่อยู่ตรงหน้าเขาเพิ่งได้รับการว่าจ้างให้เป็น ‘ที่ปรึกษาพิเศษ’ เขาจึงเริ่มเล่าให้เจสันฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

“มีการลักพาตัวเกิดขึ้นครับ” นักสืบคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเสริมว่า “แต่คดีนี้มัน…ค่อนข้างแปลก”

การเป็นนักสืบแสดงให้เห็นว่าฮอลล์ต้องมีประสบการณ์มากมาย โดยทั่วไป แม้ว่าคดีจะซับซ้อน แต่เขาจะบอกว่าคดีนี้ยาก ไม่ใช่ ‘แปลก’ อย่างแน่นอน

นั่นทำให้เจสันเกิดความอยากรู้มากขึ้น

“แปลกเหรอ?” เจสันถามคำเดิมซ้ำ

“ใช่ครับ แปลก” ฮอลล์พยักหน้าแล้วพูดต่อ “ถ้าท่านไม่รังเกียจ ผมว่าเราคุยกันระหว่างทางดีกว่า”

“สถานที่เกิดเหตุอยู่ชานเมือง ไกลจากที่เราอยู่ตอนนี้พอสมควร แถมท่านยังต้องรีบกลับมาให้ทันตอนกลางคืนด้วย” หลังพูดจบ นักสืบก็มองเจสันด้วยสายตาคาดหวัง

“แน่นอน” เจสันตอบด้วยรอยยิ้ม

แม้เขาจะได้รับการว่าจ้างให้เป็นที่ปรึกษาพิเศษ แต่เขายังมีหน้าที่รับผิดชอบการลาดตระเวนตอนกลางคืนด้วย

ในเมื่อเขารับเงินมาแล้ว เขาจึงไม่คิดจะหลบเลี่ยงความรับผิดชอบ

ท้ายที่สุด เขาถือว่ามันเป็นหนึ่งในสิ่งที่เขารับปากไว้

ที่ประตูมีรถม้าซึ่งดูเหมือนจะมีราคาแพงมาจอดอยู่

คนขับยืนอยู่หน้ารถม้า เมื่อเห็นเจสันและฮอลล์ออกมา เขาก็หันหลังกลับ เปิดประตู จากนั้นยืนรออยู่ด้านข้างอย่างเงียบ ๆ

“เชิญครับคุณนักสืบ” คนขับรถม้าพูดกับพวกเขา

เมื่อเจสันและฮอลล์เดินเข้าไป คนขับก็โค้งคำนับพวกเขาอย่างสุภาพ

แม้ว่ากระบวนการทั้งหมดจะไม่มีอะไรผิดปกติ แต่เจสันสังเกตเห็นว่าคนขับดูประหม่าต่อหน้าเขา ราวกับกังวลอยู่ตลอดเวลาว่าจะหยาบคายหรือทำอะไรผิด

เมื่อเทียบกับรถม้าราคาแพงที่อยู่ข้างหลังอีกฝ่าย ความวิตกกังวลของคนขับจึงดูแปลก และไม่สอดคล้องกันเท่าไรนัก

แต่เจสันยังคงเงียบอย่างชาญฉลาด

เขาไม่ลืมว่าเขาเป็นเพียงที่ปรึกษาพิเศษ และคนที่มีสิทธิ์ออกความคิดเห็นจริง ๆ คือฮอลล์

ฮอลล์พยักหน้าให้คนขับอย่างสุภาพแล้วขึ้นรถม้า เจสันทำเช่นเดียวกัน พยักหน้าให้คนขับแล้วเดินตามหลังฮอลล์ขึ้นรถม้าไป

หลังจากทั้งสองขึ้นมาแล้ว คนขับก็ปิดประตู ยืนยันอีกครั้งว่าทั้งคู่นั่งกันเรียบร้อย จากนั้นก็รีบกลับไปยังที่นั่งของตน และฟาดแส้

เพี๊ยะ!

รถม้าเริ่มเคลื่อนตัวช้า ๆ ด้วยเสียงบดล้ออันดัง ประมาณสามนาทีต่อมา รถม้าเริ่มเร่งความเร็วขึ้น ทิวทัศน์บนท้องถนนทั้งสองข้างเคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็ว แต่ผู้คนภายในรถม้ากลับไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนแม้แต่น้อย

ทักษะการขับขี่ที่โดดเด่นของคนขับสร้างความประหลาดใจให้เจสัน

แน่นอนว่ามันเป็นเพราะรถม้าเป็นของชั้นยอดด้วย

เจสันไม่รู้เรื่องรถม้ามากนัก แต่เมื่อมองดูครั้งแรก เขาสามารถบอกได้ทันทีว่ารถม้าคันใหญ่ที่ลากโดยม้าสองตัวนั้นพิเศษมาก ไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียด มันเป็นความประทับใจแรกของเขา เช่นเดียวกับตอนที่คนธรรมดาทั่วไปเห็นทองคำหรืออัญมณี

แล้วหลังจากลองนั่งด้วยตัวเองล่ะ?

เจสันสัมผัสได้ถึงความนุ่มของที่นั่ง และเบาะรอง หลังวางมือบนที่วางแขน เขายังสังเกตเห็นว่าเครื่องประดับบนนั้นเป็นหินอาเกตและหินเทอร์ควอยซ์อันล้ำค่า เขาสูดหายใจเข้าลึก ได้กลิ่นน้ำแข็ง อาหาร และเครื่องดื่มในช่องลับที่ด้านข้างและใต้รถม้า

“ตู้เย็นเคลื่อนที่เหรอ? ช่างหรูหราอะไรเช่นนี้”

แม้ว่าเจสันจะไม่ค่อยรู้เรื่องรถม้ามากนัก แต่เขารู้มากพอว่าการติดตั้งตู้เย็นเคลื่อนที่ในรถม้านั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เนื่องจากจะต้องมีห้องใต้ดินสำหรับเก็บน้ำแข็งในฤดูหนาว ซึ่งการขุด และบำรุงรักษาห้องเก็บน้ำแข็งดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่คนทั่วไปทำไม่ได้

ต้องเป็นขุนนาง หรือไม่ก็นักธุรกิจผู้มั่งคั่ง

เจสันเริ่มคาดเดาตัวตนว่าใครคือเจ้าของรถม้า

จากนั้นเขาจึงหันไปมองฮอลล์

เขาไม่ลืมสิ่งที่ฮอลล์พูดก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความแปลกของคดี

นักสืบนั่งตัวตรงและเริ่มอธิบาย

“ผู้ที่ถูกลักพาตัวคือท่านเฟลย์ตัน เขาเป็นหนึ่งในนักธุรกิจที่ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งในเมืองโรด เขาเป็นเจ้าของบริษัทขนส่ง เหมืองถ่านหิน โรงงานทอผ้า และอีกมากมาย”

“ก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ ท่านเฟลย์ตันมักจะเข้าร่วมงานเลี้ยงการกุศลที่ถูกจัดขึ้นโดยนายกเทศมนตรีเมืองโรด แต่หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ ท่านเฟลย์ตันก็ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม กลายเป็นคนเก็บตัว”

“เขาออกจากเมือง และไปอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ชานเมือง นอกจากนี้เขายังไล่คนรับใช้ออกเกือบหมด เหลือไว้เพียงพ่อครัวและสาวใช้ไม่กี่คน”

ใบหน้าของฮอลล์เต็มไปด้วยความเศร้า เห็นได้ชัดว่านักธุรกิจผู้มั่งคั่งคนนี้มีชื่อเสียงที่ดี

“ไฟ?” เจสันพูดคำที่เขาสนใจซ้ำอีกครั้ง

“ครับ มันเป็นอุบัติเหตุ หลังจากงานเลี้ยงอาหารค่ำ ท่านเฟลย์ตันที่เมาไปเผลอชนเทียนล้มจนเกิดไฟลุกท่วมบ้านทั้งหลัง คนรับใช้ชาย แม่บ้าน และสาวใช้ของเขา ทุกคนเสียชีวิตในกองเพลิง แม้ว่าท่านเฟลย์ตันจะถูกช่วยชีวิตออกมาได้ แต่รูปลักษณ์ของเขากลับเสียหายถาวรภายใต้ไฟนั้น”

ฮอลล์ถอนหายใจ เขาดูเศร้ามากขึ้น และถึงกับส่ายหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อพูดถึงเรื่องไฟไหม้

“สรุปแล้วผู้ที่ถูกลักพาตัวคือนายเฟลย์ตันใช่ไหม?” เจสันถาม

“ใช่ครับ คนที่ถูกลักพาตัวคือท่านเฟลย์ตันแน่นอน แต่ที่แปลกเพราะผู้ลักพาตัวทิ้งจดหมายไว้ฉบับหนึ่งที่ระบุว่าตนลักพาตัวท่านเฟลย์ตันไป ทว่าภายในจดหมายฉบับเดียวกันนั้นกลับไม่ได้เขียนอะไรเกี่ยวกับค่าไถ่ หรือข้อเรียกร้องเลย”

ฮอลล์พยักหน้า จากนั้นเน้นเสียงขึ้น “ไม่มีการเรียกค่าไถ่ทรัพย์สินหรือเรียกร้องเกินเหตุ! ราวกับว่าคนพวกนั้นมาเพื่อตั้งใจจะลักพาตัวท่านเฟลย์ตันโดยเฉพาะ แต่การมีอยู่ของจดหมายฉบับนั้นทำให้ทฤษฎีนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะการทิ้งจดหมายไว้ดูโฉ่งฉ่างเกินไป”

“หากผู้ลักพาตัวตั้งใจจะยั่วยุตำรวจหรืออวดอ้างความสามารถของตน การลักพาตัวชายผู้มั่งคั่งที่ใช้ชีวิตสันโดษ และแทบไม่ได้รับการปกป้องก็ดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่นัก” ฮอลล์อธิบายความคิดของเขา

เจสันไม่ได้พูดอะไร เพียงฟังอย่างอดทนและตั้งใจ

เพราะเขารู้ดีว่านักสืบที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์มากกว่าเขามาก

แต่แล้วแค่เพียงชั่วครู่

“อ๊าก!”

เสียงร้องอันน่าเวทนาทำให้คนทั้งสองหยุดชะงัก เจสันและฮอลล์อดไม่ได้ที่จะมองไปทางที่เสียงกรีดร้องดังขึ้น ทันใดนั้นรูม่านตาของพวกเขาก็หดตัวลงเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

จบบทที่ DHCM ตอนที่ 15 เสียงคร่ำครวญ

คัดลอกลิงก์แล้ว