- หน้าแรก
- วันพีช เริ่มต้นด้วยแม่แบบไอเซ็น
- บทที่ 7 การสอนฮาคิ
บทที่ 7 การสอนฮาคิ
บทที่ 7 การสอนฮาคิ
บทที่ 7 การสอนฮาคิ
มันน่าขันอยู่ไม่น้อยที่คองถึงกับหาผู้สืบทอดต่อจากเซ็นโงคุตั้งแต่ยังไม่ได้มอบตำแหน่งจอมพลให้เซ็นโงคุอย่างเป็นทางการ
แน่นอน สำหรับการ์ปและพวกสหายเก่าๆ แล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่สำหรับคนอื่นๆ มันเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง
ไม่ว่าจะเป็นการประลองระหว่างเมอร์ฟีกับซาคาซึกิ หรือคำพูดของคอง ต่างก็ฝังลึกอยู่ในใจของทุกคนที่ได้ยิน
ทุกคนรู้ดีว่า ถ้าไม่มีเหตุการณ์ผิดพลาดในอนาคต เด็กหนุ่มตรงหน้านี้จะต้องกลายเป็นว่าที่จอมพลแห่งกองทัพเรืออย่างแน่นอน
"ยุ่งยากจริงๆ" เมอร์ฟีส่ายหัวเบาๆ อย่างจนใจ เมื่อเห็นผู้คนรอบตัวเริ่มถกเถียงกันไม่หยุด
เขาไม่เคยคิดเลยว่าการประลองเล็กๆ กับซาคาซึกิจะทำให้คองชื่นชมถึงขนาดนั้นโดยเฉพาะเมื่อทั้งสองยังเป็นแค่นักเรียนใหม่ และซาคาซึกิในตอนนี้ก็ยังไม่ได้แข็งแกร่งถึงขีดสุดเสียด้วยซ้ำ
แต่ถ้าคิดดูดีๆ ก็พอเข้าใจได้
เพราะสำหรับสัตว์ประหลาดระดับคอง การมองทะลุศักยภาพของคนคนหนึ่งเพียงแค่การเคลื่อนไหวไม่กี่ครั้ง นับเป็นเรื่องปกติ
แม้ว่าซาคาซึกิในตอนนี้ยังไม่แข็งแกร่งมากนัก แต่คองก็มองเห็นแล้วว่าหากได้รับการขัดเกลา เด็กคนนั้นก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นจอมพลได้เช่นกัน
และต่อหน้า 'ว่าที่จอมพล' อย่างซาคาซึกิ เมอร์ฟีกลับแสดงให้เห็นถึงพลังที่ข่มขวัญได้อย่างสิ้นเชิง
เหนือสิ่งอื่นใด หลังการสนทนาสั้นๆ คองก็ยิ่งแน่ใจในบุคลิกและความคิดอ่านของเมอร์ฟี
สุดท้ายไม่ว่าอย่างไรผลลัพธ์ก็คือ บทสนทนาเกี่ยวกับตัวเมอร์ฟีแพร่สะพัดไปทั่วค่ายฝึกอย่างรวดเร็ว
ในระหว่างที่กำลังเดินกลับออกมาเซ็นโงคุกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเปี่ยมความรู้สึก
"ตอนแรกฉันยังนึกว่าหลังจากนายถอยฉากไป เซฟเฟอร์ กองทัพเรือคงจะขาดกำลังไปมาก"
"แต่ไม่คิดเลยว่าแค่ค่ายฝึกยอดฝีมือที่นายตั้งขึ้นมา จะสามารถดึงดูดสัตว์ประหลาดอย่างนี้เข้าสู่กองทัพได้โดยตรง"
"เด็กนั่นอายุยังไม่ถึงยี่สิบเลยด้วยซ้ำ แต่พรสวรรค์กลับน่าหวาดหวั่นถึงเพียงนี้"
สิ่งอื่นอาจชดเชยกันได้แต่ 'พรสวรรค์' นั้น...ไม่มีทางปลอมแปลงได้
"ตอนเราสามคนอายุยี่สิบคงต้องรุมกันสามคนถึงจะชนะเจ้านั่นได้มั้ง" การ์ปคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดออกมา
สามคนที่เขาหมายถึง ย่อมหมายถึงตัวเขา เซฟเฟอร์ และเซ็นโงคุ
"พูดอย่างนั้นก็ดูเกินจริง...แต่ถ้าคิดดีๆ แล้วก็คงใช่" เซฟเฟอร์ถอนหายใจเบาๆ
ไม่นึกเลยว่า คนที่ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าตนเองเป็น 'อัจฉริยะ' จะต้องมีวันที่รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะพรสวรรค์ของผู้อื่นช่างยิ่งใหญ่เกินไป
"เด็กคนนั้นน่ะ เป็นสัตว์ประหลาดตัวจริง" คองเองก็เอ่ยขึ้นมา
ไม่อาจใช้คำว่า 'อัจฉริยะ' อธิบายได้อีกแล้ว
"หากให้เวลาและเงื่อนไขที่เหมาะสม เด็กคนนั้นจะต้องกลายเป็นยอดฝีมือที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคนหนึ่งแน่นอน ไม่มีข้อสงสัยแม้แต่น้อย"
"โชคดีที่เด็กคนนั้นมาเข้ากองทัพเรือ ถ้าเป็นโจรสลัดขึ้นมา คงน่ากลัวยิ่งกว่าร็อกซ์เสียอีก"
"ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก พวกนายเองก็เห็นบุคลิกของหมอนั่นแล้ว เขาไม่มีทางข้องเกี่ยวกับโลกโจรสลัดเด็ดขาด"
หลังสิ้นเสียงพูด บรรดาขุนพลทั้งหลายก็พากันพยักหน้าตามเห็นด้วย
ที่ทำให้ทุกคนประทับใจที่สุด ไม่ใช่แค่พลังของเมอร์ฟี หากแต่เป็น 'ออร่า' อันอ่อนโยนและสง่างามที่แทบไม่มีที่ติ ราวกับเป็นคนดีโดยธรรมชาติ เป็นคนที่ใครๆ ก็อยากเข้าใกล้ อยากพึ่งพาอย่างไม่รู้ตัว
จากนั้นถึงจะเป็นพรสวรรค์ที่ไม่อาจหาคำใดเปรียบได้
"เซฟเฟอร์ ฉันขอมอบ 'สัตว์ประหลาด' ตัวนี้ให้เป็นหน้าที่ของนาย" คองกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
แม้ว่างานต่อไปจะเป็นของเซ็นโงคุแน่นอน แต่หากเมอร์ฟียังมีชีวิตอยู่จนเติบโต วันหนึ่งเด็กคนนี้จะต้องเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งจอมพลอย่างแน่นอน
คองจึงให้ความสำคัญกับอนาคตกองทัพเรืออย่างที่สุด
"วางใจเถอะ ฉันจะดูแลพวกเด็กๆ พวกนี้อย่างใกล้ชิด สอนฮาคิสองสีให้พวกเขา เพื่อป้องกันไม่ให้ตายตั้งแต่ยังไม่โต" เซฟเฟอร์ยิ้มบาง
ครั้งหนึ่ง เขาเคยหมดสิ้นไฟในหัวใจหลังจากสูญเสียภรรยาและลูก
แต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ในค่ายฝึกยอดฝีมือนี้ เขาจะสามารถจุดไฟแห่งความมุ่งมั่นขึ้นมาได้อีกครั้ง
ด้วยพลังของเขา ต่อให้เวลาอีกสิบปีผ่านไป ก็ยังสามารถปกป้องเด็กๆ พวกนี้ให้เติบโตแข็งแกร่งขึ้นมาได้อย่างแน่นอน
เมื่อเขารับผิดชอบแล้ว เขาจะไม่ยอมปล่อยให้ 'สัตว์ประหลาดน้อย' เหล่านี้ตายอย่างสูญเปล่า
"อย่างน้อย...การที่นายมีไฟขึ้นมาอีกครั้งก็ถือเป็นเรื่องดี" คองคิดในใจเงียบๆ แต่ไม่ได้เอ่ยออกมา
เขาแทบจะคาดเดาได้เลยว่าจากนี้ไป เซฟเฟอร์จะเริ่มสั่งสอนพวกเด็กๆ อย่างเข้มงวดสุดขีด
และเมื่อเซฟเฟอร์จริงจังเมื่อไหร่ การฝึกฝนก็คงไม่ต่างจากขุมนรก
…
วันต่อมา
หลังจากได้พักเต็มที่ทั้งวัน เมื่อวานนี้ในที่สุดการฝึกของค่ายฝึกยอดฝีมือก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
คนที่สามารถรอดมาได้ถึงขั้นนี้ ย่อมมีรากฐานที่แข็งแกร่งอย่างน้อยที่สุด กายภาพของพวกเขาแข็งแรงพอที่จะเริ่มต้นเรียนรู้ฮาคิได้ทันที
เซฟเฟอร์ที่ยืนอยู่หน้ากลุ่มนักเรียน มองพวกเขาด้วยสายตาเคร่งขรึม
"วันนี้สิ่งที่ฉันจะสอนพวกนายมันเรียบง่ายที่สุดแต่ว่าสำคัญที่สุด"
"ฮาคิสองสี"
"แน่นอน ฉันไม่ได้คาดหวังให้พวกนายเข้าใจทั้งหมดในวันเดียว"
"สิ่งที่ฉันต้องการ คือให้พวกนายรู้จักมัน เข้าใจมัน และรู้ว่าควรพยายามไปในทิศทางไหน"
เซฟเฟอร์เว้นจังหวะให้ทุกคนตั้งใจฟัง ก่อนจะเริ่มอธิบายอย่างชัดถ้อยชัดคำ
"ฮาคิสองสีที่ว่าคือ...ฮาคิเกราะ และฮาคิสังเกต"
"ฮาคิเกราะ จะเพิ่มพลังป้องกันส่วนตัว ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งราวกับสวมเกราะที่มองไม่เห็น และยังสามารถเปลี่ยนมาเป็นพลังโจมตีได้
มันสามารถใช้ต่อกรกับพลังของผลปีศาจ แม้กระทั่งสัมผัสตัวผู้ใช้ผลโลเกียที่ปกติจะโจมตีไม่ได้"
"นอกจากนี้ ฮาคิเกราะยังสามารถเคลือบลงบนอาวุธเพื่อเสริมพลังโจมตี เมื่อใช้งานจริง ผิวหนังบริเวณที่เคลือบฮาคิจะเปลี่ยนเป็นสีดำ และจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า"