- หน้าแรก
- ประกายแสงจากโลกสีคราม ขออัญเชิญผู้เล่นสู่โลกล่มสลาย
- ตอนที่ 13 อัปเดต NPC
ตอนที่ 13 อัปเดต NPC
ตอนที่ 13 อัปเดต NPC
หลังคลี่คลายทุกปัญหาเสร็จสิ้น
ซูเฉินกลัวว่าซูเสี่ยวหยูจะเป็นห่วงหากเขากลับบ้านช้ามากเกินไปกว่านี้ จึงรีบกลับไปกินข้าวเย็นก่อนเป็นอันดับแรก
หลังกล่อมซูเสี่ยวหยูจนหลับสนิท ซูเฉินก็กลับมาเปิดระบบอีกครั้ง ก่อนจะใช้เวลาอยู่นานในการพิจารณาที่คอลัมน์ [ยีน]
เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะใช้แต้มพลังงานหนึ่งล้านที่มีตอนนี้เพื่อแลกเปลี่ยนกับยีนสักตัว
[TOA-001]: "ยีนระดับ A หมายเลขลำดับ 001-006 ความถี่ในการฉีดทุก ๆ 30 วัน"
คำอธิบายการปรับแต่งยีน: เพิ่มการทำงานของสเต็มเซลล์ให้แขน ขา และร่างกาย ทักษะเสริม: สัญชาตญาณการเอาตัวรอด"
ยีน TOA มีทั้งหมดหกขั้น เริ่มฉีดจาก TOA-001 และลงท้ายด้วย TOA-006 โดยเว้นระยะห่างหนึ่งเดือนระหว่างการฉีดแต่ละครั้ง ขีดจำกัดสูงสุดคือการกลายเป็นนักรบพันธุกรรมระดับ A
ยาชุดนี้จะเน้นเสริมความไวต่อสิ่งเร้าร่างกายมนุษย์ หลังจากฉีดครบชุดแล้ว จะได้รับทักษะสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด สามารถหลบอันตรายในระยะประชิดได้อย่างรวดเร็วด้วยความจำของกล้ามเนื้อ ก่อนที่สมองจะทันได้ตอบสนอง
หลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ ซูเฉินก็ได้ตระหนักถึงความอ่อนแอของตนเองอย่างชัดเจน
หากไม่ใช่เพราะชิปสปาร์คที่สามารถต้านทานผู้ไร้ความตายได้โดยธรรมชาติ เขากับน้องสาวคงตายไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อมีแต้มพลังงานมากพอ สิ่งแรกที่เขาคิดถึงคือการเพิ่มความแข็งแกร่ง อย่างน้อยก็ให้มีความสามารถพอจะปกป้องตัวเองและน้องสาวได้
ตอนแรกเขาเลือกดูที่รายการอาวุธ แต่สุดท้ายก็ล้มเลิก
เพราะด้วยพลังของซูเฉินในตอนนี้ เขาไม่อาจใช้อาวุธทรงอานุภาพเหล่านั้นได้
มันก็เหมือนกับการให้ปืน AK-47 แก่เด็กอายุสามขวบ ที่ต่อให้เป็นของดีแค่ไหน ก็ใช้งานไม่ได้อยู่ดี
หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน เขาก็ตัดสินใจแลกแต้มกับการปรับปรุงยีนแทน
"ขวดที่ 001 ราคาหนึ่งล้าน ขวดที่ 002 ราคาสองล้าน..."
ซูเฉินรู้สึกเจ็บปวดที่ใจเล็กน้อย ยีนพวกนี้มันแพงเกินไปแล้ว!
แม้จะมีสารพันธุกรรมที่ดีกว่า เช่น ระดับ S ระดับ S+ ฯลฯ แต่แน่นอนว่าซูเฉินไม่มีปัญญาซื้อ อีกทั้งแค่ยีนระดับ A ก็ถือเป็นยอดฝีมือในดินแดนรกร้างแห่งนี้แล้ว
ขณะที่ซูเฉินถือเข็มฉีดยาสีฟ้าไว้ในมือ เตรียมจะฉีดเข้าร่างกาย
ชิปสปาร์คก็พูดแทรกขึ้นมา "ขอแนะนำว่าโฮสต์ไม่ควรฉีดยานั่น"
ซูเฉินชะงักเล็กน้อย "ฉันรู้ว่ายีนพวกนี้มีขีดจำกัด แต่ฉันต้องมีพลังมากพอเพื่อปกป้องตัวเอง นอกจากนี้ในระบบก็มียาละลายยีนไม่ใช่เหรอ? ตราบใดที่ฉันยังมีแต้มพลังงานมากพอ ฉันก็แค่ละลายยีนระดับ A นี้ออกแล้วแทนที่ด้วยยีนระดับที่สูงกว่า"
ชิปสปาร์คอธิบาย "โฮสต์สามารถดูดซับพลังงานสสารมืดโดยอัตโนมัติได้อยู่แล้ว แม้ช่วงต้นผลลัพธ์จะด้อยกว่ายีนเปลี่ยนพันธุกรรม แต่ศักยภาพการเติบโตในระยะยาวนั้นไร้ขีดจำกัด"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูเฉินก็เกิดลังเลเล็กน้อย
จริงอยู่ที่ยีนพวกนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้ได้ แต่มันก็เป็นการปิดกั้นศักยภาพการเติบโตทางพันธุกรรมของเขาทางอ้อมเช่นกัน
"โฮสต์อย่าลืมว่าเพิ่งได้รับร่างผู้ไร้ความตายมาสามตน แม้พวกมันจะเทียบไม่ได้กับจักรกลระดับสูง แต่ก็เพียงพอที่จะรับมือกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน"
เมื่อได้ยินคำเตือนจากชิปสปาร์ค ซูเฉินถึงกับตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่
ใช่แล้ว! ตอนนี้เขามีร่างของจักรกลที่สมบูรณ์แบบอยู่สองตัวและเสวียนจีจื่ออีกหนึ่ง
หากมันถูกควบคุมโดยระบบ แม้หน่วยล่าทาสจากครั้งที่แล้วจะย้อนกลับมาก็สามารถรับมือได้อย่างสบาย
"แล้วทำไมไม่บอกกันตั้งแต่แรกเล่า?!"
ซูเฉินมองขวดยาสีฟ้าในมือด้วยความเจ็บปวดใจ
หนึ่งล้านแต้มพลังงานหายวับไปกับตา!
"ระบบ ฉันขอคืนของได้ไหม?"
"เมื่อซื้อแล้ว ไม่สามารถขอคืนหรือแลกเปลี่ยนได้"
"นายทุนเจ้าเล่ห์!! ทำไมไม่มีกฎเจ็ดวันคืนสินค้าได้โดยไม่ต้องมีเหตุผลกันบ้าง!?”
......
แต่เมื่อซื้อมาแล้วก็ต้องใช้ให้คุ้ม ซูเฉินตัดสินใจมอบยานี้ให้ซูเสี่ยวหยู
เพราะถึงอย่างไรมันก็คือยีนระดับ A เป็นสมบัติล้ำค่าที่ทุกกองกำลังต่างหมายตา!
ปัจจุบันในแดนรกร้าง นักรบระดับ A แทบจะอยู่บนจุดสูงสุดของสายพลัง
จำนวนผู้ที่แข็งแกร่งพอจะทะลวงขีดจำกัดระดับ A และขึ้นไปถึงระดับ S ได้นั้นแทบจะนับคนได้
ซูเฉินรีบปลุกซูเสี่ยวหยูขึ้นมากลางดึก
หลังจากอธิบายเสร็จ ซูเสี่ยวหยูก็ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ เพราะเธอเชื่อใจซูเฉิน
"มาเลยพี่ ฉันไม่กลัวเจ็บหรอก!"
เมื่อเห็นซูเสี่ยวหยูพับแขนเสื้อขึ้นอย่างไม่ลังเล ซูเฉินยื่นมือไปลูบหัวเธออย่างแผ่วเบาด้วยความรักใคร่
"ไม่ต้องห่วง ฉีดยาแล้วก็นอนหลับไปสักคืน ตื่นมาก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง"
หลังจากฉีดยาเสร็จ ซูเสี่ยวหยูก็ผล็อยหลับไปในทันที
……
เมื่อซูเฉินมาถึงลานกว้าง
เขาก็เห็นเสวียนจีจื่อกำลังโยนร่างของผู้เล่นลงพื้นทีละคน ๆ
"ศพ" กองพะเนินราวกับเศษซาก
ซูเฉินถึงกับตาเหลือก
ผู้เล่นบางคนถูกโยนไกลจนกระดูกหัก
ผู้เล่นบางคนติดอยู่ในฝูงเหมือนจะขาดอากาศหายใจตาย
หลังจากผู้เล่นเสียชีวิต ร่างของพวกเขาจะกลายเป็นฝุ่นผงและหายไปในอากาศ
เสวียนจีจื่อเมื่อเห็นเช่นนั้น ก็ย่อตัวลงไปเพ่งมองอย่างสนใจ
ดูเหมือนมันจะสนใจผู้เล่นเหล่านี้เป็นอย่างมาก ถึงขนาดจงใจฆ่าพวกเขาอีกหลาย ๆ คนเพื่อหวังจะนำร่างของผู้เล่นมาแยกชิ้นส่วนและศึกษาอย่างละเอียด
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
ซูเฉินสั่งห้ามไม่ให้เสวียนจีจื่อสังหารผู้เล่นอีกต่อไป
เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "นักพรตเต๋า ห้ามฆ่าคนในศูนย์หลบภัยของฉันอีก เข้าใจไหม?"
เสวียนจีจื่อเอียงหัวด้วยความสับสน
"ใต้เท้า...คนพวกนี้มาจากที่ใดหรือ?"
ซูเฉินรีบปรับแก้คำเรียก "เรียกฉันว่าหัวหน้า ส่วนที่มาของพวกเขานั้นไม่ต้องสนใจ ในแง่หนึ่งพวกเขามีหลายอย่างที่คล้ายคลึงกับผู้ไร้ความตาย เดี๋ยวตอนหลังก็จะเข้าใจเอง"
เขาตอบแบบขอไปที
ซูเฉินครุ่นคิดว่าจะจัดการกับเสวียนจีจื่ออย่างไร
หลังผ่านการวิเคราะห์ของชิปสปาร์ค เขารู้ว่าเสวียนจีจื่อเป็นผู้ไร้ความตายที่มีพลังต่อสู้ระดับ B+ ไม่แปลกใจเลยที่มันจะมั่นใจในตัวเองมากพอที่จะพก "ชิปชีวภาพต้นแบบ" ติดตัวมาด้วย
แต่ก้อนพลังงานของมันเกือบทั้งหมดถูกชิปสปาร์คดูดซับไป และสิทธิ์ในการใช้อาวุธก็ถูกจำกัด ดังนั้นความแข็งแกร่งของมันจึงลดลงอย่างมากจนเหลือเพียงระดับ D เท่านั้น
นอกจากความสามารถในการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมแล้ว เสวียนจีจื่อยังเป็นช่างเครื่องระดับสูงที่เชี่ยวชาญด้าน "การดัดแปลงอวัยวะจักรกล" อีกด้วย
"ใช่แล้ว! มันสามารถเป็น NPC เมนเทอร์ได้นี่น่า!"
ดวงตาของซูเฉินเป็นประกาย
หากให้ผู้เล่นทุกคนเลือกเป็นนักรบพันธุกรรมกันหมด เกมนี้คงจะน่าเบื่อเกินไป
แต่ถ้าเพิ่ม “เมคานิก” หรือ “วิศวกรจักรกล” อย่างเสวียนจีจื่อเข้าไป ก็น่าจะทำให้ระบบอาชีพของผู้เล่นหลากหลายยิ่งขึ้น
เมื่อเห็นเสวียนจีจื่อจ้องมอง "ศพ" ของผู้เล่นอย่างไม่วางตา ราวกับอยากจะศึกษามันให้มากกว่านี้ ซูเฉินจึงถามขึ้นว่า "นักพรตเต๋า คิดว่าคนพวกนี้สามารถเอาไปดัดแปลงเป็นจักรกลได้ไหม?”
เสวียนจีจื่อส่ายหน้า "ข้าไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด จึงไม่สามารถสรุปผลได้"
"ถ้าฉันให้ห้องทดลอง แล้วให้นายลองดัดแปลงพวกเขาล่ะ?"
เสวียนจีจื่อหันมองซูเฉินราวกับกำลังวิเคราะห์เจตนาของอีกฝ่าย
ซูเฉินยิ้มจาง ๆ "อยากศึกษาร่างกายของพวกเขานักไม่ใช่หรือไง? ตราบใดที่ยังทำตามที่ฉันบอก พวกเขาจะให้ความร่วมมืออย่างดีแน่นอน"
เสวียนจีจื่อเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตกลงในที่สุด
ด้วยแนวคิดนี้ ซูเฉินจึงตั้งค่าให้หุ่นยนต์อีกสองตัวกลายเป็น NPC ด้วยเช่นกัน
ตัวหนึ่งเป็น "พ่อค้าอาวุธ"
อีกตัวหนึ่งเป็น "นักปรุงยา"
และด้วยการควบคุมของชิปสปาร์ค ซูเฉินยังมีแต้มพลังงานเหลือพอสำหรับซื้อชิป AI อัจฉริยะ
จากนั้น ซูเฉินก็ได้สร้างหอการค้าและหอเปลี่ยนอาชีพขึ้นภายในศูนย์หลบภัย
ตามคำขอของเสวียนจีจื่อ เขาใช้แต้มพลังงานซื้ออุปกรณ์ดัดแปลงจักรกลระดับต่ำมาจำนวนหนึ่ง และยังซื้อยาปรับพันธุกรรมระดับ F มาอีกสิบชุดเพื่อให้ผู้เล่นสามารถเลือกซื้อได้
หลังจากใช้จ่ายทั้งหมด แต้มพลังงานกว่า 1.2 ล้านแต้มของเขาก็เหลือไม่ถึง 50,000 แต้ม
"ระบบจะให้เรียกผู้เล่นมาทำไมกันแน่นะ?"
ซูเฉินบ่นอุบ "แต้มพลังงานมากมายขนาดนี้ เอามาเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเองไปเลยไม่ดีกว่าหรือไง?”
ชิปสปาร์คตอบกลับ "เนื่องจากโฮสต์ไม่สามารถดูดซับพลังงานสสารมืดได้ครั้งละมาก ๆ เพียงลำพัง การลงทุนกับผู้เล่นในช่วงแรกจึงเป็นสิ่งสมควร เมื่อพวกเขาเลเวลสูงขึ้น โฮสต์จะสามารถเก็บเกี่ยวแต้มพลังงานได้ไม่รู้จบ”
ซูเฉินเข้าใจความหมายของระบบดี เพียงแต่ยังรู้สึกเสียดายแต้มที่ใช้ไปก็เท่านั้น
......
ซูเฉินนอนเหยียดลงบนเตียงทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน ก่อนจะเชื่อมต่อจิตสำนึกเข้ากับเว็บไซต์ทางการของเกมและเริ่มแก้ไขประกาศอัปเดต
ช่วงก่อนรุ่งสางก็มีการโพสต์ประกาศอย่างเป็นทางการลงบนเว็บไซต์:
【เวอร์ชันทดสอบรอบแรกของ “เวสต์แลนด์” อัปเดตเวอร์ชัน 1.02 เปิดตัวอาชีพใหม่ “เมคานิก” อย่างเป็นทางการ】