เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 53   หนุ่มบริสุทธิ์ผู้เป็นอมตะ

ตอนที่ 53   หนุ่มบริสุทธิ์ผู้เป็นอมตะ

ตอนที่ 53   หนุ่มบริสุทธิ์ผู้เป็นอมตะ


ตอนที่ 53   หนุ่มบริสุทธิ์ผู้เป็นอมตะ

 

ผู้แปล  :  ThreeSwords

ปรับสำนวน  :  ThreeSwords

 

 

“หยุด!  อย่าขยับ!”

 

รถจักรยานของฉินฟางเคลื่อนมาเร็วมาก  เพราะฉะนั้นระยะทางแค่ยี่สิบสามสิบเมตรก็เลยไม่จำเป็นต้องปั่นต่อ  เขาแค่ปล่อยให้แรงเฉื่อยทำหน้าที่ของมันก็พุ่งไปอย่างเร็วจี๋แล้ว  ส่วนผู้หลบหนีสองคนนั้นเพิ่งจะเข้าไปที่เนินเขา  แต่หนิงอวี่ม่อกลับแตกตื่นจนอดไม่ได้ที่จะร้องตะโกนออกมา

 

ตอนนี้  เธอเหมือนถูกแหย่รังแตนเข้าแล้ว

 

สองผู้หลบหนีไม่ได้รีบร้อนอะไรเป็นพิเศษ  ถนนสายนี้ไม่ได้มีคนหรือรถสัญจรผ่านมากนัก  และถึงแม้ก่อนหน้านี้พวกมันจะเดินผ่านตำรวจสองคนนั้น  ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้สนใจพวกมันเลย  ไม่คาดว่าตอนที่กำลังจะเข้าไปเนินเขา  เสียงของตำรวจสาวที่เคยไล่ตามพวกมันอย่างบ้าคลั่งก็ดังแว่วมา

 

“เธอไม่ลดละจริงๆ!”

 

สองผู้หลบหนีมองไปยังแหล่งต้นกำเนิดเสียง  ขณะที่พวกมันประหลาดใจกับความเร็วรถจักรยานของฉินฟาง  ก็สังเกตเห็นใบหน้าของหนิงอวี่ม่อซึ่งอยู่ข้างหลังฉินฟาง  พวกมันก็สบถออกมาในทันที  จากนั้นก็รีบเร่งความเร็วของฝีเท้าและเข้าไปในเนินเขา

 

“เร็ว  ไปให้เร็วกว่านี้!... ว้าย!”

 

พอเห็นสองคนนั่นเข้าไปในเนินเขา  หนิงอวี่ม่อที่ลนลายก็เริ่มพูดเร่งฉินฟางอีกครั้ง

 

แต่ทันทีที่เธอพูดจนจบคำ  จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังลอยขึ้นไป  และสูญเสียการควบคุมของร่างกายไปโดยสิ้นเชิง  พอเห็นว่าใบหน้าของเธอกำลังจะลงไปจูบกับพื้น  ตอนนี้หนิงอวี่ม่อเลยรู้สึกกลัวขึ้นมาจริงๆ

 

ในนาทีวิกฤตนี้เอง  แขนข้างหนึ่งที่ไม่ได้ดูใหญ่โตอะไร  จู่ๆ ก็เข้ามาโอบรอบเอวของหนิงอวี่ม่อ  เธอรู้สึกว่าแขนนั่นออกแรงจากกล้ามเนื้อเป็นอย่างมาก  และนั่นเป็นการลบล้างแรงเฉื่อยที่กำลังจะพาเธอลงไปกองกับพื้นดิน

 

แขนข้างนั้นย่อมเป็นของฉินฟาง  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันกะทันหันเกินไปจริงๆ  จนฉินฟางไม่อาจเตรียมตัวได้ทัน  รถจักรยานของเขาจู่ๆ ก็ล้มลง  ประกอบกับการปั่นมาด้วยความเร็วสูงเมื่อสักครู่นี้  มันจึงเป็นเรื่องที่ยากมากถ้าต้องการลงจอดบนพื้นโดยไม่ได้รับอันตราย

 

ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้  ฉินฟางทุ่มเทออกมาสุดตัว  เขาดึงหนิงอวี่ม่อเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอย่างแนบแน่น  ขณะเดียวกันฉินฟางก็ทำการเก็บคอและใช้แขนขาของเขาทั้งหมดยึดตัวของหนิงอวี่ม่อไว้  ร่างของคนทั้งสองปลิวไปตามแรง  และตกกระทบพื้นอย่างหนักหน่วง  จากนั้นก็กลิ้งไปหลายสิบเมตรก่อนที่จะหยุดลง

 

ภายใต้การปกป้องของฉินฟาง  ส่วนที่สำคัญของหนิงอวี่ม่อเช่นใบหน้ากับศีรษะล้วนไม่ได้รับอันตราย  มีเพียงชุดราตรีบางเบาเกิดรอยขาดเล็กๆ เนื่องจากแรงเสียดสีตอนที่กลิ้งไปกับพื้น  โดยรวมแล้วสภาพเธอค่อนข้างดี

 

ตอนที่ทั้งสองคนหยุดกลิ้งในท้ายที่สุด  ฉินฟางรู้สึกว่าตลอดทั้งร่างเจ็บปวดเป็นอย่างมาก  และศีรษะก็มึนงงไปหมด  ไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงใดๆ  เขานอนเหยียดยาวอยู่กับพื้น  ปล่อยหนิงอวี่ม่อออกจากอ้อมแขน

 

“ฉินฟาง...!”

 

หนิงอวี่ม่อก็รู้สึกมึนงงจากการกลิ้งเช่นกัน  มีรอยถลอกเพียงไม่กี่แห่งบนแผ่นหลัง  เธอที่แทบไม่ได้รับอันตรายก็ฟื้นตัวหลังผ่านไปช่วงสั้นๆ  เมื่อกลับมาเป็นปกติ  เธอก็เห็นรถจักรยานนั่นกลายเป็นชิ้นๆ อยู่ไม่ห่างออกไป  กับฉินฟางที่ซีดเซียวราวกับคนตาย  เสียงของเธอในขณะที่กำลังร้องเรียกฉินฟางจึงสั่นอย่างไม่อาจควบคุม

 

ฉินฟางรู้สึกว่าสถานการณ์นี้เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้  รถจักรยานมือสองคันนี้ใกล้พังอยู่แล้วก่อนที่เขาจะเอามาใช้ด้วยซ้ำ  เพียงแต่มันพังเร็วขึ้นเพราะแรงกดมหาศาลที่ฉินฟางใส่เข้าไปจากการปั่นอย่างเร็วจนไม่อาจรับไหว

 

โชคดีที่ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะน่าตกใจ  ตัวของฉินฟางกลับไม่เป็นอันตราย  แต่เมื่อมองไปที่ค่า HP ของตัวเองซึ่งยังคงมีเหลืออยู่สองหน่วย  ก็ทำให้หน้าที่ซีดเผือดของฉินฟางปรากฏรอยยิ้มที่เต็มฝืนขึ้น

 

“สะ-เสี่ยวหนิงเจีย... ผะ-ผมไม่เป็นไร...”

 

ตอนนี้ค่า HP ของเขาต่ำเกินไป  สมองฉินฟางเลยมึนงงไปหมด  กระทั่งเสียงพูดก็ยังกระท่อนกระแท่น  เขาสามารถทำได้เพียงเอ่ยเรื่องที่อยากบอกทีละน้อย

 

“นายสภาพขนาดนี้แล้ว  ยังบอกว่าไม่เป็นไรอีกเหรอ?  ฉันจะโทรเรียกรถพยาบาลให้เดี๋ยวนี้!”

 

ถึงแม้หนิงอวี่ม่อจะทำตัวเหมือนแม่เสือสาว  แต่จิตใจของเธอก็ยังคงสั่นไหวเมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งยอมใช้ร่างกายตัวเองปกป้องตอนที่ชีวิตเธออยู่ในอันตราย  และพอมองไปยังฉินฟางที่มีใบหน้าซีดเซียวแล้ว  เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บปวดใจ

 

ขณะที่เธอกำลังจะหาโทรศัพท์อยู่นั้น  หนิงอวี่ม่อก็พบเรื่องที่น่าตกใจ... เพราะเธอไม่ได้เอาโทรศัพท์มาด้วย!

 

หรือพูดให้เจาะจงมากกว่านี้  โทรศัพท์ของเธออยู่ในรถปอร์เช่  เนื่องจากชุดที่สวมใส่ไม่มีกระเป๋าใส่ของ

 

“เสี่ยวหนิงเจีย  ผมมีเกี๊ยวซ่าอยู่ในกระเป๋าตัวเองนิดหน่อย  เอามันออกมาให้ที... ผมค่อนข้างจะหิวมากเลย  และหลังจากที่กินจนอิ่ม  ผมก็จะไม่เป็นไร!”

 

หน้าของฉินฟางดูท่าทางไม่ค่อยดีเลย  และเขาต้องใช้ความพยายามในการพูดเป็นอย่างมาก  แต่ก็ยังไม่ลืมเกี๊ยวซ่าพวกนั้น  ซึ่งเขาก็ได้แต่หวังว่าต่อให้เกี๊ยวซ่านั่นเละไปหมดแล้ว  มันก็ยังสามารถฟื้นฟูค่า HP ของเขาได้

 

“กะ-เกี๊ยวซ่าเหรอ?”

 

หนิงอวี่ม่ออึ้งไปเลย  ดวงตาของเธอจ้องมองไปยังฉินฟางด้วยท่าทางไม่เชื่อที่ได้ยิน  และไม่เคยนึกฝันเลยว่าจะมีใครที่ใกล้ตายอยากจะกินเกี๊ยวซ่า

 

“เอาเถอะ  ฉันจะหยิบออกมาให้นาย โอเค?”

 

หนิงอวี่ม่อเป็นกังวล  พอมองไปยังฉินฟาง  เธอก็ยิ่งคิดมากว่านี่อาจจะเป็น ‘การมีสติชั่วขณะก่อนสิ้นลมหายใจ’ ตามที่ร่ำลือกัน  แต่เพื่อไม่ให้ฉินฟางจากไปด้วยความเสียใจ  เธอก็ยื่นมือเข้าไปในกระเป๋าของฉินฟางพร้อมกับผงกหัวงึกงัก

 

กางเกงยีนส์ของฉินฟางเป็นประเภทที่มีกระเป๋าใส่ของหลายช่อง  ถึงแม้มันจะดูบ้าไปหน่อยที่สวมกางเกงแบบพวกขอทานนี้ในช่วงหน้าร้อน  แต่ด้วยฐานะทางการเงินของครอบครัว  เขาจะสามารถทำอะไรได้ล่ะ?

 

แต่มันก็ทำให้การพกเกี๊ยวซ่าติดตัวมาสะดวกมากขึ้น  แต่ที่ฉินฟางรู้สึกประหลาดใจก็คือ  เกี๊ยวซ่าพวกนั้นถูกกดทับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  มันยังคงรูปลักษณ์เดิมอยู่

 

“ค่อยๆ กินนะ... ช้าๆ สิ!”

 

หนิงอวี่ม่อพยายามป้อนเกี๊ยวซ่าให้ฉินฟางทีละน้อยอย่างอายๆ  แต่ฉินฟางกลับกินมันอย่างตะกละตะกลาม  เพราะเขาอ้าปากกว้างและเขมือบมันเข้าไปในคำเดียว

 

ฉินฟางไม่ใส่ใจในเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเองเลย  หลังจากชิ้นแรกลงเข้าไปอยู่ในท้อง  มันก็ถูกแปลงเป็นค่า HP ของเขาทันที  ใบหน้าเริ่มมีสีเลือดมากขึ้น  รวมทั้งความเจ็บปวดของร่างกายก็ลดลงอย่างมาก

 

หนิงอวี่ม่อป้อนดกี๊ยวซ่าให้ฉินฟางมากขึ้น  และสังเกตเห็นว่าสีหน้าของฉินฟางดีขึ้นเรื่อยๆ  มันเป็นสัญญาณของการฟื้นตัวแทนที่จะเป็นมีสติชั่วขณะก่อนสิ้นลมหายใจ

 

“เอ๋?  ทำไมมันเป็นแบบนี้ล่ะ?”

 

เมื่อเผชิญกับภาพเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดนี้  หนิงอวี่ม่อย่อมสงสัยเป็นธรรมดา  แต่พอนึกถึงฉากที่น่าอึดอัดใจก่อนหน้านี้แล้ว  เธอก็ปล่อยวางความสงสัยนี้ไว้ชั่วคราว  และตั้งอกตั้งใจป้อนอาหารให้กับฉินฟาง

 

เกี่ยวกับเรื่องฉากที่น่าอึดอัดใจ  เป็นตอนที่หนิงอวี่ม่อหยิบเอาเกี๊ยวซ่าออกมากระเป๋าของฉินฟางก่อนหน้านี้  เธอไม่รู้ว่าเกี๊ยวซ่าพวกนั้นอยู่ตรงไหน  จึงทำได้เพียงควานหาเข้าไปในกระเป๋าลึกๆ

 

ถึงแม้ฉินฟางจะสวมกางเกงยีนส์  แต่เสื้อผ้าที่สวมใส่ในช่วงหน้าร้อนมักจะเป็นแบบบาง  ดังนั้นฉินฟางจึงรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากมือของหนิงอวี่ม่อผ่านทางเนื้อผ้า  ประกอบกับที่มือเธอคลำไปรอบต้นขาเขาแล้ว  ทำให้เด็กหนุ่มบริสุทธิ์ผู้ยากจนอย่างเขาไม่สามารถทนทานได้  และน้องชายของเขาก็เกิดการตอบสนอง

 

หนิงอวี่ม่อที่กำลังควานหาไปรอบๆ ก็ยังไม่พบเกี๊ยวซ่าพวกนั้น  พอรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่แข็งๆ อยู่  เธอก็นึกว่าตัวเองหาเกี๊ยวซ่าเจอแล้ว  ดังนั้นก็เลยคว้าหมับ

 

อย่างไรก็ตามเธอก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยตอนที่คว้าไปยัง ‘เกี๊ยวซ่า’ นั่น  ถ้าพูดถึงเกี๊ยวซ่าแล้วก็คงไม่มีใครไม่รู้จัก  แต่ทำไม ‘เกี๊ยวซ่า’ ในมือเธอถึงให้ความรู้สึกเหมือนเป็นแท่งอะไรสักอย่างล่ะ?

 

หนิงอวี่ม่อยังลองลูบไล้มันสองสามครั้งไม่ได้คิดอะไรมาก  และจู่ๆ ก็ตระหนักได้  เธอสบถออกมาเบาๆ ทันทีพร้อมกับใบหน้าที่แดงระเรื่อ

 

ฉินฟางที่หัวยังคงมึนงงอยู่  เมื่อถูกกระตุ้นก็ย่อมมีการตอบสนองตามธรรมชาติ  พอเหลือบมองไปยังปฏิกิริยาของหนิงอวี่ม่อ  เขาจึงตัดสินใจเด็ดขาดที่จะทำหน้าตายไม่แสดงอาการออกมา  ทำให้สถานการณ์ไม่ดูน่าอึดอัดใจไปมากกว่านี้

 

หลังจากกินเกี๊ยวซ่าไปหกชิ้น  ค่า HP ของฉินฟางก็กลับไปอยู่ที่ 8 หน่วย  ถึงแม้จะมากกว่าครึ่งของค่า HP เต็มหลอดของเขาที่ 15 หน่วยเพียงเล็กน้อย  ฉินฟางในตอนนี้ก็ดูเหมือนคนที่มีสุขภาพดีจริงๆ  แตกต่างไปจากคนป่วยที่เกือบตายเมื่อครู่นี้อย่างสิ้นเชิง

 

“ฉินฟาง  นาย...”

 

ตอนที่ฉินฟางลุกขึ้นมาจากพื้น  หนิงอวี่ม่อก็ปากอ้าตาค้าง  เธออยากถามฉินฟางบางอย่าง  แต่ก็คิดไม่ออกว่าจะถามเรื่องพวกนั้นได้ยังไง

 

“เสี่ยวหนิงเจีย  ดูสิ  สองคนนั่นเข้าไปในเนินเขาแล้วนะ!  ถ้าพวกเราไม่ไล่ตามไปตอนนี้แล้ว  มันอาจจะสายเกินไป!”

 

เป็นธรรมดาที่ฉินฟางจะไม่ยินยอมให้หนิงอวี่ม่อสอบถามเรื่องร่างกายอันแปลกประหลาดของเขา  ก็เลยรีบชี้ไปยังคู่ที่กำลังหลบหนีกับหนิงอวี่ม่อ

 

 

……………………………..

 

จบบทที่ ตอนที่ 53   หนุ่มบริสุทธิ์ผู้เป็นอมตะ

คัดลอกลิงก์แล้ว