เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 52   รถจักรยานความเร็วสูง

ตอนที่ 52   รถจักรยานความเร็วสูง

ตอนที่ 52   รถจักรยานความเร็วสูง


ตอนที่ 52   รถจักรยานความเร็วสูง

 

ผู้แปล  :  ThreeSwords

ปรับสำนวน  :  ThreeSwords

 

 

ฉินฟางรู้สึกประหลาดใจกับเลเวลของหนิงอวี่ม่อที่สูงมากจริงๆ  มันสูงยิ่งกว่าใครคนไหนที่เขาเคยพบไปไกลโข

 

จากนั้นเขาก็มองไปยังเรือนร่างที่ไร้ตำหนิของหนิงอวี่ม่อ  ฉินฟางมองไม่เห็นเลยว่าเธอจะแข็งแกร่งกว่าคนอื่นได้ยังไง  หรือเป็นเพราะเธอชอบใช้ความรุนแรงงั้นเหรอ?

 

คำตอบของคำถามนี้  ไม่มีใครที่สามารถบอกฉินฟางได้

 

ตอนนี้ฉินฟางก็ไม่มีเวลามาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน  เขายังคงปั่นต่อไปและใช้แรงปั่นมากยิ่งขึ้น  ซึ่งส่งผลให้รถจักรยานเร็วขึ้นไปเรื่อยๆ

 

< ความเร็ว +3 >

 

< ความเร็ว +4 >

 

< ความเร็ว +8 >

 

นอกจากทำการปั่นแล้ว  ฉินฟางก็ทำการประเมินรถจักรยานของเขาเป็นครั้งคราว  เขาเห็นความเร็วของมันเพิ่มขึ้นจากตั้งต้นที่ 0 ไป +8 ในไม่กี่นาที  และยังคงเพิ่มขึ้น

 

ภาพทิวทัศน์สองฝั่งถนนผ่านไปอย่างรวดเร็ว  และสายลมอันอ่อนโยนก็พัดผ่านใบหน้า  ซึ่งนี่ช่วยบรรเทาความอ่อนล้าที่เขารู้สึกได้จากการปั่นจักรยานอย่างหนักได้เล็กน้อย  แต่ลมนี่ก็พัดเหงื่อเขาปลิวไปด้วยเช่นกัน!

 

“พวกมันไปอยู่ที่ไหนกันนะ?...”

 

ตอนแรกหนิงอวี่ม่อก็ไม่ได้สังเกตความเร็วของรถจักรยานที่กำลังนั่งอยู่  สายตาของเธอสับเปลี่ยนไปมาระหว่างสองฝั่งถนน  เห็นได้ชัดว่ากำลังมองหาผู้หลบหนีสองคนนั่น  เธอจึงไม่พบว่ารถจักรยานกำลังเร็วขึ้นไปเรื่อยๆ!

 

“ว้าย!  เร็วจัง?!”

 

ความสนใจของหนิงอวี่ม่อเปลี่ยนจากการมองหาพวกคนหลบหนีมายังฉินฟางหลังจากผ่านไปสักพัก  เพราะเธอตระหนักได้ว่ารถจักรยานกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมากประมาณ 120 km/h และเร็วมากยิ่งขึ้น

 

“นี่... นี่ยังเป็นรถจักรยานอยู่อีกเหรอ?”

 

ตอนนี้หนิงอวี่ม่อรู้สึกเป็นกังวลจริงๆ  ทั้งๆ ที่รถสปอร์ตซึ่งเธอขับก่อนหน้านี้มีความเร็วที่สูงเกินกว่า 300 km/h  ประกอบกับความเชื่อมั่นในทักษะการขับขี่ของตัวเอง  จึงทำให้เธอไม่รู้สึกเกรงกลัวเลย

 

อย่างไรก็ตามในเวลานี้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งอยู่บนเรือลำเล็กในมหาสมุทรที่คลื่นลมแรง  ราวกับว่าเรือกำลังจะล่มได้ตลอดเวลา

 

แต่เธอก็ไม่ได้นั่งอยู่บนเรือจริงๆ ทว่าเป็นรถจักรยานคันหนึ่ง  ที่มีความเร็วเกินกว่า 160 km/h ไปแล้ว  ถ้าฉินฟางทำอะไรผิดพลาดแม้เพียงนิดเดียวแล้ว  คนทั้งสองก็จะลอยออกไปด้วยความเร็วสูง  และผลที่ได้ไม่ต่างไปจากโดนรถชนล้มลงเลย

 

ลมเย็นพัดผ่านไปอย่างรวดเร็ว  และหนิงอวี่ม่อที่สวมใส่เสื้อผ้าบางเบาก็รู้สึกสดชื่นขึ้นจากความเย็นนี้  แต่ในเวลานี้แผ่นหลังของเธอผู้ไม่เคยเกรงกลัวอะไรกลับเย็นปานน้ำแข็ง  และรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับเทพเจ้าแห่งความตาย

 

เธอรู้สึกกลัว  รู้สึกกลัวจริงๆ!

 

เธอเคลื่อนตัวเข้าไปหาฉินฟางเล็กน้อย  และใช้มือดึงชายเสื้อของเขาให้แน่นมากขึ้น  แต่ดูเหมือนเธอจะคิดว่าเสื้อของฉินฟางไม่แข็งแรงพอ  ก็เลยเปลี่ยนไปจับข้างลำตัวของเขาแทน

 

การเปลี่ยนแปลงวิธีการจับนี้ทำให้ฉินฟางสะดุ้งตกใจเล็กน้อย  และเผลอใช้แรงมากขึ้นเนื่องจากอารามตกใจ  ความเร็วก็เลยยิ่งสูงขึ้น

 

ตอนนี้ใบหน้าของหนิงอวี่ม่อก็ค่อนข้างแดงเช่นกัน  นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตยี่สิบกว่าปีของเธอที่ได้สัมผัสกับผู้ชายอย่างใกล้ชิดเช่นนี้

 

“เอ่อ... ฉินฟาง  นายปั่นให้ช้าลงหน่อยได้มั้ย?”

 

หลังจากลังเลอยู่สักพัก  หนิงอวี่ม่อก็อดไม่ได้ที่จะขอให้ฉินฟางปั่นช้าลง

 

“เสี่ยวหนิงเจีย  เกรงว่าผมจะทำให้ไม่ได้  ความเร็วในตอนนี้มันสูงเกินไป  ผมไม่สามารถชะลอรถจักรยานได้ในทันที  ไม่งั้นมันอาจจะคว่ำได้!”

 

ที่ความเร็วเกิน 160 km/h  ถ้าฉินฟางเบรครถขึ้นมาจริงๆ แล้ว  พวกเขาทั้งสองน่าจะลอยถลาออกไปแน่นอน!

 

*******

 

“ลุงหลิว  พวกเราไปล่วงเกินใครหรือเปล่าครับ?  ถึงได้ถูกมอบหมายให้มาตั้งด่านในที่เปลี่ยวและร้อนเช่นนี้  ดูสิครับ  ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงยังมีรถผ่านที่นี่ไม่ถึงสิบคันด้วยซ้ำ  แล้วจะให้พวกเราไปจับใคร?!  กระทั่งแอร์รถยังเสีย!  โธ่เอ้ย... ผมกำลังจะร้อนตายอยู่แล้ว”

 

ตำรวจสองนายที่กำลังเหงื่อหยดนั้นนั่งอยู่ในรถตำรวจซึ่งจอดอยู่ข้างถนน  หน้าต่างรถทั้งหมดล้วนถูกเปิดออก  และถืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับวัดความเร็วไว้ในมือ  เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังจะดักจับพวกที่ขับรถเร็วเกินกำหนด  ส่วนคนที่ตอนนี้กำลังบ่นอยู่นั้นเป็นนายตำรวจที่อายุน้อยกว่า

 

“พูดอย่างนี้ก็ไม่ถูกนะ  เพราะเมื่อถนนสายนี้เปลี่ยว  มันก็ง่ายในการดักจับคนที่ขับรถเร็วเกินกำหนดไง!”

 

ตำรวจที่แก่กว่าพูดจากประสบการณ์

 

“ถนนสายนี้จำกัดความเร็วไว้ที่ 100 km/h  แต่ถ้าให้มาขับรถที่ถนนนี่  จะทำความเร็วได้ขนาดไหนกันนะ?”

 

“ครับ!  ผมเข้าใจแล้ว  ขิงแก่ย่อมเผ็ดกว่าจริงๆ!”  (เปรียบเปรยผู้ใหญ่สูงอายุสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้รวดเร็วและดีกว่า  เนื่องจากสั่งสมประสบการณ์มามากแล้ว)

 

ตำรวจที่หนุ่มกว่าตระหนักได้ในทันที  บนถนนไม่ค่อยมีผู้คนเช่นนี้  แถมสภาพพื้นผิวยังคงดีอยู่  ถ้าไม่ขับด้วยความเร็วสูงแล้วย่อมเป็นเรื่องที่น่าเสียดายกับเส้นทางซิ่งรถที่ดีเช่นนี้  ถึงถนนสายนี้จะถูกจำกัดความเร็วเอาไว้  แต่ก็รับประกันความเร็วของคนส่วนใหญ่ที่ขับรถผ่านได้!

 

*ฟ้าว*

 

ในช่วงเวลานี้เอง  ก็มีเงาดำสายหนึ่งวิ่งผ่านรถตำรวจของพวกเขาไป  และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับวัดความเร็วก็เริ่มส่งเสียงบี๊ปๆ

 

“ฮิฮิ  ลูกค้ามาแล้ว...”

 

ตำรวจที่เด็กกว่ายิ้มในทันที  ขณะที่กำลังจะขับรถไล่ตามเขาก็ตะลึงงัน  เพราะเผลอไปมองที่หน้าจอแสดงผลของเครื่องวัดความเร็วในมือ  ซึ่งตรวจวัดความเร็วได้ 177 km/h  เห็นได้ชัดว่าความเร็วนั้นเกินกว่าที่กำหนดไว้    แต่เขายังคงลองเอามือเคาะเครื่องนั่นดู  เนื่องจากคิดว่ามันอาจจะเสีย

 

“เอ่อ... ลุงหลิว!  จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดของลุง  เคยเห็นรถจักรยานวิ่งเร็วกว่า 160 km/h มั้ย?”

 

ตำรวจที่เด็กกว่าลังเล  และก็ถามคำถามนั้นออกมา

 

“ดูที่หน้าจอแสดงผลให้ดีๆ  พล่ามเรื่องเหลวไหลอะไรออกมา?”

 

ตำรวจแซ่หลิวกำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่  ก็เลยไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้นี้  ดังนั้นเขาจึงว่ากล่าวนายตำรวจที่เด็กกว่าในลักษณะติดตลก

 

“ไม่นะครับ  ผมพูดเรื่องจริง!  ลุงลองดูด้วยตัวเองเลย...”

 

นายตำรวจคนที่เด็กกว่ายิ้มหน้าเหยเก  พร้อมกับชี้ไปที่ร่างของฉินฟางและหนิงอวี่ม่อซึ่งกำลังซิ่งไปกับจักรยาน  จากนั้นก็ชี้มายังหน้าจอแสดงผลของเครื่องวัดความเร็ว

 

“เฮ้ย!  หมอนั่นเป็นสัตว์ประหลาดแบบไหนกัน!”

 

นายตำรวจที่แก่กว่าก็ตกใจมากเช่นกัน  รถจักรยานตรงหน้ากำลังปั่นด้วยความเร็วสูงจริงๆ  และไม่ได้ช้าไปกว่ารถสปอร์ตเลย

 

“แสดงว่าต้องเป็นนักปั่นมืออาชีพ...”

 

หลังจากที่ใคร่ครวญเล็กน้อย  เขาจึงคิดว่าต้องเป็นนักปั่นมืออาชีพกำลังฝึกซ้อมอยู่ที่นี่  เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก  จากนั้นก็กลับไปอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ

 

“ฉินฟาง  ฉันคิดว่าพวกเราควรจะหยุดรถได้แล้วนะ  หัวของฉันมึนไปหมดแล้ว...”

 

จริงๆ แล้วความเร็วของรถจักรยานกำลังจะลดลง  แต่การหยุดที่ความเร็ว 177 km/h จำเป็นต้องใช้ระยะทางที่ค่อนข้างไกล  นอกจากนี้ฉินฟางเองก็ตั้งใจลดความเร็วลงให้ช้าที่สุดเท่าที่เป็นไปได้เพราะสัมผัสที่ได้รับจากหนิงอวี่ม่อ  แต่เธอก็พูดบ่นออกมาเนื่องจากกัดฟันทนไม่ไหวแล้ว

 

“อืม...  โอเค...”

 

ฉินฟางไม่มีทางเลือกได้แต่พยักหน้าตอบตกลง  เขาเองก็ได้เอาเปรียบหนิงอวี่ม่อมาพอสมควรแล้ว  จึงไม่ควรที่จะทำแบบนี้อีกต่อไป

 

“เสี่ยวหนิงเจีย  ดูข้างหน้า!  ใช่พวกที่หลบหนีคดีสองคนนั้นหรือเปล่า?”

 

ในช่วงเวลานี้เอง  ฉินฟางสังเกตเห็นชายสองคนกำลังเตรียมตัวที่จะวิ่งเข้าไปภูเขา  ก็เลยชี้บอกหนิงอวี่ม่อทันที

 

“ใช่แล้ว!  พวกนั้นแหละ!  รีบตามไปเร็ว!”

 

หลังจากหนิงอวี่ม่อทำการมองตรวจสอบ  ก็พบว่าเป็นสองคนที่กำลังตามหาอยู่จริงๆ  ทำให้เธอไม่สนใจเรื่องความเร็วอีกต่อไปแล้ว  และสั่งให้ไล่ตามพวกนั้นไปอย่างเร็วปานสายฟ้า

 

 

……………………………..

 

จบบทที่ ตอนที่ 52   รถจักรยานความเร็วสูง

คัดลอกลิงก์แล้ว