เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

LSG บทที่ 88 ชื่อนตอนอยู่ด้านล่างครับ (อ่านฟรีวันที่23กันยา)

LSG บทที่ 88 ชื่อนตอนอยู่ด้านล่างครับ (อ่านฟรีวันที่23กันยา)

LSG บทที่ 88 ชื่อนตอนอยู่ด้านล่างครับ (อ่านฟรีวันที่23กันยา)


LSG บทที่ 88

แปลไทยโดย : SwordGod

ชื่อตอน อยู่ด้านล่างของหน้า

ครึ่งหนึ่งของเหล่าสาวกที่เข้าร่วมการประชุมนุมตายด้วน้ำมือของพวกปีศาจ  ผู้อาวุโสและตัวแทนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บสาหัส

และตัวละครหลักของเหตุการณ์นี้คือ มู่เฟิง ซึ่งนักบ่มเพาะปีศาจมาสำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะ ที่ถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังในโลกนี้ ไม่มีผู้รอดชีวิตจากตระกูลมู่ พวกเขาสละชีวิตตัวเองเพื่อ มู่เฟิง

ในขณะนั้นทุกคนที่เข้ามาชุมนุมนี้ พวกเขากำลังถุกล้อมรอบไปด้วยพวกปีศาจ

เมื่อการซุ่มโจมตีเกิดขึ้น่วนใหย่ของผู้ชุมนุมและสำนักนักวิชาหนีไปหรือถูกฆ่าตายโดยปีศาจ คนบนจัสตุรัสไม่มีกำลังเสริม ยิ่งไปกว่านั้น โจวจื่อปู้ ซึ่งได้กลายเป็นสายลับและควบคุมอำนาจของสำนักวิชา ที่สำคัยคือคนของสำนักวิชาถูกบังคับให้จนมุม

ผู้อาวุโส สองสามคนที่ยังค้ำจุนคอยขัดขวาและสนับสนุน นายหญิงดาราม่วงอยู่ด้านหน้า

นางต้องการใช้ปราณวิญญาณของนางเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บใหว้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ขณะที่นางลงมือนางก็อาเจียนออกมาเป็นเลือดสองสามคำทันที ผิวขาวซีดของนางกลายเป็นเขียวคล้ำราวกับว่านางกำลังสูญเสียจิตวิญญาณกำลังไกล้ตาย

ด้าน เจ้าลัทธิวิญญาณโลหิต ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกันไปเท่าไหร่ ในท่ามกลางพวกปีศาจพวกเขาก็อ้าปากพงาบๆราวกับกำลังจะตายจากการสำลัก

"นายหญิงดาราม่วง เป็นนักวิชาการค้นคว้า ลมปราณวิญญาณลึกล้ำ และมีการบ่มเพาะที่สูง! เห็นได้ชัดว่า โจวจื่อปู้ ได้วางแผนเรื่องนี้ตลอดเวลาอย่างลับๆ แต่นางก็สามารถต่อสู้ได้จนถึงตอนนี้! นางเป็นคนฉลาดมาก! "

เจ้าลัทธิวิญญาณโลหิต พูด แม้ว่าคำพูดของเขาเต็มไปด้วยความกลัว แต่เสียงของเขาก็หยิ่งผยอง

"ยังไงก็ตามแต่มันจะมีพลังเท่าไหร่ มันก็ไม่ได้ตายในกำมือข้าอยู่ดี?

"การสร้างปราณวิญญาณลึกล้ำที่เข้มข้นและจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งจะช่วยเพิ่มพลังของเราได้! เป้าหมายคือ มุู่เฟิง แต่หากว่าพวกเราสังหารพวกเจ้าทั้งหมดและสูบร่างของพวกเจ้าได้เหล่าอสูรจะสามารถก้าวข้ามความแก่กล้าและแข็งแกร่งขึ้น! ในอนาคตอันใกล้นี้เราจะสามารถทำลาย เจ้าพวกหนอนนิกายโลหิตปีศาจทั้งหมด ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมข้าถึงทำร้ายเจ้า! "

เจ้าลัทธิวิญญาณโลหิตหัวเราะอย่างน่าเกลียด "ตอนนี้ มีใครบ้างมั้ยที่จะยอมศิโรราบให้แก่ข้า? ข้าสัญญาว่าเมื่อข้าสูบเนื้อและจิตวิญญาณของเจ้าแล้ว ข้าจะปล่อยให้ตายตายอย่างสงบ! "

"เจ้าปีศาจน่าเกลียด แกจะมัวยืนอยู่ตรงนั้นไปถึงเมื่อไหร่ให้ทรมารจิตใจผู้คน?"

นายหญิงดาราม่วงค้ำร่างของนางยืนขึ้น ด้วยใบหน้าที่แน่วแน่ "หากว่าแกต้องการฆ่าแล้วละก็ ก็เข้ามาเลย หากว่าไม่แล้วก็จงรีบใสหัวออกไปซ่ะ! แกจะมัวมาพูดจาเพ้อเจ้อไร้สาระอะไรอยู่? พวกเราจะไม่ยอมก้มหัวให้กับแกหรอก! "

"ใช่! พวกเราจะไม่มีวันยอมก้มหัวให้กับปีศาจที่น่ารังเกียจเช่นแกหรอก! ไอ้เวรตะไลสารเลวการต่อสู้ครั้งนีจะจบลง! "

ผู้อาวุโสสำนักดาราม่วง ลุกขึ้นยืนและตะโกน ด้วยสายตาที่บ้าคลั่งของเขาคนที่รู้จักเขาตระหนักดีว่าครึ่งหนึ่งของนักเรียนของเขาตายด้วยน้ำมือของปีศาจ

เมื่อเห็นว่าอาจารย์ใหญ่ของสำนักดาราม่วงประกาศตนอย่างนั้นตัวแทนอื่น ๆ อีกหลายคนก็ตะโกนออกมา

"หากว่าแกต้องการฆ่าแล้ว ก็เข้ามาเลย! ทำยังมัวแต่พูดจ้ออยู่ อย่าบอกนะว่าแกเริ่มกลัวพวกเราใช่มั้ย? "

"เข้ามา! อย่ามากก็แค่ตายมีอะไรที่ต้องกลัว? "

“ไอ้ระยำ!”

สุดท้ายพวกเขาก็ตะโกนอย่างต่อเนื่องโดยไม่กลัว

สามารถยืนหยัดสู้จนถึงช่วงเวลาสุดท้ายมีกี่คนที่จะกลัวความตาย?

เจ้าลัทธิวิญญาณโลหิต ขมวดคิ้วแน่นเขาไม่เคยคิดว่าคนเหล่านี้จะไม่กลัวความตาย!

โฮกกกกก!!!

ในขณะนั้นปีศาจที่ด้านข้าง ก็แผดเสียงคำรามน่าตกใจ

เจ้าลัทธิวิญญาณโลหิต หันไปทางจัสตุรัสอย่างประหลาดใจและเห็นชายคนหนึ่งเปียกโชกไปด้วยเลือดสดๆ เขากำลังแบกกระบี่และฝักกระบี่เลือดแดงฉานในขณะที่วิ่งเข้ามา

"ฮืม?

เจ้าลัทธิวิญญาณโลหิต หัวเราะเย้ย "แกยังไม่หนีไปอีกหรอ? แกกลับมาอีกทำไม? "

ซูหยุนตกใจ แต่มันไม่ได้พูดอะไรสักคำ มันมองไปรอบ ๆ เพื่อหาทางหลบหนี

เห็นได้ชัดว่าว่านายหญิงดาราม่วงไม่สามารถยืนหยัดได้อีกต่อไป กลุ่มผีปีศาจเหล่านี้มีการเตรียมพร้อมและนอกเหนือจากนั้นพวกมันมี โจวจื่อปู้ ทำงานเป็นสายลับเพื่อช่วยเหลือพวกมัน การโจมตีครั้งเกิขึ้นอย่างกระทันหันนายหญิงดาราม่วงไม่ได้เตรียมตัวไว้ แต่ดูเหมือนว่าการต่อสู้กับนางยังส่งผลให้นักบ่มเพาะปีศาจบางตัวถูกบดขยี้

มันกวาดสายตาไปรอบๆไม่มีเส้นทางหลบหนี แม่ทัพปีศาจจะมาจับกุมตัว หากมันยังคิดแผนไม่ออกมันอาจจะตายที่นี่

พวกมันจ้องซูหยุนทันที

วซอกนั้นอาจจะพาไป อาคมย้อมโลหิต

มันไม่อาจประมาทได้ นายหญิงดาราม่วง จะไม่สามารถยืนหยัดสู้ได้อีกสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือการรอดชีวิต

มันตัดสินใจวิ่งเข้า ซอกมา

ซูหยุน ตกตะลึง มันถอยกรูออกมาอย่างไว

พลังของมันเหลือไม่มาก มีดอกาสแค่ไหนที่ เจ้าลัทธิจะไม่สังเกตุเห็นมัน กลิ่นอายของคนนี้ไม่ได้แข็งแกร่งและการบ่มเพาะของเขาถือว่าต่ำฉะนั้นเขาจะอยู่อีกไม่นาน

"คนที่อยู่ด้านนอกน่าจะเข้ามาดจมตีเร็วๆนี้ แต่พวกเรายังพอมีเวลาเหลือพอที่จะสนุก!"

มันโบกมือยวบๆเจ้าลัทธิวิญญาณโลหิตกรีดร้องด้วยเสียงหัวเราะและตะโกนว่า "เอาล่ะ! ทาสของข้าทั้งหลายมาเริ่มงานเลี้ยงกันเถอะ! "

พร้อมด้วย กลิ่นอายกระหายเลือดของเจ้าลัทธิวิญญาณโลหิตขยายขึ้นและสายตาของเขาก็เต็มไปด้วยความชั่วร้าย

เขามองไปที่นายหญิงดาราม่วง อย่างตะกละตะกลามขณะที่เขาเลียริมฝีปากแห้งๆ ในสายตาของเขามีเพียงความหิวเท่านั้น

ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นปีศาจร้ายรอบตัวเขาเริ่มหดหายและจ้องมองกลุ่มผู้คนอย่างหื่นกระหาย

ปีศาจสองตัวที่วิ่งออกมาจากซอยก็จ้องมองเขาอย่างรุนแรง

"ไอ้ตัวแสบ หมดทางหนีแล้วรึไง?"

ซูยองไม่ยอมแพ้ ผู้อาวุโสกระบี่ที่อยู่ข้างในได้แต่ถอนหายใจเท่านั้น

"อสูรสองตัวไม่ได้น่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวคือแม่ทัพที่ไล่ตามเรา จัสตุรัส เต็มไปด้วยนักบ่มเพาะปีศาจและหมอกสีแดงยังไม่ยุบลงไม่มีทางใดที่ข้าจะสามารถหลบหนีได้ "

ซูหยุนกำหมัดที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและไม่พอใจ

มันไม่เคยแม้แต่จะคิดว่ามันจะเข้าสู่สถานการณ์เช่นนี้

มันต้องไม่ตาย แผนการของมันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นมันจะมาตายที่นี่ไม่ได้

ซูหยุน จับจ้องซอยเล็กด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นและเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง

ถ้ามันรีบวิ่งเข้าไปในซอยเล็ก ๆ อาจจะมีโอกาสรอด!

"เจ้าหนูในสถานการณ์เช่นนี้เจ้ามีทางเดียวที่จะช่วยตัวเองได้ แต่เจ้าจะต้องใช้ความช่วยเหลือ!"

ผู้อาวุโสกระบี่พูด

"วิธีไหน? โปรดชี้แนะข้าด้วย! "

"บนหลังของเจ้า!" ผู้อาวุโสกระบี่กล่าวเพียงคำพูดสองคำเท่านั้น

หลัง?

ซูหยุนหันควับมองด้วยความสับสนและราวกับว่ามันคิดอะไรบางอย่างใบหน้าของเขาสว่างขึ้น

"ท่านผู้อาวุโสหมายถึง ... กระบี่มรณะ?"

"เจ้าลัทธิวิญญาณโลหิต มีการบ่มเพาะที่สูงส่ง แต่เมื่อมันสู้กับนายหญิงดาราม่วงมันใช้พลังงานไปมหาศาล เจ้าสามารถใช้กระบี่มรณะนี้เพื่อกำจัดมันได้! "

"แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะชักกระบี่มรณะออกมา สิ่งที่ท่านพูดหมายความว่ายังไง? "

ซูหยุน ขบฟัน

"ที่เจ้าไม่สามารถชักมันออกมาได้เพราะว่าเจ้าไม่ได้ทำให้มันพอใจ! เนื่องจากมันไม่พอใจเจ้า แต่เจ้าสามารถลองโน้มน้าวและขอให้ช่วยชั่วคราว! "

ผู้อาวุโสกระบี่พึมพำ

"โน้มน้าวมัน? ง่ายแค่ไหน? "

"มันขึ้นอยู่กับวิธีของแต่ละคน นี่เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยตัวเจ้าเอง หากสวรค์ย้ายได้ทันทีโลกนี้จะมีอะไรที่ยากอีกหรอ? "

ผู้อาวุโสกระบี่ถอนหายใจอีกครั้งว่า "ถึงแม้ว่าข้ายังมีพลังอยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะต่อต้าน เจ้าลัทธิวิญญาณโลหิต สิ่งเดียวที่สามารถช่วยเจ้าตอนนี้คือ กระบี่มรณะ และนั่นก็ขึ้นอยู่กับเจ้าเท่านั้น "

 

พลันความมุ่งมันฉาบลงบนใบหน้าของมัน

มันมีความคิดอะไรบ้างในขณะนั้น?

ไม่ มันมีวิธีเดียวคือต้องลอง

มันเอื้อมมือของมันไปด้านหลังคว้าด้ามกระบี่มรณะ

แต่…

กระบี่ไม่ขยับออกจาฝักแม้แต่นิ้วเดียวไม่ว่าจะพยายามดึงแค่ไหน

ซูหยุนดึงออกมาด้วยความโมโหแล้วพูดว่า "ข้ารู้ว่าพลังของข้ายังอ่อนแอ แต่ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าตอนนี้! เร็ว ๆ ออกมาจากฝักและช่วยข้า! "

ซูหยุนได้รวบรวมกำลังทั้งหมดของมันและพยายามอีกครั้งหลังจากที่มันทั้งอ้อนวอน แต่กระบี่มรณะยังอยู่ดีในฝักกระบี่

"เย็....เจ้าเถอะ! เจ้าจะออกหรือไม่ออก? "

ช่วยไม่ได้ที่ซูหยุนได้แต่หัวเราะ

"ไอ้ตัวแสบ ... เจ้าอย่าด่ามันสิ! ระวังเจ้าจะทำให้มันโกรธ แล้ว ... มันก็ไม่มีแม่ให้เจ้า.....เย็ "it does not have a mother for you to fuck

.........

.........

วืดดดด! ! ! !

ใช่แล้ว เสียงวืดดดผ่านไป อสุรสองตัวที่โผล่ขึ้นมาจากซอยเล็ก ๆ วิ่งผ่านไป ตะปบมือสี่กรงเล็บของมันไปยังสมองของเขา

ซูหยุนพลิกตัวและหลบการโจมตี

ขณะที่มันลุกขึ้นยืนมันดึงกระบี่พันลึกล้ำเข้าใส่ในฝีกและเอามือจับด้ามกระบี่เอาไว้มันใช้พลังทั้งหมดดึงกระบี่ออกมา

"แกจะเหนือกว่าหรอ ไอ้แม่เย็...ออกมา !! ออกมา! "

ซูหยุน ดึงพลังทั้งหมดออกมา แต่กระบี่มรณะก็ยังไม่ขยับ

เปรี๊ยะ!

ปีศาจกรงเล็บโจมตีอีกครั้ง

สีหน้าของซูหยุนว่างเปล่า แต่มันก็ยังสามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีได้

ตูม!!

กรงเล็บมหึมาปะทะเข้ากับพื้น เกิดเสียงดัง ตูม! พื้นดินระเบิดแยกออกจากกัน ลมปราณปีศาจ พุ่งกระฉอกไปทั่วทุกทิศทุกทาง

ซูหยุน ชักกระบี่พันลึกล้ำออกมาอย่างรวดเร็วตัดปีศาจตัวหนึ่ง แต่เมื่อกระบี่พุ่งตัดผ่าน มันก็ทำให้เกิดบาดแผลบนผิวเล้กๆเท่านั้น

สามกระบี่โจมตีได้ใช้ออกไปแล้วและกระบี่ก็ไม่มีพลังงานอีกต่อไป มันเทียบเท่ากับกระบี่ธรรมดาไม่มีอำนาจเลย

ซูหยุนดีดตัวขึ้นและวิ่ง

"ไอ้สารเลวน้อย !!!!!"

เสียงคำรามดังขึ้นทั่วทั้งลานจัสตุรัส

ซูหยุน เงยหน้าขึ้นมองและเห็นว่าปีศาจที่พุ่ง เป็นพันพันตัวกำลังไล่ตามเขาอีกครั้ง

ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวและนัยน์ตาลุกดชนเป็นไฟ มันไม่อาจรอให้พวกมันเข้ามากัดเนื้อเลาะกระดูกลอกหนัง ...

แม่ทัพของเผ่าปีศาจ

ซูหยุน ใจสั่นระรัว

หากกระบี่มรณะไม่ยอมช่วยเหลือมัน มันจะต้องไปเฝ้ายมบาลแน่!

ซูหยุนกัดฟันกรอดภายในใจจมลึก ภาพที่น่าสยดสยองถูกระบายภายในหัวของมัน

ฝนตกหนักยามวิกาลและหลุมศพที่อ้างว้างบนยอดเขา

มันเป็นดวงตาที่ไร้ความหวังและหมดหวัง

มันเป็นใบหน้าที่พูดถึงความอ่อนเพลียจากความหวัง ...

หากข้าตายไม่มีอะไรจะเปลี่ยนไปทุกอย่างจะกลับคืนมา

พระเจ้าทรงมอบโอกาสให้ข้าหนึ่งครั้ง .. ข้าจะเสียมันไปแบบนี้เหรอ?

"กระบี่มรณะ!"

เขาตะโกนด้วยเสียงแหบแห้ง

"การดำรงอยู่ของเจ้าแค่พียงการสังหารหมู่หรอ?"

คำพูดที่ดุร้ายราวกับว่าก้อนหินกำลังถูกับอีกคนหนึ่งก่อให้เกิดแรงเสียดทานที่เจาะหูของคนอื่น ๆ แต่คำแต่ละคำแูดลากโจมตีของหัวใจคน

"การดำรงอยู่ของกระบี่ไม่ใช่แค่การสังหารเท่านั้น แต่เป็นการป้องกัน"

กระบี่อยู่ระหว่างฟ้าและแผ่นดิน วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการดำรงอยู่ของมันไม่ใช่เพื่อประโยชน์ในการสร้างเช่นเดียวเป็นเครื่องมือแห่งความตาย "

"ข้าซูหยุน ได้ทำผิดพลาดหลายอย่างและสูญเสียคนที่รัก เมื่อข้าตื่นขึ้นข้าเสียใจทุกอย่าง ข้าสามารถเปลี่ยนตัวเองให้เป็นปีศาจเพื่อปกป้องคนที่ข้าสูญเสียไปข้าสามารถทำทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ข้าห่วงใย ข้ายังสามารถละทิ้งจิตใจของข้าทิ้งจิตวิญญาณของข้าและใช้วิธีที่สกปรกที่สุดในการจัดการกับสถานการณ์นี้ บางทีข้าอาจเป็นคนที่น่ารังเกียจบางทีสิ่งที่ข้าทำไม่ใช่สิ่งที่ประเสริฐ แต่ข้าไม่สนใจเพราะข้ามีมโนธรรมที่ชัดเจนในทุกสิ่งที่ข้าได้ทำ ตราบใดที่คนที่ข้าห่วงใยยังมีชีวิตอยู่ดี นั่นคือสิ่งเดียวที่ข้าต้องการ "

"แล้วแกล่ะ? แกยอมรับแต่คนที่มีพลังเท่านั้นนะหรอ? แกสนใจแค่พลังอำนาจแค่นั้นนะหรอ "

"แกคิดว่าคนที่ตระหนักในศักยภาพของแกมีแต่คนที่มีพลังอำนาจมากๆแค่นั้นนะหรอ? แกคิดว่าคนที่อ่อนแอไม่เหมาะกับแกอย่างนั้นนะหรอ? "

"ถ้าเป็นอย่างนั้นแกก็คิดผิดมหันต์แล้ว!"

"ข้าซูหยุน จะยอมรับว่าข้าอ่อนแอ ข้าแค่เพียงขั้นที่สี่ผลิวิญญาณ แล้วไงล่ะ? ข้าจะอยู่แค่ขั้นที่สี่ผลิวิญญาณ? ข้าจะเป็นคนอ่อนแออยู่อย่างนี้หรือเปล่า? มันไม่แน่ในวันข้างหน้าข้าอาจจะมีพลังที่เหนือกว่ามากมายนัก "

"ตอนนี้ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าไม่ใช่ความเห็นใจ!"

"นี่ไม่ใช่คำขอ แต่เป็นคำสั่ง!"

"ไม่ว่าแกจะออกมาจากฝักหรือไม่ออกมาข้าก็จะสู้ แม้ว่าข้าจะไม่มีทางออกข้าก็ไม่หวั่นเกงแม้ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งกว่าข้าถึงร้อยเท่า! "

"ข้าก็ไม่กลัว!"

"แต่ว่าแก ... แกกลัวหรอ?"

ซูหยุน พึมพำ แต่มันไม่ได้ดึงดาบในครั้งนี้ มันจ้องมองแม่ทัพของเผ่าปีศาจและอีกสองอสูรที่กำลังวิ่งไปหามัน ...

มันสะสมพลังลมปราณวิญญาณศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์ทั้งหมดของมันไว้ในมือของมัน มันตัดสินใจแล้ว

ไม่มีความคิดที่สอง!

แม้ว่ามันปราศจากอาวุธ แต่มันก็จะสู้จนสุดชีวิต

เพราะ…

มันไม่เต็มใจที่จะตาย!

จิตวิญญาณของมันไม่เต็มใจที่จะยอมแพ้!

ครืดด!...ชิ้ง!

ในขณะนั้นรัศมีของแสงสีดำสาดส่องลงมาจากฝักกระบี่สีดำ ใบมีดสีดำยาวโผล่ออกมาและหมุนวนขึ้นไปในอากาศและแทงลงไปที่พื้นดินตรงหน้าซูหยุน

ฉึก! !

เสียงเกรียดโหยหวนดังขึ้นในทุกทิศทุกทาง! ! ! !

กระบี่มรณะ!

ชื่อ: ปลดปล่อยกระบี่!

แปลไทยโดย : SwordGod

จบบทที่ LSG บทที่ 88 ชื่อนตอนอยู่ด้านล่างครับ (อ่านฟรีวันที่23กันยา)

คัดลอกลิงก์แล้ว