- หน้าแรก
- ได้โปรด! อย่ามารบกวนการบำเพ็ญเซียนของฉัน
- 51 - ผู้ว่าคนใหม่จะต้องเป็นคนที่สามารถยืนหยัดด้วยตัวเองได้
51 - ผู้ว่าคนใหม่จะต้องเป็นคนที่สามารถยืนหยัดด้วยตัวเองได้
51 - ผู้ว่าคนใหม่จะต้องเป็นคนที่สามารถยืนหยัดด้วยตัวเองได้
51 - ผู้ว่าคนใหม่จะต้องเป็นคนที่สามารถยืนหยัดด้วยตัวเองได้
เมืองหลวงฉินจิง
วงเวียนสู่พระราชวังฤดูหนาว
รูปแบบสถาปัตยกรรมอันแข็งแกร่งทำให้งานเลี้ยงที่กำลังดำเนินอยู่ดูเย็นชาเล็กน้อย
เหล่าสาวใช้สวมเสื้อผ้างดงามถือภาชนะนำอาหารเลิศรสมาเสิร์ฟที่โต๊ะยาว
ในภาชนะบนโต๊ะอาหารมีเนื้อชิ้นใหญ่ที่มีควันจากไอร้อนพวยพุ่งออกมา
ในห้องโถงล้อมรอบไปด้วยรูปปั้นอันเคร่งขรึมและตกแต่งด้วยมุมแหลมและซุ้มโค้งแหลมเป็นหลัก ทำให้ดูแข็งแกร่งเฉียบคมและสง่างามเหมือนกับความหมายที่สภาสูงเป็นตัวแทน
ในฐานะหนึ่งในประธานสภาสูงสุด 8 คน อวี่จงเซียนคือตัวเอกของงานเลี้ยงนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
เขานั่งลงบนเก้าอี้พนักพิงสูงขนาดใหญ่ที่ทำด้วยโลหะผสมเหล็กและตะกั่วสีดำบนโต๊ะยาว รูปร่างของเขาผอมบางมาก แต่ไม่มีใครกล้าที่จะละเลยพลังอันมหาศาลที่ซ่อนเร้นอยู่ในร่างผอมบางนี้
หลังจากที่อาหารวางบนโต๊ะยาวแล้ว อวี่จงเซียนก็ขยับนิ้ว และราวกับได้รับคำสั่งที่มองไม่เห็น คนรับใช้ทั้งหมดก็โค้งคำนับและถอยกลับไป โดยเหลือคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ประตูโลหะปิดลงหลังจากพวกเขา และแหล่งกำเนิดแสงเพียงแห่งเดียวในห้องโถงทั้งหมดก็คือช่องแสงบนหลังคาที่เป็นตะแกรงโลหะเหนือหัวพวกเขา
“ชางไห่”
อวี่จงเซียนพูดอย่างเย็นชา เสียงของเขาสะท้อนไปทั่วห้องโถงอันเคร่งขรึม ทำให้ผู้คนรู้สึกขนลุกมากยิ่งขึ้น
“บอกฉันหน่อยสิว่าสถานการณ์ในจงโจวเป็นยังไงบ้าง?”
ชายคนหนึ่งที่มีรอยแผลเป็นด้านล่างตอบว่า “ผู้อาวุโสอวี่ คฤหาสน์ทั้งสามหลังในภูเขาหลงโม่ถูกเผาจนวอดวาย สำนักงานความมั่นคงสาธารณะจงโจวระบุว่าจะติดตามตัวฆาตกร แต่ปฏิเสธที่จะรับหลักฐานที่เราส่งไป”
“เหรินชิงซาน แม่ทัพคนที่สองของกองทัพชิง เขาลักพาตัวพ่อบ้าน ผู้หญิงและสาวใช้ที่ไม่สำคัญเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ส่วนคุณชายเซี่ยวหนีไปที่'ทุ่งหญ้าเขียวขจี' เขาเกรงว่าจะถูกพบ จึงปิดโทรศัพท์ดาวเทียม ดังนั้น เหรินชิงซานจึงหาตัวเขาไม่พบ”
อวี่จงเซียนยกมือขึ้น และมีชายหัวโล้นตัวใหญ่เดินมาข้างหลังเขา
“ไปหาผ้าสกปรกจากหัวหน้ากรมความมั่นคงแห่งรัฐส่วนกลางมาซะ”
ชายหัวล้านรับคำสั่งแล้วออกไป
อวี่จงเซียนถามต่อ “เมื่อกี้ในรายงาน เฉิงหวยซวนพูดอะไร?”
“เขาต้องการให้เราหยุดทบทวนความช่วยเหลือ ระงับการตรวจสอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ภัยพิบัติ และอย่าแทรกแซงการสนับสนุนตามปกติของจักรวรรดิที่มีต่อตงชินโจวอีกต่อไป”
อวี่จงเซียนหัวเราะเยาะ “แม้ว่าเขาจะจับคนของฉันได้ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้”
“ถือว่าเขาเฉลียวฉลาดใช้ได้เลย”
ทุกคนในห้องโถงพูดเป็นเสียงเดียวกัน
อวี่จงเซียนหยิบช้อนส้อมสามแฉกสุดพิเศษของเขาขึ้นมา และหยิบเนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยมเข้าปาก
เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มเคลื่อนไหวคนอื่นๆ ก็หยิบช้อนส้อมของตนเองขึ้นมาและเริ่มรับประทานอาหาร
“เหอเฉิงกง” เขาถามชายตาเดียวที่เป็นคนแรกที่อยู่ทางซ้ายด้านล่างว่า “ตอนนี้มีข่าวจากเขตฉางซานบ้างไหม?”
ชายตาเดียวดูแย่มาก เขาโค้งคำนับอวี่จงเซียนเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า
“แผนการครั้งแรกล้มเหลว คนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดถูกหลินเหวินคุมขังไว้ เอ่อ หลินเหวิน…เขาคือผู้ว่าการคนใหม่ของมณฑลฉางซานครับ”
ใบหน้าของอวี่จงเซียนมืดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื้อเกรดดีที่เพิ่งจะถูกทาเนยก็หลุดจากซ่อมเงินและหล่นลงบนรองเท้าหนังของเขา
สาวใช้ที่อยู่ข้างหลังรีบกุลีกุจอคุกเข่าลงเพื่อช่วยเขาเช็ดรองเท้า
อวี่จงเซียนวางช้อนส้อมลง มองดูชายตาเดียวด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม และถามว่า “หมายความว่ายังไง ชั้นระดมทรัพยากรมากมายและยังมอบคำสั่งอนุญาตพิเศษให้เขาอีกด้วย ชายหัวล้านคนนั้นไม่ใช่ว่าตบหน้าอกตัวเองและตอบอย่างมั่นใจว่าผู้ว่าการคนใหม่เป็นแค่คนโง่คนหนึ่งเท่านั้นยังไม่ทันจะได้แต่งตั้งด้วยซ้ำเขาก็สามารถโค่นล้มลงได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามไม่ใช่หรือ?”
ชายตาเดียวลังเลอยู่คู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ตามข้อมูลที่เราตรวจสอบมาได้ในภายหลังดูเหมือนว่าผู้ว่าการคนใหม่จะมีทักษะการต่อสู้ที่ดีมากและสามารถปราบปรามการจราจลได้เพียงลำพัง…”
เขาไม่สามารถพูดส่วนที่เหลือได้เพราะใบหน้าของอวี่จงเซียนเริ่มจะเคร่งเครียดขึ้นทุกที
“คนของฉันหมดประโยชน์หมดแล้วเหรอ?”
เขาเหยียบศีรษะสาวใช้ที่กำลังขัดรองเท้าให้เขา รองเท้าที่ทำจากหนังจระเข้ยักษ์หายากจากอเมริกาใต้ กระแทกศีรษะของเธอลงบนพื้นหินอ่อนอย่างแรง ทำให้เกิดเสียงดังโครมๆ ที่ได้ยินชัดเจนในห้องโถง
“ฉันเสียเงินให้หน่วยข่าวกรองไปปีละเท่าไหร่ คนพวกนี้เป็นขยะที่เราต้องเก็บเอาไว้อีกหรือ?”
“หรือนายกำลังพยายามหลอกฉันด้วยข่าวลือ”
ชายตาเดียวรีบแก้ตัวอย่างรวดเร็ว “มีความเป็นไปได้ครับท่านผู้บัญชาการ คนของเราถูกจับได้หมดแล้วข่าวอาจจะถูกบิดเบือนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
“เมื่อรวบรวมจากแหล่งข่าวอื่นแล้วน่าจะมีความเป็นไปได้ว่าผู้ว่าการคนใหม่ได้จัดการกับกบฏประมาณ 20-30 คนมาสักพักแล้ว แต่พวกเขายังไม่ได้ถูกปราบปรามจนกระทั่งกองทหารไปถึงที่เกิดเหตุ”
“ดีมาก ดูเหมือนว่าพวกมันจะไร้ประโยชน์ยิ่งกว่าที่ฉันคิดซะอีก น่าทึ่งจริงๆที่คน 30 คนไม่สามารถจัดการกับคนคนเดียวได้”
“แล้วการปราบปรามที่ว่านั้นหมายถึงอะไร?” อวี่จงเซียนจ้องมองชายตาเดียว
“ผมจำได้ว่า เราได้ส่งสายลับเข้าไปมากมาย คนเหล่านี้มีความเชี่ยวชาญกว่าเจ้าหน้าที่ของหน่วยข่าวกรองที่ทำหน้าที่เพียงในนามเท่านั้นพวกเขาเป็นชนชั้นสูงที่มีความสามารถในการทำงานจริงๆและคอยปลุกระดมเพื่อก่อกบฏ”
ชายตาเดียวกลืนน้ำลายแล้วก้มหน้าลง
“เพียงแต่ว่าผู้นำของพวกเขาขาดการติดต่อไปสักพักแล้ว”
เมื่อคำพูดของเขาหลุดออกมาจากป่าทั้งห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด
ทุกคนต่างก็ก้มหน้าลง
“เคร้ง”
อวี่จงเซียนฟาดจานซาซิมิหงส์ดำทั้งจานลงบนหัวของชายตาเดียว
ซอสหวานกระจายไปทั่วทั้งตัวและเนื้อหงส์ที่หั่นเป็นแผ่นบางๆก็ติดอยู่ทั่วทั้งหัวและไหล่ของเขาแต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่กล้าที่จะขยับตัว
“ดีมาก”
เสียงเย็นชาของอวี่จงเซียนราวกับดังมาจากเบื้องบน
“ฉันเสียเงินไปมากมายเพื่อเลี้ยงดูคนไร้ประโยชน์ แค่ผู้ว่าการมณฑลเล็กๆพวกแกยังไม่มีปัญญาจัดการ”
“เราสูญเสียคนเก่งๆ ไปมากมาย ฉันต้องเสียเงินไปมากมายเท่าไหร่เพื่อฝึกฝนคนเหล่านี้ ไม่น่าเปลกใจเลยที่เฉิงหวยซวนกล้าเรียกราคาสูงขนาดนั้น”
“แล้วเราจะทำยังไงต่อไป ใครตอบฉันได้บ้าง”
ความเงียบกินเวลาเพียงสิบวินาที จากนั้นชายวัยกลางคนที่อยู่ขวามือคนแรกก็พูดขึ้น
“ท่านนายพล ผมคิดว่าเราควรเตรียมการสำหรับทั้งสองสถานการณ์ อันดับแรกเราจะต้องส่งคนไปรับคนของเราจากฉางซานในทันที”
“ในเวลาเดียวกันเราจะต้องตัดขาดความช่วยเหลือใดๆจากจักรวรรดิที่จะถูกส่งไปยังมณฑลฉางซาน แม้ว่าจะหมายถึงการรั่วไหลเพียงเล็กน้อยไปยังตงชินโจวก็ตาม”
“ฉางซานเองก็เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เป็นพื้นที่ยากจนมาก และมีผู้ประสบภัยจำนวนมาก ตราบใดที่ยังมีการกีดกันเสบียง พวกเขาก็จะต้องก่อจลาจลในไม่ช้า”
“เมื่อถึงเวลา เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเอาชนะผู้ว่าการคนใหม่ และในเวลาเดียวกันก็จะกัดเนื้อของเฉิงหวยซวน ซึ่งจะทำลายความเย่อหยิ่งของกลุ่มจักรวรรดิลงอย่างมาก”
“ทำแบบนั้นไม่ได้” ชายคนหนึ่งลุกขึ้นและโต้แย้งว่า “ถ้าเราสู้กับเด็กคนนั้น มันจะเป็นการเสียเวลาและความพยายามไปเปล่าๆ ต่อให้เราตัดความช่วยเหลือ เฉิงหวยซวนก็สามารถยื่นมือไปช่วยได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ? ตอนนี้พวกมันรู้ตัวแล้วยังไงเขาก็จะต้องปกป้องเด็กคนนั้นตลอดเวลาอย่างแน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องตรวจสอบประวัติเสื่อมเสีย”
“เขาเคยเป็นนายกเทศมนตรี! เขาเคยมีเรื่องอื้อฉาวอะไรบ้าง? ส่วนมากเขาก็แค่หาเงินและจับสาวๆ ดีๆ ไม่กี่คน แล้วจะมีประโยชน์อะไร?”
“ถูกต้องแล้ว บางทีเฉิงหวยซวนอาจเป็นผู้วางแผนเบื้องหลังทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในมณฑลฉางซาน เด็กหนุ่มคนนั้นจะรู้เรื่องอะไร เขาเป็นแค่หุ่นเชิด!”
“ไม่ได้”
ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนขึ้นและพูดอย่างใจเย็น
“ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมผู้ว่าการเฉิงหวยซวนถึงต้องลำบากมากมายเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ เขาเป็นผู้ว่าการใหญ่แล้ว ถ้าเขามอบอำนาจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา นั่นจะถือเป็นการแบ่งอำนาจของเขาเองไม่ใช่หรือ”
“ดังนั้น ผู้ว่าคนใหม่จะต้องเป็นคนที่สามารถยืนหยัดด้วยตัวเองได้”
………..