เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

50 - โลกเปลี่ยนไปแล้ว

50 - โลกเปลี่ยนไปแล้ว

50 - โลกเปลี่ยนไปแล้ว


50 - โลกเปลี่ยนไปแล้ว

หลินเหวินกล่าวด้วยความประหลาดใจ “ทำไม? มีใครในสำนักผู้ว่าการรังแกคุณหรือเปล่า? ไม่ต้องกังวล ตราบใดที่คุณกลับไป ผมจะแต่งตั้งให้คุณเป็นผู้ช่วยทันที ไม่มีใครควบคุมคุณได้ยกเว้นผม”

“ทำไมคุณถึงยังเสแสร้งอยู่อีก?”

น้ำตาของหญิงสาวก็ร่วงหล่นในที่สุด

“ตระกูลฉินต้องขายลูกสาวถึงจะอยู่รอด? พวกหมิงปังก็แค่กลุ่มคนที่เอาผู้หญิงไปขายเพื่อประทังชีวิตงั้นเหรอ? ถ้าหญิงชราแซ่เหยาชอบเขานัก ก็ไปแต่งเองสิ! ถ้าพวกคุณอยากขายกันนัก ก็เอาศพฉันไปขายเถอะ!”

เสียงของฉินลั่วหวงเปล่งออกมาด้วยความโกรธจัด

หลินเหวินฟังแล้วก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังโดนยัดเยียดเรื่องอะไร เขายิ้มอย่างขำขันแล้วพูดว่า

“ตระกูลฉินมันก็แค่ขยะ หมิงปังก็แค่กลุ่มคนนกรีต ส่วนหญิงชราคนนั้นก็ไม่ต่างจากนังสารเลวคนหนึ่ง พรุ่งนี้ผมจะจับตัวเธอมาคุกเข่าต่อหน้าคุณให้หายแค้นดีมั้ย?”

ฉินลั่วหวงถึงกับชะงักงันไป

“อย่าเข้ามานะ! อย่าพยายามหลอกฉัน!นายเองก็เป็นสุนัขรับใช้ของซาหนัวสินะ!”

“ซาหนัวคือใคร?” หลินเหวินถามกลับอย่างงง ๆ

“นาย...”

ฉินลั่วหวงแทบจะพูดว่า “อย่ามาหลอกฉัน” แต่ก็ต้องชะงัก เพราะเธอรู้ดีว่า คนของซาหนัวขึ้นชื่อเรื่องความภักดี พวกเขายอมตายเพื่อองค์กร จะไม่มีวันพูดประโยคแบบ “ซาหนัวคือใคร” ออกมาเด็ดขาด

“เอาล่ะ คุณหนูฉิน เราอย่าเสียเวลากันเลยนะ”

หลินเหวินยิ้มกว้าง “ไปกับผมเถอะ ผมปกป้องคุณได้ ต่อให้พวกมันยกโขยงกันมาทั้งหมด ผมก็จะหักขาพวกมันแล้วโยนออกจากประตูเมืองให้หมด ไม่มีใครพาตัวคุณไปได้แม้แต่สวรรค์เองก็ตาม”

“แต่มีข้อแลกเปลี่ยน คุณจะต้องมาเป็นผู้ช่วยผมในฐานะรองผู้ว่า คุณจะต้องทำงานให้ผมสนใจไหม?”

หลินเหวินยื่นมือออกไปด้วยท่าทางของสุภาพบุรุษ

“นาย...นายเป็นใครกันแน่?”

ฉินลั่วหวงถามอย่างเหลือเชื่อ “ทำไมนายถึงต้องตามหาฉัน?”

“ผมบอกแล้วบอกแล้วไงว่าคุณคือเฟิ่งชู่ เป็นเฟิ่งหวงนำโชค…อันที่จริงก็ไม่ใช่ในความหมายแบบนั้นหรอก หงส์ซ่อนมังกรหมอบน่ะเคยได้ยินไหม? แบบคนที่มีความสามารถที่ซ่อนตัวอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ช่างเถอะเอาเป็นว่าผมมองเห็นศักยภาพของคุณเลยอยากให้คุณมาร่วมสร้างอนาคตด้วยกันเข้าใจไหม ส่วนเรื่องหน้าตาผมไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยเพราะผมก็ไม่ได้อยากให้คุณมาสนใจผมเหมือนกัน คุณคงเอื้อมไม่ถึง”

พูดจบ หลินเหวินก็เห็นใบหน้าของฉินลั่วหวงมืดลงทันที เขาเกาหัวอย่างงง ๆ “หรือผมพูดอะไรผิดอีกล่ะ? เมื่อครู่นี้คุณยังดูตื่นตระหนก แต่ผมไม่ได้คิดไม่ดีกับคุณจริงๆนะ…”

ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง

สุดท้าย ฉินลั่วหวงก็ตอบเบา ๆ ว่า

“ก็ได้…”

เธอปัดมือเขาออก ลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง แต่ก็ยังไม่วางปืนลง

หลินเหวินไม่ว่าอะไร “งั้นไปกันเถอะ”

“เดี๋ยวก่อน บอกฉันมาก่อนว่านายสังกัดฝ่ายไหนกันแน่?”

“ฝ่ายไหน?” หลินเหวินถามอย่างมึนงง “ก็ฉันเป็นผู้ว่าฯ ของมณฑลฉางซานไง”

ฉินลั่วหวงเพ่งมองใบหน้าเขา สีหน้าดูไม่เหมือนโกหกเลย

“นายเป็นอิสระ? ไม่สิ... ยุคนี้ไม่น่ามีแบบนั้นแล้ว งั้นเป็นสายกลาง?”

“อ้อ...” หลินเหวินเหมือนเข้าใจขึ้นมาบ้าง เขาคิดนิดหนึ่งแล้วตอบว่า

“ก็คงฝั่งเซิ่งไหวเสวียนมั้ง?”

คิ้วของฉินลั่วหวงแทบจะผูกกันเป็นปม “นายยังไม่รู้เลยว่าตัวเองอยู่ฝ่ายไหน? ร่างกายนายคล่องแคล่วขนาดนี้ ฝึกมายังไง? อาจารย์นายไม่ตายเพราะปวดใจไปแล้วเหรอ?”

“เรื่องนั้นสำคัญตรงไหน?”

หลินเหวินตอบง่าย “ผมเดินอยู่ระหว่างสวรรค์กับโลกมนุษย์มุ่งตรงบนเส้นทางแห่งคุณธรรมความกล้าหาญเต็มอกสำหรับผมแล้วผู้ที่เดินทางแห่งธรรมล้วนเป็นเพื่อนร่วมทาง ไม่จำเป็นต้องกลัวมารร้ายไม่จำเป็นต้องแยกฝักแบ่งฝ่าย”

ฉินลั่วหวงยกมือปิดหน้า “นายเป็นผู้ว่าฯ ได้ยังไงเนี่ย? เหมือนหลุดมาจากยุคไหนก็ไม่รู้ นายโผล่มาจากหินหรือไง?”

“เลิกพูดเพ้อเจ้อได้แล้ว คุณหนูฉิน ใส่เสื้อเถอะ เราจะไปกันแล้ว”

คำพูดสองแง่สองง่ามของเขาทำเอาฉินลั่วหวงหน้าแดงนิด ๆ

แต่ก็ทำให้เธอแน่ใจว่า เขาไม่ได้คิดล่วงเกินเธอจริง ๆ

ตอนนี้เธอใส่แค่ชุดชั้นในสีเงินจาง ๆ กับกางเกงขาสั้น ทั้งยังเป็นชุดที่เปียกน้ำจนเกือบจะโปร่งใสแต่เขากลับไม่ได้เหลือบตามองแม้แต่นิดเดียว

และเธอก็รู้ตัวเองดีว่ามีเสน่ห์มากแค่ไหน

แต่เขากลับพูดว่า “คุณเอื้อมไม่ถึง”

ฉินลั่วหวงรู้สึกทั้งขำทั้งหงุดหงิด เธอเก็บเสื้อผ้าแล้วใส่อย่างไม่รีบไม่ร้อน โดยไม่คิดจะหลบสายตาเขาเลย

ขณะเดียวกัน หลินเหวินก็ยังคงหันหลังให้ ลากทหารที่สลบอยู่ไปจุ่มน้ำจนฟื้น

จากนั้น ฉินลั่วหวงก็เดินขึ้นรถไปอย่างสง่างาม นั่งลงข้างเขา ท่ามกลางสายตาตะลึงของทหารคนนั้น

“เฮ้”

“ผมชื่อหลินเหวิน”

“คุณผู้ว่าฯ ฟังให้ชัด ฉันจะไม่เป็นรองผู้ว่าฯ ฉันจะเป็นแค่ที่ปรึกษา ช่วยคิดแผนเท่านั้น”

“ทำไมล่ะ?”

“รองผู้ว่าฯ มันโดดเด่นเกินไป”

“คุณกลัวว่าครอบครัวของคุณจะตามตัวคุณพบหรอ ไม่ต้องเป็นห่วง ผมปกป้องคุณได้”

เธอจ้องหน้าเขานิ่ง ไม่ตอบ

หลินเหวินหันไปจ้องหน้าเธอระยะห่างระหว่างเขาและเธอถือว่าอยู่ไม่ไกลกันมาก

“อะไร? เธอจะจููบฉันหรอ ไม่ได้นะ จูบแรกของฉันจะต้องเป็นหญิงสาวระดับเทพ และต้องเป็นเทพธิดาจิ่วเทียนเท่านั้น”

แม้ฉินลั่วหวงจะไม่รู้ว่า “เทพธิดาจิ่วเทียน” คืออะไร แต่เธอรู้แน่ว่านี่เขากำลังบอกว่า เธอไม่คู่ควร

“ดีมาก...” เธอขบฟันพูด “ท่านผู้ว่าฯ ผู้สูงศักดิ์ ข้าน้อยแค่จะถามว่า... ไอ้คนหน้าตาโง่ ๆ คนนั้นเป็นคนสนิทของท่านเหรอ? พวกเราสามารถพูดคุยกันทุกเรื่องใช่ไหม”

“ว่าใครหน้าโง่!” ทหารคนนั้น ตะโกนลั่น “แน่นอนว่าฉันเป็นคนสนิทที่สุดของผู้ว่าฯ!”

“คนที่โดนฉันน็อกด้วยหมัดเดียวเหรอ? สุดยอดจริง ๆ! สนิทที่สุดเลยใช่ไหม?”

“ว่าไงนะ!”

ซูหลินแทบกระโดดออกจากเบาะ “ฉันแค่เผลอไปนิดนึงเอง ไม่ได้ตั้งใจ! ไม่คิดว่าเธอจะโจมตีแบบนั้น…”

“พอ! ขับรถ!” หลินเหวินรีบห้ามความวายป่วง

ฉินลั่วหวงถอนหายใจ เธอแพ้คนพวกนี้จริง ๆ

“รองผู้ว่าฯ ต้องผ่านระบบเยอะ ตั้งเอกสาร ลงมติ ส่งเรื่อง…”

“ไม่เป็นไร ฉันพูดคำเดียวก็พอ”

ฉินลั่วหวงขมวดคิ้ว ถ้าเธอไม่เคยเห็นเขาในศูนย์กลางการปกครอง เธอคงคิดว่าเขาเป็นพวกต้มตุ๋น

“นายเป็นผู้ว่าฯ มาได้กี่วันแล้ว?”

หลินเหวินนับนิ้ว “เกือบเดือนแล้วมั้ง?”

“ท่านผู้ว่าฯ... ฉันว่า ปล่อยฉันลงเถอะ…”

“หือ? ทำไมล่ะ?”

“ฉันรู้สึกเหมือนนายหลุดมาจากอีกโลก นายแค่สวมรอยตำแหน่งนี้ไว้ การที่นายพยายามจะรั้งฉันไว้ จะทำให้ทั้งฉันและนายเดือดร้อน ถ้าเรื่องนี้หลุดไป ครอบครัวฉันจะบดขยี้นายเละเป็นโจ๊ก ฉันเองก็คงหนีไม่รอด”

“พูดบ้าอะไรน่ะ!”

ยังไม่ทันที่หลินเหวินจะตอบ ซูหลินก็พูดสวนขึ้นมา

“พวกนั้นก็แค่สุนัขที่ชอบเห่าเสียงดัง ถ้าพวกมันกล้ามาพวกเรา 3,600 คนจะสับพวกมันให้เละปีหน้าเธอจะได้กลับไปไหว้ศพพวกมันที่สุสานบรรพบุรุษ”

ฉินลั่วหวงอึ้ง “พวกนายเป็นทหารใช่ไหม? ผู้ว่าฯ ของพวกนายมีอำนาจควบคุมกองทัพได้ด้วยเหรอ?”

“แน่นอน! ผู้ว่าฯ มีอำนาจยุทธศาสตร์! พวกเราก็เคารพเขา!”

ครั้งนี้ ฉินลั่วหวงตกใจจริง ๆ เธอมองหลินเหวินตั้งแต่หัวจรดเท้า

“นายมีจริงเหรอ?”

“อืม”

“ใครให้นาย?”

“เซิ่งไหวเสวียน”

“ท่านผู้ว่าการ? เขาใจดีขนาดนั้นเลย? นายเป็นคนสนิทของเขาเหรอ?”

“เปล่า เพิ่งรู้จักไม่นาน”

“แล้วทำไมเขาถึงยอมให้?”

หลินเหวินเองก็ไม่รู้ แต่เขาก็ตอบมั่วๆอย่างมั่นใจ

“เพราะบารมีของฉันยิ่งใหญ่จนเขาต้องยอมรับ ความยิ่งใหญ่ของฉันทำให้เขาต้องยื่นมือเข้ามาเองนี่แหละที่เรียกว่ามิตรภาพระหว่างวีรบุรุษ”

ฉินลั่วหวงยกมือปิดหน้า “ทำไมฉันรู้สึกว่า ทุกครั้งที่นายพูดดูจริงจัง แต่มันเหมือนตลกทั้งนั้นเลย หรือโลกนี้มันเพี้ยนไปแล้ว?”

หลินเหวินเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย

“เพราะตั้งแต่ฉันมาถึง โลกนี้ก็เปลี่ยนไปแล้ว…”

………..

จบบทที่ 50 - โลกเปลี่ยนไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว