เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 - พวกเขาจะขวางเราหรือ?

บทที่ 15 - พวกเขาจะขวางเราหรือ?

บทที่ 15 - พวกเขาจะขวางเราหรือ?


บทที่ 15 - พวกเขาจะขวางเราหรือ?

ภายในห้องโถงล่าสัตว์อสูรลัทธิมาร

"เฮ้ๆ!ข้าบอกว่า,พวกเจ้ากลับมามือเปล่าได้อย่างไร? เหยื่ออยู่ที่ไหน? "

ชายผิวดำมีตาข้างเดียวกำลังกอดขวดเหล้าอยู่ในมือขณะที่มองไปที่ "หัวหน้าชุดเกราะดำ"สอบถามเสียงลั่น

"พวกสารเลวนั่นขัดขืนจนวินาทีสุดท้าย พวกมันอยากตายมากกว่าไปกับเรา, ฝั่งของพวกมันมีคนเพิ่มขึ้น,พวกเราเลยไม่สามารถสกัดกั้นได้ เฮ้อ!..สุดท้ายแล้วพวกเราเลยต้องกำจัดทิ้ง"

"หัวหน้าชุดเกราะดำ"พูดในขณะที่ถอนหายใจ

"ฆ่าทั้งหมดเลย?" ชายตาเดียวถามขณะที่เขามองหัวหน้าชุดเกราะดำอย่างเหยีดหยามด้วยความรังเกียจ"ไม่น่าแปลกเลยอาการบาดเจ็บที่พวกเจ้าได้รับมานั้นไม่เบา, แต่อย่างไรก็ตาม,พวกเจ้าก็ล้มเหลวจับไม่ได้แม้แต่คนเดียว พวกเจ้ามันเศษสวะ! "

"เจ้าพูดอะไร!ระวังปากสุนัขๆของเจ้าหน่อย?" "หัวหน้าชุดเกราะดำ" พูดอย่างโมโห

"อะไรกัน!? เจ้าต้องการสู้กับข้า? "

เสียงของชายตาเดียวก็เพิ่มขึ้นเป็นแปดเท่าเมื่อเขาจ้องซูหยุน

ซูหยุนเหลือบมองรูปลักษณ์ของชายคนนั้นแล้วรีบหันหลังให้

"เจ้ามันก็แค่คนตาขาวช่าน่าสมเพส!" ชายตาเดียวพูดขณะที่เขายิ้ม

เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่เขา"ได้รับมา" ซูหยุนจึงขอพักเป็นเวลาสองวัน, นี่จะช่วยให้เขาฟื้นบาดแผลของเขาในห้องบ่มเพาะ โชคดี,ที่ได้เขารับอนุญาต

เหล่าศิษย์สำนักกระบี่เซียน ต้องแจ้งเหตุการณ์นี้แก่ผู้อาวุโส, ดังนั้น,ซูหยุนตอนนี้จึงมีความพอใจมาก เนื่องจากเป็นห้องพักฟื้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะปลอดภัย, เขาเพียงแค่รอกำลังเสริม

อย่างไรก็ตามซูหยุนไม่อาจรอได้

ในช่วงเช้าวันที่สองเขาไปที่ห้องบ่มเพาะ, จากนั้นเขาก็เดินไปที่เขตของเจ้าลัทธิ

นิกายลัทธิมารสอนลูกศิษย์หลายพันคนและเหมือนนิกายอื่น ๆ พวกเขาเคร่งครัดมาก, เฉพาะผู้ที่ใกล้ชิดกับเจ้าลัทธิเท่านั้นที่สามารถเข้าใกล้ได้ ซูหยุนไม่ได้รับอนุญาตแน่นอน

"หมาป่าศิลาดำ? เจ้ามาทำอะไรที่นี่ ศิษย์ขั้นที่สี่ดวงจิตรวิญญาณวิญญาณจ้องมองขณะที่เดินไปหาซูหยุน

"ข้ามีเรื่องสำคัญที่จะปรึกษากับท่านเจ้าลัทธิ ท่านช่วยแจ้งเขาให้ข้าที "

"มีเรื่องอะไรสำคัญ?" ผู้คุ้มกันมองอย่างระมัดระวัง "เรื่องสำคัญคืออะไร? ส่งมาให้ข้าแล้วข้าจะไปแจ้งท่านเจ้าลัทธิไห้! "

"มีนิกายเป็นเดิมพันดังนั้นข้าต้องแจ้งท่านเจ้าลัทธิด้วยตัวเอง, ช่วยหลีกทางให้ข้า! หากเรื่องนี้ชักช้าแล้วหัวหน้าตำหนิท่าน,ท่านจะยังกล้าเสี่ยงหรือ" ซูหยุนถามอย่างเคร่งขรึม

"เจ้า ... " ใบหน้าของผู้คุ้มกันส่องประกายร่องรอยของความโกรธเพราะเหตุใดเด็กเมื่อวานซืนจึงพูดแบบนี้กับเขา?

หัวใจของเขามีความโกรธและไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก เขาตะโกนออกไป "ท่านเจ้าลัทธิตอนนี้ไม่ว่างที่จะพบเจ้า! ออกไป!

"วิเศษ!" ซูหยุนตอบ

ช่วยไม่ได้ซูหยุนได้แต่เหน็บแนม"เมื่อสถานการณ์แย่ลงและลัทธิกำลังถูกคุกคาม อย่ามาตำหนิข้าว่าข้าไม่มารายงานท่าน,ว่าข้าไม่ส่งมอบข้อมูลที่สำคัญแก่ท่าน"

แล้วซูหนุนก็หันหลังกลับและเดินออกไป

หลังจากที่ผู้คุ้มกันได้ฟังด้วยใบหน้าที่มีความลังเลและตะโกนว่า "รอเดี๋ยว!"

ซูหยุนหยุด: "มีอะไร?"

ผู้คุ้มกันหวั่นไหวและพูดว่า"ท่านเจ้าลัทธิไม่ว่างดังนั้นถ้าหากเจ้าเข้าไป.....ข้าเกรงว่าท่านเจ้าลัทธิจะโกรธ!"

ซูหยุนส่ายหน้าเพียงอย่างเดียวและกล่าวว่า"ท่านไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เพราะท่านเจ้าลัทธิจะไม่โกรธแน่นอนแต่ทว่า,หากท่านเจ้าลัทธิไม่สบอารมณ์,ข้ายินดีที่จะรับโทษทั้งหมด! "

หลังจากได้ยินแบบนี้ผู้คุ้มกันคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า "ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็เข้าไปได้!"

ซูหยุนเดินไปอย่างมั่นใจ

สถานที่บ่มเพาะของเจ้าลัทธิให้กลิ่นอายอันทรงพลัง พื้นที่ชั้นแรกที่เข้าไปนั้นเป็นทางเท้าปูด้วยหินมรกต มีสามรูปแบบอักขระขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นห้ามผู้ใดผ่านเข้าไป"ทะเลสาปจิตวิญญาณ" นี่เป็นทางเดียวที่จะมาถึงห้องบ่มเพาะของอาจารย์ใหญ่ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเป็นพระราชวัง

นิกายลัทธิมารมั่งคั่งมากๆ หลังจากทำแต่กรรมชั่วมานับไม่ถ้วนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพวกเขาได้ปล้นทรัพย์สมบัติจำนวนมาก เนื่องจากพวกสาวกลัทธิมารได้เอาทรัพย์สมบัติทั้งหมดของผู้รับเคราะห์มา,นิกายจึงเต็มไปด้วยทรัพย์สมบัติทุกชนิด

กระนั้นการล่อลวงของผลจันทร์เสี้ยวและผลึกสวรรค์ยังดึงดูดคนนับไม่ถ้วนให้วิ่งเข้าไปในหุบเขา

อันที่จริงซูหยุนไม่ได้เข้าไปใกล้พื้นที่บ่มเพาะ,แต่เขาตัดสินใจสังเกตบริเวณโดยรอบ

หากเขาไปใกล้ที่บ่มเพาะมากเกินไปเขาเกรงว่าเจ้าลัทธิจะตรวจพบได้ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสที่เขาจะซ่อนตัว,ซูหยุนปกปิดร่างกายของเขาด้วยผงอำพรางเพิ่มมากขึ้น

หลังจากหนึ่งก้านธูป

ซูหยุนต้องรีบออกจากพื้นที่บ่มเพาะของเจ้าบัทธิ

เมื่อเขาเข้าใกล้ผู้คุ้มกันซูหยุนไม่ลืมที่จะหยุด

"ท่านเจ้าลัทธิสั่งมาว่าท่านต้องไม่พูดถึงการพบกันครั้งนี้กับใครไม่อย่างนั้นท่านจะถูกกำจัด ท่านเข้าใจใช่มั้ย?"

เมื่อเห็นการแสดงออกอย่างรุนแรงของซูหยุนผู้คุ้มกันพยักหน้า"ข้าเข้าใจแล้ว"

"ดีมาก!"

ซูหยุนแตะไหล่ของผู้คุ้มกันแล้วหันหลังจากไป

หลังจากออกจากพื้นที่ของเจ้าลัทธิภารกิจของเขายังไม่จบลง

นี่เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้แผนการของเขาลุล่วง ตราบใดที่แผนของเขาได้ผลเขาจะไม่เปียกฝน (Tl: หมายถึงจะไม่มีปัญหา)

ขณะที่เขายังปลอมตัวอยู่ซูหยุนเดินไปทั่วนิกายถึงแม้จะมีหลายแห่งที่ถูกจำกัด เขาใช้เวลาอีกครึ่งวันและเกือบจะเสร็จสิ้นการสำรวจลัทธิทั้งหมด

ตอนค่ำเขากลับไปยังที่อยู่ของหัวหน้าชุดเกราะดำและรออยู่ข้างใน

ห้องโกโรโกโสนี้เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นแปลกๆแต่ซูหยุนไม่ได้เป็นอย่างนั้นจริงๆ เขากระโดดขึ้นไปบนเตียงเริ่มบ่มเพาะปราณวิญญาณไว้ภายในร่างของเขาเพื่อเร่งความก้าวหน้า

จากนั้นเขาเริ่มฝึกวิชากระบี่

วิชาพื้นฐานของกระบี่สร้างขึ้นจากการวาดจิตวิญญาณภายในจากบริเวณส่วนลึกลงไปภายในร่างกาย จากนั้นจะมีโอกาสปลดปล่อยออกมาเพื่อสร้างปราณกระบี่ ถึงแม้สภาพปัจจุบันจะยังอ่อนแอก็ตาม

แม้ว่าจะเป็น <เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง> แต่มันไม่ง่ายนัก

กระบี่4เล่มนี้จะต้องใช้อาวุธวิญญาณจำนวนมากเพื่อทำให้มันกระจาย

สำหรับกระบี่ที่หนึ่งเมื่อผ่านขั้นตอนนี้แม้จะยังไม่สมบูรณ์ไปคนๆนั้นสามารถควบคุมกระบี่บินจำนวนหนึ่งร้อยเล่มได้

ในการทะลวงผ่านเคล็ดวิชาที่หนึ่งจะต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งในปราณกระบี่

ปราณวิญญาณมีพลังมากหากใช้อย่างถูกต้อง เพื่อควบคุมมันต้องเชื่อมโยงจิตวิญญาณภายในร่างที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดีและยินยอมเชื่อมต่อกับแกนหลักภายในจิตวิญญาณได้ การเปลี่ยนจิตวิญญาณให้เป็นปราณกระบี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ซูหยุนคว้ามือจับปราณวิญญาณเพื่อให้มันผสานเข้ากับฝ่ามือของเขา

ปราณวิญญาณของเขาเริ่มไหลออกรวมตัวกันเข้าไปในฝ่ามือและกลายเป็นลูกบอลสีฟ้าสดใส มันดูน่าหลงใหล

ซูหยุนสายตาตกตลึงขณะที่มองที่ลูกทรงกลมของวงจักรวิญญาณที่เขาสร้างขึ้นจากปราณวิญญาณ จากนั้นเขาก็พยายามปลับแต่งมันให้เหมาะสม

ในขณะที่วงจักรค่อยๆบิดและหลังจากนั้นไม่นานเขาสามารถสกัดมันได้หลายก้อนแตกต่างกัน

จากนั้นก้อนพลังก็เริ่มเปลี่ยนเป็นชั้นบางๆปกคลุมฝ่ามือของซูหยุน

อย่างไรก็ตามมันครอบคลุมไม่สม่ำเสมอเนื่องจากบางที่หนาบางที่บาง

เหตุผลคือเขตแดนการบ่มเพาะของซูหยุนไม่สูงพอสำหรับการควบคุมรูปแบบนี้

แม้ว่าซูหยุนจะมีความจำเป็นเลิสมีความสามารถในการเรียนรู้และมีพรสวรรค์แต่เขายังคงอยู่เขตแดนพื้นฐานขั้นที่หกเท่านั้น เขายังต้องฝึกมากขึ้น

ในคืนนั้นซูหยุนไม่ได้นอนและฝึกจนกระทั่งเช้าของอักวัน

ตอนรุ่งสางเขาหยุดฝึกเพื่อกินอาหาร เขากินเยอะมากและเหลือบมองไปนอกหน้าต่าง จากนั้นเขาก็รีบออกไป

หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วยาม

มีเสียงเคาะประตู

"หมาป่าศิลาดำ! หมาป่าศิลาดำ,ท่านอยู่มั้ย? "

จางต้าเจียงที่ปลอมตัวเป็นสาวกนิกายลัทธิมารอยู่นอกประตู

หลังจากคำนวณเวลาซูหยุนกลัวว่าบรรดาศิษย์ที่กลับไปยังสำนักเซียนกระบี่จะรีบเร่งมาที่นี่ทันทีหลังได้รับแจ้งเรื่องนี้

เหล่าศิษย์ที่ปลอมตัวทั้งหมดอยู่ในห้องศิษย์พี่มู่ พวกเขาเพียงแค่รอการมาถึงของผู้เชี่ยวชาญที่จะร่วมกันทำลายนิกายลัทธิมาร

จางต้าเจียงและสหายของเขาต้องการแจ้งให้ซูหยุนทราบ แต่หลังจากเคาะประตูเป็นเวลานานกลับไม่มีเสียงตอบรับ

จางต้าเจียงตื่นเต้นมาก

"หรือว่าเกิดเรื่องขึ้นกับเทพกระบี่?"

“เสียงดังเอะอะอะไรกัน? ทำไมถึงได้เสียงดังหนวกหู? หมาป่าศิลาดำออกไปแล้วตั้งแต่เมื่อเช้าทำไมท่านถึงเคาะประตู? ท่านจะไม่ให้ข้าได้หลับได้นอนเลยรึ!?”

เพียงแค่นั้นห้องที่อยู่ติดกับกลุ่มคนก็ระเบิดความโกลาหล

"ไม่อยู่!?"

หลังจากจางต้าเจียงได้ยินเขาถึงกับตัวแข็งทันที

ในชั่วขณะนั้นมีเสียงเบาๆของกระบี่ก็สาดส่องไปทั้วท้องฟ้า หลังจากเสียงเดินทางมาถึงและตรงไปยังฟากฟ้าของนิกายลัทธิมาร

“ข้าไม่นึกเลยว่าส่วนลึกของหุบเขาจันทร์เสี้ยวจะอยู่ในการครอบครองโดยนิกายที่ชั่วร้ายนี้! ประเสริฐ! ดี! วันนี้ข้า”ดาบวายุ"จะลงทัณฑ์พวกเจ้าเอง!”

เสียงกระเพื่อมผ่านอากาศมาจากทั้งสี่ทิศ

“สี่พ่อเฒ่าสำนักเซียนกระบี่!” จางต้าเจียงจ้องมองด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ...

จบบทที่ บทที่ 15 - พวกเขาจะขวางเราหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว