เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 - เรียกข้าว่าเทพกระบี่

บทที่ 13 - เรียกข้าว่าเทพกระบี่

บทที่ 13 - เรียกข้าว่าเทพกระบี่


บทที่ 13 - เรียกข้าว่าเทพกระบี่

ซูหยุนทำหูทวนลมตะโกนไปทางลูกสมุน มันเร่งฝีเท้าเข้าไปไกล้ในทางทิศใต้ของโดมสีดำแทน

“บังอาจ ทำหูทวนลมอย่างนั้นหรือ แกคงเบื่อชีวิตแล้วใช่มั้ย? ข้าจะตัดขาเจ้าทิ้งซะ!”

ลูกสมุนโกรธจัด, เร่งปราณวิญญาณขึ้นมาแล้วรีบวิ่งไปทางซูหยุนด้วยความโกรธอย่างรวดเร็ว

ซูหยุนหยุดเท้าลงทันทีแล้วสูดลมหายใจลึก,มันยกแขนขึ้น ฟาดกระบี่สนิมใส่ด้านนอกโดมสีดำ

ในขณะที่กระบี่ปะทะกับโดมสีดำด้านนอก,คลื่นพลังปราณวิญญาณนับไม่ถ้วนวิ่งผ่านโดม

ตูม! วินาทีนั้น,ภาพที่น่าอัศจรรย์ปรากฏขึ้น

หลังจากจ้องไปที่กระบี่ขึ้นสนิมที่สามารถเจาะทะลุโดมสีดำด้านนอกได้

โดมสีดำด้านนอกและด้านในก็แยกออกจากกัน, ปราณวิญญาณที่ดูดซับอยู่ข้างในทะลักออกมาเหมือนถังน้ำที่แตก

ศิษย์สำนักกระบี่เซียนได้แต่งงในขณะที่พวกเขาเฝ้าดูเหตุการณ์

พลังปราณวิญญาณที่ถูกดูดได้กลับเข้าไปในร่างศิษย์สำนักกระบี่เซียน พลังยุทธของพวกเขากลับมาอีกครั้ง

"เกิดอะไรขึ้น"

หัวหน้าชุดเกราะดำดวงตาเปิดกว้างหัวใจของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

สถานการณ์ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

“นี่ ... อะไร ... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”

“โดมทมิฬ ... .โดมทมิฬพังแล้ว!”

“เจ้าหนู! เจ้าเป็นใคร?

ผู้อาวุโสชุดเกราะดำส่งเสียงร้องออกมา

โดมสีดำนี้แม้จะยังไม่สมบูรณ์ แต่มันก็ไม่ใช่ของวิเศษ, แต่มันเป็น ข่ายอาคมวิญญาณ,ถึงกระนั้นมันก็ไม่ควรถูกทำลายได้ง่ายๆ

ฉางหยูยังตกตะลึงกับการพังทลายของโดมทมิฬ, สำหรับภารกิจนี้,ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับ ข่ายอาคมวิญญาณ,หากแต่มันเป็นวิชาระดับต่ำ ที่เจ้าลัทธิได้สร้างขึ้น

"ฆ่ามัน! ฆ่ามันให้ข้าที! ไอ้พวกขี้ครอกฆ่ามัน!”

หัวหน้าชุดเกราะดำถูกครอบงำด้วยความโกรธในขณะที่เขาคำราม

แต่ในเวลาต่อมาเขาถูกห้อมล้อมด้วยศิษย์สำนักเซียนกระบี่

หัวหน้าชุดเกราะดำตกใจทันทีพยายามที่จะหนี, หลังจากที่กลิ้งหลบกระบี่ที่เข้ามาเขาเห็นเหล่าศิษย์สำนักกระบี่เซียนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้ามาโจมตีเขา

โดมสีดำได้ดูดเอาปราณวิญญาณศิษย์สำนักกระบี่เซียนและลดพลังของพวกเขาลงหลายขั้น, แต่ตอนนี้โดมถูกทำลายลงพวกเขาฟื้นคืนปราณวิญญาณกลับมา,ที่นั่นยังมีศิษย์ที่น่ากลัวมากกว่ายี่สิบคน

“ฆ่ากลุ่มโจรนี้ซะ! แก้แค้นให้กับพี่ใหญ่ ลู่ กับพี่ หยู่มู่!”

ศิษย์ของสำนักกระบี่เซียนตะโกน

"ฆ่ามัน!"

ทุกคนตะโกน

ใบหัวหน้าชุดเกราะดำขาวซีด เขาเห็นสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปตอนนี้ เขารีบตะโกน:“ถอย!..ทุกคนถอย!”

กลุ่มโจรชั่วรีบวิ่งหนี แต่ไปได้ไม่ไกลก่อนที่ศิษย์สำนักกระบี่เซียนจะวิ่งไล่กวดทัน

ยกเว้นหัวหน้าชุดเกราะดำทุกคนของกลุ่มคนชั่วถูกฆ่าตายเกลี้ยง

สถานการณ์ได้พลิกผลันอย่างสมบูรณ์!

ศิษย์สำนักกระบี่เซียนพาตัวหัวหน้าเกราะดำกลับมาแบบเป็นๆ

“นำมันมาเส้นดวงวิญาณน้อง ลู่!”

“ให้มันคุกเข่าต่อหน้าศพน้อง ลู่!”

“ตัดหัวมันออกมา!”

ศิษย์สำนักกระบี่เซียนส่งเสียงร้องตะโกน

หัวหน้าชุดเกราะดำตอนนี้กลัวสุดขีดตอนนี้เขาได้กลิ่นของปัสสาวะ เขาร้องขอความเมตตา, แต่มันก็ไม่มีประโยชน์

หัวหน้าชุดเกราะดำได้ดูหมิ่นศิษย์สำนักกระบี่เซียน,ด้วยเหตุนี้ทำไมพวกเขาต้องมีความเมตตา?

ศิษย์สำนักกระบี่เซียนยกกระบี่ชี้ปลายกระบี่ไปที่คอหัวหน้าชุดเกราะดำ, พร้อมที่จะฆ่าหัวหน้าชุดเกราะดำ

“อย่าพึ่งรีบฆ่ามัน  ฆ่ามันไปตอนนี้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา!”

ไกล้ๆกันนั้นซูหยุนวิเคราะห์สถานการณ์แล้วตัดสินใจพูดขึ้น

ทุกคนหันไปมองที่ซูหยุน

หลังจากที่ศิษย์สำนักกระบี่เซียนได้ยินพวกเขามองไปที่ซูหยุนแล้วตัดสินใจหยุดสิ่งที่พวกเขาจะทำ

“ขอบคุณท่านจอมยุทธ หากว่าท่านจอมยุทธไม่ได้ทำลายโดมสีดำข้าเกรงว่าพวกเราทุกคนที่นี่จะต้องตายด้วยน้ำมือของนิกายมารนั่นไปแล้ว!”

ศิษย์สำนักเซียนกระบี่หลายคนเข้ามาขอบคุณซูหยุน

"มิได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย เป็นพวกท่านก็น่าจะทำแบบเดียวกันกับข้า, ข้าบังเอิญเดินผ่านมาได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกท่าน แล้วข้าจะไม่ช่วยพวกท่านได้อย่างไร?”

ซูหยุนพูด

"ช่างเป็นคนที่ประเสริฐแท้!"

เป็นคำพูดที่ทำให้ศิษย์หลายคนรู้สึกอบอุ่น, ศิษย์หลายคนในขณะนี้มีความประทับใจซูหยุนมาก

“จิตใจท่านช่างกล้าหาญนัก! ข้าจะจดจำสิ่งนี้เป็นแบบอย่างของข้า!”

“อย่าได้เอ่ยเช่นนั้นเลย,ข้ายังไม่ได้ก้าวเข้าเขตแดนผลิวิญญาณ ! เรียกข้าว่า”เทพกระบี่!”ก็พอแล้ว ซูหยุนโกหก

“ยังไม่ได้ก้าวเข้าเขตแดนผลิวิญญาณ?” ทุกคนต่างผงะ

มีเพียงการบ่มเพาะของพื้นฐานวิญญาณเขายังกล้าคิดที่จะเดินทางคนเดียวในหุบเขาจันทร์เสี้ยว นี่นับว่าเป็นการแกว่งเท้าเข้าสู่ความตาย?

อย่างไรก็ตาม,หลังจากที่ซูหยุนทำลายโดมสีดำลงได้อย่างง่ายดายซูหยุนไม่ใช่คนธรรมดาๆ ที่นี่ไม่มีใครกล้ามองข้ามเขา

"ทำไมเหรอค่ะ?" ทำไมพวกเราถึงไม่ฆ่ามัน? มันเป็นโจรชั่ว!!” ก่อนผู้อาวุโสของสำนักเซียนกระบี่พูดเป็นศิญย์หญิงพูดขัดขึ้นมาขณะที่นางมองไปที่ซูหยุน

“ใช่มันควรถูกสับเป็นชิ้น!”

“เป็นพันๆชิ้น! เราไม่รู้ว่าเจ้าสารเลวนี้ฆ่าคนไปแล้วเท่าไหร่!”

เหล่าศิษย์เอะอะเสียงดังขึ้น พวกเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังหัวหน้าชุดเกราะดำ

หัวหน้าชุดเกราะดำตัวสั่นเป็นเจ้าเข้านั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น

ซูหยุนพยักหน้า“อืม!...ที่ท่านกล่าวมามันก็ถูกพวกท่านต้องการคิดบัญชีไอ้หมอนี่,แต่หากฆ่ามันตอนนี้,พวกท่านจะหมดโอกาสติดตามหาหัวหน้าทั้งหมด, นิกายมารซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาจันทร์เสี้ยว, หากขาดมัน,ท่านจะไม่มีโอกาสหาพวกเขาพบ เว้นชีวิตมันไปก่อน,หลังจากท่านแจ้งสำนักเซียนกระบี่ท่านสามารถคิดบัญชีให้กับสหายของพวกท่านก็ยังไม่สาย, เราไม่อาจปล่อยเรื่องนี้ไว้ได้,นิกายลัทธิมารไม่สมควรอยู่บนโลกนี้! พวกเราต้องตัดรากถอนโคนมันทิ้ง!!”

“น้องชายพูดถูก,พวกเราควรแจ้งผู้ใหญ่ฝ่ายในของพวกเราไห้ทราบสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้!”

“พวกเรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะแล้วกลับไปที่สำนักของเราตอนนี้!”

“ศิษย์พี่ มู่ ยังต้องการรักษา! รีบกลับกันเถอะ!”

“งั้นพวกเรากลับ!”

เหล่าลูกศิษย์ตะโกน พวกเขาได้ตัดสินใจ

พวกเขาไม่ต้องการอยู่ในสถานที่ๆหลอกหลอนช่วงเวลาหนึ่งของพวกเขามากไปกว่านี้อีก

หลังจากซูหยุนได้ยินอย่างนี้เขารีบพูดออกมา“ช้าก่อน!”

“น้องชาย,มีสิ่งใดอีกงั้นรึ?” ศิษย์พี่ มู่ ถาม

“ถ้าหากท่านออกไปตอนนี้,พวกเราจะจะได้รับการเผยตัว

“เผยตัว?”

"ใช่?" ซูหยุนพยักหน้า“กลุ่มโจรที่ตายไปจะถูกพบในภายหลัง เมื่อเจ้าลัทธิของพวกมันตรวจสอบพื้นที่,ข้าเกรงว่าเวลาที่พวกผู้ใหญ่ของสำนักเซียนกระบี่มาถึง,นิกายลัทธิมารอาจจะออกจากหุบเขาจันทร์เสี้ยวไปไม่เหลือแล้ว,! เมื่อพวกมันออกไป,พวกมันต้องออกคุกคามไปทั่วทั้งยุทธภพ!”

หลังจากจบคำพูดของเขาทุกคนก็เริ่มคิด

“สิ่งที่น้องชายพูดมาก็มีเหตุผล! เหล่าพี่น้องของพวกเรายังไม่อาจไปได้!”

ทันใดนั้นศิษย์สตรีแก้มแดงพูดขึ้นหลังจากที่นางเหลือบมองไปที่ซูหยุน นางเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูด

“แต่หากพวกเราไม่ไป,เราจะกำจัดนิกายมารนี้ได้อย่างไร?”

“เราไม่ทางทำสำเร็จ!”

“เนื่องจากน้องชายคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้น้องชายต้องมีแผนการใช่มั้ย?”

"แผนการ?" ความจริงแล้วเรื่องนี้ง่ายมาก เพียงแค่ให้ศิษย์ของพวกท่านบางคนปะปนแทรกซึมเข้าไปในนิกายลัทธิมาร แล้วให้พวกเขาทำลายมันจากภายใน! ส่วนที่เหลือกลับไปที่สำนัก”

“แฝงตัวไปกับนิกายลัทธิมาร?”

ทุกคนตกใจ“นี่ไม่ไม่นับว่าเป็นการแกว่งเท้าเข้าสู่ความตาย?”

“เราจะไม่เป็นไร!”

ซูหยุนเหลือบมองไปที่ผู้อาวุโสของสำนักเซียนกระบี่รู้สึกประหลาดใจเมื่องเงยหน้าขึ้นมองในสายตาของเขา ศิษย์สองสามคนยืนเรียงรายกับพี่น้องที่ได้รับบาดเจ็บและคนอื่นๆในแถว

“พี่ชาย มู่ ข้าได้ยินมาว่าพวกท่านมีวิชากระบี่เรียกว่า ‘กระบี่เงาอำพราง’ หากใช้พลังอำนาจวิญญาณเกื้อหนุนผิวหนังจะทำหน้าที่เสมือนสิ่งอำพรางตา! ใช่มั้ย?”

พี่ชายมู่ตกใจ“ไม่มีใครน่าจะรู้เกี่ยวกับวิชานี้ภายนอกสำนักเซียนกระบี่ ท่านรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร”

“ฮ่า ๆ ๆข้ามีสหายอยู่ในสำนักเซียนกระบี่!” ซูหยุนหัวเราะขณะที่เขาคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา

หลังจาก,พี่มู่ได้ยินอย่างนี้ก็ครายความกังวลของเขา,“พวกเราศิษย์สำนักเซียนกระบี่,แน่นอนว่าพวกเราได้เรียนวิชากระบี่เงาอำพรางนี้”

"เยี่ยม" ซูหยุนพยักหน้า “เราจะใช้วิชานี้เพื่ออำพรางตัวและมอบบทเรียนนี้ให้กัยนิกายลัทธิมาร!”

“แต่น่าเสียดายที่ทักษะนี้ถูกค้นพบได้โดยง่ายโดยหัวหน้าของพวกมัน! ไม่มีทางเป็นไปได้! เป็นไปไม่ได้!” พี่ใหญ่ มู่ ส่ายหัวอย่างเร็ว

“คนชั่วเหล่านี้แม้ว่าพวกมันอาจจะแข็งแกร่งกว่าข้า,แต่พวกมันมีระดับเพียงเขตแดนผลิวิญญาณ, พวกมันควรจะได้รับบทเรียน เราจะปะปนเข้าไปด้วยกับอาจารย์ของพวกมัน,ดังนั้นพวกมันจะไม่ทันสังเกตเห็น! พี่ชาย มู่ มั่นใจได้!”

แต่...

“พี่ใหญ่ มู่ ท่านลืมหลักการของสำนักเซียนกระบี่? นี่สำหรับได้ผลประโยชน์ของคนธรรมดาทั่วไป! มันเป็นเจตจำนงของมนุษย์! นอกจากนี้เมื่อเราทำลายนิกายลัทธิมารสำเร็จจะมีผลตอบแทนมากมายรอเราอยู่ภายในนั้น, ต้องมีวิชาที่มีประสิทธิภาพมากมายความกลัวเพียงอย่างเดียวกักขังตัวเราไว้! ท่านต้องการชื่อเสียง แต่กลัวที่จะออกท่องยุทธภพ!”

ซูหยุนกล่าว

ได้ยินแบบนี้พี่ชายมู่ยอมผ่อนคลาย

คนธรรมดาทั่วไป? ประโยชน์สำหรับคนธรรมดาทั่วไป? เขาไม่ได้กังวน เขาห่วงเกี่ยวกับโอกาสสำหรับตัวเองและคนที่รับหน้าที่ เขาห่วงแค่สำนัก

นี่คือโอกาสเหมาะ,และเป็นโอกาสของผู้ที่รับหน้าที่หวงแหนมาก,ต่อให้ที่นั่นมีอันตราย

"วิเศษ!! ข้าเห็นด้วยกับวิธีการนี้!”

สุดท้าย,พี่ใหญ่ มู่ ก็ได้ตัดสินใจตนเอง

ซูหยุนพยักหน้า“ท่านแจ้งคนของท่านเนื่องจากท่านได้รับบาดเจ็บ ยกเว้นข้า,เลือกคนอื่นเจ็ดคนพร้อมที่จะมากับข้าและไปมอบบทเรียนเจ้านิกายลัทธิ์มาร! ให้หัวหน้าของพวกมันพาเราไปที่นั่น!”

“ไอ้โจรชั่วสมควรตาย!” พี่ไหญ่ มู่ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ เขายังจำความเจ็บปวดที่แขนของเขา,ในดวงตามีเจตนาฆ่าศัตรูของเขา

"ยังไม่ใช่ตอนนี้!"

หลังจากซูหยุนพร้อมแล้วเขาก็เดินไปทางหัวหน้าชุดเกราะดำ

จบบทที่ บทที่ 13 - เรียกข้าว่าเทพกระบี่

คัดลอกลิงก์แล้ว