เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - เคล็ดวิชาอสูรลึกลับ

บทที่ 4 - เคล็ดวิชาอสูรลึกลับ

บทที่ 4 - เคล็ดวิชาอสูรลึกลับ


บทที่ 4 - เทคนิควิชาอสูรลึกลับ

"นั่นมันเสียงซูกุ้ยม่อนิ!"

เสียงกราดเกรี้ยวของ ซูกุ้ยม่อ เปรียบกับการข่มขู่เมื่อตอนกลางวันกับตอนนี้เทียบกันไม่ได้เลย แม้ว่าชิงเอ๋อนางจะเป็นศิษย์ภายใน แต่นางยังคงเป็นคนธรรมดา นั่นหมายความว่าในตระกูลหลักนางไม่มีอำนาจและไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในของตระกูลได้โดยตรง

ดังนั้น ซูกุ้ยม่อ จึงไม่กลัวการข่มขู่ก่อนหน้านี้ของ ซูหยุน มองไปที่ซูกุ้ยม่อเขามองเห็นเจตนาฆ่าพวยพุ่งออกมาจากตัวเขา ถ้าหากซูกุ้ยม่อ มาจัดการในคืนนี้จะไม่มีผลใด ๆ แต่ตอนนี้ซูหยุนยังเป็นคนพิการที่ถูกขับออกจากตระกูลมีฐานะต่ำต้อยและไม่มีเงิน ถึงแม้ว่าซูหยุนจะตายก็ไม่มีใครสนใจแม้แต่จะเหลียวตามอง

"เวลาเป็นแก่นสารของชีวิต"คำพูดนี้ไม่แปลกเลย หัวใจซูยหยุนเต็นถี่ จากนั้นเขาก็โดดขึ้นไปบนโต๊ะคว้าเลือดหมาป่าดำขึ้นวาดบนเสื้อผ้า

ชี่!ชี่!ชี่!

ซูหยุนเริ่มวาดหัวกะโหลกบนเสื้อของเขา

การเคลื่อนไหวของเขามีความรวดเร็วและมีฝีมือแล้วรูปแบบกะโหลกปีศาจก็ปรากฏขึ้นบนหน้าอกของเขา

สำนักวิชาอสูรเคล็ดวิชาพื้นฐานภูติวิญญาณ: อาคมหัวกะโหลกอสูร เป็นรูปแบบที่ง่ายมากแม้กระทั่งศิษย์ระดับหก อย่างซูหยุนยังสามารถใช้วิชานี้ได้อย่างง่ายดาย

ใช้บริเวณหน้าอกเป็นจุดเริ่มต้นเลือดเป็นตัวกลางแล้วใช้วิญญาณรอบๆอาคมหัวกระโหลกเพื่อเปิดใช้วิชา

เคล็ดวิชานี้ใช้พลังภายใน ทำให้กลิ่นไอพลังมีประสิทธิภาพและส่งผลให้ในร่างกายกลายเป็นสีแดงเข้มเลือดคูณความแข็งแกร่งของผู้ใช้ แต่วิชานี้จะใช้ได้ราวสิบนาทีส่งผลให้ผู้ใช้หมดสติเพราะมันใช้เลือดของผู้ใช้เป็นพลังงานสำหรับใช้เคล็ดวิชา

หลังจากนั้นผู้ใช้จะต้องฟื้นฟูเลือดจำนวนมาก สำนักเซียนไม่เคยสอนวิชานี้ มันเป็นวิชาเฉพาะของศิษย์นิกายอสูร โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันมีความเสี่ยงและมันธรรมดามากๆ นี่คือเหตุผลที่สำนักเซียนพยายามที่จะกำจัดเคล็ดวิชาเหล่านี้

เพราะวิชาเหล่านี้จะทำทำการปรับเปลี่ยนพลัง เพราะโรคที่พบยากที่ซูหยุนเป็น เขาเลยคุ้นเคยกับวิชาที่แปลกประหลาดอย่างวิชาภูติวิญญาณนี้เป็นอย่างมาก

ซูหยุนได้ฝึกวิชาหลายประเภทที่ไม่ได้พึ่งพาการบ่มเพาะ หลังจากเสร็จสิ้นการใช้อาคมวิญญาณกะโหลกซูหยินถ่ายปราณวิญญาณของเขาเข้าไปในนั้นเพื่อเปิดใช้เคล็ดวิชา

ร่างกายของซูหยุนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มทันที เหงื่อเริ่มไหลออกมา ตาของเขาเริ่มกลายเป็นสีแดง ทำให้ดูน่ากลัว

ปัง! ประตูแตกออกเป็นชิ้นๆ เหล่าฝูงชนวิ่งเข้ามา

"ซูกุ้ยม่อ!!" ซูหยุนหอบหายใจอย่างหนัก

ในขณะที่ฝูงชนเริ่มเทเข้าไปในกระท่อมเล็ก ๆของเขา คนที่วิ่งเข้ามาถึงกับตะลึงกับผิวสีแดงเข้มของซูหยุนทำให้พวกเขาต้องระมัดระวัง

ซูกุ้ยมู่ถามด้วยเสียงอันสั่นเทา

" ซูหยุน..กะ..กะ. . .แกจะทำอะไร ? "

"ทำไมพวกเจ้าแห่กันเข้ามาที่บ้านของข้ากลางดึกกลางดื่นหรือเจ้าต้องการจะทวงเงิน!? ซูหยุนถาม

ในขณะที่ความเจ็บปวดที่เกิดจากเลือดของเขาถูกใช้โดยเคล็ดวิชา ได้ฟังซูหยุนพูดอย่างนั้นซูกุ้ยม่อขมวดคิ้วแน่น

"แน่นอน!ข้าจะมาทวงเงินที่เจ้าติดหนี้ข้า! เจ้าติดหนี้ข้าหลายเหริญจิตรวิญญาณและวันนี้ข้าจะมาทวงมันคืน!"

"พวกเจ้าจะมัวยืนเซ่ออยู่ทำไม..จัดการมัน!?"

"แต่เดี๋ยว!ก่อนที่จะตายเจ้าอยากจะพูดอะไรอีกมั้ย! แท้ที่จริงถึงแม้ชิงเอ๋อจะเข้าสู่ตระกูลหลักแล้วมันก็ไม่ได้มีผลอะไรกับข้า ดังนั้น ขอให้เจ้าจงคุกเข่าขอความเมตตาซะ! และเอาเงินมาคืนข้าหรือว่า..จะให้ข้าทำให้เจ้าพิการดี..ฮ่าๆๆ ข้าจะทำให้เจ้าเป็นขยะให้สมดังชื่อ! เลือกเอ้าาา!ฮ่าๆๆๆ!!"

ซูกุ้ยม่อกล่าวด้วยรอยยิ้มที่แสนเย่อหยิ่ง เขาก็ตัดสินใจที่จะสั่งสอนซูหยุน! ซูหยุนยังคงเงียบ หลังจากนั้นชั่วครู่เขาก็สืบถาม

"มีไม่มีทางเลือกที่สาม?"

"ไม่!" ซูกุ้ยม่อตอบกลับ

"งั้นข้าจะทำอย่างหนึ่ง!" ซูหยุนตอบ

"ทำอย่างหนึ่ง?"

ซูกุ้ยม่อหยุดชั่วขณะ ขณะที่เขากำลังมองหาซูหยุน ซูหยุนก็ขยับอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าวิ่งเข้ามาหาเขาในพริบตา

ซูหยุนระเบิดปราณจิตวิญญาณออกจากร่างของเขาปราณจิตวิญญาณไหลออกมาเหมือนน้ำป่าท่วมเขื่อน

"วิชาเคลื่อนที่ของคุณชายชยอดเยี่ยมไปเลย ......เขาอยู่ขั้นที่หกจริงหรือ?"

หนึ่งในลูกสมุนอุทานออกมา คนอื่นๆไม่มีเวลาที่จะให้ความเห็น เพราะตอนนั้นกำปั้นของซูหยุนได้ถึงหน้าอกของ ซูกุ้ยม่อแล้ว

ปัง!

ซูกุ้ยม่อต้านรับไว้โดยที่เขายังไม่ทันระวังทำให้เขากระเด็นออกจากประตูไป

ขณะที่เขาล้มลงบนพื้นดินเขาพ่นเลือดคำหนึ่งออกไปและแทบจะประคองตัวเองไม่ให้หมดสติไม่ไหว

อัศจรรย์!

ตื่นตลึง!

ทุกคนตกตลึงจนอ้าปากค้าง ถึงแม้ว่าซูกุ้ยม่อไม่ได้เป็นอัจฉริยะ แต่การบ่มเพาะของเขาก็อยู่ระดับเจ็ดเมื่อเทียบกับซูหยุนขยะระดับหก

อย่างไรก็ตามซูกุ้ยม่อที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเพียงหมัดเดียวของซูหยุน!

มีแต่ศิษย์ระดับเก้าเท่านั้นที่จะทำแบบนี้ได้ ศิษย์ระดับแปดยังทำแบบนี้ได้ยากเลย แต่ ... .เหตุใดซูหยุนถึงสามารถทำได้?

"นายท่าน!!!" หลังจากลูกสมุนเรียกสติกลับมาพวกเขารีบวิ่งไปประคองซูกุ้ยม่อขึ้น ไม่มีใครกล้าท้าทายซูหยุน

หลังจากประมือกันหนึ่งรอบพวกเขารู้ว่าถ้าพวกเขาทำร้ายซูหยุนพวกเขาจะประสบกับปัญหาเดียวกันหรือเลวร้ายยิ่งกว่าซูกุ้ยม่อแน่นอน

แม้ว่านี่จะเป็นกลลวงแต่มันก็หลอกซูกุ้ยม่อกับลูกน้องทั้งหมดได้ ถ้าหากซูหยุนมีการบ่มเพาะอยู่ที่ระดับเก้าเหล่าลูกสมุนก็ไม่ใช่คู่มือของเขา

"เป็นไปไม่ได้!จะ..จะ...เจ้าทำได้ยังไง!?ทำไมเจ้าถึงมีพลังแบบนี้ได้?"

ชายที่ชื่อซูหวังไค ถามด้วยความตกใจและความเป็นปรปักษ์ในสายตาของเขาขณะที่เขาจ้องซูหยุน

"ทำไมข้าถึงไม่มีพลังแบบนี้บ้าง? "

"แก!....ก็เห็นๆอยู่ว่าระดับการบ่มเพาะของแกอยู่ขั้นที่หก"

ซูกุ้ยม่อลุกขึ้นเช็ดเลือดออกมาจากปากของเขาแล้วพูดออกมาด้วยความแค้น

" แก!บังอาจทำให้ข้าบาดเจ็บ! ซูหยุน! เยี่ยมมาก! บางทีข้าอาจจะประเมินเจ้าต่ำไป แต่ข้าจะทำให้เจ้าพบกับความตายที่อนาถ! "

"เจ้าต้องการเอาคืนข้ารึ?" ซูหยุนถาม

"ทำไมข้าต้องเป็นคนทำ? ข้าจะบอกท่านพ่อ... .. ให้ลงโทษแกตามกฎของตระกูลซู! "

" พวกเจ้ากำลังทำพลาดอย่างมาก ! " ซูหยุนส่ายหัว

"อะไร!?" ด้วยอำนาจของพ่อข้าใครจะช่วยเจ้าได้? " ซูกุ้ยม่อถาม

"แน่นอนว่าข้าทำไม่ได้!" ซูหยุนกล่าว

"ฮ่าๆๆๆๆช่างน่าขันนัก!" ซูกุ้ยม่อหัวเราะออกมาดัง ๆ

"ซูหยุน บางทีโทษทัณฑ์ของแกอาจจะเป็นสองเท่า แต่ถึงยังไงสุดท้ายแล้วผลลัพธ์มันก็ไม่ต่างกัน แกจะไปสู้อะไรได้กับคนที่มีอำนาจบารมี? "

ชายคนหนึ่งมีหนวดเคราสั้นเหยียดหยันกล่าว

"มันเหมือนตั๊กแตนตำข้าวที่พยายามจะหยุดรถหรือคล้ายดั่งมดพยายามจะเขย่าต้นไม้!"

ทุกคนหัวเราะเยาะเย้ย แต่ซูหยุนไม่ได้มีความโกรธเขาเพียงมองฝูงชนนั้นเท่านั้นที่สวมความลังเลแล้วกล่าวว่า

"มันเป็นความลับท่านผู้นำตระกูลไม่ให้ข้าพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่วันนี้ข้าจะบอกพวกเจ้า!"

รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนหายไป

"เจ้าควรทราบก่อนว่าการทดสอบพลังคราที่แล้วข้าได้รับการจัดอันดับการบ่มเพาะขั้นที่หก แต่ความเป็นจริงแล้วมันเป็นของปลอม! ข้าได้เข้าไปยังอีกเขตแดนมานานแล้ว ที่คนเรียกข้าว่าถังขยะระดับหกเป็นพียงสิ่งที่คนภายนอกรับรู้! ทำไมข้าต้องปิดบังนะเหรอ!? นี้เป็นเพราะข้าเป็นอาวุธลับของตระกูลซู! "

"อาวุธ….ลับ?" ซูกุ้ยม่องุนงงไปหมด

"ใช่"ซูหยุนพูด

"นี่คือสิ่งที่คนเชื่อถือได้บางคนเท่านั้นที่รู้ ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน แต่ถ้าหากเจ้ากำจัดข้าครอบครัวของเจ้าน่าจะถูกขับออกจากตระกูลซู! ว่ากันที่จริงแล้ว ตระกูลซูสัญญาจะไม่ทำร้ายข้า ตราบใดที่ข้ายังเป็นอาวุธลับ แต่ก็เอาเถอะข้าเห็นแก่หน้าเจ้าสักครั้ง ถ้าไม่อย่างนั้นเจ้าคงได้ตายไปแล้ว! ข้าเพียงแค่ต่อยเจ้าเท่านั้นทำให้เจ้าบาดเพียงเจ็บนิดหน่อย การที่จะฆ่าเจ้ามันง่ายๆยิ่งกว่าฆ่ามด ไม่ได้ยากเย็น"

หลังจากพูดจบทุกคนก็กลัว ซูกุ้ยม่อมองไปที่สมุนโดยรอบในความสับสน

"ลูกพี่...... สิ่งที่มันพูดอาจจะเป็นความจริง มันไม่น่าจะอยู่ในขั้นที่หกมิฉะนั้นเขาคงไม่ต่อยท่านจนได้รับบาดเจ็บอย่างนั้นหรอก...... "

"ถ้าสิ่งที่มันพูดเป็นความจริงเราต้องอย่าพึงไปยั่วยุมันในตอนนี้ ... ..มันอาจมีความลับอีกมากซ่อนไว้!"

"ข้า... ..ข้าจะรีบไปให้เร็วที่สุด ต่อไปข้าจะไม่ยุ่งกับผู้ชายคนนี้อีก!"

กลุ่มสมุนของซูกุ้ยม่อไม่สนใจเกี่ยวกับงานที่ซูกุ้ยม่อมอบหมายอีกต่อไป พวกเขาพยายามหว่านล้อมให้ซูกุ้ยม่อถอนตัว!

"แต่ว่า... ..มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง? " ซูกุ้ยม่อยังไม่ค่อยพอใจ เพียงหนึ่งหมัดส่งผลลัพธ์ได้ขนาดนี้ อย่างไรก็ดี ? ซูหยุนเพียงแค่ไว้ชีวิตเขา! การบ่มเพาะขั้นที่หกทำให้บาดเจ็บสาหัสหากว่ามันอยู่ในระดับที่เจ็ด ข้าอาจจะปางตายก็ได้ มันเป็นศิษย์ชั้นนอกจริงๆเหรอ ? ที่ท่านผู้นำบอกว่ามันได้ซ่อนพลังเอาไว้ อาจจะเป็นเรื่องจริง ! พวกเราต้องทนต่อความอัปยศดังนั้นพวกเราจะปล่อยไว้แบบนี้รึ!"

" เร็วเข้า! ช่วยพยุงข้าที "

ซูกุ้ยม่อกัดฟันพูด

"ครับ....ลูกพี่?" พวกลูกสมุนนำซูกุ้ยม่อออกไป

"เดี๋ยว" ซูหยุนตะโกน ทุกคนตัวสั่น ซูกุ่ยม่อมองซูหยุนด้วยยสายตาที่ซับซ้อน

"มีอะไร...แกต้องการอะไรจากข้าอีก?" ซูกุ้ยม่อเปล่งเสียงพูด

"ข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาวุธลับอย่าได้ไปบอกให้ใครรู้มิฉะนั้นหากคนจากตระกูลหลักได้ยินพวกเจ้าอย่าหวังว่าจะมีชีวิตอยู่ !"

ซูกุ้ยม่อและกลุ่มของเขาตัวสั่นแล้วพยักหน้า

"พรุ่งนี้เช้านำเลือดวานรอัคคีหนึ่งชั่งมาให้ข้ามิฉะนั้นข้าจะไม่ลืมเรื่องนี้!"ซูหยุนพูดต่อ

"เลือดวานรอัคคีหนึ่งชั่ง?"

ซูกุ้ยม่ออดใจแทบไม่ไหวจากคำพูดนี้

"มันมีราคาถึงห้าพันเหรียญจิตวิญญาณ!"

วานรอัคคีมีค่าและหายากมาก ดังนั้นเลือดของมัรก็ยิ่งหายากและมีราคาแพง ซูหยุนอยากได้หนึ่งชั่งซูกุ้ยม่อไม่อยากจะเชื่อว่าซูหยุนจะกล้าขอ

"ข้าจะใช้สำหรับการบ่มเพาะ ถือว่าแลกกับการรักษาชีวิตน้อยๆของเจ้า รึว่า...เจ้าไม่ตกลง? "

"ดูเหมือนว่าเจ้าไม่ค่อยจะเต็มใจ? อย่าทำให้ข้ารู้สึกอึดอัดใจหรือจะให้ข้าเอาอะไรที่ยากยิ่งไปกว่านี้ "

ซูหยุนกล่าวด้วยความไม่สนใจแต่ตอนนี้ทุกคนบอกได้ว่าเขากำลังขู่ซูกุ้ยม่อและกลุ่มของเขา หัวใจซูกุ้ยม่อเต็มไปด้วยความเสียใจ

แต่ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้? ซูกุ้ยม่อได้แต่แบกรับความเจ็บช้ำในใจของเขาเท่านั้นและออกไปอย่างรวดเร็ว

ในไม่ช้ากระท่อมก็กลับเข้าสู่บรรยากาศอันเงียบสงบ

แต่หลังจากที่คนพวกนั้นออกไป ซูหยุนก็ทรุดตัวลงบนพื้น...

จบบทที่ บทที่ 4 - เคล็ดวิชาอสูรลึกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว