เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - การปรากฏตัวของเพื่อนร่วมทาง

บทที่ 3 - การปรากฏตัวของเพื่อนร่วมทาง

บทที่ 3 - การปรากฏตัวของเพื่อนร่วมทาง


บทที่ 3 - การปรากฏตัวของเพื่อนร่วมทาง

ซูกุ้ยม่อยังคงอ้าปากค้างต่อความเจนจัดของซูหยุนในการเจรจาต่อรอง

แม้ว่าครอบครัวของซูกุ้ยม่อจะมีอิทธิพลมากมายแต่พวกเขายังคงมีศัตรูอีกมาก หากคำพูดนี้ได้เลทลอดออกไปสู่ศัตรูมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะนำพาครอบครัวของเขาหลุดออกจากตำแหน่งได้ง่ายๆ

ซูกุ้ยม่อไม่ต้องการที่จะเสี่ยง แต่ตอนนี้บ่อนไม่มีแผนครอบคลุมขึ้นสำหรับเรื่องนี้

ซูหยุนมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านของเขาอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะเริ่มต้นการบ่มเพาะโดยใช้วัสดุที่เขาซื้อ แม้ว่าการบ่มเพาะของเขาไม่ได้เพิ่มขึ้นนานมาแล้วนับหลายปีแต่เขามีประสบการณ์ในอดีตทำให้เป็นประโยชน์ต่อเขามาก

เขามีความรู้ความเข้าใจในวิธีการบ่มเพาะในขณะนี้เป็นอย่างดี สำหรับการซ่อมแซมเส้นชีพจรเขาทดลองมาแล้วทุกวิธี

ความเข้าใจในร่างกายของเขาไปไกลเกินกว่าผู้เชี่ยวชาญการบ่มเพาะคนอื่นๆอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยา ซูหยุนอาจจะพูดได้ว่าเป็นปรมจารย์ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่เกือบจะ ในหลายต่อหลายปีที่ผ่านมาในอดีตเขาเดินทางไปทั่วยุทธภพเขามีประสบการณ์กับการบ่มเพาะที่มีชื่อเสียงจำนวนมากและด้านการแพทย์เพื่อรักษาเส้นชีพจรของตนเอง

หลังจากหลายปีของความทุกข์ยากและความเหน็ดเหนื่อยเขาประสบความสำเร็จทำให้ร่างกายตัวเองไม่โดนใครดูถูก

แม้ไม่อาจบ่มเพาะแต่ซูหยุนยังมีความสามารถในการเรียนรู้ที่ดีด้วยความจำเป็นเลิสและความสามารถในการเข้าใจ

อย่างไรก็ตามความเร็วการบ่มเพาะไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเรียนรู้ ร่างกายของเขายังคงได้รับความเสียหาย

แต่นั่นไม่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปีต่อมาของเขา ตอนนี้เขารู้วิธีการรักษาอาการป่วยของเขาแล้ว

เขาจะใช้สมุนไพรเพื่อรักษาตัวเองโดยเร็วในที่สุดเขาก็สามารถเริ่มต้นการบ่มเพาะได้

หลังจากที่เขาเสร็จสิ้นการรักษาอาการของเขาความสามารถของเขาจะกลับคืนมา สิ่งเหล่านี้เป็นความคิดอยู่ในใจซูหยุน

อย่างไรก็ตามในขณะที่เขาใกล้กระท่อมมีเสียงคำรามชั่วร้ายลอยเข้ามาในหูของเขา

ซูหยุนเหลือบมองไปที่ต้นเสียง เขาเห็นรถที่หรูหรามีสัตว์อสูรลากที่มีร่างกายสีม่วงขนาดใหญ่เท่าวัวและมีสองเขาขนาดใหญ่

สัตว์อสูรสีม่วงที่ปล่อยกลิ่นอายอันทรงพลังออกมา ร่างกายของมันดูเหมือนจะมีพละกำลังเทียบเท่ากับสัตว์อสูรวิญญาณในตำนานแห่งความป่าเถื่อน

สัตว์อสูรนี้ยังเชื่องมากและได้รับการยอมรับว่าเป็นเจ้าชีวิตเพียงหนึ่งเดียวในสิ่งมีชีวิตทั้งหมดทั้งมวล สัตว์อสูรสีม่วงที่มีเขา กล่าวกันว่ามันสามารถลากรถที่หนัก 400 กก.ได้อย่างสบาย ๆ มันสามารถทำหน้าที่เป็นม้าลากรถ และยังสามารถเป็นเกราะป้องกันได้อีกด้วยเมื่อมีความจำเป็น

ดังนั้นสัตว์อสูรนี้มีราคาแพงมากซึ่งคนร่ำรวยเท่านั้นที่สามารถจับจ่ายได้ ซูหยุนชำเลืองมองขึ้นไปสัญลักณ์สีเหลืองบนรถแล้วรู้ทันทีว่าใครคือคนที่มา

ในขณะที่เขาหอบหิ้วสัมภาระของเขาแล้วค่อย ๆ เดินไปกระท่อมของเขาต่อ

แอ้ดดด...... ประตูกระท่อมถูกผลักเปิดออกช้าๆ

ก่อนหน้านี้ที่โต๊ะภายนอกที่ผ่านการใช้มายาวนานจนเก่ามีชายแก่ผมขาวกำลังนั่งจิบชาจากถ้วยที่บิ่น ซูหยุนจ้องมองผมที่ขาวของผู้เฒ่า ในเวลานั้นรถลากที่หรูหราจอดอยู่ข้างนอก ตาเขาสั่นเล็กน้อย และปิดประตูอย่างรวดเร็ว

"ท่านซูกงไจ๋!ไม้ได้พบกันเสียนานท่านสบายดีรึ?"(น่าจะเป็นชื่อเรียกอีกแบบของซูหยุน)

ผู้เฒ่าขาวลุกขึ้นและเผชิญหน้ากับซูหยุนด้วยความนอบน้อม

"พ่อเฒ่าขาวท่านเห็นภาพที่ไม่น่าดูของข้าแล้วต้องขออภัย..ว่าแต่ท่านมีธุระอันใดที่ต้องการคุย? การที่ท่านมาด้วยตัวเองต้องเปฺนเรื่องที่สำคัญไม่น้อย? "

ซูหยุนวางสัมภาระของเขากับพื้นขณะที่เขาพูด นัยน์ตาพ่อเฒ่าขาวเป็นประกายมีความสงสัยในขณะที่เขากวาดสายตาอยู่ที่สัมภาระ แต่ไม่ได้สอบถามเกี่ยวกับข้าวของที่นำมา กลับเดินไปตรงนั้นแทน

"สำหรับวันนี้นั้น ข้ามีเรื่องที่จะพูดเพียงเรื่องเดียว...เกี่ยวกับตัวท่าน! "

"เชิญ" ซูหยุนยิ้มอย่างจริงใจรอคำตอบ พ่อเฒ่าขาวค่อย ๆ หยิบซองกระดาษสีขาวออกจากกระเป๋าเสื้อของเขาและวางไว้บนโต๊ะ

"นี่คือตั๋วแลกเงินที่มีมูลค่าสามหมื่นเหรียญจิตวิญญาณซึ่งธนาคารจะจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินของที่ทำการแลกเงินใดๆก็ได้ " พ่อเฒ่าขาวพูดต่อ

"วันนี้ข้ามาตามภารกิจที่ข้าได้มอบมาถึงท่านจากคุณหนูโดยมีข้อความที่จะถ่ายทอดให้กับท่าน คุณหนูได้รับความเห็นชอบแล้วโดยสำนักเซียนกระบี่และได้รับการประกาศให้เป็นผู้สืบทอด ข้ากลัวว่าพันธมิตรฝ่ายจิตวิญญาณในอนาคตจะเลือกผู้อื่น สำหรับผู้ปราถนาการแต่งงานดังนั้นข้าต้องการให้ท่านยกเลิกการแต่งงาน ซองกระดาษนี้น่าจะ ...... เอ่อ...น่าจะชดเชยท่านได้ "

ซูหยุนนิ่งเงียบ

ดูเหมือนว่าตระกูลขาวได้มา

"ตระกูลซูและตระกูลขาวซึ่งพอเทียบเคียงกันและกันได้แต่ทว่าสำนักกระบี่เซียนมีพลังอำนาจมากกว่ามีหลายร้อยหลายพันสำนักที่มีอิทธิพลกว้างขวางกว่าสองตระกูลเรา คุณหนูแห่งคฤหาสห์ขาวมีพรสวรรค์มากซึ่งเหมาะสมกับพรสวรรค์ของท่านก่อนหน้านี้ แต่ท่านได้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างและคุณหนูของคฤหาสห์ขาวยังคงมีพรสวรรค์ของนางดังนั้นผลเพียงอย่างเดียวคือเพิกถอนการแต่งงานระหว่างท่านทั้งสอง ตอนนี้ท่านซู ท่านไม่มีพรสวรรค์ไม่มีฐานะเสื้อผ้าแม้กระทั่งอาหาร แล้วแบบนี้คุณหนูของคฤหาสห์ขาวจะแต่งกับท่านได้อย่างไร!? "

ในขณะที่ซูหยุนเปิดกระเป๋าสัมภาระที่เขาซื้อวันนี้เขากล่าวว่า

"นำเงินของท่านกลับไป!"

ใบหน้าของพ่อเฒ่าขาวเปลี่ยนเป็นเย็นชา

"ท่านไม่ยอมรับ?"

"ข้ายอมรับ"

ซูหยุนกล่าวในลักษณะที่ไม่ไหวติงและยังคงสงบนิ่ง

" ว่าแต่ว่า ข้าอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงมาพบข้าเป็นการส่วนตัว"

หลังจากพ่อเฒ่าขาวได้ยินคำเหล่านี้รูปลักษณ์ของความประหลาดใจก็ปรากฏบนใบหน้าของเขา

เขาคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าและเดินตรงไปที่ประตูของกระท่อม เขารีบเดินออกไปข้างนอกที่รถลากและเดินไปทางริมหน้าต่าง แล้วพ่อเฒ่าขาวคำนับที่ริมหน้าต่าง หลังจากนั้นไม่นานม่านของผ้าไหมลายปักก็ถูกยกขึ้นและสตรีนางหนึ่งสวมชุดสีเหลืองอ่อนเดินลงบันไดของรถ

สตรีคนนั้นนางงดงามมาก นางมีใบหน้าที่สมบูรณ์แบบไหล่และเอวที่กระชับสัดส่วนผิวสีกล้วยไม้สีขาวและดวงตาเหมือนอัญมณี นางเปล่งประกายออร่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ นางเป็นผู้หญิงที่จะทำให้ผู้ชายรอบตัวตามเอาอกเอาใจนาง

ขณะที่นางเดินเข้าหากระท่อมช้า ๆ หากมองดีๆก็จะเห็นกระบี่เพรียวยาวภายใต้แขนเสื้อชุดลายปักของนาง

เอี๊ยด...... ประตูถูกผลักเปิด

ภายในกระท่อมซูหยุนยังคงเรียงสัมภาระที่เขาซื้อสำหรับการบ่มเพาะ เขาไม่ได้แม้แต่จะมองนางในขณะที่นางเดินเข้าไปในกระท่อม

ไป๋เอี้ยน

นางไม่ได้โกรธเขา ในความคิดของนางบางทีซูหยุนอาจจะปิดบังความรู้สึกของเขาอยู่

เด็กหนุ่มด้านหน้าของนางมีชิ้นเนื้อหัวใจเสือบนโต๊ะและเริ่มที่จะใช้มีดจิ้มเป็นรูเล็ก ๆ จากนั้นเขาก็เอาเลือดหมาป่าออกมาแล้วเทลงในรูที่มีขนาดเล็กและยังทำอย่างนั้นต่อไปเรื่อยๆ

เขากำลังทำอะไร? นางไม่เข้าใจ แต่จริง ๆ แล้วนางไม่ได้สนใจ

"ข้าอยากจะยกเลิกการแต่งงานของเรา"

คำพูดที่ชัดเจนและสวยงามแขวนอยู่ในอากาศ เหมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน หลังจากที่นางกล่าวว่าคำพูดเหล่านั้นนางจ้องมองมาที่ซูหยุนรอการตอบสนอง

แต่การเปลี่ยนแปลงในการแสดงออกของซูหยุนไม่มีเขาไม่แม้กระทั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด

"ได้!"

หนึ่งคำที่ออกมา มันเป็นคำธรรมดาๆและไม่ก่อให้เกิดระลอกคลื่นใด ๆ ไป๋เอี้ยนตกตะลึง นางไม่เข้าใจว่าทำไมซูหยุนดูราวกับมีความสุข

"……ท่านสัญญา?"

นางไม่มั่นใจในขณะที่นางถามคำถามเหล่านี้ การแสดงออกของซูหยุนยังคงห่างเหิน คิ้วของไป๋เอี้ยนย่นเป็นรอยพับ นางไม่รู้ว่าทำไม แต่นางรู้สึกว่าคน ๆ นี้ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์ตามข่าวลือ

เขาไม่ได้ดูเหมือนนักพนันและพวกติดเหล้าตามข่าวที่ลือ ทำไมตัวจริงกับข่าวลือถึงได้ว่าแตกต่างกันอย่างมาก?

"งั้นลืมมันไปซะ!"

จากนั้นนางก็วางซองกระดาษสีขาวลงบนโต๊ะเบาๆ

"เอาเงินของท่านกลับไปด้วย!"

ซูหยุนตะโกน

"ท่านจำเป็นต้องใช้มันไม่ใช่หรือ"

ไป๋เอี้ยนถาม

" ใช่!"

ซูหยุนตอบ

"แล้วทำไม?ท่านต้องการรักษามารยาทต่อหน้าข้า? ฮ่า ๆ ๆ ๆ"

ช่วยไม่ได้ที่ไป๋เอี้ยนได้แต่หัวเราะเยาะ

"ข้ารู้มาว่าท่านเป็นหนี้ซูกุ้ยม่อเป็นเงินไม่น้อย เงินจำนวนนี้อาจช่วยท่านได้มาก มันน่าจะพอสำหรับการใช้หนี้ของท่าน สามพันเหรียญสำหระบจ่ายคืนซูกุ้ยม่อท่านตกลงมั้ย? "

"ไม่ใช่ว่าข้าเย่อหยิ่งหรืออวดดีแต่ว่าข้ามีเส้นทางชีวิตของตนเอง ข้าได้หยุดทุกสิ่งทุกอย่างแล้วและจะไม่ละเมิดหลักการชีวิตของตัวเองดังนั้นข้าจึงไม่สามารถรับได้ "

ซูหยุนกล่าว

"ดีหากท่านยืนยันเช่นนั้นข้าหวังว่าท่านจะไม่เสียใจ!" ไป๋เอี้ยนหยิบตั๋วเงินแล้วหันหลังจากไป

"ช้าก่อน! "

จู่ ๆ ซูหยุนก็พูดขึ้น ข้าแค่อยากจะพูดกับท่านอีกเรื่องนึง

"ได้!ว่ามา"

"ข้าก็หวังว่าท่านจะไม่เสียใจเช่นกัน"

ซูหยุนพูดจบ แต่สิ่งที่ไป๋เอี้ยนได้ยินนางไม่ประทับใจเลย นางไม่ได้พูดอะไรและหันออกจากกระท่อม

นางไม่ได้เก็บคำพูดสุดท้ายของเขามาใส่ใจ

โฮก....!

หลังจากนั้นสักพักสัตว์อสูรสีม่วงก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้วรถลากก็เริ่มเร่งความเร็วขึ้น หัวใจของซูหยุนยังสงบอยู่มากเพราะนี่เป็นเพียงช่วงเวลาเล็ก ๆ ในชีวิตของเขาเท่านั้น

มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเขามากนัก แม้แต่ในชีวิตก่อนหน้านี้เขาก็ลืมเรื่องราวเกี่ยวกับคฤหาสห์ขาว เขาไม่ได้ดูแลผู้หญิงของเขาเอง ทำไมเขาต้องสนใจไป๋เอี้ยน ? ซูหยุนส่ายหัวและยังคงจัดการกับเนื้อหัวใจเสือบนโต๊ะต่อ

เขาทำอยู่อย่างนั้นจนเลือดหมาป่าสีดำแทรกซึมเข้าไปในเนื้ออย่างทั่วถึง เขาทำซ้ำๆเช่นเครื่องเจาะรู ฉีดเลือด กระหน่ำและทำซ้ำ ๆ...

หลังจากทำมาทั้งวันเขาก็หยุดและไปนอน ถ้าเขาไม่สามารถรักษาอาการเขาได้การบ่มเพาะก็ไร้ประโยชน์ วิธีเดียวของเขาคือหาวิธีรักษาสภาพของเขาให้เร็วที่สุด

"ออกมา! ออกมา! ไอ้ลูกหมา!!แกกล้ามากที่บังอาจมาหลอกข้า ! อีกเดี๋ยวพวกพวกเราจะสั่งสอนมัน!ข้าจะกระทืบมันให้จมตีนเลย! "

ขณะที่ซูหยุนกำลังจะหลับมีเสียงแอะอะโวยวายออกมาจากข้างนอก จากนั้นเขาได้ยินเสียงคนเดินมาทางกระท่อมของเขา ซูหยุนตาเบิกกว้าง อยู่ๆก็กระโดดออกจากเตียงและมองออกไปข้างนอก

############################

ซูหยุน:ใครมาวะคนจะนอน ยิ่งอารมณ์บ่จอยอยู่สงสัยวอนโดนตรีนนน?

กุ้ยม่อ:ตูเองมีอะไรอ๊ะเป่า......

ซูหยุน:โอวตี๋!....มรึงเจอกูแน่!

กุ้ยม่อ:ใครวะ!โอวตี๋ผิดเรื่องแล้วม้างงง

จบบทที่ บทที่ 3 - การปรากฏตัวของเพื่อนร่วมทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว