- หน้าแรก
- กลิ่นบุปผาหอมไกลสิบลี้
- บทที่ 26 ปากร้าย
บทที่ 26 ปากร้าย
บทที่ 26 ปากร้าย
กล่องไม้ในมือร้อนผ่าว เจียงลี่เซิงอยากจะเอาไปคืนให้เว่ยชิงหลานใจจะขาด แต่เจ้าตัวกลับพูดไว้ว่าถ้าไม่อยากได้ก็ให้โยนทิ้งไป แบบนี้นางยังจะเอาไปคืนเขาได้อีกหรือ?
อันหรูซวี่รู้สึกซับซ้อนในใจ “ศิษย์น้องเจียง เจ้าช่างโชคดีจริง ๆ”
เขาเห็นว่านางมามือเปล่า ไม่มีกระทั่งกระบี่ พอมาถึงคุนหลุน กลับมีทุกสิ่งทุกอย่างไปเสียหมด โดยเฉพาะผลไม้มงคลที่หากนำไปขาย แต่ละผลล้วนประเมินค่าไม่ได้ และนางมีทั้งกล่อง
เว่ยชิงหลานช่างกล้าให้นัก
หากเป็นเขา คงไม่มีทางยกให้ใครง่าย ๆ และยังให้ไปทั้งกล่องอีกด้วย
เจียงลี่เซิงยืนนิ่งพูดไม่ออก “ข้าก็บอกเขาแล้วว่าไม่เอา แต่เขาก็ยังจะให้...”
อันหรูซวี่มองนาง “ศิษย์น้องเจียง เจ้าช่วยเปิดกล่องให้ข้าดูหน่อยได้ไหม? ข้ายังไม่เคยเห็นผลไม้มงคลจากเจาปู้โจวเลยสักครั้ง เฉพาะเว่ยชิงหลานคนเดียวเท่านั้น ที่กล้าไปเขาศักดิ์สิทธิ์นั้นทั้งที่ยังอยู่แค่ขั้นแก่นทอง”
เขาถอนใจ “ขนาดผู้ฝึกตนระดับสูงยังแทบไม่มีใครรอดกลับมาได้เลยจากเจาปู้โจว”
เจียงลี่เซิงพยักหน้า เปิดกล่องออก เดิมทีผลไม้มงคลจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบหกลูก แต่นางกินไปแล้วหนึ่งลูก เหลือเพียงห้าลูก แต่ละลูกยังคงดูน่ากินและงดงาม ราวกับผลไม้ในตำนาน
อันหรูซวี่มองแวบเดียวก็รีบปิดฝากล่องดัง “ปั้ก” กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะเอ่ยว่า “รีบเก็บเถอะ ศิษย์น้องเจียง!”
เขาไม่กล้ามองนาน กลัวควบคุมมือกับปากของตัวเองไว้ไม่อยู่
เจียงลี่เซิงนึกขึ้นได้ว่าชายตรงหน้าเคยกินแม้แต่เยว่หูมาแล้ว จึงเปิดกล่องอีกครั้งแล้วหยิบผลไม้ออกมาหนึ่งลูก แล้วยื่นให้อันหรูซวี่อย่างใจกว้าง “ศิษย์พี่อัน ข้าให้ท่านหนึ่งลูก”
ในเมื่อนางได้รับมาแล้ว และเขาไม่ต้องการคืน นางก็ไม่คิดจะเก็บไว้คนเดียว
อันหรูซวี่: “...”
เขาถอยหลังหนึ่งก้าวทันที โบกมือแรง ๆ “ไม่เอา ไม่เอา!”
เขาหันหลังเดินหนี “ผลไม้มงคลนี้ไม่เพียงช่วยให้ไม่เหนื่อย ยังเสริมพลังฟื้นฟู สร้างสมาธิ ขจัดความเศร้า ยืดอายุขัย เป็นของล้ำค่าที่ตอนนี้เหมาะกับเจ้าที่สุดแล้ว”
พูดจบก็หายตัวเข้าไปในเรือนของตนทันที ราวกับไม่อยากยุ่งเกี่ยวอีก
เจียงลี่เซิงมองผลไม้ในมือ แล้วตกตะลึงในความไวของเขา หากตอนที่เยว่หูวิ่งออกจากยอดเขาวิญญาณสัตว์ เขาหนีได้ไวแบบนี้ ก็คงไม่ต้องโดนส่งมาลงโทษที่หอวินัยให้ต้องทนทุกข์กับการโดนอาจารย์เกอทุบตีทุกวัน
นางเก็บผลไม้กลับใส่กล่อง ถอนหายใจว่า ของแบบนี้แพงเกินไป เก็บไว้ดีกว่า อย่ากินบ่อย
“ศิษย์น้องเจียงนี่มีฝีมือดีจริง ๆ เพิ่งมาถึงคุนหลุนไม่กี่วัน ก็หลอกล่อศิษย์พี่อันได้แล้ว ยังไม่พอ ยังทำให้เว่ยชิงหลานยอมยกผลไม้มงคลที่เขาเก็บมาด้วยตัวเองทั้งกล่องให้เจ้าด้วย ชิงสูของเจ้าคงไม่ได้ฝึกวิชาเซียน แต่ฝึกเวทมนตร์ลวงใจมากกว่าใช่ไหม? แบบนี้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนับสิบปีมานี้ เจ้าถึงไม่ติดแม้แต่ท้ายสุดของทำเนียบผู้กล้า!” เสียงของจ้าวเข่อซินแหลมคมและเย้ยหยันดังมาจากไม่ไกลนัก
เจียงลี่เซิงหันไป ก็เห็นจ้าวเข่อซินยืนอยู่ไม่ไกลนัก นางคงออกมาจากเรือนตั้งแต่ตอนที่อันหรูซวี่มาคุยกับตนแล้ว
พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับอันหรูซวี่ หูตาจ้าวเข่อซินจะไวเป็นพิเศษ
เจียงลี่เซิงสีหน้าเย็นลงอีกระดับ คนจะว่าตนอย่างไรก็ได้ แต่ถ้าพาดพิงถึงชิงสู นั่นมันรุกล้ำเกินไป
นางพูดเย็นชา “ศิษย์พี่จ้าว หากไม่เชื่อ สามารถไปถามเจ้าสำนักฉินแห่งคุนหลุนได้ ว่าชิงสูของเราฝึกเวทมนตร์ลวงใจจริงหรือไม่ หรือจะไปถามผู้อาวุโสของเจ้าว่า เหตุใดศิษย์ที่นางสอนออกมา ถึงได้กล้ากล่าวหาผู้อื่นว่าใช้เวทมนตร์ลวงใจ แล้วเหตุใดเวทมนตร์นี้ถึงไม่ลวงให้เจ้าหุบปากได้ล่ะ?”
จ้าวเข่อซินพูดไม่ออก “เจ้า...”
เจียงลี่เซิงรำคาญเต็มที จึงสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบ “หน้าตาไม่น่ามอง ก็อย่าทำตัวให้โดดเด่นนัก เจ้าจะเป็นหมาหรือไง? ทำไมถึงได้จ้องจะกัดข้าอยู่ได้? ถ้าชอบศิษย์พี่อันนัก ก็ไปชอบกับเขาตรง ๆ จะมาหาเรื่องข้าทำไม? หรือเพราะเจ้าชอบใครแล้ว คนอื่นไม่มีสิทธิ์พูดกับเขาเลยหรือ? เราก็เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนัก เจ้าก็ยังไม่ได้เป็นอะไรของเขา จะวางอำนาจไปถึงไหน? แบบนี้ไม่แปลกใจเลยที่ศิษย์พี่อันถึงได้คอยหลบหน้าเจ้า เจ้าทำตัวเหมือนแม่เสือแบบนั้น ใครจะไปชอบเจ้าได้?”
“เจ้า...”
“ก็บอกแล้วว่าอย่ามายุ่งกับข้า เจ้าไม่ฟังมัวแต่จะกัดข้าอยู่ได้ บ้าไปแล้วหรือไง?” เจียงลี่เซิงหมดความอดทน พูดอย่างไม่ไว้หน้า “ศิษย์พี่จ้าว ข้าบอกไว้ก่อนนะ ข้าไม่ใช่คนอารมณ์ดีนัก ถ้ายังไม่เลิกกวนใจข้า ระวังตัวไว้ก็แล้วกัน”
“เจ้าทำเรื่องผิดพลาดที่ชิงสูจนถูกส่งมาอยู่คุนหลุน ยังจะกล้าทำอวดดีอีกหรือ? ข้าจะให้เจ้ารู้เอง ว่าไปกวนใจข้าแล้วจะเป็นอย่างไร” จ้าวเข่อซินโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ไม่เคยมีใครกล้าต่อว่าตนเช่นนี้มาก่อน นางจึงชักกระบี่เข้าหาเจียงลี่เซิงทันที
เจียงลี่เซิงก็ชักกระบี่ขึ้นมารับมือ ทั้งสองปะทะกันในพริบตา
จ้าวเข่อซินอยู่ขั้นสร้างฐานกลาง ส่วนเจียงลี่เซิงอยู่ขั้นต้น จึงรู้สึกถึงแรงกดดันจากระดับพลังที่สูงกว่า แต่เจียงลี่เซิงไม่สนใจ จุดแข็งที่สุดของนางคือเมื่อเข้าสู่การต่อสู้ นางมักมีใจฮึกเหิมมากกว่าทักษะกระบี่ที่เรียนรู้มาแบบสะเปะสะปะเสียอีก
กระบี่ของนางไม่มีแบบแผน แต่นั่นกลับกลายเป็นข้อดี เพราะสามารถหลบได้ก็หลบ ฟันได้ก็ฟัน ทำให้จ้าวเข่อซินไม่อาจได้เปรียบอย่างที่คิด
อันหรูซวี่ที่กลับเข้ามาในเรือน ได้ยินเสียงโต้เถียงของทั้งสองคน ก็ลังเลว่าจะออกไปห้ามดีไหม เพียงแค่ลังเลแค่ชั่วขณะ ทั้งสองก็เปิดฉากต่อสู้กันแล้ว เขารีบออกมาทันทีด้วยสีหน้าลำบากใจ
“ศิษย์น้องจ้าว! ศิษย์น้องเจียง! หยุดเดี๋ยวนี้!” อันหรูซวี่เหวี่ยงกระบี่เข้ามาขวางกลางระหว่างทั้งสอง
แต่จ้าวเข่อซินตั้งใจจะเอาจริง จึงไม่ทันชักกระบี่กลับ แทงเข้าที่ไหล่อันหรูซวี่เข้าอย่างจัง ขณะเดียวกัน เจียงลี่เซิงซึ่งพลังวิญญาณยังไม่ฟื้นฟูเต็มที่ แม้กินผลไม้มงคลไปแล้ว ก็ยังรับมือไม่ถนัดนัก พอดีกับที่อันหรูซวี่เข้ามาขวาง จึงกลายเป็นว่าเขารับกระบี่แทนนาง
“ศิษย์พี่อัน!” จ้าวเข่อซินหน้าซีดเผือดทันทีเมื่อรู้ว่าทำให้เขาบาดเจ็บ
เจียงลี่เซิงไม่พูดอะไร นางก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรกับคนที่มาขวางคมกระบี่แทนนาง เรื่องยุ่งวุ่นวายพวกนี้ นางไม่เคยอยากเข้ามาเกี่ยวข้องเลยสักนิด
อันหรูซวี่กุมบาดแผลบนไหล่ มองจ้าวเข่อซินอย่างอ่อนแรง แต่พูดหนักแน่น “ศิษย์น้องจ้าว ข้าไม่ชอบเจ้า อย่ามาวุ่นวายกับศิษย์น้องเจียงอีกเลย”
จ้าวเข่อซินน้ำตาคลอ ตะโกนถาม “ศิษย์พี่อัน ท่านชอบนางใช่ไหม? นางก็แค่คนไร้พรสวรรค์ที่ทั้งโลกต่างรู้กัน ท่าน...”
“ไม่ใช่ ข้าพึ่งรู้จักศิษย์น้องเจียงได้ไม่กี่วันเท่านั้น ข้าไม่ชอบเจ้า ไม่เกี่ยวอะไรกับนางเลย” อันหรูซวี่ตอบตรง ๆ “ศิษย์น้องเจียงก็คือศิษย์ของคุนหลุนแล้ว ข้าปฏิบัติต่อทุกคนในฐานะเพื่อนร่วมสำนักเช่นเดียวกัน ศิษย์น้องจ้าว เจ้าควรตั้งใจฝึก ไม่ควรหลงใหลในเรื่องรักใคร่ให้มากนัก”
“ข้าไม่เชื่อ ท่านมองนางไม่เหมือนกับมองคนอื่นเลย” จ้าวเข่อซินน้ำตาร่วง “ตั้งแต่วันแรกที่ข้าเข้ามา ข้าก็ชอบท่าน ท่านอาจจะปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่กับนาง ท่านไม่เหมือนเดิมเลย สายตาท่านเวลามองนาง...”
“ศิษย์น้องจ้าว” อันหรูซวี่สีหน้าเข้มขึ้น “พอเถอะ หากเจ้าพูดจาไร้สาระและรบกวนการฝึกของข้าอีก ข้าจะขอให้ผู้อาวุโสโจวจากหอวินัยมาตัดสินความ และให้สำนักตัดสินตามกฎ”
จ้าวเข่อซินเงียบลงทันที ไม่นานนางก็สั่นไปทั้งตัว ก่อนจะพูดเบา ๆ อย่างเจ็บปวด “ได้...ได้...ศิษย์พี่อัน ท่านว่าข้าพูดจาเพ้อเจ้อก็แล้วแต่ ข้าจะคอยดู ว่าท่านกับนาง ใครกันแน่ที่เป็นคนทำลายการฝึกของตัวเอง ใครกันแน่ที่ปากไม่ตรงกับใจ”
กล่าวจบ นางก็ร้องไห้พลางวิ่งกลับเรือนไปทันที