- หน้าแรก
- กลิ่นบุปผาหอมไกลสิบลี้
- บทที่ 22 ไม่อยากรักษา
บทที่ 22 ไม่อยากรักษา
บทที่ 22 ไม่อยากรักษา
แผ่นส่งสารสั่นสองครั้งติดกัน เจียงลี่เซิงก้มลงมอง
นางลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขอกับโจวเจิ้นเหยียน "หัวหน้าหอโจว ท่านอิ๋งจงอวี้เรียกให้ข้าไปที่ศาลาแพทย์โดยด่วน ข้าขอตัวได้หรือไม่?"
ยังไม่หมดเวลาเรียน จึงไม่อาจจากไปตามอำเภอใจได้
โจวเจิ้นเหยียนนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานเจียงลี่เซิงเคยกล่าวว่าอิ๋งจงอวี้ต้องการตรวจดูว่านางสามารถช่วยรักษาจุดพลังของเว่ยชิงหลานได้หรือไม่ สำหรับคุนหลุนแล้ว จุดพลังของเว่ยชิงหลานถือเป็นเรื่องใหญ่ เขาพยักหน้า "ไปเถอะ ข้าจะไปกับเจ้าเอง"
เจียงลี่เซิงพยักหน้า
อันหรูซวี่ที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นว่า "หัวหน้าหอโจว ข้าไม่มีโอสถเทียนเซียงแล้ว ต้องไปซื้อที่ศาลาแพทย์ ข้าขอไปด้วย"
โจวเจิ้นเหยียนมองเขา เห็นสีหน้าเขาซีดขาว ดูท่าอาการบาดเจ็บยังไม่หายดี จึงพยักหน้า "ได้"
ทั้งสามเหินกระบี่ไปยังศาลาแพทย์
อันหรูซวี่เพิ่งได้รับบาดเจ็บ ไม่สามารถเหินกระบี่ด้วยตนเองได้ จึงโดยสารกระบี่ของเจียงลี่เซิงไปโดยปริยาย
เมื่อทั้งสามมาถึงศาลาแพทย์ ก็เห็นว่าข้างในมีผู้คนอยู่หลายคน ทั้งยืนทั้งนั่ง และคนที่สะดุดตาที่สุดคือเว่ยชิงหลาน
โจวเจิ้นเหยียนเก็บกระบี่ พลางเอ่ยอย่างแปลกใจ "วันนี้ศาลาแพทย์มีคนเยอะเชียว?"
"เจ้ามาพอดี ศิษย์ร่วมสำนักทะเลาะกัน เจ้าในฐานะหัวหน้าหอวินัย จะไม่คิดจัดการหน่อยหรือ?" อิ๋งจงอวี้มองเลยโจวเจิ้นเหยียนไปยังเจียงลี่เซิงที่อยู่ด้านหลัง กล่าวอย่างประชดประชัน "แผลนี้ข้ายังรักษาไม่หาย ถือว่านางมีฝีมือจริง ๆ"
"หืม?" โจวเจิ้นเหยียนมองตามสายตาของอิ๋งจงอวี้ เห็นจ้าวเข่อซินมีเลือดเต็มหน้า จึงถามว่า "เกิดอะไรขึ้น?"
จ้าวเข่อซินเห็นเจียงลี่เซิงเหินกระบี่มาพร้อมอันหรูซวี่ กัดฟันแน่น ยิ่งมั่นใจว่าเจียงลี่เซิงหลงรักอันหรูซวี่ จึงกล่าวอย่างโกรธแค้นว่า "ขอเรียนหัวหน้าหอ เรื่องแผลบนหน้าข้า เกิดจากนางทำร้าย"
นางชี้ไปที่เจียงลี่เซิง "ไม่รู้ว่านางใช้กลอุบายอะไร ทำให้ใบหน้าข้า แม้แต่หัวหน้าศาลายังรักษาไม่ได้"
โจวเจิ้นเหยียนหันไปมองเจียงลี่เซิง "เจ้าทำร้ายหรือ?"
เจียงลี่เซิงพยักหน้าอย่างซื่อสัตย์ "เพราะศิษย์พี่หญิงจ้าวเป็นฝ่ายลงมือก่อน ทำกระบี่ของข้าหักจนข้าร่วงลงพื้น ข้าจึงตอบโต้กลับ ให้นางได้ลิ้มรสเช่นกัน"
นางพูดจบก็เสริมขึ้นว่า "ศิษย์พี่อันเป็นพยานได้ เห็นกับตาว่าเป็นศิษย์พี่หญิงจ้าวที่ลงมือก่อน"
อันหรูซวี่มองจ้าวเข่อซิน สีหน้าฉงนใจไม่น้อย แผลของนางถึงกับรักษาไม่ได้จริงหรือ? เขาพยักหน้าทันที "ใช่ หัวหน้าหอ ข้าขอยืนยันว่าเป็นศิษย์น้องหญิงจ้าวที่ลงมือก่อน"
จ้าวเข่อซินน้ำตาคลอด้วยความน้อยใจ มองอันหรูซวี่ "ศิษย์พี่อัน ท่านถูกนางล่อลวงแล้วจริง ๆ ถึงได้เข้าข้างนางเช่นนี้"
อันหรูซวี่คิดในใจ นี่มันเรียกล่อลวงตรงไหน? เขาจึงกล่าวอย่างจนใจว่า "ศิษย์น้องจ้าว เรื่องจริงเป็นเช่นนั้น ท่านเป็นฝ่ายลงมือก่อนจริง หากไม่ทำกระบี่ของศิษย์น้องเจียงหัก นางคงไม่ร่วงจากฟ้า ข้าเห็นกับตา และยังมีภาพจากกระจกบันทึกภาพยืนยันด้วย ไม่อาจปลอมแปลงได้"
จ้าวเข่อซินโกรธจัด "ข้าทำร้ายนาง ก็เพราะ..."
จู้เหวินอินรีบคว้าตัวนางไว้ ขัดจังหวะ "เป็นเพราะศิษย์น้องเจียงในฐานะศิษย์น้อง เมื่อเห็นศิษย์พี่หญิง กลับไม่แสดงความเคารพ ศิษย์พี่ข้าจึงอยากสั่งสอนบ้าง ไม่คาดว่าจะโดนลงมือโหดเหี้ยมตอบกลับ"
เจียงลี่เซิง: "..."
เจอคนที่ไม่ชอบหน้า ยังจะต้องเคารพอีกหรือ?
นางพูดเสียงเรียบ "ข้ายังจำกฎของคุนหลุนไม่ได้ทั้งหมด แต่เท่าที่รู้ ไม่มีกฎไหนบอกว่าเพราะไม่อยากพูดกับพวกเจ้า ข้าจึงต้องถูกลงโทษหาว่าสร้างเรื่อง ข้าไม่ต้องการคำชี้แนะจากศิษย์พี่หญิงจ้าว"
แม้หลังมาอยู่คุนหลลุน นางจะไม่กล้ามีท่าทีดุร้าย แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะให้ใครรังแกได้ตามใจ
จู้เหวินอินถึงกับพูดไม่ออก
อิ๋งจงอวี้เข้าใจสถานการณ์แล้ว พูดอย่างรำคาญว่า "เมื่อกี้ยังบอกว่าเพราะนางชอบอันหรูซวี่ จึงไม่ชอบเจ้า แล้วทำไมกลับกลายเป็นเจ้าที่ลงมือก่อน?"
จ้าวเข่อซินรีบเถียง "เพราะนางไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา หลงรักศิษย์พี่อัน จึงไม่พอใจที่ข้าอยู่ใกล้เขา..."
เจียงลี่เซิงเบิกตากว้างมองจ้าวเข่อซิน ตั้งแต่เมื่อไรที่นางหลงรักศิษย์พี่อัน? นี่มันกล่าวหากันชัด ๆ!
“พอเถอะ ที่นี่ไม่ใช่หอวินัย จะวุ่นวายไปถึงไหนกัน” อิ๋งจงอวี้หมดความอดทน “เรื่องนี้กลับไปคุยกันที่หอวินัยเถอะ”
เขาหันไปทางเจียงลี่เซิง “แผลของนางนี่มันอะไรกัน? โอสถในศาลาแพทย์ใช้ไม่ได้ พลังวิญญาณข้าก็รักษาไม่ได้ ไหนเจ้าลองอธิบายดู”
เจียงลี่เซิงหันกลับมาตอบ “พลังวิญญาณของข้ามีลักษณะพิเศษ หากเป็นแผลที่เกิดจากพลังของข้า มีเพียงพลังของข้าเท่านั้นที่รักษาได้”
เพราะเหตุนั้น นางจึงไม่ชอบใช้พลังวิญญาณทำร้ายใครง่าย ๆ แม้แต่วันนั้นที่เกือบวิ่งขาหักเพราะตู้โหลว นางก็ยังทนไม่ใช้พลังเพราะไม่อยากต้องใช้พลังในการรักษามันภายหลัง
แต่เช้าวันนี้จ้าวเข่อซินน่ารำคาญเกินไป นางจึงอดไม่ได้ที่จะตอบโต้กลับ
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วเจ้าจะให้เรามาศาลาแพทย์ทำไม?” จู้เหวินอินพูดอย่างไม่พอใจ “พาเราขาดเรียนบททดสอบของท่านอาจารย์เกอเสียแล้ว”
เจียงลี่เซิงมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เพราะข้าไม่อยากรักษาให้”
“เจ้า...” จู้เหวินอินพูดไม่ออก
เจียงลี่เซิงเบนหน้าไปอีกทาง เสียงของนางไม่ดังไม่เบา “คนที่ข้าเกลียด เหมือนแมลงวันบินวนอยู่ทุกวัน คอยแต่จะหาเรื่อง เมื่อนางเริ่มก่อน ข้าก็แค่ตอบกลับ และไม่อยากรักษาให้”
จ้าวเข่อซินโมโหสุดขีด ชักกระบี่ออกมาโดยตรงจะพุ่งเข้าใส่เจียงลี่เซิง
เจียงลี่เซิงยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่เชื่อว่าท่ามกลางผู้คนมากมายเช่นนี้ นางจะกล้าลงมือ
จู้เหวินอินรีบคว้าตัวไว้ “ศิษย์พี่ อย่าทำ!”
“เหลวไหล ที่นี่เจ้าคิดจะชักกระบี่หรือ?” โจวเจิ้นเหยียนทนไม่ไหวอีกต่อไป กล่าวด้วยน้ำเสียงตำหนิ “เจ้าเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ฝีมือไม่ถึงคนอื่นก็แย่แล้ว แล้วยังกล้าโบกกระบี่ต่อหน้าข้าอีก หอวินัยของเราลงโทษเบาเกินไปกระมัง?”
จ้าวเข่อซินสะดุ้ง รีบเก็บกระบี่ทันที “ศิษย์รู้ผิดแล้วเจ้าค่ะ”
“ในเมื่อเป็นเจ้าที่เริ่มก่อน แล้วยังกล้าทำร้ายคนต่อหน้าข้า วันนี้เจ้าต้องคัดสำเนาหลักของบทว่าด้วยความระมัดระวังหนึ่งร้อยรอบ ห้ามใช้พลังวิญญาณหรือเครื่องมือช่วย พรุ่งนี้เช้ามอบให้ข้า” โจวเจิ้นเหยียนลงโทษทันที
จ้าวเข่อซินกัดฟันแน่น “เจ้าค่ะ”
นางรอฟังอยู่นาน ก็ไม่เห็นเขาเอ่ยโทษเจียงลี่เซิง จึงเงยหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ “หัวหน้าหอเจ้าคะ แต่เป็นนางที่ทำร้ายหน้าข้า ข้าบาดเจ็บหนัก แต่นางกลับไม่เป็นอะไร ท่านต้องเป็นธรรมให้ข้าด้วย”
โจวเจิ้นเหยียนมองไปทางเจียงลี่เซิง
เจียงลี่เซิงตอบอย่างไม่พอใจ “ข้าไม่เป็นอะไร เพราะข้าไหวตัวเร็ว จะให้ข้ารักษาแผลของนางเพียงเพราะเหตุนี้หรือ?”
โจวเจิ้นเหยียนพยักหน้า “มีเหตุผล เช่นนั้น เจ้าจะรักษานางได้อย่างไร?”
เจียงลี่เซิงตอบเบา ๆ “ข้าไม่อยากรักษา”
โจวเจิ้นเหยียนถึงกับหลุดหัวเราะ “อย่าพูดเพราะโมโห ใบหน้าของหญิงสาวสำคัญมาก อีกทั้งในฐานะศิษย์ของคุนหลุน ย่อมไม่อาจทำร้ายกันเอง เจ้าต้องเคารพกฎของคุนหลุน”
เจียงลี่เซิงถอนหายใจ “พลังวิญญาณของข้ามีค่ามาก ข้าสะสมมาทีละนิด กินโอสถนับไม่ถ้วน ตั้งแต่เด็กจนโต อาจารย์ของข้าเทหมดคลังส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูพลังนี้ การรักษาแผลนางเปลืองพลังมาก ข้าไม่อยากเสียมันไปเปล่า ๆ”
โจวเจิ้นเหยียนเข้าใจทันที “แล้วเจ้าต้องการอะไร?”
เจียงลี่เซิงทำหน้าตาน่ารักทันใด “วันก่อนที่ตู้โหลวจากยอดเขาสัตว์วิญญาณหลุดออกมาเกือบทำร้ายข้า โชคดีได้เจอท่านอาจารย์เกอที่ส่งข่าวให้ผู้อาวุโสจิน ทำให้ข้าได้รับค่าชดเชยเป็นหินวิญญาณระดับสูงหนึ่งร้อยก้อน โอสถเทียนเซียงหนึ่งขวด และสมบัติระดับกลางหนึ่งชิ้น วันนั้นข้าไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย แค่ตกใจเท่านั้น”
โจวเจิ้นเหยียนไม่รู้เรื่องนี้ รู้สึกตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าจินวั่งโฉวจะชดเชยมากขนาดนี้ เขาหันไปมองจ้าวเข่อซิน
จ้าวเข่อซินจ้องเจียงลี่เซิงอย่างเดือดดาล “ฝันไปเถอะ! เจ้าจนจนเสียสติแล้วหรือไง ถึงได้ถือโอกาสรีดไถ?”
เจียงลี่เซิงยังคงสีหน้าเรียบเฉย “ใช่ ศิษย์พี่หญิงจ้าวอวดรวยนัก ตอนพบข้าครั้งแรกถึงกับอยากยัดเยียดกระบี่ดี ๆ ให้ข้าเพื่อแลกกับการให้อยู่ห่างจากศิษย์พี่อัน ข้าไม่รับ นางก็โกรธเกลียดข้ามาตลอด เช่นนั้นแล้ว ข้าจะเกรงใจไปไย?”
อันหรูซวี่: “...”
สายตาหลายคู่พุ่งเป้ามาที่เขาพร้อมกัน หนังศีรษะของเขาชาวาบ อยากหายตัวหนีไปเดี๋ยวนั้น
เขาไปทำอะไรให้ใครฟะ? เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ แบบนี้ช่างน่าปวดหัวเสียจริง